ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 235 พี่สาวไม่เห็นใครเลยนะ
ยูรันลดมือลง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เมื่อครู่ผู้ใดเป็นคนชกไอ้หมอนั่นจนกระเด็นเข้าไปทำลายโต๊ะอาหารของข้า?”
ชายหนุ่มทุกคนซึ่งนอนกองอยู่บนพื้นต่างเงียบกริบ ไม่มีผู้ใดยอมรับแม้แต่คนเดียว
ปรี๊ด!
เส้นเลือดบนขมับของยูรันปูดขึ้นอีกครั้ง
“อืม เงียบกันดีนัก”
“เช่นนั้นก็มาเป็นเครื่องสังเวยให้มื้ออาหารของข้าวันนี้เถอะ ไอ้พวกหนอนแมลง”
ยูรันประสานมุทราอย่างรวดเร็ว
“คาถาน้ำ เสาวารีพิทักษ์!”
ตูม!
เสาน้ำขนาดใหญ่หลายต้นพวยพุ่งขึ้นจากพื้นถนนพร้อมกัน ร่างของชายหนุ่มทุกคนถูกกระแสน้ำกระแทกจนลอยขึ้นไปกลางอากาศ
พวกเขายังไม่ทันตกลงมา ยูรันก็เปลี่ยนมุทราอีกครั้ง
มวลน้ำทั่วทั้งถนนไหลมารวมกัน ก่อนก่อตัวเป็นมังกรวารีขนาดมหึมา
เกล็ดน้ำโปร่งใสเรียงตัวทั่วร่าง ดวงตาของมันเปล่งประกายเย็นเยียบ ก่อนส่งเสียงคำรามกึกก้อง
โฮก!
“คาถาน้ำ กระสุนมังกรวารี!”
มังกรวารีพุ่งทะยานเข้าใส่กลุ่มชายหนุ่มกลางอากาศทันที
ตูมมมมม!
ร่างทุกคนถูกกระแทกซ้ำจนปลิวข้ามถนน ตกลงไปกองรวมกันอยู่หน้ากำแพงอีกฝั่ง บ้างกระอักเลือด บ้างหมดสติ แต่ไม่มีผู้ใดเสียชีวิต
ทั่วทั้งถนนเงียบสงัด
มู่เสวี่ยหนิงมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้าง
ส่วนหญิงสาวผู้แต่งกายเหมือนบัณฑิตกลับมองยูรันด้วยสีหน้าซับซ้อน
[เพียงเพราะอาหารหก เขาจึงใช้วิชาธาตุน้ำสองกระบวนท่าติดต่อกันเลยหรือ?]
[ศิษย์น้องของข้าคนนี้ใจร้อนเกินไปแล้วกระมัง]
ยูรันสะบัดน้ำออกจากแขนเสื้อ ก่อนหันไปทางเจ้าของภัตตาคาร
“คิดค่าอาหารกับค่าโต๊ะทั้งหมดเท่าไร?”
เจ้าของร้านตอบด้วยเสียงสั่น
“มะ ไม่ต้องจ่ายก็ได้ขอรับ”
ยูรันขมวดคิ้ว
“ไม่ได้ ข้าเป็นคนมีหลักการ”
เขาหยิบถุงเงินออกมา ก่อนโยนให้เจ้าของร้าน
“เอ้านี่ สองพันเหรียญ พอหรือไม่?”
เจ้าของร้านเปิดถุงดู ก่อนมือทั้งสองข้างจะสั่นหนักกว่าเดิม
“สะ สองพันเหรียญ! มากเกินไปแล้วขอรับ ต่อให้รวมค่าอาหาร โต๊ะ หน้าต่าง และค่าซ่อมร้านทั้งหมดก็ยังเหลืออีกมาก!”
“เช่นนั้นเงินที่เหลือก็ถือเป็นค่าทำความสะอาด”
“แต่—”
“รับไว้เถอะ ข้าไม่ชอบติดหนี้ใคร”
เจ้าของร้านรีบประสานมือคารวะ
“ขอบพระคุณคุณชาย!”
หญิงสาวผู้แต่งกายเหมือนบัณฑิตมองถุงเงินในมือเจ้าของร้าน ก่อนเหลือบมองยูรันด้วยแววตาประหลาดใจ
[สองพันเหรียญ มากกว่าค่าเสียหายทั้งหมดหลายเท่าแท้ ๆ]
[แม้ปากจะพูดจาไม่เกรงใจใคร แต่เรื่องที่ควรรับผิดชอบกลับไม่หลีกเลี่ยงแม้แต่น้อย]
[ศิษย์น้องผู้นี้ดูเหมือนจะมีหลักการของตนเองจริง ๆ]
ยูรันไม่สนใจสายตาของผู้คน เขาหันหลังแล้วเดินออกไปทันที
“อารมณ์เสียจริง ๆ ไอ้พวกสวะนี่จะต่อยตีกันทั้งที เหตุใดไม่ไปตีกันไกล ๆ?”
“ทำไมข้าถึงชอบเจอเรื่องแบบนี้อยู่เรื่อย?”
หญิงสาวผู้แต่งกายเหมือนบัณฑิตรีบวิ่งตามไป
“รอเดี๋ยว น้องชาย!”
“รอพี่สาวคนนี้ด้วย!”
ยูรันยังคงเดินต่อโดยไม่คิดชะลอฝีเท้า
“ท่านก็รีบเดินเข้าสิ”
“เจ้าเดินเร็วเกินไปแล้ว!”
“ท่านอยู่แก่นทองคำขั้นสูง แต่ตามคนขอบเขตสร้างรากฐานไม่ทัน ยังมีหน้ามาบ่นอีกหรือ?”
หญิงสาวกัดฟัน ก่อนเร่งฝีเท้าขึ้นมาเดินเคียงข้างเขา
“แล้วสตรีผู้นั้นเล่า? เจ้าไม่คิดจะพูดคุยกับนางสักหน่อยหรือ?”
“เหตุใดข้าต้องคุยกับนาง?”
“เจ้าเพิ่งช่วยนางเอาไว้นะ”
“ข้าไม่ได้ช่วยนาง ข้าเพียงจัดการคนที่ทำอาหารของข้าหก”
ด้านหลัง มู่เสวี่ยหนิงซึ่งกำลังจะเดินเข้ามากล่าวขอบคุณพลันหยุดฝีเท้า
ยูรันกับหญิงสาวเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีผู้ใดหันกลับมา
มู่เสวี่ยหนิงมองตามแผ่นหลังของเขาด้วยแววตาซับซ้อน
“เขาไม่ได้ลงมือเพื่อช่วยข้าจริง ๆ หรือ?”
เจ้าของร้านซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ ตอบอย่างจริงใจ
“จากสีหน้าของคุณชายผู้นั้น...ข้าคิดว่าเขาโกรธเพราะอาหารหกจริง ๆ ขอรับ”
ยูรันเดินหาโรงเตี๊ยมอยู่พักหนึ่ง ก่อนตัดสินใจว่าจะหยุดพักและนอนให้เต็มอิ่มสักวัน
หญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ ก่อนใช้พัดปิดรอยยิ้ม
“นี่ ๆ น้องชาย พวกเราพักห้องเดียวกันเป็นอย่างไร?”
“พี่สาวคนนี้ก็งดงามไม่เบานะ”
ยูรันหลี่ตามองนางอย่างระแวดระวัง
“ไม่ใช่ว่า...อืม ท่านไม่คิดจะออกเงิน แล้วกำลังหลอกให้ข้าจ่ายค่าห้องคนเดียวใช่หรือไม่?”
รอยยิ้มของหญิงสาวแข็งค้างทันที
“เหตุใดเจ้าจึงคิดถึงเรื่องเงินก่อนเรื่องอื่น?”
“เพราะท่านดูเหมือนคนที่จะทำแบบนั้น”
“พี่สาวกำลังมอบโอกาสให้เจ้าได้นอนร่วมห้องกับสตรีงดงามนะ!”
“อืม เช่นนั้นท่านจ่าย”
ยูรันพยักหน้าช้า ๆ
“หึ ดูเหมือนข้าจะเดาถูกจริง ๆ”
หญิงสาวรีบแก้ตัว
“ข้าเพียงเห็นว่าพวกเรากำลังร่วมเดินทาง จึงคิดว่าควรประหยัดค่าใช้จ่าย!”
“ข้ารวย ไม่จำเป็นต้องประหยัด”
“แต่ความประหยัดเป็นคุณธรรมของบัณฑิต”
“เกี่ยวอะไรกับบัณฑิตอีกแล้ว?”
“บัณฑิตย่อมรู้จักใช้ทรัพย์สินอย่างมีปัญญา!”
ยูรันจ้องนางอยู่ครู่หนึ่ง
[หาเหตุผลไม่ออกก็โยนทุกอย่างให้บัณฑิตสินะ]
เขาหันไปหาเจ้าของโรงเตี๊ยม
“ขอสองห้อง”
หญิงสาวรีบกล่าวแทรก
“ห้องเดียวก็พอ!”
“สองห้อง”
“ห้องเดียว!”
เจ้าของโรงเตี๊ยมมองทั้งสองสลับกัน ก่อนกล่าวอย่างระมัดระวัง
“เอ่อ...ตอนนี้เหลือห้องชั้นดีเพียงห้องเดียวขอรับ”
หญิงสาวคลี่พัดออกพร้อมรอยยิ้มของผู้ชนะ
“ดูเหมือนสวรรค์ต้องการให้พวกเราพักห้องเดียวกันนะ น้องชาย”
ยูรันมุมปากกระตุก
“บัดซบ...แล้วในห้องมีกี่เตียง?”
เจ้าของโรงเตี๊ยมรีบตอบ
“สองเตียงขอรับ”
“ใช้ได้ ห้องเดียวก็ห้องเดียว”
ยูรันโยนถุงเงินลงบนโต๊ะ ก่อนรับป้ายห้องแล้วเดินขึ้นบันไดทันที
หญิงสาวรีบตามไป
“เดี๋ยวก่อนสิ น้องชาย!”
“นี่เจ้ารังเกียจสาวงามถึงเพียงนั้นเลยหรือ? พอได้ยินว่ามีสองเตียงกลับตอบตกลงทันที ไม่คิดอยากร่วมเตียงกับพี่สาวบ้างเลยหรืออย่างไร?”
ยูรันไม่แม้แต่จะหันกลับมา
“ข้ามาที่นี่เพื่อนอนหลับพักผ่อน ไม่ได้มาหาเรื่องใส่ตัว”
“การนอนกับพี่สาวเรียกว่าหาเรื่องใส่ตัวหรือ?”
“ท่านน่าสงสัยไปทั้งตัว ข้ายังกลัวตื่นมาแล้วของในแหวนมิติจะหายไปหมดด้วยซ้ำ”
ในจังหวะนั้น มู่เสวี่ยหนิงเดินเข้ามาภายในโรงเตี๊ยมพอดี นางพักอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เมื่อคืน จึงไม่ได้ตั้งใจตามทั้งสองคนมาแต่อย่างใด
ทว่าสิ่งแรกที่นางได้ยินกลับเป็นคำว่า ‘ร่วมเตียง’
มู่เสวี่ยหนิงเงยหน้ามอง ก่อนพบยูรันกับหญิงสาวผู้สง่างามกำลังเดินขึ้นบันไดไปด้วยกัน
นางชะงักฝีเท้า
[ที่แท้คุณชายผู้นั้นมีคนรักร่วมทางมาด้วย]
[มิน่าเขาจึงไม่สนใจข้าแม้แต่น้อย]
หญิงสาวผู้แต่งกายเหมือนบัณฑิตสัมผัสได้ถึงสายตาจากด้านล่าง นางเหลือบมองมู่เสวี่ยหนิง ก่อนยกมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์แล้วคล้องแขนยูรันเอาไว้
“น้องชาย อย่าเย็นชากับพี่สาวนักสิ”
ยูรันหยุดเดิน ก่อนก้มหน้าลงทางแขนของตนเอง
“อย่ามาเกาะแกะ ปล่อยนะโว้ย!”
หญิงสาวกลับกอดแขนเขาแน่นกว่าเดิม
“ไม่เอา ข้ากลัวล้ม”
“ตอแหล!”
“น้องชาย อย่าใจร้ายกับพี่สาวนักสิ”
“ท่านอยู่แก่นทองคำขั้นสูง ต่อให้กระโดดลงมาจากชั้นสิบก็ไม่ตาย จะกลัวบันไดไม่กี่ขั้นทำไม!”
“เรื่องตบะกับการกลัวความสูงไม่เกี่ยวกันนี่”
“โรงเตี๊ยมมีแค่สามชั้น!”
“สามชั้นก็สูงนะ”
“ปล่อย!”
“ไม่ปล่อย”
ยูรันพยายามดึงแขนออก แต่นางกลับเกาะแน่นราวกับปลิง
เจ้าของโรงเตี๊ยมมองตามทั้งสอง ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ
“คุณชายกับฮูหยินช่างรักใคร่กันดีจริง ๆ”
“นางไม่ใช่ฮูหยินข้า!”
ยูรันรีบปฏิเสธทันที
หญิงสาวกลับซบไหล่เขาแล้วถอนหายใจ
“สามีของข้าขี้อายเล็กน้อย พวกท่านอย่าใส่ใจเลย”
“ใครเป็นสามีท่านกัน!”
มู่เสวี่ยหนิงซึ่งยืนอยู่ด้านล่างพลันเข้าใจทุกอย่างในแบบของตนเอง
[ที่แท้ทั้งสองเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ]
[ดูเหมือนพวกเขาจะชอบหยอกล้อกันเช่นนี้สินะ]
ยูรันลากหญิงสาวขึ้นมาถึงหน้าห้องอย่างยากลำบาก ก่อนเปิดประตูแล้วสะบัดแขนออกจากนางทันที
“เลิกเล่นได้แล้ว!”
หญิงสาวปล่อยมืออย่างว่าง่าย ก่อนเดินเข้าไปในห้องด้วยท่าทางสง่างามราวกับคนเมื่อครู่ไม่ใช่นาง
ยูรันหลี่ตามอง
“เมื่อครู่ท่านเห็นแม่นางคนนั้นอยู่ด้านล่าง จึงจงใจทำให้นางเข้าใจผิดใช่หรือไม่?”
“ผู้ใดหรือ?”
หญิงสาวคลี่พัดออกด้วยสีหน้าไร้เดียงสา
“พี่สาวไม่เห็นใครเลยนะ”
ยูรันไม่สนใจนางอีก เขาเดินตรงไปยังเตียงด้านใน ก่อนทิ้งตัวลงนอนโดยไม่แม้แต่จะถอดเสื้อคลุม
เพียงไม่กี่ลมหายใจ เสียงหายใจของเขาก็กลับมาสม่ำเสมอ
หญิงสาวซึ่งกำลังจะกล่าวอะไรบางอย่างชะงักไป
[หืม? หลับแล้วหรือ?]
[เร็วเกินไปแล้วกระมัง]
นางเดินเข้ามาใกล้ ก่อนใช้พัดโบกผ่านใบหน้าของเขาหลายครั้ง
ยูรันไม่มีปฏิกิริยาแม้แต่น้อย
“น้องชาย?”
ไร้เสียงตอบรับ
หญิงสาวจึงโน้มตัวลงไปพิจารณาใบหน้าของเขาใกล้ ๆ
ยามตื่น ยูรันมักพูดจากวนประสาทและทำสีหน้าไม่แยแสอยู่ตลอดเวลา ทว่าเมื่อหลับสนิท ใบหน้าของเขากลับดูสงบนิ่งกว่าปกติมาก
[อืม...พอมองดูดี ๆ ศิษย์น้องคนนี้ก็หล่อเหลาไม่เบาเลยนี่]
มุมปากของนางค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
[ฮี่ ๆ ในเมื่อนอนหลับไม่รู้เรื่องเช่นนี้ ข้าควรแกล้งอะไรเขาสักหน่อยดีหรือไม่?]