คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 243 ที่แท้ก็มาหาอาหารเสริมให้ตนเองนี่เอง7,024 ตัวอักษร

ตอนที่ 243 ที่แท้ก็มาหาอาหารเสริมให้ตนเองนี่เอง

ทันใดนั้น เสียงระฆังดังกังวานขึ้นจากใจกลางเมือง

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

ตามมาด้วยเสียงประกาศซึ่งถูกขยายด้วยพลังปราณจนได้ยินไปทั่วทุกถนน

“อีกหนึ่งชั่วยาม การประมูลยามค่ำคืนของหอหมื่นสมบัติจะเริ่มต้นขึ้น!”

“คืนนี้คุณชายเย่อ้าวเทียน อัจฉริยะผู้เพิ่งทะลวงเข้าสู่ขอบเขตวิญญาณทารกขั้นต้น จะเข้าร่วมการประมูลด้วยตนเอง!”

ผู้คนรอบด้านเริ่มสนทนากันอย่างตื่นเต้น

“เย่อ้าวเทียนผู้นั้นน่ะหรือ?”

“ได้ยินว่าหลังพ่ายแพ้เมื่อครั้งก่อน เขาก็หายตัวไปฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง ไม่พึ่งพาโอสถแม้แต่เม็ดเดียว!”

“สุดท้ายเขาฝ่าทัณฑ์สวรรค์สำเร็จ และทะลวงเข้าสู่วิญญาณทารกขั้นต้นด้วยกำลังของตนเอง!”

ยูรันหยุดเดินทันที

“หืม?”

เขาหันหน้าไปทางต้นเสียงอย่างรวดเร็ว

“ศิษย์พี่เย่มีชื่อเสียงกระฉ่อนมาถึงที่นี่แล้วหรือ?”

“แล้วเขามาทำอะไรไกลถึงเพียงนี้?”

ยูรันเก็บแผนที่ ก่อนยกมุมปากขึ้น

“ไม่ได้การ ข้าต้องไปจัดการสักหน่อย”

มู่เสวี่ยหนิงชะงัก

“จัดการอะไรหรือเจ้าคะ?”

“ไม่รู้ ไปถึงแล้วค่อยคิด”

หญิงสาวผู้แต่งกายเหมือนบัณฑิตกลับมีสีหน้าจริงจังขึ้นเล็กน้อย

“เมื่อครู่เจ้าเรียกเย่อ้าวเทียนว่าศิษย์พี่หรือ?”

“อืม เขาเป็นศิษย์พี่ของข้า”

ดวงตาของนางหรี่ลง

[เย่อ้าวเทียนมาอยู่ที่นี่ด้วยหรือ?]

[ดี ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า หลังจากหายไปนาน เขายังคิดไม่ซื่อกับอาจารย์อยู่หรือไม่]

ยูรันเดินตรงไปยังหอหมื่นสมบัติทันที

“ไปกันเถอะ อย่างน้อยเมืองนี้ก็มีเรื่องน่าสนุกให้ดูแล้ว”

มู่เสวี่ยหนิงกับหญิงสาวอีกคนมองหน้ากัน ก่อนรีบเดินตามเขาไป

ทั้งสามเดินมาถึงหอหมื่นสมบัติในช่วงที่ท้องฟ้าเริ่มมืดลง

บริเวณทางเข้าเต็มไปด้วยผู้บำเพ็ญและรถม้าจากตระกูลใหญ่ ภายในอาคารสว่างไสวด้วยผลึกให้แสงนับพันก้อน

ขณะที่ยูรันกำลังจะเดินเข้าไป เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“คุณชายเย่มาแล้ว!”

“นั่นคือเย่อ้าวเทียนหรือ?”

“ขอบเขตวิญญาณทารกขั้นต้นจริง ๆ ด้วย!”

ฝูงชนเปิดทางให้อย่างรวดเร็ว

ชายหนุ่มในชุดสีดำเดินเข้ามาพร้อมกระบี่ยาวบนแผ่นหลัง รูปลักษณ์ของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น กลิ่นอายมั่นคง และไม่มีร่องรอยของการใช้โอสถเร่งตบะแม้แต่น้อย

ยูรันหยุดฝีเท้า ก่อนหันไปทางผู้มาใหม่

“หืม ศิษย์พี่เย่?”

เย่อ้าวเทียนเองก็หยุดเดิน

“ยูรัน?”

ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางสายตาของผู้คน

ยูรันตรวจสอบกลิ่นอายของอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

“อืม วิญญาณทารกขั้นต้น ร่างกายก็แข็งแกร่งขึ้นมาก”

“ดูเหมือนหลังถูกกิเลนสายฟ้าระเบิด ท่านจะไปฝึกเอาเป็นเอาตายจริง ๆ สินะ”

เสียงซุบซิบดังขึ้นทันที

“ถูกกิเลนสายฟ้าระเบิด?”

“ที่แท้คุณชายเย่เคยถูกอสูรระเบิดจนต้องหนีไปฝึกหรือ?”

ใบหน้าของเย่อ้าวเทียนมืดลง

“เจ้ายังพูดมากเหมือนเดิม”

“ข้าเพียงกล่าวตามความจริง”

ยูรันยกมุมปาก

“อย่างน้อยคราวนี้ท่านไม่ได้เสพยาเพิ่มตบะ นับว่ากระจอกน้อยกว่าเดิมมาก”

“ข้าไม่ต้องการคำชมจากเจ้า”

“ข้าไม่ได้ชม แค่บอกว่ากระจอกน้อยลง”

บรรยากาศระหว่างทั้งสองเริ่มเย็นเยียบขึ้นเรื่อย ๆ

จากนั้นสายตาของเย่อ้าวเทียนก็เลื่อนไปยังหญิงสาวผู้แต่งกายเหมือนบัณฑิต

เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนประสานมือ

“ศิษย์พี่ใหญ่โม่ชิงเฟิง ท่านเองก็อยู่ที่นี่หรือ?”

ยูรันหันกลับไปหาเย่อ้าวเทียน

“ศิษย์พี่เย่ ท่านจำคนผิดแล้วกระมัง”

“นางมีนามว่าเหวินชิงซู เป็นศิษย์จากสำนักอักษรนภา ไม่เคยได้ยินชื่อยอดเขาจันทรามาก่อนด้วยซ้ำ”

เย่อ้าวเทียนขมวดคิ้ว

“เจ้าพูดเรื่องไร้สาระอะไร? นางคือศิษย์พี่ใหญ่โม่ชิงเฟิงอย่างแน่นอน”

ยูรันหันกลับมาทางนางอีกครั้ง

“เขายืนยันเช่นนี้ ท่านจะแก้ตัวอย่างไรดีเล่า พี่สาวเหวิน?”

โม่ชิงเฟิงสูดหายใจเข้าลึก ก่อนสะบัดพัดปิดครึ่งใบหน้า

“อืม ข้ายอมรับก็ได้”

“ข้าคือโม่ชิงเฟิง ศิษย์ลำดับหนึ่งแห่งยอดเขาจันทรา”

มู่เสวี่ยหนิงเบิกตากว้าง

“ท่านเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของคุณชายยูจริงหรือเจ้าคะ?”

“ถูกต้อง”

โม่ชิงเฟิงหันไปจ้องยูรัน

“แล้วเจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อใด?”

“ตั้งแต่ท่านบอกว่าชื่อเหวินชิงซู”

“เร็วขนาดนั้นเลยหรือ?!”

“ชื่อปลอม สำนักปลอม บัณฑิตก็ปลอม เห็นได้ชัดจะตายไป”

“นิสัยบัณฑิตของข้าเป็นของจริง!”

“อืม มีเพียงท่านคนเดียวที่เชื่อเช่นนั้น”

“ยูรัน!”

เย่อ้าวเทียนมองทั้งสองเถียงกัน ก่อนกล่าวขึ้นอย่างเย็นชา

“หากพวกเจ้าจะรำลึกความสัมพันธ์ศิษย์พี่ศิษย์น้องก็ค่อยทำภายหลัง ข้ามีธุระในการประมูล”

ยูรันหันกลับมา

“จริงสิ ท่านมาทำอะไรที่นี่?”

“ไม่เกี่ยวกับเจ้า”

“อ๋อ เช่นนั้นข้าก็ไม่ถามแล้ว”

คำตอบที่ง่ายเกินไปทำให้เย่อ้าวเทียนชะงักไปเล็กน้อย

เขาถามกลับ

“แล้วเจ้ามาทำอะไรทางเหนือ?”

“มีธุระนิดหน่อย ระหว่างทางกำลังจะไปภูผาเพลิงครามด้วย”

แววตาของเย่อ้าวเทียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“ข้าเองก็กำลังจะไปที่นั่น”

ยูรันยกมุมปาก

“โอ้ เช่นนั้นพวกเราเดินทางไปด้วยกันหรือไม่?”

“ไม่จำเป็น”

เย่อ้าวเทียนตอบทันที

“ข้ามีเรื่องของตนเองต้องจัดการ พวกเราแยกกันเดินทางจะดีกว่า”

“อืม ข้าก็ถามตามมารยาทเท่านั้นแหละ”

เย่อ้าวเทียนแค่นเสียง ก่อนเดินผ่านทุกคนเข้าไปภายในหอประมูล

ทว่าเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เสียงของยูรันก็ดังตามมาจากด้านหลัง

“จริงสิ ศิษย์พี่เย่!”

เย่อ้าวเทียนหยุดฝีเท้า แต่ไม่ได้หันกลับมา

ยูรันตะโกนต่อด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“ศิษย์พี่รองกำลังจะแต่งงานกับข้าแล้วนะ!”

“ถึงวันนั้นท่านอย่าลืมมาร่วมงานและอวยพรให้พวกเราด้วยเล่า!”

กรอด!

หมัดของเย่อ้าวเทียนกำแน่น เส้นเลือดบนหลังมือปูดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

กลิ่นอายขอบเขตวิญญาณทารกหลุดออกมาชั่วขณะ ก่อนถูกเขาสะกดกลับไปอย่างรวดเร็ว

สุดท้ายเย่อ้าวเทียนไม่ได้กล่าวอะไร เพียงสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินเข้าไปในหอประมูลด้วยฝีเท้าที่หนักกว่าเดิม

ยูรันยืนอมยิ้มอยู่ด้านหลัง

[หึ ยังมีปฏิกิริยาอยู่จริง ๆ ด้วย]

โม่ชิงเฟิงกลับหันขวับมาทางเขา

“เดี๋ยวก่อน!”

“เจ้ากับไป๋หลิงกำลังจะแต่งงานกันหรือ?!”

“อืม ใช่สิ”

โม่ชิงเฟิงยกมือกุมขมับ

“ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ ยอดเขาจันทราเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นบ้างเนี่ย?”

ยูรันโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

“อา ช่างเถอะ พวกเราเข้าไปดูการประมูลกันดีกว่า”

เขามองตามทิศทางที่เย่อ้าวเทียนจากไป

“ข้าอยากรู้ว่าเขาเดินทางมาถึงที่นี่เพื่ออะไร”

โม่ชิงเฟิงหลี่ตามองเขา

“เจ้าคิดจะแอบจับตาดูเขาหรือ?”

“ไม่ได้เรียกว่าแอบ ข้าจะนั่งดูอย่างเปิดเผย”

ทั้งสามเดินเข้าไปภายในหอหมื่นสมบัติ

เมื่อทราบว่าต้องวางเงินประกันหนึ่งแสนเหรียญเพื่อเปิดห้องรับรองส่วนตัว ยูรันก็โยนแหวนมิติให้พนักงานโดยไม่แม้แต่จะต่อรอง

ไม่นาน พวกเขาก็ถูกพาไปยังห้องรับรองชั้นสาม ซึ่งบังเอิญอยู่เยื้องกับห้องของเย่อ้าวเทียนพอดี

ยูรันทิ้งตัวลงบนเก้าอี้

“ตำแหน่งดี มองเห็นเขาชัดหรือไม่?”

โม่ชิงเฟิงมองผ่านหน้าต่างผลึกไปยังห้องฝั่งตรงข้าม

“เห็นเพียงเงาราง ๆ ค่ายกลของหอประมูลปิดกั้นสายตาเอาไว้”

“ไม่เป็นไร ขอแค่ฟังว่าเขาประมูลสิ่งใดก็พอ”

มู่เสวี่ยหนิงถามอย่างสงสัย

“คุณชายคิดว่าเขากำลังตามหาของสิ่งใดหรือเจ้าคะ?”

“ไม่รู้”

ยูรันหยิบขนมบนโต๊ะขึ้นมากิน

“หากรู้แล้วข้าจะตามมาดูทำไม?”

ไม่นาน เสียงระฆังก็ดังขึ้นสามครั้ง

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

สตรีผู้ทำหน้าที่ดำเนินการประมูลเดินขึ้นไปบนเวที ก่อนกล่าวต้อนรับแขกจากทุกทิศทาง

สินค้าหลายชิ้นถูกนำออกมาประมูลอย่างต่อเนื่อง ทั้งอาวุธ สมุนไพร คัมภีร์ และวัตถุดิบหายาก

ทว่าเย่อ้าวเทียนไม่เสนอราคาแม้แต่ครั้งเดียว

ยูรันเริ่มหาว

“เขาไม่ซื้ออะไรเลย หรือว่าเพียงมานั่งเล่น?”

โม่ชิงเฟิงตอบอย่างใจเย็น

“ของที่เขาต้องการคงยังไม่ถูกนำออกมา”

หลังการประมูลดำเนินไปกว่าครึ่งชั่วยาม ผู้ดำเนินงานก็นำกล่องเหล็กสีดำขึ้นมาวางบนแท่น

เมื่อกล่องเปิดออก ภายในปรากฏแผ่นศิลาสีแดงเข้มชิ้นหนึ่ง บนพื้นผิวมีประกายอัสนีเคลื่อนไหวอยู่เป็นระยะ

“สินค้าชิ้นต่อไปถูกนำออกมาจากส่วนลึกของภูผาเพลิงคราม”

“ศิลาอัสนีเพลิง!”

“ภายในบรรจุพลังของเปลวเพลิงและสายฟ้าเอาไว้พร้อมกัน ราคาเริ่มต้นห้าแสนเหรียญ!”

ทันทีที่เสียงประกาศจบ เสียงของเย่อ้าวเทียนก็ดังออกมาจากห้องฝั่งตรงข้าม

“หนึ่งล้าน”

ยูรันหยุดเคี้ยวขนม

“โอ้ ๆๆ ในที่สุดก็ยอมเปิดปากเสียที”

โม่ชิงเฟิงมองศิลาอัสนีเพลิงบนเวที

“ดูเหมือนเขาจะต้องการใช้มันยกระดับกายาและพลังสายฟ้าของตนเอง”

ยูรันพยักหน้า

“อืม หลังถูกกิเลนสายฟ้าระเบิด ร่างกายของเขาคงเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง”

เขาหยิบขนมอีกชิ้นขึ้นมา

“ที่แท้ก็มาหาอาหารเสริมให้ตนเองนี่เอง”