คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 2447,435 ตัวอักษร

ตอนที่ 244

ยูรันวางขนมในมือลง ก่อนตะโกนออกไปทันที

“สองล้าน!”

เสียงของเขาดังก้องไปทั่วหอประมูล

ผู้คนทั้งห้องโถงพลันเงียบสนิท

“สองล้าน?”

“เพิ่มราคาขึ้นเท่าตัวในครั้งเดียวเลยหรือ?!”

มู่เสวี่ยหนิงรีบหันมาทางเขา

“คุณชาย ศิลาอัสนีเพลิงก้อนนั้นแม้จะหายาก แต่มูลค่าจริงไม่น่าเกินหนึ่งล้านสองแสนเหรียญนะเจ้าคะ!”

“อืม ข้ารู้”

“แล้วเหตุใดท่านจึงเสนอถึงสองล้าน?”

“ข้ารวย”

“……”

ภายในห้องรับรองฝั่งตรงข้าม เย่อ้าวเทียนกำหมัดแน่นทันที

“ยูรัน!”

ยูรันเอนตัวพิงเก้าอี้อย่างสบายใจ

“หืม? ศิษย์พี่เย่มีอะไรหรือ?”

“เจ้าจงใจขัดข้าหรือ?”

“นี่เป็นการประมูลไม่ใช่หรือ? หากท่านต้องการก็เสนอราคาให้สูงกว่าข้าสิ”

เย่อ้าวเทียนกัดฟัน ก่อนประกาศออกมา

“สามล้าน!”

เสียงฮือฮาระเบิดขึ้นทั่วทั้งหอประมูลอีกครั้ง

โม่ชิงเฟิงหลี่ตามองยูรัน

“เจ้าต้องการศิลาอัสนีเพลิงจริง ๆ หรือเพียงอยากยั่วโมโหเขากันแน่?”

ยูรันยกมุมปาก

“อย่างละครึ่ง”

ยูรันยกมือขึ้นอย่างไม่รีบร้อน

“หกล้าน”

ทั่วทั้งหอประมูลเงียบกริบไปชั่วขณะ

สตรีผู้ดำเนินการประมูลถึงกับลืมหายใจ ก่อนรีบประกาศด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“ห้องรับรองหมายเลขแปดเสนอหกล้านเหรียญ!”

“มีผู้ใดให้มากกว่านี้หรือไม่เจ้าคะ?”

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นรอบด้านทันที

“บ้าไปแล้ว! ศิลาอัสนีเพลิงก้อนนั้นมีค่าไม่เกินหนึ่งล้านสองแสนเหรียญด้วยซ้ำ!”

“เขาเพิ่มจากสามล้านเป็นหกล้านในครั้งเดียว เห็นเงินเป็นก้อนหินหรืออย่างไร?”

โม่ชิงเฟิงหันมาทางยูรัน

“ไหนเจ้าบอกว่าต้องการศิลาก้อนนี้เพียงครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งต้องการยั่วโมโหเย่อ้าวเทียน?”

“อืม”

“ราคาตอนนี้สูงกว่ามูลค่าจริงถึงห้าเท่าแล้วนะ!”

“ข้าก็ยั่วโมโหเขามากขึ้นอีกหน่อยไง”

ภายในห้องฝั่งตรงข้าม เย่อ้าวเทียนกัดฟันจนเกิดเสียงดังกรอด

เขาต้องการศิลาอัสนีเพลิงเพื่อเสริมกายาอัสนีที่เพิ่งตื่นขึ้น หากพลาดของชิ้นนี้ไป อาจต้องเสียเวลาตามหาอีกหลายเดือน

แต่หากเพิ่มราคาต่อ ก็เห็นได้ชัดว่ากำลังเดินเข้าไปในหลุมที่ยูรันขุดเอาไว้

เย่อ้าวเทียนสูดหายใจเข้าลึก ก่อนตะโกนออกมา

“เจ็ดล้าน!”

ยูรันเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ

“หืม? เขาไปหาเงินมาจากไหนมากมายขนาดนั้น?”

“ตอนอยู่เมืองหลอมศิลา แค่ห้าแสนเหรียญยังไม่กล้าเสนอราคา ตอนนี้กลับยอมทุ่มถึงเจ็ดล้าน”

เขาลูบคาง ก่อนเอนตัวกลับไปพิงเก้าอี้

“อืม ปล่อยไปก็แล้วกัน”

“แค่ได้กายาประหลาดเพิ่มมาหนึ่งอย่างก็ทำเหมือนเป็นของวิเศษล้ำค่า งั้น ๆ แหละ”

โม่ชิงเฟิงมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ

“เจ้าไม่เสนอราคาต่อแล้วหรือ?”

“ไม่เอา ราคาสูงเกินมูลค่าจริงตั้งหลายเท่า ข้าไม่ได้โง่เสียหน่อย”

“……”

มู่เสวี่ยหนิงอดกล่าวไม่ได้

“แต่ราคาขึ้นมาถึงเจ็ดล้านเพราะคุณชายไม่ใช่หรือเจ้าคะ?”

“เกี่ยวอะไรกับข้า?”

ยูรันตอบอย่างซื่อตรง

“ข้าเพียงเสนอราคาที่ตนเองยินดีจ่าย ส่วนศิษย์พี่เย่เลือกเพิ่มราคาเอง ไม่มีผู้ใดบังคับเขาสักหน่อย”

ภายในห้องรับรองฝั่งตรงข้าม เสียงโต๊ะแตกดังขึ้นทันที

ปัง!

เย่อ้าวเทียนเข้าใจแล้วว่าตนถูกปั่นราคา แต่ไม่อาจถอนคำเสนอออกมาได้

สตรีผู้ดำเนินการประมูลรีบเริ่มนับ

“เจ็ดล้านครั้งที่หนึ่ง!”

“เจ็ดล้านครั้งที่สอง!”

“เจ็ดล้านครั้งที่สาม!”

“ขายให้ห้องรับรองหมายเลขสามในราคาเจ็ดล้านเหรียญเจ้าค่ะ!”

ยูรันปรบมืออย่างอารมณ์ดี

“ยินดีด้วยนะศิษย์พี่เย่ ซื้อของมูลค่าหนึ่งล้านกว่าในราคาเจ็ดล้านได้สำเร็จ!”

“ยูรัน!”

เสียงคำรามของเย่อ้าวเทียนดังลั่นทั่วหอประมูล

โม่ชิงเฟิงยกมือกุมหน้าผาก

“เจ้ายังกล้ายั่วเขาต่ออีกหรือ?”

ยูรันหยิบขนมชิ้นใหม่ขึ้นมา

“ข้าเพียงแสดงความยินดีกับศิษย์พี่ตามมารยาทเท่านั้นเอง”

หลังเสียงโวยวายของเย่อ้าวเทียนสงบลง การประมูลก็ดำเนินต่อไป

สินค้าชิ้นถัดมาถูกนำขึ้นมาบนเวที มันเป็นแท่งหมึกสีดำสนิทขนาดเท่าฝ่ามือ บนพื้นผิวไม่มีลวดลายหรือกลิ่นอายพลังแม้แต่น้อย

สตรีผู้ดำเนินการประมูลยกแท่งหมึกขึ้นมา

“สินค้าชิ้นนี้ถูกค้นพบภายในซากสำนักบัณฑิตโบราณ”

“แม้ไม่สามารถตรวจสอบระดับได้ แต่เนื้อหมึกไม่สึกหรอ ไม่ว่าฝนด้วยน้ำชนิดใดก็ยังคงให้สีดำสนิท และตัวอักษรที่เขียนสามารถคงอยู่ได้นานหลายร้อยปี”

“ราคาเริ่มต้นหนึ่งหมื่นเหรียญเจ้าค่ะ!”

ทั่วทั้งหอประมูลเงียบลง

สำหรับผู้บำเพ็ญส่วนใหญ่ มันเป็นเพียงแท่งหมึกซึ่งใช้เขียนหนังสือได้ดีหน่อยเท่านั้น ไม่ได้ช่วยเพิ่มตบะและไม่สามารถใช้ต่อสู้ได้

โม่ชิงเฟิงกลับนั่งตัวตรง ดวงตาจับจ้องแท่งหมึกไม่กะพริบ

ยูรันเหลือบมาทางนาง

“อาเจ๊ อยากได้หรือ?”

“ไม่”

นางตอบทันที

“มันเป็นเพียงแท่งหมึกธรรมดา ไม่มีประโยชน์อะไรกับข้า”

“อ๋อ”

ยูรันหันกลับไปทางเวที

“สองหมื่น”

โม่ชิงเฟิงหันขวับ

“ไหนเจ้าถามข้าทำไม ในเมื่อข้าบอกว่าไม่ต้องการแล้ว?”

“ข้าอยากได้เองไม่ได้หรือ?”

“เจ้าอ่านหนังสือยังต้องใช้จิตวิญญาณ แล้วจะซื้อหมึกไปทำอะไร?”

ยูรันยกมุมปากขึ้น

“ก็ไม่มีอะไรมาก”

เขาหันมาทางนาง

“อาเจ๊นี่โชคดีจริง ๆ ที่ได้ศิษย์น้องอย่างข้า”

“ข้าจะเอาแท่งหมึกนี้ไปสร้างอาวุธให้ท่าน ดีใจหรือไม่เล่า?”

โม่ชิงเฟิงชะงักไปทันที

“ให้ข้าหรือ?”

“อืม ไม่เช่นนั้นข้าจะซื้อหมึกไปทำไม?”

มู่เสวี่ยหนิงยกมือปิดรอยยิ้ม

โม่ชิงเฟิงพยายามรักษาสีหน้าเรียบเฉย แต่ประกายแห่งความยินดีในดวงตากลับปิดไม่มิด

“เจ้าคิดจะสร้างอาวุธชนิดใดให้ข้า?”

“ยังไม่รู้”

“อ้าว?”

“ต้องได้ของมาก่อนแล้วค่อยตรวจสอบอย่างละเอียด”

ยูรันนับนิ้วพลางคิด

“อาจเป็นพู่กัน แท่นฝนหมึก หรืออาวุธที่เขียนตัวอักษรกลางอากาศได้ ส่วนแท่งหมึกนี้ใช้เป็นแกนกลางกักเก็บพลัง”

“หากทำสำเร็จ มันน่าจะเหมาะกับบัณฑิตเก๊อย่างท่านพอดี”

รอยยิ้มของโม่ชิงเฟิงแข็งค้าง

“ข้าเป็นบัณฑิตของจริง!”

“อืม แล้วตกลงดีใจหรือไม่?”

นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย

“ก็...นับว่าพอใช้ได้”

ยูรันพยักหน้า

“เช่นนั้นข้าไม่ทำแล้ว”

“เดี๋ยวก่อน!”

โม่ชิงเฟิงรีบคว้าแขนเขาเอาไว้

“ข้าดีใจ! พอใจแล้วหรือยัง?”

ยูรันยกมุมปากอย่างผู้ชนะ

“อืม แบบนี้ค่อยน่าทำให้หน่อย”

โม่ชิงเฟิงมองรอยยิ้มของเขา ก่อนรู้ตัวว่าตนถูกแกล้งอีกครั้ง

[เจ้าศิษย์น้องบ้านี่...]

[แต่ช่างเถอะ อย่างน้อยเขาก็ตั้งใจสร้างอาวุธให้ข้า]

นางคลี่พัดปิดรอยยิ้มบาง ๆ ซึ่งปรากฏขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ไม่นาน สินค้าชิ้นต่อไปก็ถูกนำขึ้นมาบนเวที

มันเป็นเพียงด้ามพู่กันสีดำซึ่งถูกไฟเผาจนเหลือเพียงครึ่งเดียว ขนพู่กันหลุดหายไปหมดแล้ว บนพื้นผิวเต็มไปด้วยรอยแตกร้าวและไม่มีพลังปราณหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย

สตรีผู้ดำเนินการประมูลเองยังมีสีหน้ากระอักกระอ่วน

“สินค้าชิ้นนี้ถูกค้นพบในซากสำนักบัณฑิตโบราณแห่งเดียวกับแท่งหมึกเมื่อครู่”

“แม้จะไม่สามารถตรวจสอบระดับหรือวิธีใช้งานได้ แต่วัสดุของมันแข็งแกร่งมาก แม้แต่อาวุธระดับปฐพียังไม่สามารถทิ้งรอยเอาไว้ได้”

“ราคาเริ่มต้น...หนึ่งพันเหรียญเจ้าค่ะ”

ทั่วทั้งหอประมูลเงียบกริบ

“ด้ามพู่กันหักหนึ่งพันเหรียญ?”

“ซื้อกลับไปใช้เป็นฟืนยังไม่ได้เลยกระมัง”

ยูรันกลับนั่งตัวตรงทันที

[โอ้ ๆ ไม้จารึกมรรคา]

[หากนำไปหลอมรวมกับแท่งหมึกเมื่อครู่ แล้วเพิ่มวัสดุอีกเล็กน้อย อาวุธของอาเจ๊ก็เกือบสมบูรณ์แล้ว]

เขายกมือขึ้น

“สองพัน”

โม่ชิงเฟิงหันมามอง

“เจ้าจะซื้อให้ข้าอีกหรือ?”

“อืม ของชิ้นนี้เข้าคู่กับแท่งหมึกเมื่อครู่พอดี”

คำพูดของทั้งสองดังไปถึงห้องรับรองฝั่งตรงข้าม

เย่อ้าวเทียนซึ่งยังเจ็บใจจากการถูกปั่นราคาศิลาอัสนีเพลิงพลันยกมุมปาก

[ในที่สุดก็พบสิ่งที่มันต้องการจริง ๆ แล้วสินะ]

[คราวนี้ถึงตาข้าบ้าง]

เสียงของเขาดังขึ้นทันที

“หนึ่งแสน!”

ผู้คนทั่วทั้งหอประมูลเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน

ยูรันเอนตัวกลับไปพิงเก้าอี้

“หืม สงสัยคิดจะเอาคืน”

“ช่างมันก็แล้วกัน ข้าไม่เอาแล้ว”

เย่อ้าวเทียนซึ่งกำลังรอให้ยูรันเพิ่มราคาพลันแข็งค้าง

สตรีผู้ดำเนินการประมูลได้สติ ก่อนรีบเริ่มนับ

“หนึ่งแสนครั้งที่หนึ่ง!”

เย่อ้าวเทียนชะงัก

“เดี๋ยวก่อน—”

“หนึ่งแสนครั้งที่สอง!”

เขากวาดตามองห้องรับรองรอบด้าน แต่ไม่มีผู้ใดคิดแย่งชิงด้ามพู่กันหักในราคาสูงถึงหนึ่งแสนเหรียญ

“หนึ่งแสนครั้งที่สาม!”

“ขายให้ห้องรับรองหมายเลขสามเจ้าค่ะ!”

เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วทั้งหอประมูลทันที

“คุณชายเย่ซื้อด้ามพู่กันหักราคาหนึ่งพันด้วยเงินหนึ่งแสนเหรียญ!”

“ดูเหมือนเขาจะชื่นชอบวิถีบัณฑิตไม่น้อย!”

กร๊อบ!

ที่วางแขนบนเก้าอี้ของเย่อ้าวเทียนแตกละเอียดคามือ

โม่ชิงเฟิงหันมาทางยูรัน

“เจ้าไม่ต้องการมันแล้วจริงหรือ?”

“อืม มีก็ดี ไม่มีก็ไม่เป็นไร”

ยูรันหยิบขนมขึ้นมากินต่อ

“ข้าใช้วัสดุอื่นสร้างด้ามพู่กันให้ท่านได้ ของในห้องเก็บของข้ามีหลายอย่างที่ดีกว่านั่นเสียอีก”

“แล้วเหตุใดจึงเสนอราคาตั้งแต่แรก?”

“สองพันเหรียญเอง ซื้อมาไว้ทดลองก็ไม่เสียหาย”

ยูรันหันไปทางห้องฝั่งตรงข้าม ก่อนกล่าวเสียงดัง

“ยินดีด้วยนะศิษย์พี่เย่!”

“ซื้อของราคาไม่ถึงสองพันด้วยเงินหนึ่งแสนได้สำเร็จอีกแล้ว!”

ปัง!

เสียงโต๊ะแตกดังออกมาจากห้องของเย่อ้าวเทียนเป็นครั้งที่สอง

ยูรันพยักหน้าอย่างพอใจ

“อืม ดูเหมือนเขาจะดีใจมาก”