คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 227 รอบนี้ก็กินแห้วอีกตามเคย8,598 ตัวอักษร

ตอนที่ 227 รอบนี้ก็กินแห้วอีกตามเคย

ยูรันหันไปมองต้วนชางเฟิง ก่อนเอียงศีรษะเล็กน้อย

“หืม?”

บนหน้าผากของเจ้าสำนักกระบี่ทลายฟ้ามีผลึกสีม่วงดำฝังอยู่ครึ่งหนึ่ง เส้นเลือดสีดำจำนวนมากแผ่กระจายออกจากผลึกราวกับรากไม้ ก่อนเชื่อมต่อเข้าไปในศีรษะของเขา

[ดูไอ้โง่นี่สิ เอาผลึกไปฝังไว้บนหน้าผากทำไม?]

ยูรันมองค่ายกลซึ่งแตกกระจายอยู่รอบสำนัก

[ส่วนค่ายกลพิทักษ์สำนักก็โคตรกระจอก]

[พื้นดินใต้ฐานค่ายกลถูกทำลายจนไม่มีอะไรให้ยึดเอาไว้ มันก็ต้องพังอยู่แล้ว]

[ใครเป็นคนต้นคิดว่าค่ายกลแบบนี้จะป้องกันการโจมตีจากใต้ดินได้กัน โง่ชิบ]

ต้วนชางเฟิงจ้องทั้งสองด้วยความโกรธเกรี้ยว

“พวกแกเป็นใคร?!”

“เหตุใดจึงบุกมาทำลายสำนักของข้า!”

ระหว่างตวาด เขาก็ปล่อยจิตสัมผัสออกมาตรวจสอบทั้งสองอย่างละเอียด

คนหนึ่งเป็นชายตาบอด มีตบะเพียงสร้างรากฐานขั้นสูง

[เดี๋ยวก่อน...สร้างรากฐานแล้วเหตุใดจึงลอยอยู่กลางอากาศได้?]

ส่วนอีกคนคือชายหนุ่มซึ่งมีตบะอยู่ถึงวิญญาณทารกขั้นสูง

ต้วนชางเฟิงหันไปจ้องเว่ยเส้าเทียนทันที

“เป็นแกเองสินะ!”

“แกคือคนที่ทำลายสำนักของข้า!”

เว่ยเส้าเทียนชะงัก

“ข้าหรือ?”

ยูรันตบไหล่เขาเบา ๆ

“อืม ในเมื่อมันเลือกเจ้าแล้วก็ตามนั้น”

“น้องชาย ถึงตาเจ้าออกแรงบ้างแล้ว”

เขาชี้ไปทางต้วนชางเฟิง

“ไปกระทืบมันเสีย”

“เล็งผลึกโง่ ๆ บนหน้าผากของมันด้วยนะ”

เว่ยเส้าเทียนถอนหายใจ ก่อนหันไปมองชายวัยกลางคนตรงหน้า

[ไอ้หมอนี่สินะที่ทำให้ข้ากับพวกนางต้องพบเจอกับปัญหาทั้งหมด]

เขาก้าวออกไปกลางอากาศ กลิ่นอายวิญญาณทารกขั้นสูงค่อย ๆ แผ่กระจายออกมา

“ข้า เว่ยเส้าเทียน จะเป็นผู้จัดการแกเอง”

“เตรียมตัวไว้ให้ดี ไอ้สวะต้วนชางเฟิง!”

ต้วนชางเฟิงชะงักทันที

[เว่ยเส้าเทียน? เหตุใดมันยังไม่ตาย?]

[ไม่สิ มันสูญเสียตบะไปแล้วไม่ใช่หรือ? เหตุใดพลังถึงกลับคืนมา แถมยังสูงกว่าเดิมอีกสองระดับ!]

[หรือว่ามันหลอมรวมไข่มุกสมุทรครามและปลุกกายาขึ้นมาได้แล้ว?]

ต้วนชางเฟิงชี้กระบี่ไปทางเว่ยเส้าเทียน

“ในเมื่อรนหาที่ตายนัก เว่ยเส้าเทียน วันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า!”

ยูรันซึ่งลอยดูอยู่ด้านข้างพลันเอียงศีรษะ

[เฮ้ย ๆ อย่าบอกนะว่าจะเหมือนในโฆษณา]

เว่ยเส้าเทียนยกมือขึ้นกวักเรียก

“โอหัง!”

“แน่จริงก็เข้ามา!”

ยูรันอ้าปากค้าง

[เชี่ย เหมือนเด๊ะ!]

[นี่มันบทในโฆษณาเซียงเพียวอิ๊วชัด ๆ!]

ต้วนชางเฟิงไม่รู้ว่ายูรันกำลังตกตะลึงเรื่องอะไร เขากระทืบอากาศและพุ่งออกไปทันที

เคร้งงงง!

คมกระบี่ฟันลงเหนือศีรษะเว่ยเส้าเทียน แต่กำแพงวารีหลายชั้นกลับรวมตัวขึ้นขวางเอาไว้ได้ทันเวลา

ปราณกระบี่ฉีกกำแพงวารีขาดไปหลายชั้น ก่อนเว่ยเส้าเทียนจะหมุนตัวซัดฝ่ามือสวนกลับ

“ฝ่ามือวารีถล่มสมุทร!”

ตู้ม!

คลื่นวารีกระแทกต้วนชางเฟิงจนถอยออกไปหลายจั้ง เขาพลิกกระบี่ฟันคลื่นน้ำออกเป็นสองส่วน แล้วเหวี่ยงปราณกระบี่กลับมาทันที

“กระบี่ทลายฟ้าเก้าชั้น!”

ปราณกระบี่เก้าสายแยกออกจากกัน ก่อนพุ่งเข้าหาเว่ยเส้าเทียนจากรอบด้าน

เว่ยเส้าเทียนยกมือทั้งสองขึ้น มวลน้ำจากแม่น้ำด้านล่างไหลมารวมตัวเป็นม่านน้ำขนาดใหญ่

“กำแพงสมุทร!”

ปราณกระบี่ทั้งเก้าสายพุ่งเข้าไปภายในม่านน้ำ ความเร็วลดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนถูกกระแสน้ำหมุนวนจนเบี่ยงออกจากเป้าหมาย

ต้วนชางเฟิงอาศัยม่านน้ำบดบังสายตาและปรากฏตัวขึ้นด้านหลัง

ฉึก!

คมกระบี่กรีดผ่านหัวไหล่ของเว่ยเส้าเทียน เกิดเป็นบาดแผลยาว

แต่เลือดเพิ่งไหลออกมา พลังวารีภายในร่างก็เริ่มสมานบาดแผลอย่างรวดเร็ว

ต้วนชางเฟิงขมวดคิ้ว

“กายานี่มันอะไรกัน?”

เว่ยเส้าเทียนหันกลับไปคว้าข้อมือของเขา

“จับได้แล้ว!”

หอกวารีสามสายก่อตัวขึ้นด้านหลัง ก่อนพุ่งตรงเข้าหาผลึกสีม่วงดำบนหน้าผากของต้วนชางเฟิง

ต้วนชางเฟิงเอียงศีรษะหลบ หอกสองสายเฉียดผ่านใบหน้า ส่วนสายสุดท้ายถูกกระบี่ปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด

เคร้ง!

ทั้งสองถูกแรงปะทะผลักออกจากกัน

[เหตุใดมันจึงเอาแต่เล็งผลึกบนหน้าผากของข้า?]

เว่ยเส้าเทียนไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายคิด เขากระทืบอากาศและพุ่งเข้าไปประชิดตัวอีกครั้ง

หมัดซึ่งห่อหุ้มด้วยกระแสน้ำปะทะกับคมกระบี่ ทั้งสองผลัดกันรุกและรับอย่างรวดเร็ว

ตู้ม! เคร้ง! ตู้ม!

คลื่นกระแทกจากการปะทะพัดฝุ่นควันด้านล่างแตกกระจาย กระเบื้องบนอาคารใกล้เคียงปลิวว่อน แต่ยังไม่รุนแรงพอจะทำลายยอดเขา

ต้วนชางเฟิงมีประสบการณ์ต่อสู้มากกว่า เพลงกระบี่ของเขาเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและคาดเดายาก หลายครั้งสามารถสร้างบาดแผลบนร่างเว่ยเส้าเทียนได้สำเร็จ

แต่ทุกครั้ง เว่ยเส้าเทียนจะดึงพลังจากสายน้ำรอบด้านมาฟื้นฟูร่างกาย

ในทางกลับกัน การโจมตีทุกครั้งของเขายังคงมุ่งตรงไปยังผลึกบนหน้าผากของต้วนชางเฟิง

“หมื่นกระบี่ผ่าพิภพ!”

เงากระบี่จำนวนมากปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนพุ่งลงมาราวกับห่าฝน

เว่ยเส้าเทียนกางแขน มวลน้ำขนาดหลายสิบจั้งรวมตัวขึ้นเหนือศีรษะและรับเงากระบี่ทั้งหมดเอาไว้

ต้วนชางเฟิงประสานมุทรา

“ระเบิด!”

ตู้มมมม!

ปราณกระบี่ระเบิดอยู่ภายในมวลน้ำ ส่งผลให้ละอองน้ำกระจายไปทั่วลาน เว่ยเส้าเทียนถูกแรงกระแทกซัดถอยลงไปหลายสิบจั้ง

ผลึกสีม่วงดำบนหน้าผากของต้วนชางเฟิงพลันสว่างขึ้น

เส้นแสงสีดำอมม่วงพุ่งออกจากผลึกและกระแทกเข้าใส่กลางอกเว่ยเส้าเทียน

เปรี้ยง!

ร่างของเขาร่วงลงกระแทกลานฝึกซึ่งพังเสียหายอยู่ก่อนแล้ว จนเกิดหลุมกว้างหลายจั้งและฝุ่นควันฟุ้งกระจาย

เหล่าศิษย์กระบี่ทลายฟ้าส่งเสียงโห่ร้อง

“ท่านเจ้าสำนักชนะแล้ว!”

“ผู้บุกรุกถูกเนตรมารจัดการแล้ว!”

ทว่าครู่ต่อมา คลื่นวารีก็ระเบิดออกจากกลางกลุ่มควัน

เว่ยเส้าเทียนทะยานกลับขึ้นมา แม้เสื้อผ้าจะขาดวิ่นและกลางอกมีรอยไหม้สีดำ แต่กลิ่นอายยังคงมั่นคง

“เจ็บใช้ได้เลยนี่!”

เขาประกบฝ่ามือ ละอองน้ำทั้งหมดซึ่งกระจายอยู่รอบลานหยุดนิ่งกลางอากาศ ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นเข็มวารีนับร้อย

“ไป!”

ฟิ้ววววว!

เข็มวารีพุ่งเข้าหาต้วนชางเฟิงจากทุกทิศทาง

ต้วนชางเฟิงหมุนกระบี่สร้างพายุคมดาบรอบกาย บดขยี้เข็มวารีทีละสาย

แต่เว่ยเส้าเทียนซ่อนหอกวารีเอาไว้ท่ามกลางพวกมัน

ฉึก!

หอกวารีทะลุผ่านแนวป้องกัน ก่อนเฉียดผลึกบนหน้าผากไปเพียงเล็กน้อย

ต้วนชางเฟิงรีบถอยออกไป

[อีกแล้ว! มันเล็งผลึกอีกแล้ว!]

[แต่มันรู้ได้อย่างไรว่านี่คือเนตรมารบรรพกาล?]

เขามองวิชาวารีของเว่ยเส้าเทียน ก่อนกวาดสายตาไปยังลาวาซึ่งยังคงไหลอยู่ตามรอยแยกทั่วสำนัก

[เดี๋ยวก่อน กายาของมันเกี่ยวข้องกับวารีอย่างชัดเจน]

[ตั้งแต่เริ่มต่อสู้ มันใช้เพียงวิชาสายน้ำ ไม่มีกลิ่นอายของธาตุดินหรือธาตุไฟแม้แต่น้อย]

[แล้วมันจะเรียกลาวาปริมาณมหาศาลขึ้นมาทำลายสำนักได้อย่างไร?]

ต้วนชางเฟิงหันขวับไปทางยูรัน

ชายตาบอดยังคงลอยกอดอกอยู่ที่เดิม กลิ่นอายบนร่างมีเพียงสร้างรากฐานขั้นสูง

[ไอ้ตาบอดนั่นก็ไม่น่าทำได้เช่นกัน]

[หรือว่ายังมีคนอื่นซ่อนตัวอยู่?]

ระหว่างที่ต้วนชางเฟิงเสียสมาธิ เว่ยเส้าเทียนก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง

หมัดวารีกระแทกเข้าใส่กลางใบหน้าจนต้วนชางเฟิงกระเด็นออกไปหลายจั้ง เลือดไหลจากมุมปาก

เขาฝืนหยุดร่างกลางอากาศ แต่สายตายังคงจ้องยูรันไม่วาง

ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

สุดท้ายต้วนชางเฟิงจึงตวาดถาม

“ผู้ที่ทำลายสำนักของข้า...”

“ไม่ใช่เว่ยเส้าเทียน แต่เป็นแกใช่หรือไม่?!”

ยูรันเอียงศีรษะ ก่อนตอบด้วยสีหน้าใสซื่อ

“อ๋อ ไม่ใช่ฝีมือข้าหรอก”

“พอดีพื้นดินใต้สำนักของแกยุบตัวอยู่ก่อนแล้ว ข้าเพียงสะกิดไปนิดหน่อย ทุกอย่างก็เลยพังลงมาเอง”

ต้วนชางเฟิงนิ่งค้างกลางอากาศ

เว่ยเส้าเทียนถึงกับหยุดโจมตีชั่วขณะ ก่อนหันกลับมามองยูรันด้วยสีหน้าว่างเปล่า

เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสด้านล่างมองลาวาซึ่งยังคงไหลผ่านซากสำนัก ก่อนตะโกนขึ้นพร้อมกัน

“เชื่อก็หมาแล้วโว้ย!”

ยูรันก้มมองพวกเขา

“พวกแกไม่เชื่อหรือ?”

เสียงตอบกลับดังกระหึ่มยิ่งกว่าเดิม

“ใครจะไปเชื่อลงกัน!”

ยูรันถอนหายใจอย่างผิดหวัง

“เฮ้อ คนสมัยนี้พูดความจริงกลับไม่มีใครเชื่อ”

คำตอบของยูรันทำให้ต้วนชางเฟิงโกรธจัดจนสูญเสียสติ

“บัดซบ!”

เขาเลิกสนใจเว่ยเส้าเทียน ก่อนระเบิดพลังทั้งหมดและพุ่งเข้าหายูรัน

ผลึกสีม่วงดำบนหน้าผากเปล่งแสงเจิดจ้า เส้นพลังสีดำแผ่ขยายไปทั่วใบหน้า จนกลิ่นอายของต้วนชางเฟิงเพิ่มสูงขึ้นอย่างฉับพลัน

“ตายเสีย!”

เว่ยเส้าเทียนเห็นดังนั้นก็รีบรวบรวมพลังวารีไว้กลางฝ่ามือ

“คู่ต่อสู้ของแกคือข้า!”

หอกวารีสายหนึ่งพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง ก่อนกระแทกเข้าใส่ผลึกบนหน้าผากของต้วนชางเฟิงอย่างแม่นยำ

เปรี๊ยะ!

รอยแตกร้าวปรากฏขึ้นกลางผลึก

ต้วนชางเฟิงชะงักค้างกลางอากาศ

เพล้งงงง!

ผลึกสีม่วงดำแตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“ม่ายยยยยยยย!”

ต้วนชางเฟิงยกมือกุมหน้าผาก ก่อนกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง

“เนตรมารบรรพกาลของข้า!”

พลังสีม่วงดำภายในร่างของเขาสูญเสียการควบคุม ก่อนย้อนกลับมากลืนกินเจ้าของอย่างรวดเร็ว

“อ๊ากกกกกกกกกก!”

ร่างกายของต้วนชางเฟิงค่อย ๆ แห้งเหือด กระทั่งร่างของเขาสลายกลายเป็นเถ้าธุลีและปลิวหายไปกลางอากาศ

เหล่าศิษย์กับผู้อาวุโสด้านล่างตกอยู่ในความแตกตื่น

“ไม่นะ! ท่านเจ้าสำนักแพ้แล้ว!”

“เขามีเนตรมารบรรพกาลไม่ใช่หรือ? เหตุใดถึงถูกทำลายได้ง่ายเช่นนี้!”

“แม้แต่ท่านเจ้าสำนักยังแพ้ แล้วพวกเราจะเอาชนะคนสองคนนี้ได้อย่างไร?!”

บางคนเตรียมต่อสู้จนตัวตาย ขณะที่อีกหลายคนเริ่มหาทางหลบหนี

ยูรันสูดหายใจเข้าลึก ก่อนตะโกนลงไปด้านล่าง

“หุบปากกกกกก!”

เสียงของเขาดังก้องไปทั่วทั้งสำนัก จนทุกคนหยุดเคลื่อนไหวพร้อมกัน

“มันไม่ใช่เนตรมารบรรพกาลห่าหอกอะไรทั้งนั้น!”

“หึ พวกแกโชคดีไปที่ไม่มีเศษผลึกพวกนั้นอยู่ในร่าง”

“ไม่เช่นนั้นจุดจบคงไม่ต่างจากเจ้าสำนักของพวกแก”

เหล่าศิษย์กับผู้อาวุโสมองหน้ากัน ไม่มีผู้ใดกล้าขยับ

ยูรันโบกมือไล่

“เอาละ แยกย้ายไปได้แล้ว”

“สำนักพังหมดแล้วก็ไปหาสำนักใหม่อยู่เสีย ไป๊!”

ทุกคนยังคงยืนนิ่งด้วยความงุนงง

“เขาไม่ฆ่าพวกเราหรือ?”

“เป็นไปไม่ได้...พวกเรารอดแล้วจริง ๆ หรือ?”

“พวกแกจะให้ข้าเปลี่ยนใจหรืออย่างไร?”

ทันทีที่ยูรันถามจบ เหล่าศิษย์กับผู้อาวุโสก็รีบแยกย้ายกันหลบหนี ไม่มีผู้ใดกล้าอยู่ต่อแม้แต่คนเดียว

ยูรันเก็บกระจกกลับเข้าไป ก่อนหันไปหาเว่ยเส้าเทียน

“งานจบแล้ว น้องชาย พวกเรากลับกันเถอะ”

“เดี๋ยวข้าจะทำอาหารเที่ยงให้กิน”

เขาถอนหายใจอย่างผิดหวัง

“รอบนี้ก็กินแห้วอีกตามเคย ไม่พบเบาะแสเกี่ยวกับของที่ข้าตามหาเลยแม้แต่น้อย”

พูดจบ ยูรันก็คว้าไหล่เว่ยเส้าเทียน ก่อนพากันหายวับกลับไปยังตระกูลฉู่