คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 251 พี่สาวไม่ได้รังเกียจนะ7,527 ตัวอักษร

ตอนที่ 251 พี่สาวไม่ได้รังเกียจนะ

เสียงคำรามของชายชราดังก้องเข้ามาจากปากอุโมงค์

“ผู้ใดบังอาจแตะต้องเพลิงของข้า!”

ยูรันหยุดเดิน ก่อนหันกลับไปด้วยสีหน้ารำคาญ

“ใครมันมาทำหนวกหูวะ?”

โม่ชิงเฟิงกับมู่เสวี่ยหนิงหันไปมองเขาพร้อมกัน

ไม่นาน ร่างของชายชราในชุดคลุมนักหลอมโอสถก็พุ่งเข้ามาภายในอุโมงค์ ใบหน้าของเขาเหี่ยวย่น ผมกับหนวดขาวโพลน แต่พลังปราณซึ่งแผ่ออกจากร่างกลับอยู่ถึงขอบเขตกายทารกขั้นต้น

ทันทีที่เห็นคนทั้งสาม ชายชราก็กวาดจิตสัมผัสตรวจสอบ ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่ข้อมือของยูรัน

“เป็นเจ้าสินะ!”

“ส่งเพลิงบัววารีนิรันดร์คืนมาเดี๋ยวนี้!”

ยูรันก้มมองเปลวเพลิงบนข้อมือ

“แกเป็นของตาแก่นี่หรือ?”

เพลิงบัววารีนิรันดร์สั่นไหวรุนแรง ก่อนรีบหลบเข้าไปในแขนเสื้อของเขาทันที

ยูรันเงยหน้ากลับขึ้นมา

“มันบอกว่าไม่รู้จักแก”

ชายชราโกรธจนหนวดสั่น

“เหลวไหล! ข้าใช้เวลาหลายสิบปีค้นหามัน และวางค่ายกลหล่อเลี้ยงมันอยู่ที่นี่มานานหลายเดือน!”

“หากไม่มีข้า มันจะตื่นขึ้นมาได้อย่างไร?”

“อ๋อ แปลว่าแกยังหลอมรวมมันไม่สำเร็จ”

ยูรันพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“เช่นนั้นมันก็ยังไม่มีเจ้าของนี่”

“ข้าเป็นคนพบมันก่อน!”

“แล้วอย่างไร? ข้าเป็นคนเก็บมันได้”

“ข้าเป็นคนหล่อเลี้ยงมัน!”

“แต่มันเลือกข้า”

“เจ้า!”

ชายชราชี้หน้ายูรันด้วยมืออันสั่นเทา

“เด็กน้อยขอบเขตสร้างรากฐานอย่างเจ้า มีคุณสมบัติใดให้เพลิงวิเศษลำดับสามยอมรับ!”

ยูรันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ข้าหล่อกว่าแกล่ะมั้ง”

โม่ชิงเฟิงยกพัดขึ้นปิดใบหน้า ส่วนมู่เสวี่ยหนิงรีบก้มหน้าลงเพื่อซ่อนสีหน้า

ชายชราสูดหายใจเข้าลึก ก่อนปลดปล่อยแรงกดดันของขอบเขตกายทารกออกมาเต็มกำลัง

ครืนนนนน!

อุโมงค์ทั้งสายสั่นสะเทือน เศษหินร่วงหล่นจากเพดานไม่หยุด

“ข้าจะให้โอกาสเจ้าครั้งสุดท้าย”

“ส่งเพลิงวิเศษมา แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้าทั้งสามคน!”

ยูรันหันไปถามหญิงสาวทั้งสองอย่างจริงจัง

“พวกท่านเชื่อหรือ?”

โม่ชิงเฟิงส่ายหน้า

“ไม่”

มู่เสวี่ยหนิงเองก็ส่ายหน้าตาม

“ข้าก็ไม่เชื่อเจ้าค่ะ”

ยูรันหันกลับมาหาชายชรา

“สองเสียงต่อหนึ่ง ไม่มีใครเชื่อแกเลยตาแก่”

“ดูเหมือนแกจะเป็นคนไม่น่าไว้วางใจนะ”

ชายชราโกรธจัดจนใบหน้าบิดเบี้ยว

“ดี! ในเมื่อพวกเจ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เช่นนั้นข้าจะหลอมพวกเจ้าทั้งหมดให้กลายเป็นโอสถมนุษย์!”

เขาตบแหวนมิติ ก่อนเตาหลอมสีดำใบหนึ่งจะพุ่งออกมา

ตึง!

ทันทีที่เตาหลอมปรากฏ แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่กระจายไปทั่วอุโมงค์ ลวดลายรูปใบหน้ามนุษย์จำนวนมากถูกสลักอยู่รอบตัวเตา แต่ละใบหน้าบิดเบี้ยวราวกับกำลังกรีดร้องด้วยความทรมาน

มู่เสวี่ยหนิงเห็นมันแล้วสีหน้าเปลี่ยนไปทันที

“สมบัติระดับหลอมสุญญตา!”

“คุณชาย ระวัง! นั่นเป็นเตาหลอมมาร มันสามารถหลอมสิ่งมีชีวิตให้กลายเป็นโอสถได้!”

ชายชราหัวเราะเสียงดัง

“นับว่าเจ้ามีสายตา!”

“ได้หลอมผู้บำเพ็ญสามคนพร้อมเพลิงวิเศษลำดับสาม วันนี้ข้าจะต้องสร้างโอสถที่ไม่เคยปรากฏขึ้นบนโลกได้อย่างแน่นอน!”

เขาประสานมุทรา ก่อนตบฝ่ามือไปยังตัวเตาหลอม

“เปิด!”

ครืนนนนนน!

ฝาเตาหลอมเปิดออก กระแสน้ำวนสีดำปรากฏขึ้นภายใน ก่อนแรงดูดมหาศาลจะระเบิดออกมาปกคลุมทั้งอุโมงค์

ก้อนหินตามพื้นถูกดูดลอยขึ้นไป ก่อนแตกสลายและหายเข้าไปภายในเตาหลอมทันที

โม่ชิงเฟิงปักกระบี่ลงกับพื้นและปลดปล่อยพลังปราณออกมาต้านทาน แต่นางยังคงถูกลากไปข้างหน้าทีละน้อย

“น้องชาย เตาหลอมใบนี้ไม่ธรรมดา!”

มู่เสวี่ยหนิงสร้างม่านพลังห่อหุ้มร่างกาย ทว่าเพียงไม่กี่อึดใจก็แตกร้าว

เปรี๊ยะ!

“ข้าต้านไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ!”

ยูรันยื่นมือออกไปคว้าแขนของหญิงสาวทั้งสอง แต่แรงดูดจากสมบัติระดับหลอมสุญญตากลับเพิ่มสูงขึ้นอีกหลายเท่า

พื้นหินใต้เท้าของทั้งสามแตกกระจาย

พรึ่บ!

มู่เสวี่ยหนิงถูกดูดลอยขึ้นไปเป็นคนแรก ตามมาด้วยโม่ชิงเฟิงและยูรัน

ทั้งสามถูกกลืนหายเข้าไปในเตาหลอมพร้อมกัน

ปัง!

ฝาเตาปิดลงอย่างรุนแรง ความมืดเข้าปกคลุมทุกสิ่ง ก่อนเปลวเพลิงสีเขียวคล้ำจะลุกไหม้ขึ้นจากทุกทิศทาง

โม่ชิงเฟิงรีบดึงมู่เสวี่ยหนิงเข้ามาอยู่ด้านหลัง ส่วนยูรันกวาดมองพื้นที่ภายในเตาหลอมอย่างเงียบงัน

[หืม...ยุ่งยากแล้วสิ]

[หากเป็นสมบัติระดับแปลงเทพ ข้ายังพอถูไถจัดการได้]

[แต่ระดับหลอมสุญญตา...ตาแก่นี่ไปขุดของเช่นนี้มาจากที่ใดกัน?]

เสียงหัวเราะของชายชราดังเข้ามาจากภายนอก

“พวกเจ้าจงดิ้นรนไปเถอะ!”

“อีกไม่นานเลือด เนื้อ และวิญญาณของพวกเจ้าจะถูกหลอมรวมจนกลายเป็นโอสถชั้นเลิศ!”

ยูรันเงยหน้าขึ้น ก่อนตะโกนกลับไป

“ตาแก่ แกเคยได้ยินหรือไม่ว่าไม่ควรเอาเตาหลอมของตนเองไปครอบนักหลอมโอสถคนอื่น?”

เสียงหัวเราะด้านนอกชะงักไปเล็กน้อย

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

ยูรันยกมือขึ้นประสานมุทรา

“หมายความว่า หากเตาของแกพังขึ้นมา อย่ามาเรียกร้องค่าเสียหายจากข้าก็แล้วกัน”

ชายชราหัวเราะออกมาด้วยความพึงพอใจ

“ฮ่า ๆๆ พวกเจ้าก็จงถูกหลอมอยู่ในนั้นเถอะ!”

พูดจบ เปลวเพลิงภายในเตาหลอมพลันลุกโชนขึ้นพร้อมกัน

ฟู่ววววว!

ความร้อนมหาศาลแผ่กระจายไปทั่วพื้นที่ปิดตาย ขณะเดียวกัน ฝาเตาด้านบนก็เปิดออกชั่วครู่ สมุนไพรจำนวนมากถูกโยนลงมาราวกับสายฝน

ทั้งรากไม้ ดอกไม้พิษ ผลึกโลหิต และวัตถุดิบประหลาดนับสิบชนิดตกกระจายอยู่รอบตัวทั้งสาม ก่อนถูกเปลวเพลิงเผาไหม้จนปลดปล่อยกลิ่นฉุนออกมา

จากนั้นฝาเตาก็ปิดลงอีกครั้ง

ปัง!

ยูรันกวาดมองพื้นที่รอบด้าน

“อืม ยุ่งยากแล้วสิ”

“ออกก็ไม่ได้ ตาแก่ดันมีของดีเสียด้วย”

[เทพส่งสวรรค์ เทพนภาเหินก็ใช้ไม่ได้]

[เตาหลอมยังย่อตัวลงเรื่อย ๆ ต่อให้ออกไปได้ ข้าคงเหลือตัวเท่ามด]

มู่เสวี่ยหนิงขยับเข้ามาใกล้ ก่อนถามด้วยสีหน้ากังวล

“แล้วเช่นนี้พวกเราควรทำอย่างไรดีเจ้าคะ?”

ยูรันไม่ตอบ

“คุณชาย?”

ยังคงไม่มีคำตอบ

มู่เสวี่ยหนิงเริ่มหน้าซีดกว่าเดิม

“หรือแม้แต่ท่านก็ไม่มีวิธีออกไป?”

ยูรันนั่งลงท่ามกลางกองสมุนไพร ก่อนใช้มือเท้าคางอย่างครุ่นคิด

“อย่าเพิ่งถาม ข้ายังไม่อยากตอบ”

“เหตุใดเล่าเจ้าคะ?”

“ข้าไม่ค่อยชอบวิธีที่ต้องใช้เพื่อออกไปเท่าไร”

โม่ชิงเฟิงเลิกคิ้วขึ้น

“หมายความว่าเจ้ามีวิธี?”

“ก็มี แต่ข้าไม่ค่อยชอบ”

นางรีบเดินเข้ามานั่งตรงหน้าเขา

“วิธีอะไร? บอกพี่สาวมาสิ”

ยูรันเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างไม่เต็มใจ

“อืม...ทัณฑ์สวรรค์”

“……”

โม่ชิงเฟิงเงยหน้ามองเพดานของเตาหลอม

“พวกเราอยู่ภายในสมบัติระดับหลอมสุญญตา เจ้าจะเรียกทัณฑ์สวรรค์เข้ามาได้อย่างไร?”

ยูรันถอนหายใจยาว

“เฮ้อ อาเจ๊ ท่านนี่เข้าใจอะไรยากจริง ๆ”

“ทัณฑ์สวรรค์เป็นสิ่งที่เจาะจงเป้าหมาย ต่อให้เป้าหมายหลบอยู่ในเตาหลอม มันก็ต้องผ่าทะลุเข้ามาอยู่ดีไม่ใช่หรือ?”

“แล้วมีกี่กรณีกันที่สามารถเรียกทัณฑ์สวรรค์ออกมาได้?”

เขายกนิ้วขึ้นนับทีละข้อ

“หลอมโอสถระดับสูง”

“สร้างอาวุธล้ำค่า”

“สัตว์วิเศษถือกำเนิด”

“กับผู้บำเพ็ญทะลวงขอบเขตใหญ่”

ยูรันกางมือออก

“ตอนนี้จะให้ข้าหลอมโอสถก็ไม่มีวัตถุดิบที่เหมาะสม จะสร้างอาวุธก็ยังไม่อยากรีบทำ ส่วนสัตว์วิเศษข้าก็สร้างออกมาตรงนี้ไม่ได้”

“เพราะฉะนั้นจึงเหลือเพียงวิธีเดียว”

เขาชี้นิ้วไปทางโม่ชิงเฟิง

“อาเจ๊ ท่านอยู่ครึ่งก้าวสู่วิญญาณทารกแล้วไม่ใช่หรือ?”

“วิธีที่เหลือคงไม่ต้องให้ข้าบอกแล้วกระมัง”

โม่ชิงเฟิงมองนิ้วซึ่งชี้มายังตนเอง ก่อนสีหน้าจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป

มู่เสวี่ยหนิงยกมือปิดปาก ดวงตาเบิกกว้าง ขณะที่ใบหน้าแดงขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ระ...ระ...ระ...หรือว่าจะเป็นการบำเพ็ญคู่?”

“……”

ภายในเตาหลอมตกอยู่ในความเงียบ

ยูรันถอนหายใจยาว ก่อนตอบอย่างไม่เต็มใจ

“อืม ถูกต้อง”

“นั่นแหละคือเหตุผลที่ข้าไม่ชอบวิธีนี้เท่าไร”

โม่ชิงเฟิงซึ่งกำลังคลี่พัดอยู่ชะงักค้าง

“เดี๋ยวก่อน เจ้าพูดจริงหรือ?”

“ท่านอยู่ครึ่งก้าวสู่วิญญาณทารกมานานแล้ว แต่คอขวดยังไม่ยอมแตก แสดงว่าการเพิ่มพลังปราณเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ผล”

“หากใช้การบำเพ็ญคู่จะช่วยทะลวงคอขวดได้"

มู่เสวี่ยหนิงถามเสียงเบา

“เช่นนั้นคุณชายไม่ชอบตรงส่วนใดหรือเจ้าคะ?”

ยูรันหันไปมองนาง

“เจ้าถามจริงหรือ?”

“ขออภัยเจ้าค่ะ!”

นางรีบหันหลังให้ทั้งสองทันที

โม่ชิงเฟิงค่อย ๆ ลดพัดลง แม้ใบหน้าจะยังคงสงบนิ่ง แต่ใบหูกลับเริ่มแดงอย่างเห็นได้ชัด

“พี่สาวไม่ได้รังเกียจนะ”

“แต่ข้ารังเกียจสถานการณ์นี้”

ยูรันรีบกล่าวเสริมก่อนนางจะเข้าใจผิด

“ไม่ได้หมายความว่ารังเกียจท่าน ข้าเพียงไม่ชอบถูกบังคับให้ทำเรื่องเช่นนี้เพราะตาแก่ที่ไหนก็ไม่รู้”

“แถมยังอยู่ในเตาหลอมที่กำลังจะเอาพวกเราไปทำโอสถอีก บรรยากาศไม่ได้เลยสักนิด”

โม่ชิงเฟิงมุมปากกระตุก

“เจ้ากำลังกังวลเรื่องบรรยากาศหรือ?”

“สำคัญนะ”

“พวกเราอาจถูกหลอมตายได้ทุกเมื่อ!”

“เพราะอย่างนั้นข้าถึงบอกว่าไม่ชอบวิธีนี้อย่างไรเล่า”

ยูรันเงยหน้ามองเปลวเพลิงซึ่งลุกโชนขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนถอนหายใจอีกครั้ง

“เอาเถอะ รออีกหน่อย หากไม่มีวิธีอื่นจริง ๆ ค่อยใช้วิธีนี้”

โม่ชิงเฟิงหรี่ตามองเขา

“เหตุใดต้องรอ?”

“ข้าหวังว่าตาแก่จะเปิดฝาเตาเอง จะได้ไม่ต้องเสียความบริสุทธิ์เพราะเรื่องปัญญาอ่อนเช่นนี้”

มู่เสวี่ยหนิงซึ่งหันหลังอยู่รีบยกมือปิดหูเพิ่มอีกชั้น ราวกับไม่ต้องการรับรู้บทสนทนาต่อจากนี้แม้แต่คำเดียว.