คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 238 อืม เช่นนั้นก็นับว่าไม่มีข้อเสีย7,905 ตัวอักษร

ตอนที่ 238 อืม เช่นนั้นก็นับว่าไม่มีข้อเสีย

“เอาละ ข้าไปร้านขายโอสถหาซื้อสูตรก่อนดีกว่า”

“อีกไม่นานก็จะมืดแล้ว หากร้านปิดขึ้นมา เดี๋ยวข้าจะไม่มีสูตรใช้พรุ่งนี้”

เขายกมุมปากอย่างอารมณ์ดี

“ฮี่ ๆ”

มู่เสวี่ยหนิงกับหญิงสาวผู้แต่งกายเหมือนบัณฑิตหยุดเดินพร้อมกัน

“เดี๋ยวก่อนนะเจ้าคะ”

มู่เสวี่ยหนิงรีบเดินมาขวางหน้าเขา

“อย่าบอกนะว่าตอนนี้คุณชายไม่มีสูตรโอสถอยู่กับตัวเลย?”

“อืม ไม่มี”

“แล้วท่านกล้ารับคำท้าประลองได้อย่างไร?!”

“ก็ไปซื้อเอาตอนนี้ไง”

“……”

หญิงสาวผู้แต่งกายเหมือนบัณฑิตยกมือกุมหน้าผาก

“เจ้าจะใช้สูตรที่เพิ่งซื้อคืนนี้ในการแข่งขันพรุ่งนี้หรือ?”

“ถูกต้อง”

“แล้วเจ้าจะฝึกหลอมเมื่อใด?”

“ต้องฝึกด้วยหรือ?”

“……”

มู่เสวี่ยหนิงสูดหายใจเข้าลึกหลายครั้ง

“คุณชาย การหลอมโอสถแต่ละชนิดต้องอาศัยความคุ้นเคยกับวัตถุดิบ ลำดับการสกัด อุณหภูมิ และจังหวะผสานโอสถ ต่อให้เป็นสูตรระดับเดียวกันก็อาจต้องทดลองหลายสิบครั้งกว่าจะสำเร็จนะเจ้าคะ!”

“อ๋อหรือ?”

ยูรันพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนกล่าวต่อ

“แต่นั่นหมายถึงคนอื่น ไม่ใช่ข้า”

“ในเมื่อข้าหลอมสำเร็จได้ตั้งแต่ครั้งแรก แล้วข้าจะฝึกไปทำไม?”

หญิงสาวผู้แต่งกายเหมือนบัณฑิตหันไปสบตามู่เสวี่ยหนิง

“ตอนนี้ข้าเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเขามั่นใจ หรือไม่รู้เรื่องอะไรเลยกันแน่”

มู่เสวี่ยหนิงถอนหายใจ

“ข้าเองก็แยกไม่ออกแล้วเจ้าค่ะ”

ทั้งสองไม่มีทางเลือก จึงรีบเดินตามยูรันไปยังร้านขายโอสถก่อนที่เขาจะซื้อสูตรประหลาดมาใช้แข่งขันจริง ๆ

ทั้งสามเดินทางมาถึงร้านโอสถขนาดใหญ่ใจกลางเมืองก่อนพระอาทิตย์ตกไม่นาน

ทันทีที่ก้าวเข้าไป ยูรันก็เดินตรงไปยังเคาน์เตอร์

“เถ้าแก่ มีสูตรโอสถระดับสิบหรือไม่? เอามาให้ข้าสักสูตรสิ”

เถ้าแก่ซึ่งกำลังตรวจบัญชีชะงัก ก่อนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น

“ระดับ...อะไรนะขอรับ?”

“ระดับสิบ”

“……”

เถ้าแก่หันไปมองมู่เสวี่ยหนิงกับหญิงสาวอีกคน ราวกับต้องการถามว่าชายตาบอดตรงหน้ามีปัญหาทางสมองหรือไม่

มู่เสวี่ยหนิงรีบส่ายหน้า แสดงว่านางเองก็ไม่เกี่ยวข้อง

เถ้าแก่กระแอมเบา ๆ

“คุณชาย สูตรโอสถระดับสิบเป็นสิ่งที่มีอยู่เพียงในตำนาน ร้านเล็ก ๆ ของข้าจะมีได้อย่างไร?”

“เช่นนั้นระดับเก้า?”

“ไม่มีขอรับ”

“ระดับแปด?”

“ไม่มี”

“เจ็ด?”

“ก็ไม่มีขอรับ”

ยูรันเริ่มขมวดคิ้ว

“แล้วระดับหกล่ะ?”

เถ้าแก่เงียบไปเล็กน้อย

“มีเพียงสูตรที่ไม่สมบูรณ์ครึ่งฉบับ และเป็นสมบัติประจำร้านซึ่งไม่ขายขอรับ”

ยูรันตบเคาน์เตอร์เบา ๆ

“แล้วร้านโอสถของเจ้ามีอะไรขายบ้างเนี่ย?”

“……”

เถ้าแก่สูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์

“ร้านของเรามีสูตรโอสถระดับห้าถึงสิบสามชนิด นับว่ามากที่สุดในเมืองธาราครามแล้วขอรับ!”

“มีแค่ระดับห้าเองหรือ?”

มู่เสวี่ยหนิงมุมปากกระตุก

“คุณชาย สูตรระดับห้าแต่ละสูตรมีมูลค่าสูงมากนะเจ้าคะ แม้แต่นักหลอมโอสถทั่วไปยังไม่มีโอกาสได้เห็นด้วยซ้ำ”

“อ๋อ”

ยูรันถอนหายใจอย่างผิดหวัง

“เช่นนั้นเอาสูตรระดับห้าทั้งสิบสามชนิดมาให้ข้า”

เถ้าแก่กะพริบตา

“ทั้งหมดหรือขอรับ?”

“อืม ข้าขี้เกียจเลือก”

“แต่ราคารวมทั้งหมดหนึ่งล้านสามแสนเหรียญนะขอรับ”

ยูรันหยิบแหวนมิติออกมาวางบนเคาน์เตอร์

“เอาไปหนึ่งล้านห้าแสน ที่เหลือเป็นค่าห่อ”

“……”

เถ้าแก่รีบคว้าแหวนมิติมาตรวจสอบ ก่อนรอยยิ้มจะปรากฏขึ้นเต็มใบหน้า

“คุณชายโปรดรอสักครู่! ข้าจะนำสูตรทั้งหมดมาให้เดี๋ยวนี้!”

มู่เสวี่ยหนิงมองยูรันอย่างพูดไม่ออก

“คุณชายซื้อสูตรโอสถระดับห้ารวดเดียวสิบสามชนิด เพียงเพราะขี้เกียจเลือกหรือเจ้าคะ?”

“อืม เก็บไว้ก่อน เดี๋ยวสักวันคงได้ใช้”

หญิงสาวผู้แต่งกายเหมือนบัณฑิตถอนหายใจ

[ดูเหมือนศิษย์น้องของข้าจะไม่ได้เพียงผิดปกติ แต่ยังร่ำรวยจนใช้เงินโดยไม่ต้องคิดด้วย]

หลังจากได้รับสูตรทั้งสิบสามชนิดมาแล้ว ยูรันก็เก็บทุกอย่างเข้าแหวนมิติ ก่อนเดินออกจากร้าน

มู่เสวี่ยหนิงคิดว่าเรื่องคงจบเพียงเท่านี้ แต่ยูรันกลับเลี้ยวเข้าไปในร้านโอสถอีกแห่งซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามทันที

เขาเดินไปหยุดหน้าเคาน์เตอร์

“อาเจ๊ ร้านนี้มีสูตรโอสถระดับสิบหรือไม่?”

หญิงวัยกลางคนซึ่งเป็นเจ้าของร้านค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง

“เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?”

“อาเจ๊”

“ข้าเพิ่งอายุสามสิบหก!”

“อืม เช่นนั้นก็อาเจ๊ถูกแล้วไม่ใช่หรือ?”

“……”

มู่เสวี่ยหนิงรีบเดินเข้ามาห้าม

“เถ้าแก่เนี้ย โปรดอย่าถือสา เขาเพียงใช้คำพูดแปลกไปเล็กน้อยเจ้าค่ะ”

เจ้าของร้านสูดหายใจเข้าลึก ก่อนตอบอย่างไม่สบอารมณ์

“ไม่มีสูตรระดับสิบ!”

“ระดับเก้า?”

“ไม่มี!”

“แปด?”

“ไม่มี!”

“เจ็ด?”

“ก็ไม่มี!”

“หก?”

หญิงวัยกลางคนนิ่งไปเล็กน้อย

“มีสูตรระดับหกอยู่หนึ่งฉบับ แต่ไม่ขาย”

ยูรันถอนหายใจ

“เหตุใดทุกร้านถึงชอบนำของที่ไม่ขายออกมาตั้งไว้ด้วย?”

“ข้าไม่ได้ตั้งไว้ เจ้าเป็นคนถามเอง!”

“อ๋อ เช่นนั้นสูตรระดับห้ามีกี่ชนิด?”

“เก้าชนิด”

“เอามาทั้งหมด”

“……”

เจ้าของร้านมองเขาอย่างระแวดระวัง

“เจ้ามีเงินจ่ายหรือ?”

ยูรันวางแหวนมิติลงบนเคาน์เตอร์

“คิดเงินเอาเอง”

หลังจากจ่ายไปอีกเก้าแสนเหรียญ ทั้งสามก็ออกจากร้าน

ทว่าคราวนี้ยูรันเดินต่อไปยังร้านโอสถแห่งที่สามทันที

หญิงสาวผู้แต่งกายเหมือนบัณฑิตรีบคว้าแขนเขา

“เดี๋ยวก่อน เจ้าจะไปที่ใดอีก?”

“ถามหาร้านต่อไป”

“เจ้าเพิ่งซื้อสูตรระดับห้ามายี่สิบสองชนิดแล้วนะ!”

“แต่ยังไม่พบสูตรระดับสิบ”

มู่เสวี่ยหนิงอดถามไม่ได้

“คุณชายคิดจริง ๆ หรือว่าจะมีร้านใดในเมืองนี้ขายสูตรระดับสิบ?”

“ไม่รู้ ข้ายังถามไม่ครบทุกร้าน จะสรุปว่าไม่มีได้อย่างไร?”

“……”

หนึ่งชั่วยามต่อมา ทั้งสามเดินออกจากร้านโอสถแห่งสุดท้ายภายในเมือง

ยูรันมีสูตรโอสถระดับห้าเพิ่มขึ้นรวมสี่สิบเอ็ดชนิด ขณะที่เงินหายไปหลายล้านเหรียญ

แต่สูตรระดับสิบยังคงไม่มีแม้แต่เงา

ยูรันถอนหายใจอย่างผิดหวัง

“เมืองนี้ยากจนจริง ๆ”

มู่เสวี่ยหนิงกับหญิงสาวผู้แต่งกายเหมือนบัณฑิตมองหน้ากัน

พวกนางเริ่มสงสารร้านโอสถทั้งเมืองขึ้นมาแล้ว

ระหว่างเดินกลับโรงเตี๊ยม ยูรันพลันหยุดฝีเท้าหน้าแผงขายของเล็ก ๆ ริมถนน

ผู้ขายเป็นหญิงชราผมขาว นางนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่า ๆ เบื้องหน้ามีขวดแตก เศษหยก สมุนไพรแห้ง และตำราโบราณวางปะปนกันอย่างไร้ระเบียบ

ยูรันหันไปทางกระดาษสีเหลืองแผ่นหนึ่งซึ่งถูกใช้รองขาโต๊ะ

“หืม?”

เขาย่อตัวลง

“ท่านยาย ขายอะไรหรือ?”

หญิงชราเงยหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้า

“ของเก่าเก็บทั้งนั้น คุณชายสนใจสิ่งใดก็เลือกดูได้”

ยูรันชี้ไปยังกระดาษใต้ขาโต๊ะ

“กระดาษแผ่นนั้นดูน่าสงสัย ข้าขอดูหน่อยได้หรือไม่?”

มู่เสวี่ยหนิงมองตาม ก่อนพบว่ามันเป็นเพียงกระดาษเก่าซึ่งไม่มีแม้แต่ตัวอักษร

“คุณชาย นั่นดูเหมือนกระดาษเปล่านะเจ้าคะ”

“เพราะดูเหมือนกระดาษเปล่านี่แหละจึงน่าสงสัย”

หญิงชรายกขาโต๊ะขึ้น ก่อนดึงกระดาษออกมาส่งให้

“หลานชายข้าเก็บได้จากซากโบราณแห่งหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ไม่พบข้อความ ข้าจึงเอามารองโต๊ะ”

ยูรันรับกระดาษมา ก่อนใช้นิ้วลูบผ่านพื้นผิวช้า ๆ

ภายนอกมันดูหยาบและเก่า แต่เนื้อกระดาษกลับไม่เสียหายแม้ถูกใช้งานมานานหลายปี

ยูรันยกมุมปากขึ้น

“อืม ซ่อนดีไม่เบา”

เขาส่งพลังปราณเข้าไปเพียงเล็กน้อย

วูบ!

พื้นผิวสีเหลืองค่อย ๆ ลอกออก เผยให้เห็นอักษรสีทองขนาดเล็กจำนวนมากซึ่งซ่อนอยู่ภายใน

มู่เสวี่ยหนิงเบิกตากว้าง

“นี่มันสูตรโอสถ!”

หญิงสาวผู้แต่งกายเหมือนบัณฑิตรีบโน้มตัวเข้ามาดู

“ระดับใด?”

ยูรันไล่อ่านเนื้อหาตั้งแต่ต้นจนจบ ก่อนรอยยิ้มจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้น

“เจอแล้ว”

“สูตรโอสถระดับสิบ”

“อะไรนะ?!”

เสียงของหญิงสาวทั้งสองดังขึ้นพร้อมกัน ผู้คนซึ่งเดินผ่านไปมารีบหันมามองทันที

ยูรันม้วนกระดาษเก็บเข้าไปในแขนเสื้อ

“เบาเสียงหน่อย เดี๋ยวก็มีคนเข้ามาแย่งหรอก”

มู่เสวี่ยหนิงสูดหายใจเข้าลึก ก่อนถามด้วยเสียงสั่น

“มันคือโอสถชนิดใดหรือเจ้าคะ?”

ยูรันก้มอ่านชื่อบนสูตรอีกครั้ง

“โอสถหวนคืนมรรคา”

เขาไล่อ่านสรรพคุณต่อไป ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

“โอ้ ๆๆ ของดีนี่หว่า!”

“โอสถชนิดนี้สามารถช่วยให้ผู้ใช้ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลอมรวมเต๋าได้ทันที ทั้งยังเพิ่มโอกาสทะลวงจากหลอมรวมเต๋าเข้าสู่ขอบเขตมหายานอีกเจ็ดสิบส่วน!”

“อะไรนะ?!”

มู่เสวี่ยหนิงแทบทรุดลงกับพื้น

ยูรันยังอ่านต่อไปอย่างตื่นเต้น

“หากจิตเต๋าเสียหายก็สามารถฟื้นฟูได้ ทะเลวิญญาณแตกสลาย ทารกวิญญาณบาดเจ็บ แก่นทองคำแตกร้าว หรือแม้แต่มรรคาที่ขาดสะบั้นก็ยังซ่อมแซมให้กลับมาสมบูรณ์ได้”

“เชี่ย นี่มันของดีจริง ๆ!”

หญิงสาวผู้แต่งกายเหมือนบัณฑิตจ้องกระดาษในมือเขาไม่วางตา

“โอสถเพียงเม็ดเดียวสามารถฟื้นฟูมรรคาที่ขาดสะบั้นได้เลยหรือ?”

“ตามสูตรเขียนไว้แบบนั้น”

ยูรันอ่านบรรทัดสุดท้าย ก่อนขมวดคิ้ว

“แต่มีข้อเสียอยู่หนึ่งอย่าง”

มู่เสวี่ยหนิงรีบถาม

“ข้อเสียอะไรหรือเจ้าคะ?”

“คนหนึ่งสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวตลอดชีวิต”

ยูรันส่ายหน้า

“แหงสิวะ ใครมันจะทะลวงขอบเขตเดิมสองครั้ง?”

“นี่นับเป็นข้อเสียตรงไหนกันเจ้าคะ!”

มู่เสวี่ยหนิงแทบตะโกนออกมา

“โอสถซึ่งช่วยให้ทะลวงเข้าสู่หลอมรวมเต๋า และยังเพิ่มโอกาสก้าวสู่มหายานถึงเจ็ดสิบส่วน ต่อให้กินได้เพียงครั้งเดียวก็ยังเป็นสมบัติที่สำนักใหญ่ทั่วทั้งแผ่นดินยอมทำสงครามแย่งชิงกันแล้ว!”

หญิงสาวผู้แต่งกายเหมือนบัณฑิตพยักหน้าเห็นด้วยอย่างหนักแน่น

“หากกินได้หลายครั้งต่างหากถึงจะผิดปกติ!”

ยูรันเก็บสูตรเข้าแหวนมิติ

“อืม เช่นนั้นก็นับว่าไม่มีข้อเสีย”

มู่เสวี่ยหนิงมองท่าทางสบาย ๆ ของเขา ก่อนยกมือกุมหน้าอก

[นี่เป็นสูตรโอสถระดับสิบซึ่งสามารถสั่นสะเทือนทั้งแผ่นดินนะ!]

[เหตุใดเขาถึงเก็บมันเหมือนเพิ่งซื้อสูตรอาหารมาหนึ่งแผ่นกัน?!]