ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 239
เมื่อกลับมาถึงโรงเตี๊ยม ยูรันก็นำสมุนไพรและวัตถุดิบจำนวนมากออกมาวางเรียงเต็มโต๊ะ
มู่เสวี่ยหนิงมองสมุนไพรแต่ละชนิด ก่อนหัวใจจะเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“คุณชายมีวัตถุดิบสำหรับโอสถหวนคืนมรรคาครบทั้งหมดจริง ๆ หรือเจ้าคะ?”
“อืม มี”
ยูรันกางสูตรระดับสิบลงบนโต๊ะ ก่อนหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนแก้ไขรายละเอียดหลายจุด
มู่เสวี่ยหนิงเห็นดังนั้นก็รีบเข้ามาห้าม
“เดี๋ยวก่อน! คุณชายกำลังแก้สูตรโอสถระดับสิบนะเจ้าคะ!”
“ข้ารู้”
“แล้วเหตุใดจึงแก้ไขตามใจชอบเช่นนี้?”
“เพราะสูตรเดิมกระจอกเกินไป”
ยูรันชี้ไปยังลำดับการหลอมบนกระดาษ
“ตรงนี้สกัดแยกถึงสามครั้งทั้งที่สามารถหลอมรวมพร้อมกันได้ ส่วนตรงนี้ใช้อุณหภูมิสูงเกินไปจนทำลายฤทธิ์ยาไปสองส่วน”
“ยังมีสมุนไพรอีกเจ็ดชนิดซึ่งใส่เข้ามาเพื่อรักษาสมดุล แต่หากเปลี่ยนลำดับการหลอมเสียใหม่ก็ไม่จำเป็นต้องใช้”
เขาขีดฆ่าข้อความหลายบรรทัด ก่อนเขียนขั้นตอนใหม่ลงไปแทน
“สูตรเดิมทำให้การหลอมยากโดยไม่จำเป็น แก้เช่นนี้ง่ายกว่าเยอะ”
มู่เสวี่ยหนิงจ้องสูตรซึ่งถูกแก้ไขจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมด้วยสีหน้าว่างเปล่า
หญิงสาวผู้แต่งกายเหมือนบัณฑิตอดถามไม่ได้
“เจ้ามั่นใจหรือว่าสิ่งที่หลอมออกมาจะยังเป็นโอสถชนิดเดิม?”
"ไม่รู้ ต้องลอง"
ยูรันแบ่งวัตถุดิบออกเป็นหลายส่วน ก่อนเริ่มคำนวณปริมาณอย่างจริงจัง
[หากหลอมตามสูตรที่แก้แล้ว วัตถุดิบเท่านี้น่าจะได้ประมาณห้าสิบเม็ด]
[โอสถระดับแปดสิบเม็ดยังเรียกทัณฑ์สวรรค์ลงมาได้หนึ่งสาย]
[ถ้าเป็นโอสถระดับสิบถึงห้าสิบเม็ด ทัณฑ์สวรรค์จะมีขนาดไหนกันนะ?]
เขายกมุมปากขึ้นด้วยความคาดหวัง
มู่เสวี่ยหนิงเห็นรอยยิ้มนั้นแล้วรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
“คุณชายกำลังคิดอะไรอยู่หรือเจ้าคะ?”
“ไม่มีอะไร”
ยูรันเก็บวัตถุดิบที่แบ่งเอาไว้ทั้งหมดเข้าช่องเก็บของ
“ข้าเพียงกำลังคิดว่าการแข่งขันพรุ่งนี้น่าจะมีแสงสีเสียงยิ่งใหญ่ไม่เบา”
หญิงสาวทั้งสองมองหน้ากัน
จู่ ๆ พวกนางก็เริ่มเป็นห่วงว่า หลังการแข่งขันวันพรุ่งนี้ เมืองธาราครามจะยังเหลืออยู่ครบถ้วนหรือไม่
วันแข่งขัน
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาภายในห้องพัก แต่ยูรันยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง
หญิงสาวผู้แต่งกายเหมือนบัณฑิตเดินเข้ามาเขย่าตัวเขา
“น้องชาย ตื่นเร็ว!”
“การแข่งขันใกล้จะเริ่มแล้ว!”
ยูรันพลิกตัวหนี ก่อนดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมศีรษะ
“อีกครึ่งชั่วยาม...”
“อีกครึ่งชั่วยามอะไรกัน! เหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อแล้ว!”
“อืม ยังเหลืออีกตั้งหนึ่งเค่อ”
“ประเด็นไม่ใช่ตรงนั้น!”
นางดึงผ้าห่มออก ก่อนลากยูรันให้ลุกขึ้นจากเตียง
“รีบล้างหน้าแล้วไปได้แล้ว คนทั้งเมืองกำลังรอเจ้าอยู่!”
ยูรันนั่งอยู่บนเตียงด้วยสภาพงัวเงีย
“มีอาหารเช้าหรือยัง?”
“ยังจะคิดถึงอาหารอีกหรือ?!”
บริเวณลานกว้างหน้าหอหลอมโอสถ ผู้คนจากทั่วทั้งเมืองมารวมตัวกันจนแน่นขนัด
เตาหลอมสองใบถูกจัดเตรียมไว้กลางสนาม ขณะที่ผู้อาวุโสจากหอหลอมโอสถหลายคนนั่งอยู่บนแท่นตัดสิน
หลัวจิ้งเฉินนั่งหลับตาอยู่หน้าเตาหลอมด้วยท่าทางสงบนิ่ง ราวกับชัยชนะอยู่ในกำมือแล้ว
มู่เสวี่ยหนิงยืนอยู่ด้านข้างและหันไปมองทางเข้าลานแข่งขันเป็นระยะ แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของยูรัน
เสียงวิพากษ์วิจารณ์เริ่มดังขึ้นรอบด้าน
“ใกล้จะเลยเวลาแล้ว คู่แข่งของคุณชายหลัวอยู่ที่ใด?”
“สงสัยคงกลัวจนหนีไปแล้วกระมัง”
“ยังจะถามอีกหรือ? ผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานจะหลอมโอสถระดับแปดได้อย่างไร เห็นได้ชัดว่าเขาเพียงพูดโอ้อวด!”
“นั่นสิ หากหลอมได้จริง เหตุใดถึงไม่กล้าปรากฏตัว?”
หลัวจิ้งเฉินได้ยินทุกอย่าง แต่ยังคงนั่งด้วยสีหน้าสบายใจ
[หึ ๆๆๆ ข้าคิดเอาไว้แล้ว]
[เมื่อวานมันคงเพียงแสร้งทำเป็นมั่นใจเพื่อให้เสวี่ยหนิงสนใจ พอถึงเวลาจริงกลับกลัวจนไม่กล้าโผล่หัวออกมา]
ผู้อาวุโสผู้ทำหน้าที่ตัดสินมองเวลา ก่อนลุกขึ้นประกาศ
“หากผู้ท้าประลองยังไม่ปรากฏตัวภายในสิบลมหายใจ จะถือว่ายอมแพ้และต้องมอบลิ้นตามเดิมพัน!”
“สิบ!”
“เก้า!”
“แปด!”
เสียงนับถอยหลังดังขึ้นทั่วทั้งลาน
กระทั่งเหลือเพียงสามลมหายใจ มิติเหนือลานแข่งขันพลันสั่นไหว
พรึ่บ!
ยูรันปรากฏตัวขึ้นกลางสนามพร้อมหญิงสาวผู้แต่งกายเหมือนบัณฑิต
นางเซไปด้านข้างด้วยใบหน้าซีดเผือด ขณะที่ยูรันยังคงคาบซาลาเปาเอาไว้ในปาก
เขากัดซาลาเปาคำหนึ่ง ก่อนยกมือทักทายทุกคน
“อืม ข้ายังไม่สายใช่ไหม?”
ทั่วทั้งลานเงียบสนิท
หญิงสาวพยายามทรงตัว ก่อนตวาดใส่เขา
“คราวหน้าจะใช้วิชาเคลื่อนที่ก็ช่วยบอกข้าก่อน!”
ยูรันหันมาทางนางอย่างไม่เข้าใจ
“หากมัวบอกก่อน พวกเราก็มาสายพอดีสิ”
ยูรันกลืนซาลาเปาคำสุดท้าย ก่อนเดินไปหยุดหน้าเตาหลอมของตนเอง
“โทษที ข้านอนเพลินไปหน่อยจึงตื่นสาย”
เขาหันไปทางคู่แข่ง
“หวังว่าเจ้า...เอ่อ ชื่ออะไรนะ จะไม่ถือสา”
“……”
เส้นเลือดบนหน้าผากของหลัวจิ้งเฉินปูดขึ้นทันที
“หลัวจิ้งเฉิน!”
“อ๋อ หลัวจิ้งเฉิน”
ยูรันพยักหน้าเหมือนเพิ่งนึกออก
“ชื่อจำยากไปหน่อย ข้าไม่ได้ตั้งใจลืม”
เสียงหัวเราะดังขึ้นจากกลุ่มผู้ชมทันที
“ถึงกับลืมชื่อคู่ประลอง!”
“คุณชายหลัวนั่งรอมาตั้งนาน แต่อีกฝ่ายกลับจำชื่อไม่ได้ด้วยซ้ำ!”
หลัวจิ้งเฉินทุบฝ่ามือลงบนเตาหลอม
“เจ้าอย่าได้โอหัง! หลังการแข่งขันจบลง ข้าจะดึงลิ้นของเจ้าออกมาด้วยตนเอง!”
“อืม เจ้าจำเดิมพันได้ก็ดี”
ยูรันหาวออกมาอย่างเกียจคร้าน
“ข้ายังกลัวว่าเจ้าจะแกล้งลืมหลังแพ้อยู่เลย”
“ผู้ที่จะแพ้คือเจ้า!”
“เอาที่เจ้าสบายใจ”
ยูรันนั่งลงหน้าเตาหลอม ก่อนหยิบซาลาเปาอีกลูกออกมา
หลัวจิ้งเฉินมองเขาอย่างเดือดดาล
“การแข่งขันกำลังจะเริ่มแล้ว เจ้ายังกินอีกหรือ?”
“อาหารเช้าสำคัญ”
ผู้อาวุโสผู้ตัดสินรีบกล่าวแทรกก่อนที่หลัวจิ้งเฉินจะโมโหจนพุ่งเข้าทำร้ายคู่แข่ง
“ในเมื่อผู้เข้าแข่งขันมาถึงแล้ว ข้าจะประกาศกติกา!”
ยูรันยกมือขึ้นทันที
“รอเดี๋ยว ให้ข้ากินหมดก่อน”
ผู้คนทั่วทั้งลานเริ่มสงสัยว่า เขามาแข่งขันหลอมโอสถหรือมานั่งรับประทานอาหารเช้ากันแน่.
ยูรันกลืนซาลาเปา ก่อนตรวจสอบเตาหลอมตรงหน้าอย่างละเอียด
[เอาละ มาดูกันว่าพวกมันวางยาอะไรเอาไว้หรือไม่]
[เมื่อวานยัยหนูนั่นอุตส่าห์เตือนว่าพวกนี้อาจโกงทั้งที หากไม่มีอะไรเลยคงน่าผิดหวังแย่]
ไม่นาน เขาก็พบรอยร้าวขนาดเล็กซึ่งถูกซ่อนเอาไว้บริเวณก้นเตา
รอยร้าวนั้นดูไม่รุนแรง แต่ทันทีที่เตาหลอมได้รับความร้อนสูง มันจะขยายตัวอย่างรวดเร็วและทำให้เตาระเบิดในช่วงสำคัญของการหลอม
[โอ้ ๆ มีจริงด้วย]
[แต่วิธีนี้ธรรมดาเกินไปหน่อย แค่ใช้พลังอุดเอาไว้ก็จบแล้ว]
ยูรันส่งพลังเข้าไปปิดรอยร้าวอย่างเงียบ ๆ ก่อนตรวจสอบส่วนอื่นต่อ
[ไม่มีพิษ ไม่มีค่ายกลรบกวน และวัตถุดิบก็ไม่ได้ถูกสับเปลี่ยน]
[ดูเหมือนจะมีเพียงรอยร้าวเท่านั้น น่าเบื่อชะมัด]
หลังตรวจสอบทุกส่วนจนแน่ใจว่าไม่มีสิ่งผิดปกติอื่น ยูรันก็ยกมือขึ้น
“เดี๋ยวก่อน”
ผู้อาวุโสผู้ตัดสินขมวดคิ้ว
“เจ้ามีอะไรอีก?”
“ข้าขออ่านคู่มือการใช้เตาหลอมสักหน่อย”
ยูรันใช้มือลูบตัวเตาเบา ๆ
“พอดีข้าเพิ่งใช้เตารุ่นนี้เป็นครั้งแรก”
“……”
ทั่วทั้งสนามเงียบลงทันที
หลัวจิ้งเฉินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
“ฮ่า ๆๆๆ! เจ้าไม่รู้แม้แต่วิธีใช้เตาหลอม แล้วยังกล้าประลองกับข้าอีกหรือ?”
เสียงหัวเราะดังขึ้นจากกลุ่มผู้ชมรอบด้าน
“แม้แต่เตาหลอมมาตรฐานของหอหลอมโอสถยังใช้ไม่เป็น?”
“ดูเหมือนเรื่องหลอมโอสถระดับแปดจะเป็นเรื่องโกหกจริง ๆ!”
มู่เสวี่ยหนิงยกมือกุมหน้าผาก
“คุณชาย เหตุใดท่านไม่บอกตั้งแต่แรกว่าไม่เคยใช้เตาชนิดนี้เจ้าคะ?”
“ข้ากำลังบอกอยู่นี่ไง”
“ข้าหมายถึงก่อนเริ่มการแข่งขัน!”
เจ้าหน้าที่รีบนำแผ่นหยกซึ่งบันทึกวิธีควบคุมเตาหลอมมาส่งให้
ยูรันรับมาตรวจสอบอยู่สองสามลมหายใจ
ภายในบันทึกมีทั้งวิธีเปิดค่ายกลควบคุมเพลิง การปรับช่องระบายพลัง และตำแหน่งสำหรับส่งพลังปราณเข้าสู่เตาหลอม
“อ๋อ ใช้แบบนี้เอง”
เขาส่งแผ่นหยกคืนให้เจ้าหน้าที่
ผู้อาวุโสผู้ตัดสินมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ
“เจ้าอ่านเสร็จแล้วหรือ?”
“อืม ไม่ได้ซับซ้อนอะไร”
หลัวจิ้งเฉินแค่นหัวเราะ
“อ่านวิธีใช้ได้ ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะควบคุมเตาเป็น!”
ยูรันนั่งลงหน้าเตาหลอมอย่างสบายใจ
“ไม่ต้องรีบร้อน เดี๋ยวเจ้าก็ได้เห็นเอง”
ยูรันกำลังจะเริ่มหลอมโอสถ แต่จู่ ๆ ก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
“เดี๋ยวก่อน ข้าขอมอบของให้พี่สาวก่อน”
หญิงสาวผู้แต่งกายเหมือนบัณฑิตชะงัก
[หืม? วันนี้เขายอมเรียกข้าว่าพี่สาวอย่างเต็มใจด้วยหรือ?]
ยูรันหยิบแว่นตาสีดำสองอันออกมาจากห้องเก็บของ ก่อนสวมอันหนึ่งให้ตนเอง แล้วโยนอีกอันให้นาง
หญิงสาวรับเอาไว้อย่างงุนงง
“นี่คือสิ่งใด?”
“แว่นกันแดด ใส่เอาไว้”
“เหตุใดต้องใส่?”
“ป้องกันแสง เดี๋ยวแสบตา”
หญิงสาวมองแว่นในมือสลับกับดวงตาซึ่งมองไม่เห็นของเขา
“แต่น้องชาย เจ้าตาบอดไม่ใช่หรือ?”
“ตาบอดแล้วใส่แว่นไม่ได้หรือ?”
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น!”
“เช่นนั้นก็รีบใส่เถอะ เดี๋ยวไม่ทัน”
นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยอมสวมแว่นตาสีดำลงบนใบหน้า
ภาพลักษณ์บัณฑิตผู้สง่างามพลันเปลี่ยนไปจนคนรอบด้านมองด้วยสีหน้าประหลาด
มู่เสวี่ยหนิงอดถามไม่ได้
“แล้วของข้าเล่าเจ้าคะ?”
ยูรันหันมาทางนาง ก่อนหยิบแว่นอีกอันโยนให้
“อืม เจ้าก็ใส่ไว้ด้วยแล้วกัน”
“มันจำเป็นถึงเพียงนั้นเลยหรือเจ้าคะ?”
“อีกเดี๋ยวเจ้าก็รู้”
หลัวจิ้งเฉินมองคนทั้งสาม ก่อนแค่นหัวเราะอย่างดูแคลน
“คิดว่าหยิบของประหลาดออกมาแล้วจะทำให้ผู้คนเชื่อว่าเจ้าเก่งกาจขึ้นหรือ?”
ยูรันหันไปทางเขา
“ไม่ต้องอิจฉา ข้าไม่มีเหลือให้เจ้า”
“ผู้ใดอยากได้ของไร้สาระจากเจ้ากัน!”
“อืม จำคำพูดนี้เอาไว้ให้ดีแล้วกัน”
ยูรันปรับแว่นบนใบหน้า ก่อนวางมือบนเตาหลอม
“เอาละ คราวนี้เริ่มได้จริง ๆ แล้ว”