คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 252 นิมิตทัณฑ์สวรรค์ วิหคเพลิงเก้าเศียร!7,273 ตัวอักษร

ตอนที่ 252 นิมิตทัณฑ์สวรรค์ วิหคเพลิงเก้าเศียร!

เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อ

เปลวเพลิงภายในเตาหลอมยิ่งลุกโชนรุนแรงขึ้น สมุนไพรต่าง ๆ เริ่มหลอมละลายกลายเป็นของเหลวหลากสี ก่อนปลดปล่อยไอพิษกับพลังโอสถเข้มข้นออกมา

ม่านพลังรอบร่างของโม่ชิงเฟิงสั่นไหวอย่างรุนแรง

เปรี๊ยะ!

รอยแตกร้าวหลายสายปรากฏขึ้นบนม่านพลัง นางหอบหายใจเล็กน้อย ก่อนหันไปหายูรัน

“น้องชาย พี่สาวเริ่มหมดแรงแล้ว”

ยูรันมองนางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า

“อ่อนแอจริง ข้ายังไม่เห็นต้องกางม่านพลังเลย”

“ร่างกายของผู้ใดจะประหลาดเหมือนเจ้ากัน?”

โม่ชิงเฟิงค่อย ๆ กระเถิบเข้ามานั่งใกล้เขา

นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้น

“น้องชาย พี่สาวขอถามอะไรหน่อยสิ”

“ถามมา”

“เจ้าไม่ชอบพี่สาวตรงไหนหรือ?”

ยูรันครุ่นคิดอย่างจริงจัง

“อืม...บัณฑิตเก๊?”

“……”

โม่ชิงเฟิงกำพัดในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย

“มีเพียงเรื่องนั้นหรือ?”

“ชื่อก็ปลอม สำนักก็ปลอม ท่าทางก็ปลอม แถมยังหลอกถามเรื่องอาจารย์กับยอดเขาไม่หยุด”

“พี่สาวเพียงต้องการตรวจสอบว่าเจ้าเป็นศิษย์ของอาจารย์จริงหรือไม่”

“แล้วตอนนี้ตรวจสอบเสร็จหรือยัง?”

“เสร็จแล้ว”

“เช่นนั้นก็เลิกทำตัวเป็นบัณฑิตเก๊เสียที”

โม่ชิงเฟิงเก็บพัดลงทันที

“ได้ ต่อไปพี่สาวจะไม่ทำแล้ว”

ยูรันหันมามองนางอย่างระแวง

“ยอมง่ายขนาดนี้ ท่านคิดจะทำอะไร?”

“พี่สาวเพียงอยากให้เจ้าชอบเท่านั้น”

“อืม ฟังดูน่าสงสัยกว่าเดิมอีก”

นางกระเถิบเข้ามาใกล้อีก จนหัวไหล่ของทั้งสองแทบชิดกัน

“แล้วหากไม่มีเรื่องบัณฑิตเก๊ เจ้าพอจะชอบพี่สาวบ้างหรือไม่?”

“ตอนนี้เรากำลังถูกหลอมเป็นโอสถอยู่ ท่านจะถามเรื่องนี้ทำไม?”

“ก็หากต้องบำเพ็ญคู่กัน พี่สาวย่อมอยากรู้ว่าเจ้ารังเกียจหรือไม่”

“ข้ายังไม่ได้บอกว่าจะใช้วิธีนั้นเดี๋ยวนี้เสียหน่อย”

โม่ชิงเฟิงชี้ไปยังม่านพลังของตนเองซึ่งใกล้แตกเต็มที

“แต่พี่สาวกำลังจะทนไม่ไหวแล้วนะ”

ทันใดนั้น เสียงอ่อนแรงของมู่เสวี่ยหนิงก็ดังมาจากอีกด้าน

“คุณชาย...ข้าเองก็ใกล้ทนไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ”

ยูรันหันไปมองหญิงสาวทั้งสอง ก่อนถอนหายใจยาว

“เฮ้อ ผู้หญิงนี่สร้างแต่ปัญหาจริง ๆ”

เขากางแขนออกทั้งสองข้าง กางม่านพลังกั้นไฟ

“เข้ามาใกล้ ๆ ก่อน เพลิงพวกนี้ทำอะไรข้าไม่ได้”

โม่ชิงเฟิงขยับเข้ามาเกาะแขนเขาทันที ส่วนมู่เสวี่ยหนิงลังเลเล็กน้อย ก่อนเข้ามานั่งอีกฝั่ง

ยูรันมองแขนทั้งสองข้างซึ่งถูกกอดเอาไว้แน่น

“อืม...เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าพวกท่านรอโอกาสนี้มานานแล้ว?”

ผ่านไปอีกหนึ่งเค่อ เปลวเพลิงภายในเตาหลอมก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนกำลังลง ตรงกันข้าม มันกลับลุกโชนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ยูรันยกข้อมือขึ้น ก่อนเรียกเพลิงบัววารีนิรันดร์ออกมา

“นี่ แกกินเปลวไฟพวกนี้ไม่ได้หรือ?”

เพลิงสีครามพุ่งออกไปกลืนเปลวไฟสีเขียวบริเวณใกล้เคียงจนหายไปหลายส่วน

แต่เพียงไม่กี่อึดใจ เปลวไฟชุดใหม่ก็ลุกขึ้นมาแทนที่ด้วยพลังปราณซึ่งถูกส่งเข้ามาจากภายนอก

ความคิดสายหนึ่งส่งกลับเข้ามาในจิตของยูรัน

กินไม่ได้...ไม่มีต้นกำเนิด...ไม่มีพลังให้ดูดกลืน...

“อืม ดูเหมือนนี่จะไม่ใช่เปลวเพลิงที่เกิดขึ้นเอง แต่มาจากค่ายกลของเตาหลอมซึ่งได้รับพลังปราณจากตาแก่อย่างต่อเนื่อง”

“กินไปก็เกิดขึ้นใหม่ แถมยังไม่ได้พลังงานอะไรกลับมา”

ยูรันถอนหายใจยาว

“เฮ้อออออออออ...ไร้ประโยชน์จริง ๆ”

เสียงหัวเราะของชายชราดังเข้ามาจากภายนอกทันที

“ฮ่า ๆๆ ดิ้นรนไปก็ไร้ประโยชน์!”

“พวกเจ้ารอดได้อีกไม่นานหรอก อีกเดี๋ยวเลือดเนื้อก็จะถูกหลอมละลายจนหมดสิ้น!”

“โอสถมนุษย์ของข้ากำลังจะสำเร็จแล้ว ฮ่า ๆๆๆๆ!”

ยูรันเงยหน้าขึ้นตะโกนกลับไป

“แกช่วยหัวเราะให้เบาลงหน่อยได้หรือไม่ หนวกหู!”

โม่ชิงเฟิงค่อย ๆ เนียนลูบแขนของยูรัน ก่อนกระเถิบเข้ามาใกล้กว่าเดิม

“น้องชาย ถ้าเช่นนั้นก็ถึงเวลาบำเพ็ญคู่แล้วใช่หรือไม่?”

ยูรันหันมามองนางทันที

“ท่านดูมีความสุขกับสถานการณ์นี้มากเกินไปหรือเปล่า?”

โม่ชิงเฟิงทำเป็นไม่ได้ยิน ก่อนกล่าวต่ออย่างจริงจัง

“เจ้าก็อยู่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสูงแล้ว มู่เสวี่ยหนิงเองก็เช่นกัน ส่วนข้าเหลือเพียงครึ่งก้าวก็จะเข้าสู่วิญญาณทารก”

“ถ้าพวกเราสามคนบำเพ็ญร่วมกันแล้วทะลวงขอบเขตพร้อมกัน ทัณฑ์สวรรค์สามชุดจะต้องผ่าเตาหลอมใบนี้จนแตกอย่างแน่นอน”

มู่เสวี่ยหนิงเบิกตากว้าง ใบหน้าแดงก่ำไปจนถึงใบหู

“ดะ เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ! เหตุใดเรื่องนี้ถึงมีข้ารวมอยู่ด้วย?”

โม่ชิงเฟิงหันไปตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

“ก็เพื่อเพิ่มทัณฑ์สวรรค์อีกหนึ่งชุดอย่างไรเล่า พวกเรากำลังช่วยชีวิตทุกคนนะ”

“แต่การช่วยชีวิตแบบนี้มัน...”

“ไม่มีแต่ เจ้าต้องคำนึงถึงสถานการณ์ส่วนรวม”

ยูรันมองโม่ชิงเฟิงอยู่ครู่หนึ่ง

“อาเจ๊ ท่านนี่โรคจิตเหมือนกันนะ”

โม่ชิงเฟิงยิ้มอย่างอ่อนหวาน

“ข้าโรคจิตเฉพาะกับน้องชายเท่านั้นแหละ กับคนอื่นข้าไม่เป็นนะ”

“……”

มู่เสวี่ยหนิงมองคนหนึ่งพูดอย่างหน้าตาเฉย ส่วนอีกคนมองกลับด้วยสีหน้าหมดคำจะพูด ก่อนขยับถอยหลังอย่างเงียบ ๆ

ยูรันกลับคว้าแขนนางเอาไว้

“จะไปไหน?”

“ขะ ข้าคิดว่าทัณฑ์สวรรค์สองชุดก็น่าจะเพียงพอแล้วเจ้าค่ะ”

“เมื่อครู่ยังถามข้าว่าควรทำอย่างไร ตอนนี้มีวิธีแล้วกลับคิดหนี?”

“วิธีนี้น่ากลัวกว่าถูกหลอมอีกเจ้าค่ะ!”

โม่ชิงเฟิงพยักหน้าให้นางอย่างให้กำลังใจ

“ไม่ต้องกังวล พี่สาวจะสอนเจ้าเอง”

ยูรันหันขวับไปทางนาง

“อาเจ๊ เหตุใดท่านถึงพูดเหมือนมีประสบการณ์?”

รอยยิ้มของโม่ชิงเฟิงแข็งค้าง

“เอ่อ...พี่สาวเคยอ่านจากตำรามา”

“บัณฑิตเก๊แล้วยังเป็นผู้เชี่ยวชาญเก๊อีก”

“น้องชาย!”

โม่ชิงเฟิงมองยูรันด้วยแววตาซับซ้อน

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา นางไม่เคยพบบุรุษคนใดสามารถอดทนต่อการยั่วยุของสตรีได้ถึงเพียงนี้

ตอนนี้เขามีหญิงสาวสองคนนั่งขนาบอยู่ทั้งซ้ายและขวา แถมหนึ่งในนั้นยังประกาศชัดเจนว่ายินดีบำเพ็ญคู่ด้วย แต่ยูรันกลับเอาแต่นั่งคิดหาวิธีอื่นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ในที่สุด ความอดทนของนางก็ขาดสะบั้น

“เหตุใดไป๋หลิงถึงเป็นภรรยาของเจ้าได้ แต่ข้ากลับเป็นไม่ได้?!”

“ข้าทนไม่ไหวแล้ว!”

“หืม—”

โม่ชิงเฟิงพุ่งเข้าหายูรัน ก่อนประคองใบหน้าของเขาแล้วจูบลงไปทันที

มู่เสวี่ยหนิงยกมือปิดปาก ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลนออกมา

จุมพิตนั้นดำเนินอยู่นานหลายอึดใจ กระทั่งโม่ชิงเฟิงยอมถอยออกมา ใบหน้าของนางแดงก่ำ แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความดื้อรั้น

ยูรันนิ่งค้างอยู่ครู่หนึ่ง

จากนั้นจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“อืม ท่านตายแน่”

“ข้าไม่สนแล้ว!”

“ข้าหมายถึงศิษย์พี่รองจะฆ่าท่าน”

“ก็ให้นางลองดู!”

โม่ชิงเฟิงคว้าคอเสื้อของยูรันเอาไว้

“ตอนนี้ดับไฟให้ข้าเดี๋ยวนี้!”

พูดจบ นางก็หันไปทางมู่เสวี่ยหนิง

“เจ้าด้วย!”

“ขะ ข้าด้วยหรือเจ้าคะ?!”

มู่เสวี่ยหนิงรีบขยับถอยหลัง แต่แผ่นหลังกลับชนผนังเตาหลอมจนไม่มีทางให้หนีต่อ

“พี่โม่ ท่านใจเย็นก่อนนะเจ้าคะ!”

“พวกเรากำลังจะถูกหลอมตาย จะให้ข้าใจเย็นได้อย่างไร?”

“แต่เรื่องนี้ไม่ควรตัดสินใจรวดเร็วเช่นนี้!”

ยูรันยกมือขึ้นนวดขมับ

“อาเจ๊ ข้าว่าความร้อนคงเผาสติของท่านไปแล้ว”

“ข้ามีสติดีทุกอย่าง”

“คนมีสติที่ไหนจู่ ๆ ก็พุ่งเข้ามาจูบศิษย์น้อง?”

“ข้าไง”

เสียงหัวเราะของชายชราดังเข้ามาจากภายนอกอีกครั้ง

“ฮ่า ๆๆ ดูเหมือนพวกเจ้าจะใกล้หมดแรงแล้วสินะ!”

“ดิ้นรนไปเถอะ! อีกไม่นานพวกเจ้าทั้งหมดจะกลายเป็นโอสถของข้า!”

เส้นเลือดบนขมับของยูรันปูดขึ้นทันที

“ตาแก่นั่นก็ส่งเสียงขัดจังหวะอยู่ได้”

เขาหันกลับมามองหญิงสาวทั้งสอง ก่อนถอนหายใจยาว

“จบแล้วจบสิ้นแล้ว เอาเถอะ ”

มู่เสวี่ยหนิงกลืนน้ำลาย

“คุณชายหมายความว่า...”

“บำเพ็ญคู่ แล้วทะลวงขอบเขตพร้อมกัน”

ยูรันยกมือขึ้น กางม่านกั้นแสง กั้นเสียงปิดกั้นพื้นที่โดยรอบจากการมองเห็นและเสียงทั้งหมด

ภาพของคนทั้งสามค่อย ๆ เลือนหายไป

ภายในม่าน พลังปราณสามสายเริ่มเชื่อมโยงและหมุนเวียนเข้าหากันอย่างช้า ๆ

ขณะเดียวกัน ท้องฟ้าเหนือภูผาเพลิงครามพลันมืดลงโดยไม่มีสัญญาณเตือน

เมฆทัณฑ์สามกลุ่มเริ่มก่อตัวขึ้นพร้อมกันเหนือเตาหลอมใบเล็กซึ่งลอยอยู่กลางอากาศ

ผ่านไปสองเค่อ ท้องฟ้าเหนือภูผาเพลิงครามพลันมืดลงโดยไม่มีสัญญาณเตือน

ครืนนนนนน!

เมฆทัณฑ์สีแดงเลือดไหลมารวมตัวกันจากทั่วทุกทิศ สายฟ้าสีทองจำนวนนับไม่ถ้วนเคลื่อนไหวอยู่ภายใน ก่อนเมฆกับสายฟ้าจะผสานเข้าหากันอย่างรวดเร็ว

แสงสีแดงทองสาดส่องไปทั่วท้องฟ้า

จากนั้นเงาร่างของวิหคเพลิงขนาดมหึมาก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางเมฆทัณฑ์

มันมีศีรษะถึงเก้าหัว

แต่ละหัวสวมมงกุฎซึ่งสร้างขึ้นจากสายฟ้าสีทอง ดวงตาทั้งสิบแปดข้างลุกไหม้ด้วยเพลิงสวรรค์ ปีกขนาดมหึมากางออกปกคลุมผืนฟ้าราวกับสามารถบดบังเมืองทั้งเมืองได้อย่างง่ายดาย

ทุกครั้งที่มันกระพือปีก ฝนสายฟ้ากับเปลวเพลิงสวรรค์จะโปรยปรายลงมา ราวกับวันสิ้นโลกกำลังมาเยือน

นิมิตมีขนาดใหญ่โตจนผู้คนซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายร้อยลี้ยังสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

นิมิตทัณฑ์สวรรค์ วิหคเพลิงเก้าเศียร!