คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 2497,591 ตัวอักษร

ตอนที่ 249

หลังจากกินอาหารเสร็จ ยูรันก็เก็บโต๊ะ เตา และอุปกรณ์ทั้งหมดกลับเข้าไปในช่องเก็บของจนไม่เหลือร่องรอยว่าบริเวณนี้เคยมีคนตั้งค่าย

เขาเงยหน้ามองปากถ้ำขนาดใหญ่บริเวณเชิงภูเขา

“ข้าจะเข้าไปข้างในแล้ว”

โม่ชิงเฟิงขมวดคิ้ว

“น้องชาย เจ้าไม่คิดจะรอคนอื่นหรือ?”

“จะรอทำซากอะไร ข้ามีเวลาไม่มากนะ”

“หากข้ากลับไปไม่ทันการประลอง ข้าคงถูกบ่นจนหูชาแน่ ๆ”

มู่เสวี่ยหนิงรีบกล่าว

“แต่ผู้อาวุโสของหุบเขาแพทย์เทวะกำลังเดินทางมา หากรออีกประมาณสิบวัน—”

“สิบวัน?”

ยูรันหันมาทางนางทันที

“รอสิบวัน ข้าคงเดินทางผ่านเมืองได้อีกหลายเมืองแล้ว จะให้นั่งจ้องภูเขาไฟอยู่ตรงนี้เพื่ออะไร?”

“อีกอย่าง หากของวิเศษข้างในมีขางอกแล้วหนีไป ผู้ใดจะรับผิดชอบ?”

“ของวิเศษไม่น่าจะมีขานะเจ้าคะ”

“ใครจะรู้ ของวิเศษสมัยนี้แปลกจะตายไป”

โม่ชิงเฟิงเก็บพัดกลับเข้าที่

“เช่นนั้นพวกเราเข้าไปพร้อมกัน อย่างน้อยหากเกิดเรื่องจะได้ช่วยเหลือกัน”

“ข้าไม่ได้ห้ามพวกท่านตามมาสักหน่อย”

โม่ชิงเฟิงแค่นเสียง

“พี่สาวอยู่ครึ่งก้าวสู่วิญญาณทารก ความร้อนเพียงเท่านี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”

มู่เสวี่ยหนิงเองก็เรียกพลังปราณออกมาห่อหุ้มร่างกาย ก่อนเดินตามเข้าไป

ภายในถ้ำร้อนระอุยิ่งกว่าด้านนอกหลายเท่า ผนังหินทั้งสองฝั่งแดงฉานจากความร้อน ธารลาวาไหลผ่านร่องลึกบนพื้น ส่งเสียงเดือดพล่านดังอยู่ตลอดเวลา

ยิ่งเดินลึกเข้าไป เปลวเพลิงสีครามก็ยิ่งปรากฏให้เห็นตามรอยแยกมากขึ้น

ยูรันหยุดลงตรงหน้าทางแยกสามสาย ก่อนยกมือแตะผนังหิน

“อืม...”

โม่ชิงเฟิงเดินเข้ามาหยุดข้างกาย

“พบอะไรหรือ?”

“ทางซ้ายร้อนที่สุด ทางขวามีพลังธาตุไฟหนาแน่นที่สุด ส่วนตรงกลางมีกลิ่นแปลกที่สุด”

“แล้วเจ้าจะเลือกทางใด?”

ยูรันชี้ไปยังอุโมงค์ตรงกลางโดยไม่ลังเล

“ทางที่แปลกที่สุดสิ ของดีมักซ่อนอยู่ในสถานที่ไม่ปกติ”

มู่เสวี่ยหนิงมองความมืดภายในอุโมงค์ ก่อนถามอย่างระมัดระวัง

“แล้วหากข้างในเป็นสัตว์อสูรเล่าเจ้าคะ?”

“ก็ดีเลย”

ยูรันเดินเข้าไปด้วยสีหน้าสบายใจ

“จะได้มีเนื้อย่างสำหรับมื้อเย็น”

ทั้งสามเดินลึกเข้าไปตามอุโมงค์คดเคี้ยว ภายในยิ่งร้อนระอุขึ้นทุกขณะ กระทั่งมาถึงปลายทางเดินซึ่งเปิดออกเป็นโพรงขนาดใหญ่

เบื้องล่างคือทะเลลาวาสีแดงฉานกำลังเดือดพล่าน ฟองอากาศขนาดใหญ่ผุดขึ้นก่อนแตกออก ส่งประกายไฟกระเด็นไปทั่วบริเวณ

มู่เสวี่ยหนิงเรียกม่านพลังออกมาปกคลุมร่างกาย ก่อนหันไปมองยูรันอย่างสงสัย

“คุณชายไม่ร้อนหรือเจ้าคะ?”

“ตั้งแต่เข้ามา ข้ายังไม่เห็นท่านเรียกพลังออกมาปกคลุมร่างกายเลย”

ยูรันยืนอยู่ริมหน้าผาโดยไม่มีแม้แต่เหงื่อสักหยด

“ไม่ร้อน ไฟกระจอก ๆ แค่นี้จะทำอะไรข้าได้?”

โม่ชิงเฟิงใช้พัดโบกลมร้อนออกจากใบหน้า

“หากพี่สาวไม่ได้เห็นเหงื่อของตนเองกับตา คงคิดว่าที่นี่อากาศเย็นสบายจากท่าทางของเจ้าแล้ว”

ยูรันไม่ตอบ เขาเพียงยืนเพ่งทะเลลาวาอยู่ครู่หนึ่ง

จากนั้นก็เพ่งต่อไป

หนึ่งเค่อผ่านไป...

ยังคงไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

โม่ชิงเฟิงเริ่มหมดความอดทน

“น้องชาย เจ้าพบอะไรหรือยัง?”

“กำลังดูอยู่”

ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ยูรันจึงกวาดจิตสัมผัสตรวจสอบโพรงทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้ง

กำแพงหิน

เพดานถ้ำ

ทะเลลาวา

นอกจากไฟกับหินแล้ว ไม่มีสิ่งใดเลยจริง ๆ

ไม่มีของวิเศษ

ไม่มีสัตว์อสูร

ไม่มีสมุนไพรล้ำค่า

แม้แต่เส้นทางลับก็ไม่มี

ยูรันยืนนิ่งอยู่ริมหน้าผา ก่อนเส้นเลือดบนขมับจะปูดขึ้นทีละเส้น

“ไม่มีอะไรเลย”

มู่เสวี่ยหนิงกะพริบตา

“อะไรนะเจ้าคะ?”

“ข้าบอกว่าไม่มีอะไรเลย!”

เสียงของยูรันสะท้อนก้องไปทั่วโพรง

“เดินเข้ามาตั้งลึก ร้อนก็ร้อน ทางก็วกวน แต่สุดท้ายมีเพียงลาวากระจอก ๆ อยู่บ่อหนึ่ง!”

โม่ชิงเฟิงมองทะเลลาวาเบื้องล่าง ก่อนหันกลับมาหาเขา

“เป็นเจ้าเองไม่ใช่หรือที่เลือกเส้นทางแปลกที่สุด?”

เส้นเลือดบนขมับของยูรันปูดขึ้นอีกหลายเส้น

“แม่งเอ๊ยยยยยยยย!”

“แล้วจะปล่อยกลิ่นออกมาล่อข้าทำไมวะ ไอ้สารเลวเอ๊ย!”

เสียงคำรามของเขาดังก้องสะท้อนไปทั่วทั้งโพรง จนเศษหินบนเพดานร่วงกราวลงมา

“ในเมื่อไม่มีอะไร เช่นนั้นก็หายไปให้หมดเสียเถอะ!”

ยูรันประสานมุทราอย่างรวดเร็ว

“คาถาน้ำ...ระเบิดสายวารีสุดขีดคลั่ง!”

ครืนนนนนน!

น้ำมหาศาลถูกรวบรวมเข้ามาจากทุกทิศทาง อากาศภายในถ้ำบิดเบี้ยว ก่อนมวลน้ำขนาดมหึมาจะปรากฏขึ้นเหนือทะเลลาวา

โม่ชิงเฟิงเบิกตากว้าง

“เดี๋ยวก่อนน้องชาย หากปล่อยน้ำปริมาณนั้นลงไป—”

“สายไปแล้ว!”

ซูดดดดดดดดดดดดดดดดด!

มวลน้ำทั้งหมดหมุนวนราวกับพายุ ก่อนพุ่งกระแทกลงสู่ทะเลลาวาเบื้องล่างอย่างรุนแรง

ตู้มมมมมมมมมมม!

ฟู่วววววววววววววววววว!

ทันทีที่น้ำปะทะกับลาวา ไอน้ำมหาศาลก็ระเบิดออกมาปกคลุมทั่วทั้งโพรง คลื่นความร้อนกับแรงกระแทกกวาดออกไปทุกทิศทาง

“คุณชาย!”

มู่เสวี่ยหนิงร้องออกมาด้วยความตกใจ โม่ชิงเฟิงรีบดึงนางเข้ามาหลบด้านหลัง ก่อนกางม่านพลังป้องกันไอน้ำเดือดเอาไว้

ฟู่ววววว!

เสียงน้ำเดือดยังคงดังต่อเนื่องเกือบครึ่งเค่อ กระทั่งทะเลลาวาทั้งหมดเย็นตัวลง กลายเป็นพื้นหินสีดำซึ่งเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว

ยูรันโบกมือครั้งหนึ่ง ลมกระโชกก็พัดไอน้ำทั้งหมดออกจากโพรง

“หึ ทีนี้ก็ไม่เหลือแล้ว—”

คำพูดของเขาหยุดลงกะทันหัน

ตรงก้นบ่อซึ่งเคยถูกลาวาปกคลุม มีเปลวเพลิงขนาดเท่าฝ่ามือลุกไหม้อยู่ภายในรอยแยก

เปลวเพลิงนั้นมีสีฟ้าครามบริสุทธิ์ แต่ตรงแกนกลางกลับเป็นสีขาวเงิน แม้ถูกมวลน้ำมหาศาลกระแทกเข้าใส่โดยตรง มันก็ยังคงลุกไหม้อยู่อย่างสงบนิ่ง

โม่ชิงเฟิงมองลงไป ก่อนหันมาหายูรันช้า ๆ

“น้องชาย นั่นคือสิ่งที่เจ้าตามหาอยู่หรือไม่?”

ยูรันยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง

“อืม...”

“ดูเหมือนการโมโหแล้วทำลายทุกอย่างทิ้งจะได้ผลจริง ๆ ด้วย”

เขาเพ่งมองเปลวเพลิงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจอย่างเสียดาย

“แต่น่าเสียดาย ไม่ใช่”

“ข้าเพียงแวะมาดูไฟเฉย ๆ ของที่ข้าตามหาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับภูเขาไฟลูกนี้”

โม่ชิงเฟิงมุมปากกระตุก

“หมายความว่าเจ้าพาพวกเราเดินทางมาหลายพันลี้ เพียงเพราะได้ยินว่าที่นี่อาจมีเปลวเพลิงวิเศษ?”

“อืม ผ่านมาพอดีก็เลยแวะดู”

“แล้วเปลวเพลิงข้างล่างนั่นเล่า?”

ยูรันลูบคาง

“ไม่รู้สิ แต่ถูกน้ำขนาดนั้นแล้วยังไม่ดับ อย่างน้อยก็น่าจะไม่ใช่ไฟสำหรับหุงข้าวทั่วไป”

มู่เสวี่ยหนิงจ้องเปลวเพลิงสีครามด้วยแววตาตื่นเต้น

“คุณชาย นั่นเป็นเพลิงวิเศษจริง ๆ เจ้าค่ะ! หากผู้หลอมโอสถสามารถหลอมรวมมันได้ คุณภาพกับอัตราความสำเร็จในการหลอมโอสถจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล!”

“อ๋อ”

“เพลิงชนิดนี้มีค่ามากจนสำนักใหญ่สามารถทำสงครามแย่งชิงกันได้เลยนะเจ้าคะ!”

“อืม เช่นนั้นก็เก็บไปขายได้”

ยูรันก้าวลงจากหน้าผาและลอยลงไปยังพื้นหินเบื้องล่างอย่างสบายใจ

โม่ชิงเฟิงรีบถาม

“เจ้าไม่คิดจะหลอมรวมมันเองหรือ?”

“ไม่เอา ไฟกระจอกเกินไป”

“เมื่อครู่เจ้าทำลายทะเลลาวาทั้งบ่อเพราะหาไม่พบไม่ใช่หรือ?”

“เรื่องนั้นส่วนเรื่องนั้น ข้าโมโหที่มันหลบ ไม่ได้แปลว่าข้าต้องการมันเสียหน่อย”

“……”

ยูรันมาหยุดอยู่ตรงหน้ารอยแยก ก่อนยื่นมือไปทางเปลวเพลิงสีคราม

“เอาละ จะเข้ามาดี ๆ หรืออยากถูกข้าดับทิ้งตรงนี้?”

เปลวเพลิงไหววูบหนึ่งครั้ง

จากนั้นมันก็หดตัวจนเหลือขนาดเท่าเมล็ดถั่ว ก่อนพุ่งเข้ามาหยุดอยู่บนฝ่ามือของยูรัน

เขายกมันขึ้นมาใกล้ใบหน้าและเพ่งอยู่ครู่หนึ่ง

“แกชื่อว่าอะไรนะ? มีชื่อหรือเปล่า?”

“แล้วอยู่ลำดับที่เท่าไร?”

“ถ้าไม่ติดหนึ่งในสามข้าไม่เอานะโว้ย กระจอกเกิน”

เปลวเพลิงสีครามสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด ราวกับกำลังโกรธที่ถูกดูหมิ่น

ฟู่ว!

มันขยายตัวขึ้นเล็กน้อย ก่อนเปลวไฟสามสายจะแยกออกมาและก่อตัวเป็นกลีบบัวสามกลีบเหนือฝ่ามือของเขา

ในเวลาเดียวกัน ความคิดสายหนึ่งก็ไหลเข้าสู่จิตของยูรัน

เพลิงบัววารีนิรันดร์

ลำดับที่สามแห่งทำเนียบเพลิงสวรรค์

ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“อ๋อ ลำดับสามพอดี”

“เฉียดฉิวไปนะ หากเป็นลำดับสี่ข้าคงโยนแกกลับลงไปแล้ว”

ฟู่ว!

เปลวเพลิงพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งและเผาแขนเสื้อของเขาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน เห็นได้ชัดว่ามันกำลังโกรธจัด

ยูรันมองแขนเสื้อที่หายไป ก่อนใช้นิ้วดีดเปลวไฟเบา ๆ

“อารมณ์ร้อนจริง ๆ สมแล้วที่เป็นไฟ”

มู่เสวี่ยหนิงยืนอ้าปากค้าง

“ลำดับ...ที่สามหรือเจ้าคะ?”

โม่ชิงเฟิงเองก็เลิกคิ้วขึ้น

“เพลิงวิเศษระดับนั้นยอมเข้าหาเจ้าง่าย ๆ เช่นนี้เลยหรือ?”

ยุรัน "ก็ใช่นะสิง่ายๆ แบบนี้แหละไม่งั้นยอดเขาเราจะมีสมุนเพิ่มมารึไงถ้ามันไม่ยอม ก็จับไปขังในเตาหลอม แล้วเอาน้ำราดมันทุกวัน จนกว่ามันจะยอม

แล้วลำดับสอง ลำดับหนึ่ง แกรู้จักปะพวกมันอยู่ใน แล้วแกหลอมรวมกับพวกมัน แล้วจะกลายเป็นที่หนึ่งเองปะ"

โม่ชิงเฟิงเองก็เลิกคิ้วขึ้น

“เพลิงวิเศษระดับนั้นยอมเข้าหาเจ้าง่าย ๆ เช่นนี้เลยหรือ?”

ยูรันพยักหน้า

“ก็ใช่น่ะสิ ง่าย ๆ เช่นนี้แหละ”

“ไม่เช่นนั้นยอดเขาของเราจะมีสมุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ได้อย่างไร?”

“หากมันไม่ยอมก็จับไปขังไว้ในเตาหลอม แล้วเอาน้ำราดทุกวันจนกว่าจะยอม เท่านี้ก็จบ”

เปลวเพลิงบนฝ่ามือของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนรีบพันรอบข้อมือยูรันราวกับกลัวว่าจะถูกจับยัดเข้าเตาหลอมจริง ๆ

มู่เสวี่ยหนิงมองภาพนั้นด้วยสีหน้าซับซ้อน

“คุณชาย วิธีเช่นนั้นไม่เรียกว่าทำให้ยอมติดตามนะเจ้าคะ”

“แล้วเรียกว่าอะไร?”

“ทรมานจนยอมจำนนเจ้าค่ะ”

“อืม ผลลัพธ์เหมือนกันก็พอแล้ว็