ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 227 รอบนี้ก็กินแห้วอีกตามเคย
ยูรันหันไปมองต้วนชางเฟิง ก่อนเอียงศีรษะเล็กน้อย
“หืม?”
บนหน้าผากของเจ้าสำนักกระบี่ทลายฟ้ามีผลึกสีม่วงดำฝังอยู่ครึ่งหนึ่ง เส้นเลือดสีดำจำนวนมากแผ่กระจายออกจากผลึกราวกับรากไม้ ก่อนเชื่อมต่อเข้าไปในศีรษะของเขา
[ดูไอ้โง่นี่สิ เอาผลึกไปฝังไว้บนหน้าผากทำไม?]
ยูรันมองค่ายกลซึ่งแตกกระจายอยู่รอบสำนัก
[ส่วนค่ายกลพิทักษ์สำนักก็โคตรกระจอก]
[พื้นดินใต้ฐานค่ายกลถูกทำลายจนไม่มีอะไรให้ยึดเอาไว้ มันก็ต้องพังอยู่แล้ว]
[ใครเป็นคนต้นคิดว่าค่ายกลแบบนี้จะป้องกันการโจมตีจากใต้ดินได้กัน โง่ชิบ]
ต้วนชางเฟิงจ้องทั้งสองด้วยความโกรธเกรี้ยว
“พวกแกเป็นใคร?!”
“เหตุใดจึงบุกมาทำลายสำนักของข้า!”
ระหว่างตวาด เขาก็ปล่อยจิตสัมผัสออกมาตรวจสอบทั้งสองอย่างละเอียด
คนหนึ่งเป็นชายตาบอด มีตบะเพียงสร้างรากฐานขั้นสูง
[เดี๋ยวก่อน...สร้างรากฐานแล้วเหตุใดจึงลอยอยู่กลางอากาศได้?]
ส่วนอีกคนคือชายหนุ่มซึ่งมีตบะอยู่ถึงวิญญาณทารกขั้นสูง
ต้วนชางเฟิงหันไปจ้องเว่ยเส้าเทียนทันที
“เป็นแกเองสินะ!”
“แกคือคนที่ทำลายสำนักของข้า!”
เว่ยเส้าเทียนชะงัก
“ข้าหรือ?”
ยูรันตบไหล่เขาเบา ๆ
“อืม ในเมื่อมันเลือกเจ้าแล้วก็ตามนั้น”
“น้องชาย ถึงตาเจ้าออกแรงบ้างแล้ว”
เขาชี้ไปทางต้วนชางเฟิง
“ไปกระทืบมันเสีย”
“เล็งผลึกโง่ ๆ บนหน้าผากของมันด้วยนะ”
เว่ยเส้าเทียนถอนหายใจ ก่อนหันไปมองชายวัยกลางคนตรงหน้า
[ไอ้หมอนี่สินะที่ทำให้ข้ากับพวกนางต้องพบเจอกับปัญหาทั้งหมด]
เขาก้าวออกไปกลางอากาศ กลิ่นอายวิญญาณทารกขั้นสูงค่อย ๆ แผ่กระจายออกมา
“ข้า เว่ยเส้าเทียน จะเป็นผู้จัดการแกเอง”
“เตรียมตัวไว้ให้ดี ไอ้สวะต้วนชางเฟิง!”
ต้วนชางเฟิงชะงักทันที
[เว่ยเส้าเทียน? เหตุใดมันยังไม่ตาย?]
[ไม่สิ มันสูญเสียตบะไปแล้วไม่ใช่หรือ? เหตุใดพลังถึงกลับคืนมา แถมยังสูงกว่าเดิมอีกสองระดับ!]
[หรือว่ามันหลอมรวมไข่มุกสมุทรครามและปลุกกายาขึ้นมาได้แล้ว?]
ต้วนชางเฟิงชี้กระบี่ไปทางเว่ยเส้าเทียน
“ในเมื่อรนหาที่ตายนัก เว่ยเส้าเทียน วันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า!”
ยูรันซึ่งลอยดูอยู่ด้านข้างพลันเอียงศีรษะ
[เฮ้ย ๆ อย่าบอกนะว่าจะเหมือนในโฆษณา]
เว่ยเส้าเทียนยกมือขึ้นกวักเรียก
“โอหัง!”
“แน่จริงก็เข้ามา!”
ยูรันอ้าปากค้าง
[เชี่ย เหมือนเด๊ะ!]
[นี่มันบทในโฆษณาเซียงเพียวอิ๊วชัด ๆ!]
ต้วนชางเฟิงไม่รู้ว่ายูรันกำลังตกตะลึงเรื่องอะไร เขากระทืบอากาศและพุ่งออกไปทันที
เคร้งงงง!
คมกระบี่ฟันลงเหนือศีรษะเว่ยเส้าเทียน แต่กำแพงวารีหลายชั้นกลับรวมตัวขึ้นขวางเอาไว้ได้ทันเวลา
ปราณกระบี่ฉีกกำแพงวารีขาดไปหลายชั้น ก่อนเว่ยเส้าเทียนจะหมุนตัวซัดฝ่ามือสวนกลับ
“ฝ่ามือวารีถล่มสมุทร!”
ตู้ม!
คลื่นวารีกระแทกต้วนชางเฟิงจนถอยออกไปหลายจั้ง เขาพลิกกระบี่ฟันคลื่นน้ำออกเป็นสองส่วน แล้วเหวี่ยงปราณกระบี่กลับมาทันที
“กระบี่ทลายฟ้าเก้าชั้น!”
ปราณกระบี่เก้าสายแยกออกจากกัน ก่อนพุ่งเข้าหาเว่ยเส้าเทียนจากรอบด้าน
เว่ยเส้าเทียนยกมือทั้งสองขึ้น มวลน้ำจากแม่น้ำด้านล่างไหลมารวมตัวเป็นม่านน้ำขนาดใหญ่
“กำแพงสมุทร!”
ปราณกระบี่ทั้งเก้าสายพุ่งเข้าไปภายในม่านน้ำ ความเร็วลดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนถูกกระแสน้ำหมุนวนจนเบี่ยงออกจากเป้าหมาย
ต้วนชางเฟิงอาศัยม่านน้ำบดบังสายตาและปรากฏตัวขึ้นด้านหลัง
ฉึก!
คมกระบี่กรีดผ่านหัวไหล่ของเว่ยเส้าเทียน เกิดเป็นบาดแผลยาว
แต่เลือดเพิ่งไหลออกมา พลังวารีภายในร่างก็เริ่มสมานบาดแผลอย่างรวดเร็ว
ต้วนชางเฟิงขมวดคิ้ว
“กายานี่มันอะไรกัน?”
เว่ยเส้าเทียนหันกลับไปคว้าข้อมือของเขา
“จับได้แล้ว!”
หอกวารีสามสายก่อตัวขึ้นด้านหลัง ก่อนพุ่งตรงเข้าหาผลึกสีม่วงดำบนหน้าผากของต้วนชางเฟิง
ต้วนชางเฟิงเอียงศีรษะหลบ หอกสองสายเฉียดผ่านใบหน้า ส่วนสายสุดท้ายถูกกระบี่ปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด
เคร้ง!
ทั้งสองถูกแรงปะทะผลักออกจากกัน
[เหตุใดมันจึงเอาแต่เล็งผลึกบนหน้าผากของข้า?]
เว่ยเส้าเทียนไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายคิด เขากระทืบอากาศและพุ่งเข้าไปประชิดตัวอีกครั้ง
หมัดซึ่งห่อหุ้มด้วยกระแสน้ำปะทะกับคมกระบี่ ทั้งสองผลัดกันรุกและรับอย่างรวดเร็ว
ตู้ม! เคร้ง! ตู้ม!
คลื่นกระแทกจากการปะทะพัดฝุ่นควันด้านล่างแตกกระจาย กระเบื้องบนอาคารใกล้เคียงปลิวว่อน แต่ยังไม่รุนแรงพอจะทำลายยอดเขา
ต้วนชางเฟิงมีประสบการณ์ต่อสู้มากกว่า เพลงกระบี่ของเขาเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและคาดเดายาก หลายครั้งสามารถสร้างบาดแผลบนร่างเว่ยเส้าเทียนได้สำเร็จ
แต่ทุกครั้ง เว่ยเส้าเทียนจะดึงพลังจากสายน้ำรอบด้านมาฟื้นฟูร่างกาย
ในทางกลับกัน การโจมตีทุกครั้งของเขายังคงมุ่งตรงไปยังผลึกบนหน้าผากของต้วนชางเฟิง
“หมื่นกระบี่ผ่าพิภพ!”
เงากระบี่จำนวนมากปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนพุ่งลงมาราวกับห่าฝน
เว่ยเส้าเทียนกางแขน มวลน้ำขนาดหลายสิบจั้งรวมตัวขึ้นเหนือศีรษะและรับเงากระบี่ทั้งหมดเอาไว้
ต้วนชางเฟิงประสานมุทรา
“ระเบิด!”
ตู้มมมม!
ปราณกระบี่ระเบิดอยู่ภายในมวลน้ำ ส่งผลให้ละอองน้ำกระจายไปทั่วลาน เว่ยเส้าเทียนถูกแรงกระแทกซัดถอยลงไปหลายสิบจั้ง
ผลึกสีม่วงดำบนหน้าผากของต้วนชางเฟิงพลันสว่างขึ้น
เส้นแสงสีดำอมม่วงพุ่งออกจากผลึกและกระแทกเข้าใส่กลางอกเว่ยเส้าเทียน
เปรี้ยง!
ร่างของเขาร่วงลงกระแทกลานฝึกซึ่งพังเสียหายอยู่ก่อนแล้ว จนเกิดหลุมกว้างหลายจั้งและฝุ่นควันฟุ้งกระจาย
เหล่าศิษย์กระบี่ทลายฟ้าส่งเสียงโห่ร้อง
“ท่านเจ้าสำนักชนะแล้ว!”
“ผู้บุกรุกถูกเนตรมารจัดการแล้ว!”
ทว่าครู่ต่อมา คลื่นวารีก็ระเบิดออกจากกลางกลุ่มควัน
เว่ยเส้าเทียนทะยานกลับขึ้นมา แม้เสื้อผ้าจะขาดวิ่นและกลางอกมีรอยไหม้สีดำ แต่กลิ่นอายยังคงมั่นคง
“เจ็บใช้ได้เลยนี่!”
เขาประกบฝ่ามือ ละอองน้ำทั้งหมดซึ่งกระจายอยู่รอบลานหยุดนิ่งกลางอากาศ ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นเข็มวารีนับร้อย
“ไป!”
ฟิ้ววววว!
เข็มวารีพุ่งเข้าหาต้วนชางเฟิงจากทุกทิศทาง
ต้วนชางเฟิงหมุนกระบี่สร้างพายุคมดาบรอบกาย บดขยี้เข็มวารีทีละสาย
แต่เว่ยเส้าเทียนซ่อนหอกวารีเอาไว้ท่ามกลางพวกมัน
ฉึก!
หอกวารีทะลุผ่านแนวป้องกัน ก่อนเฉียดผลึกบนหน้าผากไปเพียงเล็กน้อย
ต้วนชางเฟิงรีบถอยออกไป
[อีกแล้ว! มันเล็งผลึกอีกแล้ว!]
[แต่มันรู้ได้อย่างไรว่านี่คือเนตรมารบรรพกาล?]
เขามองวิชาวารีของเว่ยเส้าเทียน ก่อนกวาดสายตาไปยังลาวาซึ่งยังคงไหลอยู่ตามรอยแยกทั่วสำนัก
[เดี๋ยวก่อน กายาของมันเกี่ยวข้องกับวารีอย่างชัดเจน]
[ตั้งแต่เริ่มต่อสู้ มันใช้เพียงวิชาสายน้ำ ไม่มีกลิ่นอายของธาตุดินหรือธาตุไฟแม้แต่น้อย]
[แล้วมันจะเรียกลาวาปริมาณมหาศาลขึ้นมาทำลายสำนักได้อย่างไร?]
ต้วนชางเฟิงหันขวับไปทางยูรัน
ชายตาบอดยังคงลอยกอดอกอยู่ที่เดิม กลิ่นอายบนร่างมีเพียงสร้างรากฐานขั้นสูง
[ไอ้ตาบอดนั่นก็ไม่น่าทำได้เช่นกัน]
[หรือว่ายังมีคนอื่นซ่อนตัวอยู่?]
ระหว่างที่ต้วนชางเฟิงเสียสมาธิ เว่ยเส้าเทียนก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง
หมัดวารีกระแทกเข้าใส่กลางใบหน้าจนต้วนชางเฟิงกระเด็นออกไปหลายจั้ง เลือดไหลจากมุมปาก
เขาฝืนหยุดร่างกลางอากาศ แต่สายตายังคงจ้องยูรันไม่วาง
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
สุดท้ายต้วนชางเฟิงจึงตวาดถาม
“ผู้ที่ทำลายสำนักของข้า...”
“ไม่ใช่เว่ยเส้าเทียน แต่เป็นแกใช่หรือไม่?!”
ยูรันเอียงศีรษะ ก่อนตอบด้วยสีหน้าใสซื่อ
“อ๋อ ไม่ใช่ฝีมือข้าหรอก”
“พอดีพื้นดินใต้สำนักของแกยุบตัวอยู่ก่อนแล้ว ข้าเพียงสะกิดไปนิดหน่อย ทุกอย่างก็เลยพังลงมาเอง”
ต้วนชางเฟิงนิ่งค้างกลางอากาศ
เว่ยเส้าเทียนถึงกับหยุดโจมตีชั่วขณะ ก่อนหันกลับมามองยูรันด้วยสีหน้าว่างเปล่า
เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสด้านล่างมองลาวาซึ่งยังคงไหลผ่านซากสำนัก ก่อนตะโกนขึ้นพร้อมกัน
“เชื่อก็หมาแล้วโว้ย!”
ยูรันก้มมองพวกเขา
“พวกแกไม่เชื่อหรือ?”
เสียงตอบกลับดังกระหึ่มยิ่งกว่าเดิม
“ใครจะไปเชื่อลงกัน!”
ยูรันถอนหายใจอย่างผิดหวัง
“เฮ้อ คนสมัยนี้พูดความจริงกลับไม่มีใครเชื่อ”
คำตอบของยูรันทำให้ต้วนชางเฟิงโกรธจัดจนสูญเสียสติ
“บัดซบ!”
เขาเลิกสนใจเว่ยเส้าเทียน ก่อนระเบิดพลังทั้งหมดและพุ่งเข้าหายูรัน
ผลึกสีม่วงดำบนหน้าผากเปล่งแสงเจิดจ้า เส้นพลังสีดำแผ่ขยายไปทั่วใบหน้า จนกลิ่นอายของต้วนชางเฟิงเพิ่มสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
“ตายเสีย!”
เว่ยเส้าเทียนเห็นดังนั้นก็รีบรวบรวมพลังวารีไว้กลางฝ่ามือ
“คู่ต่อสู้ของแกคือข้า!”
หอกวารีสายหนึ่งพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง ก่อนกระแทกเข้าใส่ผลึกบนหน้าผากของต้วนชางเฟิงอย่างแม่นยำ
เปรี๊ยะ!
รอยแตกร้าวปรากฏขึ้นกลางผลึก
ต้วนชางเฟิงชะงักค้างกลางอากาศ
เพล้งงงง!
ผลึกสีม่วงดำแตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“ม่ายยยยยยยย!”
ต้วนชางเฟิงยกมือกุมหน้าผาก ก่อนกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง
“เนตรมารบรรพกาลของข้า!”
พลังสีม่วงดำภายในร่างของเขาสูญเสียการควบคุม ก่อนย้อนกลับมากลืนกินเจ้าของอย่างรวดเร็ว
“อ๊ากกกกกกกกกก!”
ร่างกายของต้วนชางเฟิงค่อย ๆ แห้งเหือด กระทั่งร่างของเขาสลายกลายเป็นเถ้าธุลีและปลิวหายไปกลางอากาศ
เหล่าศิษย์กับผู้อาวุโสด้านล่างตกอยู่ในความแตกตื่น
“ไม่นะ! ท่านเจ้าสำนักแพ้แล้ว!”
“เขามีเนตรมารบรรพกาลไม่ใช่หรือ? เหตุใดถึงถูกทำลายได้ง่ายเช่นนี้!”
“แม้แต่ท่านเจ้าสำนักยังแพ้ แล้วพวกเราจะเอาชนะคนสองคนนี้ได้อย่างไร?!”
บางคนเตรียมต่อสู้จนตัวตาย ขณะที่อีกหลายคนเริ่มหาทางหลบหนี
ยูรันสูดหายใจเข้าลึก ก่อนตะโกนลงไปด้านล่าง
“หุบปากกกกกก!”
เสียงของเขาดังก้องไปทั่วทั้งสำนัก จนทุกคนหยุดเคลื่อนไหวพร้อมกัน
“มันไม่ใช่เนตรมารบรรพกาลห่าหอกอะไรทั้งนั้น!”
“หึ พวกแกโชคดีไปที่ไม่มีเศษผลึกพวกนั้นอยู่ในร่าง”
“ไม่เช่นนั้นจุดจบคงไม่ต่างจากเจ้าสำนักของพวกแก”
เหล่าศิษย์กับผู้อาวุโสมองหน้ากัน ไม่มีผู้ใดกล้าขยับ
ยูรันโบกมือไล่
“เอาละ แยกย้ายไปได้แล้ว”
“สำนักพังหมดแล้วก็ไปหาสำนักใหม่อยู่เสีย ไป๊!”
ทุกคนยังคงยืนนิ่งด้วยความงุนงง
“เขาไม่ฆ่าพวกเราหรือ?”
“เป็นไปไม่ได้...พวกเรารอดแล้วจริง ๆ หรือ?”
“พวกแกจะให้ข้าเปลี่ยนใจหรืออย่างไร?”
ทันทีที่ยูรันถามจบ เหล่าศิษย์กับผู้อาวุโสก็รีบแยกย้ายกันหลบหนี ไม่มีผู้ใดกล้าอยู่ต่อแม้แต่คนเดียว
ยูรันเก็บกระจกกลับเข้าไป ก่อนหันไปหาเว่ยเส้าเทียน
“งานจบแล้ว น้องชาย พวกเรากลับกันเถอะ”
“เดี๋ยวข้าจะทำอาหารเที่ยงให้กิน”
เขาถอนหายใจอย่างผิดหวัง
“รอบนี้ก็กินแห้วอีกตามเคย ไม่พบเบาะแสเกี่ยวกับของที่ข้าตามหาเลยแม้แต่น้อย”
พูดจบ ยูรันก็คว้าไหล่เว่ยเส้าเทียน ก่อนพากันหายวับกลับไปยังตระกูลฉู่