ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 267 หึ ไม่มีงานเหลือให้ทำ แล้วจะขยันไปทำไม?
เปลวเพลิงเผาผลาญรูปปั้นขอทานทั้งหมดจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก แม้แต่รูปปั้นบนบัลลังก์ก็แตกร้าวและพังถล่มลงมา
ครืนนนนน!
ประตูด้านหลังเปิดออกท่ามกลางกลุ่มควันซึ่งยังลอยอบอวลอยู่ทั่วห้อง
ยูรันสะบัดชายเสื้อ ก่อนเดินผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจ
“เหอะ กระจอก”
“ไปได้แล้ว”
ทุกคนมองซากห้องทดสอบซึ่งถูกเผาจนดำสนิท ก่อนรีบติดตามเขาไปโดยไม่มีผู้ใดคิดทักท้วง
การทดสอบที่แปด ห้องที่สอง
เมื่อทุกคนเดินเข้ามา ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนเป็นห้องโถงอันเงียบสงบ
ตรงกลางห้องมีสระน้ำขนาดใหญ่ ภายในเต็มไปด้วยของเหลวสีฟ้าใสซึ่งอัดแน่นไปด้วยพลังปราณและพลังวิญญาณ เพียงสูดกลิ่นเข้าไปก็ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการทดสอบก่อนหน้าได้อย่างเห็นผล
เบื้องหน้าสระมีถ้วยศิลาวางเรียงเอาไว้เก้าใบ พอดีกับจำนวนผู้เข้าทดสอบ
กลางห้องยังคงมีบัลลังก์ตั้งอยู่เช่นเดิม
บนบัลลังก์เป็นรูปปั้นคน ปีกขนาดใหญ่กางออกอยู่ด้านหลัง ใบหน้าของเขาอ่อนโยนและสงบนิ่ง มือทั้งสองถือเหยือกเอาไว้คนละใบ
เหยือกใบหนึ่งว่างเปล่า ขณะที่อีกใบมีน้ำไหลล้นออกมาไม่หยุด
ด้านหลังบัลลังก์มีประตูบานใหญ่ พร้อมข้อความสลักเอาไว้ว่า
การทดสอบที่แปด
ยูรันหันไปทางรูปปั้น
[ราฟาเอล...]
[ห้องแรกเป็นความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ส่วนห้องนี้คงเป็นความพอประมาณ]
ไม่นาน ตัวอักษรเรืองแสงก็ปรากฏขึ้นเหนือสระน้ำ
จงรับสิ่งที่เหมาะสมกับตน
ผู้รับมากเกินไปย่อมทำร้ายตนเอง
ผู้ปฏิเสธแม้กระทั่งสิ่งจำเป็น ย่อมไม่อาจก้าวต่อไป
โม่ชิงเฟิงมองของเหลวภายในสระ
“แล้วพวกเราจะรู้ได้อย่างไรว่าปริมาณเท่าใดจึงเหมาะสมกับตนเอง?”
ยูรันหยิบถ้วยศิลาขึ้นมาหนึ่งใบ
“ลองดูก็รู้เอง”
เขาตักของเหลวขึ้นมาหนึ่งถ้วย ก่อนยกดื่มจนหมดในครั้งเดียว
พลังปราณกับพลังวิญญาณอันบริสุทธิ์แผ่กระจายไปทั่วร่าง แต่ไม่ได้มากจนสร้างภาระให้แก่เส้นลมปราณ
ยูรันวางถ้วยกลับลงที่เดิม
“หนึ่งถ้วยพอดี”
ทุกคนจึงทำตามเขา หลังจากผู้เข้าทดสอบคนสุดท้ายดื่มเสร็จ ของเหลวภายในสระก็หยุดไหล
ครืนนนนน!
ประตูห้องถัดไปเปิดออกทันที
ยูรันเดินนำเข้าไป
“ง่ายชะมัด ไปต่อ”
การทดสอบที่แปด ห้องที่สาม
ห้องถัดมามีลักษณะคล้ายศาลตัดสิน
กลางห้องมีชายผู้หนึ่งถูกล่ามโซ่คุกเข่าอยู่กับพื้น เสื้อผ้าของเขาขาดรุ่งริ่ง ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผล ใบหน้าเปื้อนน้ำตาและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
รอบตัวชายผู้นั้นมีแผ่นศิลาหลายสิบแผ่นตั้งเรียงรายอยู่ แต่ละแผ่นบันทึกความผิดซึ่งเขาเคยกระทำ ทั้งการปล้นสะดม ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ และสังหารผู้คนเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
บนบัลลังก์มีรูปปั้นคน มือหนึ่งถือดาบแห่งการตัดสิน ส่วนอีกมือยื่นออกมาราวกับพร้อมมอบการให้อภัย
ด้านหลังบัลลังก์ยังคงมีประตูพร้อมข้อความเดิม
การทดสอบที่แปด
ยูรันหันไปทางรูปปั้น
[ห้องที่สาม ความเมตตากรุณาซึ่งอยู่ตรงข้ามกับความริษยา ซัดคีเอล]
[หากมีมากเกินไป ก็จะกลายเป็นการปล่อยให้คนชั่วกลับไปทำร้ายผู้อื่นสินะ]
ชายซึ่งถูกล่ามโซ่รีบคลานเข้ามาหาทุกคน
“ข้าผิดไปแล้ว!”
“ข้าสำนึกผิดจริง ๆ ได้โปรดเมตตาและปล่อยข้าไปเถอะ!”
ไม่นาน ตัวอักษรก็ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของเขา
ผู้กระทำผิดร้องขอการให้อภัย
พวกเจ้าจะมอบความเมตตาให้แก่เขาหรือไม่?
ยูรันพยักหน้า
“ได้ ข้าจะช่วยเอง”
โม่ชิงเฟิงรีบหันมามองเขาอย่างระแวดระวัง
“น้องชาย สิ่งที่เจ้าพูดถึงคงไม่ใช่การเผาเขาเหมือนห้องก่อนใช่หรือไม่?”
ยูรันหยุดชะงัก ก่อนหันกลับมาทางนาง
“อาเจ๊เห็นข้าเป็นคนอย่างไรกัน?”
ไม่มีผู้ใดภายในห้องกล้าตอบคำถามนั้น
ยูรันไม่สนใจ เขาหันกลับไปทางชายผู้ถูกล่ามโซ่ ก่อนวาดมือผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
แขนขาทั้งสี่ของชายผู้นั้นถูกตัดขาดพร้อมกัน
“อ๊ากกกกกกกกก!”
เสียงกรีดร้องดังสะท้อนไปทั่วห้อง ขณะที่ทุกคนยืนแข็งค้างอยู่กับที่
ยูรันสะบัดมืออย่างไม่ทุกข์ร้อน
“เอาละ แค่นี้แหละ”
โม่ชิงเฟิงมองชายซึ่งนอนดิ้นอยู่บนพื้น
“นี่คือสิ่งที่เจ้าเรียกว่าช่วยหรือ?”
“อืม ข้าไว้ชีวิตเขาแล้วไม่ใช่หรือ?”
ยูรันชี้ไปยังแผ่นศิลาซึ่งบันทึกความผิดของอีกฝ่าย
“แต่การให้อภัยไม่ได้หมายความว่าความผิดทั้งหมดจะหายไป และความเมตตาก็ไม่ได้หมายความว่าต้องปล่อยคนชั่วกลับไปทำร้ายผู้อื่น”
“ในเมื่อชอบปล้น ทำร้าย และสังหารคนด้วยแขนขาคู่นั้น ข้าก็เพียงทำให้เขาไม่มีโอกาสทำอีก”
ทันใดนั้น ตัวอักษรเหนือบัลลังก์ก็สว่างขึ้น
ความเมตตาซึ่งปราศจากการไตร่ตรอง ย่อมกลายเป็นความโหดร้ายต่อผู้บริสุทธิ์
ครืนนนนน!
ประตูห้องถัดไปเปิดออก
ยูรันเดินผ่านไปทันที
“เอาละ ไปต่อ”
ทุกคนมองชายไร้แขนขาบนพื้น ก่อนรีบเดินตามโดยไม่มีผู้ใดคิดอยู่ต่อแม้แต่น้อย
มู่เสวี่ยหนิงรีบเดินเข้าไปสะกิดแขนโม่ชิงเฟิง
“พี่หญิง เอ่อ...คือข้า...ท่านพี่เขา...”
โม่ชิงเฟิงยกมือห้ามทันที
“ไม่ต้องพูด ข้าคิดเหมือนกับเจ้า”
หญิงสาวทั้งสองเหลือบกลับไปมองชายไร้แขนขาซึ่งยังคงนอนอยู่ในห้องก่อน ก่อนเร่งฝีเท้าเดินตามยูรันไป
คนจากอีกสองกลุ่มเองก็มีความคิดไม่แตกต่างกัน
[สยองเกินไปแล้ว!]
การทดสอบที่แปด ห้องที่สี่
ภายในห้องนี้ไม่มีสิ่งใดมากนัก มีเพียงบัลลังก์ ประตู และนาฬิกาทรายขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่กลางห้อง
บนบัลลังก์เป็นรูปปั้นคนดวงตาทั้งสองปิดสนิท มือข้างหนึ่งถือคัมภีร์ ส่วนอีกข้างประคองนาฬิกาทรายเอาไว้
ยูรันหันไปทางรูปปั้น
[ห้องที่สี่ ความอดทนซึ่งอยู่ตรงข้ามกับความโกรธ อูรีเอล]
ไม่นาน ตัวอักษรก็ปรากฏขึ้นเหนือประตู
จงรอคอยอย่างอดทน
เมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึง ประตูจะเปิดออกเอง
ทุกคนหันไปมองนาฬิกาทรายตรงกลางห้อง เม็ดทรายภายในกำลังไหลลงมาอย่างเชื่องช้า
ผู้อาวุโสฉีเดินไปหาที่นั่ง
“ดูเหมือนพวกเราต้องรอจนกว่าทรายจะไหลลงมาหมด”
องค์ชายห้าเซี่ยจิ้งหงพยักหน้า ก่อนพาผู้ติดตามไปนั่งพักเช่นกัน
มีเพียงยูรันที่เดินตรงไปยังประตู
โม่ชิงเฟิงรีบเรียก
“น้องชาย ข้อความบอกให้รอไม่ใช่หรือ?”
“อืม”
“แล้วเจ้าจะทำอะไร?”
“เปิดประตู”
ยูรันวางมือบนประตู ก่อนผลักออกไปตามปกติ
ครืนนนนน!
ประตูเปิดออกทันทีโดยไม่มีสิ่งใดขัดขวาง
ทุกคนซึ่งเพิ่งนั่งลงได้ไม่ถึงสองลมหายใจต่างแข็งค้าง
“……”
ยูรันหันกลับมา
“มันบอกให้รอ แต่ไม่ได้บอกว่าห้ามเปิดเองเสียหน่อย”
ตัวอักษรชุดใหม่ปรากฏขึ้นเหนือนาฬิกาทราย
ความอดทนมิใช่การนั่งรออย่างไร้จุดหมาย
ผู้รู้จักลงมือในเวลาที่เหมาะสม ย่อมไม่สูญเสียโอกาสไปกับการรอคอย
ยูรันส่ายหน้าอย่างผิดหวัง
“พวกท่านนี่ว่าง่ายดีจริง ๆ มันบอกให้นั่งรอก็นั่งกันทันที”
“รีบลุกขึ้นมา ไปห้องต่อไปได้แล้ว”
การทดสอบที่แปด ห้องที่ห้า
เมื่อทุกคนก้าวเข้ามาในห้องถัดไป สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือโรงงานขนาดมหึมา
โต๊ะทำงานนับร้อยตัวตั้งเรียงรายอยู่ทั่วห้อง บางโต๊ะเต็มไปด้วยตำราซึ่งรอการคัดลอก บางโต๊ะมีสมุนไพรจำนวนมากซึ่งยังไม่ได้คัดแยก ส่วนอีกด้านเป็นกองอาวุธที่รอการขัดเกลาและซ่อมแซม
กลางห้องมีบัลลังก์ตั้งอยู่ บนบัลลังก์เป็นรูปปั้นอัครเทวดากาเบรียล มือข้างหนึ่งถือสารม้วนยาว ส่วนอีกข้างกำปากกาเอาไว้แน่น
ด้านหลังบัลลังก์ยังคงมีประตูบานเดิมตั้งอยู่
การทดสอบที่แปด
ยูรันหันไปทางรูปปั้น
[กาเบรียล...ห้องนี้คงเป็นความขยันหมั่นเพียรซึ่งอยู่ตรงข้ามกับความเกียจคร้าน]
ไม่นาน ตัวอักษรก็ปรากฏขึ้นเหนือโต๊ะทำงานทั้งหมด
จงทำงานทุกอย่างภายในห้องให้เสร็จสิ้น
ผู้ขยันหมั่นเพียรย่อมได้รับผลตอบแทนอันเหมาะสม
โจวถงมองกองงานมหึมาตรงหน้า ก่อนกลืนน้ำลาย
“พวกเราต้องทำทั้งหมดจริงหรือ?”
ผู้อาวุโสฉีถอนหายใจ
“ในเมื่อเป็นการทดสอบ พวกเราคงต้องช่วยกัน”
ทุกคนจึงเริ่มแบ่งหน้าที่กัน
ผู้อาวุโสฉีกับลูกศิษย์รับหน้าที่คัดแยกสมุนไพร กลุ่มราชวงศ์ช่วยกันซ่อมแซมอาวุธ ส่วนโม่ชิงเฟิงกับมู่เสวี่ยหนิงเริ่มคัดลอกตำรา
มีเพียงยูรันซึ่งยังคงยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่แตะต้องงานแม้แต่ชิ้นเดียว
ผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อ โจวถงก็แยกสมุนไพรกองแรกเสร็จ
วูบ!
ทันใดนั้น สมุนไพรอีกสองกองก็ปรากฏขึ้นแทนที่กองเดิม
อีกด้านหนึ่ง เมื่อเว่ยคุนซ่อมอาวุธสำเร็จหนึ่งชิ้น อาวุธชำรุดอีกสองชิ้นก็หล่นลงมาตรงหน้าเขา
โม่ชิงเฟิงคัดลอกตำราจบหนึ่งเล่ม แต่กลับมีตำราใหม่เพิ่มขึ้นมาบนโต๊ะอีกสองเล่ม
ทุกคนหยุดมือพร้อมกัน
“งานเพิ่มขึ้นได้อย่างไร?”
ยูรันยืนกอดอกมองเหตุการณ์ทั้งหมด ก่อนถอนหายใจ
[ทำสำเร็จหนึ่งงาน กลับเพิ่มขึ้นมาอีกสองงาน]
[หากยังทำต่อไป ต่อให้ทำจนตายก็ไม่มีวันเสร็จ]
[ขยันโดยไม่ใช้สมองไม่ได้เรียกว่าขยัน]
[มันเรียกว่าโง่]
ยูรันมองกองงานซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนยกมือห้ามทุกคน
“พอแล้ว ข้าจัดการเอง”
โม่ชิงเฟิงรีบวางพู่กัน
“เจ้าคิดจะทำอะไร?”
ยูรันไม่ตอบ เขาเพียงเริ่มประสานมุทราอย่างรวดเร็ว
ผู้อาวุโสฉีเห็นพลังปราณธาตุไฟรวมตัวขึ้นมาก็รีบตะโกน
“ทุกคนถอยออกจากโต๊ะ!”
เมื่อมุทราสุดท้ายเสร็จสิ้น ยูรันสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนพ่นน้ำมันกับเปลวเพลิงปริมาณมหาศาลออกไปพร้อมกัน
“คาถาไฟ กระสุนเพลิงน้ำมันกบ!”
ฟูมมมมมมมม!
ทะเลเพลิงพุ่งกวาดไปทั่วโรงงาน น้ำมันซึ่งกระจายอยู่บนพื้นทำให้เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว
โต๊ะทำงาน ตำรา สมุนไพร และกองอาวุธทั้งหมดถูกเพลิงกลืนกินภายในพริบตา แม้แต่งานซึ่งเพิ่งปรากฏขึ้นมาก็ถูกเผาทำลายก่อนจะตกถึงพื้น
ทุกคนได้แต่ยืนมองโรงงานทั้งแห่งกลายเป็นทะเลเพลิง
ยูรันลดมือลง ก่อนแค่นเสียงอย่างพึงพอใจ
“หึ ไม่มีงานเหลือให้ทำ แล้วจะขยันไปทำไม?”
ตัวอักษรบนบัลลังก์สว่างขึ้นท่ามกลางเปลวเพลิง
ความขยันซึ่งปราศจากจุดหมาย ย่อมเป็นเพียงการสิ้นเปลืองชีวิต
ครืนนนนน!
ประตูห้องถัดไปค่อย ๆ เปิดออก