คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 270 ข้าบอกว่าจะตามไป! รีบกระโดด!7,592 ตัวอักษร

ตอนที่ 270 ข้าบอกว่าจะตามไป! รีบกระโดด!

[หากเป็นเพียงระดับเศษเดน ข้ายังพอมีทางรับมือ]

[แต่สิ่งที่อยู่ภายในห้องนี้เป็นระดับใดกันแน่?]

[ทหารเลว? มหาดเล็ก? อัศวิน? หรือชนชั้นขุนนาง?]

[หากเป็นระดับบารอนขึ้นไป...]

[พวกเราทุกคนตายอย่างแน่นอน]

นิ้วมือของยูรันกระตุกเล็กน้อย สีหน้าซึ่งมักไม่ทุกข์ร้อนเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

[ด้านล่างสัมผัสได้ว่าเป็นประตูมิติ]

[มันต้องออกมาจากทางนั้นอย่างแน่นอน]

[แต่ข้าจะใช้อะไรจัดการ? ทำลายมิติแห่งนี้ทิ้งหรือ?]

[ด้วยตบะเพียงเท่านี้ ข้าจะทำได้อย่างไรกัน]

มู่เสวี่ยหนิงรีบเดินกลับมาหาเขา

“ท่านพี่ อย่าเงียบสิเจ้าค่ะ”

“ท่านเงียบเช่นนี้แล้วข้ารู้สึกไม่ดีเลย”

โม่ชิงเฟิงเองก็เข้ามาจับแขนอีกข้างของเขา

“นั่นสิน้องชาย พบสิ่งใดก็รีบบอกพวกเรามาเร็วเข้า”

ยูรันกำมือแน่นขึ้นเล็กน้อย

[ข้าเองก็อยากบอก]

[แต่มันยังไม่ถึงเวลาที่พวกนางควรรู้เรื่องเหล่านี้]

[ไม่คิดเลยว่าจะต้องเผชิญหน้ากับพวกมันรวดเร็วถึงเพียงนี้]

เมื่อเห็นยูรันยังคงไม่ตอบ ทุกคนจึงรีบถอยออกจากกลางห้องและเข้ามารวมตัวอยู่ใกล้เขา ไม่มีผู้ใดกล้าแยกออกไปตรวจสอบตามลำพังอีก

บรรยากาศภายในห้องว่างเปล่าพลันหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งที่ยังไม่มีสิ่งใดปรากฏออกมาแม้แต่น้อย

ยูรันสูดหายใจเข้าลึก ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ทุกคนตั้งแถว เตรียมสมาธิ และเปิดการป้องกันทั้งหมดที่มีเสีย”

ไม่มีผู้ใดกล้าชักช้า ทุกคนรีบเคลื่อนตัวเข้ามารวมกลุ่มตามคำสั่งทันที

ยูรันชี้ลงไปยังพื้นห้อง

“ด้านล่างมีประตูอยู่บานหนึ่ง พวกเราจะออกจากสถานที่แห่งนี้ผ่านทางนั้น”

ผู้อาวุโสฉีขมวดคิ้ว

“แล้วสิ่งที่คุณชายกล่าวว่าจะปรากฏออกมาเล่า?”

“ข้าจะรับมือมันเพียงคนเดียว”

โม่ชิงเฟิงกำลังจะกล่าวคัดค้าน แต่ยูรันพูดต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้นางแทรก

“ไม่มีผู้ใดในหมู่พวกท่านสามารถต่อสู้กับมันได้”

“ต่อให้ผู้บำเพ็ญขอบเขตหลอมรวมเต๋ามาอยู่ที่นี่ ก็ไม่มีทางเอาชนะมันได้”

ทุกคนภายในห้องสูดหายใจเข้าพร้อมกัน

เซี่ยจิ้งหงถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“มันแข็งแกร่งถึงเพียงนั้นเลยหรือ?”

“ความแข็งแกร่งเป็นเพียงส่วนหนึ่ง”

ยูรันกำมือช้า ๆ

“สิ่งนั้นมีคุณสมบัติพิเศษอยู่สองประการ ซึ่งทำให้ผู้บำเพ็ญในโลกนี้แทบไม่มีโอกาสต่อกรกับมัน”

มู่เสวี่ยหนิงถามขึ้นอย่างกังวล

“คุณสมบัติอะไรหรือเจ้าคะ?”

“ข้าจะไม่อธิบายเพิ่ม”

ยูรันตอบทันที

“พวกท่านรู้เพียงเท่านี้ก็พอ”

เขาก้าวออกไปยืนด้านหน้าทุกคน ก่อนหันหลังให้ห้องว่างเปล่า

“เมื่อประตูด้านล่างเปิดออกให้รีบเข้าไปทันที”

“อย่าหยุด อย่าหันกลับมา และไม่ว่าจะเห็นอะไร ห้ามเข้ามาช่วยข้าเด็ดขาด”

ยูรันหันกลับไปทางห้องว่างเปล่า

“ภาวนาให้ระดับของมันต่ำที่สุดก็แล้วกัน”

น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่ไม่มีผู้ใดมองข้ามความหมายซึ่งซ่อนอยู่ภายใน

หากแม้แต่ยูรันยังต้องพึ่งพาคำว่าภาวนา สิ่งซึ่งกำลังจะปรากฏออกมาย่อมน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้

โม่ชิงเฟิงเม้มริมฝีปากแน่น

“น้องชาย...”

“ไม่ต้องพูด”

ยูรันยกมือห้าม

“ตั้งสมาธิไว้ เตรียมวิ่งทันทีที่ประตูเปิด”

ทุกคนเร่งพลังป้องกันขึ้นถึงขีดสุด ก่อนจับจ้องแผ่นหลังของยูรันโดยไม่มีผู้ใดกล้าหายใจแรง

ยูรันยกเท้าขึ้นช้า ๆ

[ระดับเศษเดน...]

[ขอเพียงเป็นระดับเศษเดนก็พอ]

[ข้ายังไม่ได้ดวงตากลับคืนมา ไม่ว่ามันจะเป็นระดับใด ข้าก็ยังไม่พร้อมรับมือทั้งนั้น]

จากนั้นเขาก็ก้าวผ่านธรณีประตูเข้าไปในห้องที่เก้า

วูบ!

พื้นสีขาวเบื้องล่างพลันสั่นไหว ก่อนรอยแตกร้าวสีดำจะแผ่ขยายออกไปทุกทิศทาง

เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!

รอยแยกมิติปรากฏขึ้นใต้พื้นห้อง ความมืดอันไร้ขอบเขตแทรกซึมออกมาจากด้านล่าง พร้อมกับเสียงแหบพร่าหลายเสียงซึ่งซ้อนทับกันอย่างผิดธรรมชาติ

“อ่า...”

“พวกเราเจอแล้ว...”

สีหน้าของยูรันเปลี่ยนไปทันที

“หุบปากกกก!”

ร่างของเขาพุ่งทะยานขึ้นไปด้านบน พร้อมกับปลดปล่อยจิตคุกคามทั้งหมดออกมาในคราวเดียว

ครืนนนนนน!

แรงกดดันมหาศาลกวาดไปทั่วห้อง ทุกคนด้านหลังถึงกับร่างสั่นสะท้าน

[คาถาเพลิง ระเบิดเปลวเพลิงมังกรผลาญพิภพสุดคลั่ง!]

โฮกกกกกก!

มังกรเพลิงขนาดมหึมาพุ่งออกมาท่ามกลางเสียงคำราม เปลวไฟทั่วร่างบิดตัวอย่างบ้าคลั่ง ก่อนโถมลงสู่รอยแยกมิติเบื้องล่าง

ตู้มมมมมมมมมม!

ทะเลเพลิงระเบิดขึ้นกลางห้อง แรงปะทะกวาดพื้นสีขาวแตกกระจายออกเป็นวงกว้าง พร้อมกลืนเสียงประหลาดเหล่านั้นหายเข้าไปในเปลวไฟทั้งหมด

แต่ภายในส่วนลึกของรอยแยกมิติ เสียงหัวเราะแผ่วเบายังคงดังลอดออกมา

“ฮ่า...ฮ่า...”

“ในที่สุด...ก็เจอเจ้าแล้ว...”

เปลวเพลิงค่อย ๆ แยกออกจากกัน เผยให้เห็นสิ่งซึ่งกำลังลอยขึ้นมาจากรอยแยกมิติ

สิ่งซึ่งลอยอยู่กลางห้องยังไม่มีรูปร่างแน่นอน มันเป็นเพียงหมอกสีม่วงดำขนาดมหึมาที่กำลังบีบอัดเข้าหากันอย่างช้า ๆ

ตรงกลางกลุ่มหมอกมีดวงตาขนาดใหญ่ลอยอยู่เพียงดวงเดียว ม่านตาภายในหมุนวนเป็นเกลียว ส่งกลิ่นอายเก่าแก่และน่าขนลุกออกมาไม่หยุด

แขนขาอันเลือนรางเริ่มงอกออกจากกลุ่มหมอก ราวกับมันกำลังพยายามสร้างร่างกายให้แก่ตนเอง

ยูรันหรี่ตาลง

[ระดับเศษเดน...ง่ายขึ้นเยอะ]

[แต่ไอ้เวรนี่กำลังวิวัฒน์ รูปร่างนั่นกับดวงตาตรงกลาง...]

มู่เสวี่ยหนิงถอยหลังไปครึ่งก้าว

“นั่นมันตัวอะไรกันเจ้าคะ? มันพูดได้ด้วยหรือ?”

คนที่เหลือต่างมองสิ่งมีชีวิตตรงหน้าด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เสียงพูดคุยดังระงมขึ้นทันที

ยูรันตวาดโดยไม่หันกลับไป

“เตรียมตัว!”

ทุกคนชะงัก ก่อนรีบตั้งแถวและรวบรวมพลังป้องกันขึ้นตามคำสั่ง

“จับตาดูประตูมิติด้านล่างเอาไว้ เมื่อข้าเปิดทางได้ให้กระโดดลงไปทันที ห้ามหยุด ห้ามหันกลับมา และไม่ว่าเห็นอะไรอยู่ข้างล่างก็จงวิ่งต่อไป!”

โม่ชิงเฟิงถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“แล้วเจ้าจะทำอย่างไร?”

“ข้าจะตามไปทีหลัง”

เสียงหัวเราะหลายเสียงดังออกมาจากกลุ่มหมอกพร้อมกัน

“เจ้า...อ่อนแอลงอย่างมหาศาล...”

ยูรันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนยกมุมปากขึ้น

[ฮ่า ๆ ๆ! ดูเหมือนโชคของข้ายังไม่หมดสินะ]

[ไอ้เวรนี่ถือกำเนิดขึ้นมาจากดวงตาดวงนั้นเอง มิน่าถึงได้ส่งเสียงเรียกหาข้าอยู่ตลอด]

[ไม่ว่าจะเป็นเนตรบ้าบออะไรก็ช่าง ข้าจะนำมันมาฟื้นคืนเนตรดาราสวรรค์ของข้า!]

หมอกสีม่วงดำพุ่งเข้าใส่เขาอย่างฉับพลัน

ยูรันไม่คิดหลบ เขากำหมัดแน่นแล้วชกออกไปตรง ๆ

ตู้มมมม!

กลุ่มหมอกจนกระจายออกเป็นวงกว้าง เสียงกรีดร้องหลายเสียงดังซ้อนทับกันไปทั่วทั้งห้อง

หมอกซึ่งควรปล่อยให้การโจมตีทั่วไปทะลุผ่านกลับถูกฉีกกระชากออกไปจริง ๆ แม้แต่ดวงตาตรงกลางยังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

[เป็นอย่างที่คิด กายเทพของข้าทำร้ายมันได้]

มวลน้ำมหาศาลพลันปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อตัวเป็นมังกรวารีขนาดใหญ่ ก่อนพุ่งเข้ากัดกลุ่มหมอกและลากมันกระแทกลงกับพื้น

ตูม!

ยูรันสะบัดแขนตามไปทันที คลื่นพลังรูปจันทร์เสี้ยวนับสิบสายพุ่งตัดร่างของมันจนขาดกระจาย

ยังไม่ทันที่ชิ้นส่วนเหล่านั้นจะรวมตัวกลับมา ทะเลเพลิงก็โหมเข้ากลืนกิน ตามด้วยเสาหินจำนวนมากซึ่งพุ่งขึ้นจากพื้น บดอัดหมอกสีม่วงดำเอาไว้ตรงกลาง

กระแสน้ำแรงดันสูงซัดกระหน่ำเข้าใส่จากทุกทิศทาง

ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!

ยูรันพุ่งตามเข้าไปกลางแรงระเบิด หมัด ศอก และเข่าของเขากระแทกร่างซึ่งยังสร้างไม่สมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง ไม่มีการประสานมุทรา ไม่มีการเรียกชื่อวิชา และไม่มีการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่าแม้แต่น้อย

ทุกครั้งที่หมอกพยายามรวมตัว มันจะถูกพลังชนิดใหม่ฉีกกระชากออกจากกันอีกครั้ง

คนที่เหลือได้แต่ยืนมองอย่างตกตะลึง

ตอนนี้พวกเขาจึงเข้าใจแล้วว่า การประสานอินซึ่งยูรันเคยใช้ก่อนหน้านี้มีไว้เพื่อความสวยงามจริง ๆ

เมื่อต้องต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย เขาสามารถปลดปล่อยทุกสิ่งออกมาได้ทันทีเพียงความคิดเดียว

หมอกสีม่วงดำส่งเสียงคำราม ก่อนแผ่ขยายออกไปปกคลุมทั่วทั้งห้อง

ดวงตาตรงกลางหมุนวนอย่างรวดเร็ว หมอกทั้งหมดเริ่มบีบอัดกลับเข้าหามันอีกครั้ง แขน ขา และเกราะสีดำทะมึนค่อย ๆ ก่อตัวชัดเจนยิ่งขึ้น

[มันยังวิวัฒน์ต่อได้]

[จะปล่อยให้สร้างร่างเสร็จไม่ได้]

ยูรันกระแทกเท้าลงกับพื้น คลื่นพลังรุนแรงระเบิดออกไป กวาดกลุ่มหมอกให้ถอยห่างจากประตูมิติด้านล่างในทันที

เส้นทางเปิดออกแล้ว

“ตอนนี้แหละ! กระโดดลงไป!”

ผู้อาวุโสฉีไม่ลังเลอีก เขาพาหลินชูอวี้กับโจวถงกระโดดเข้าสู่ประตูมิติเป็นกลุ่มแรก

เซี่ยจิ้งหง กัวจื่อเหวิน และเว่ยคุนตามลงไปติด ๆ

มู่เสวี่ยหนิงยังคงยืนอยู่ที่เดิม

“ท่านพี่ แล้วท่านเล่าเจ้าคะ?!”

หมอกสีม่วงดำฉีกเสาหินออก ก่อนพุ่งเข้าใส่ยูรันอีกครั้ง

เขาหมุนตัวเตะมันกลับไปโดยไม่แม้แต่จะหันมองนาง

“ข้าบอกว่าจะตามไป! รีบกระโดด!”

โม่ชิงเฟิงกัดฟัน ก่อนคว้าข้อมือของมู่เสวี่ยหนิงเอาไว้

“ไป! อยู่ต่อมีแต่จะถ่วงมือเขา!”

“แต่ว่า—”

“เชื่อเขา!”

ทั้งสองกระโดดเข้าสู่ประตูมิติพร้อมกัน

เมื่อสัมผัสได้ว่าทุกคนออกไปหมดแล้ว ยูรันจึงปล่อยพลังออกมาโดยไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

แรงกดดันปะทุขึ้นจนทั้งห้องสั่นสะเทือน เปลวเพลิง มวลน้ำ คมวายุ และเสาหินถาโถมเข้าใส่สิ่งมีชีวิตประหลาดพร้อมกันจากทุกทิศทาง

หมอกสีม่วงดำถูกบดขยี้จนแทบไม่เหลือ เผยให้เห็นดวงตาตรงกลางอย่างชัดเจน

ยูรันถีบพื้นจนแตกร้าว ร่างของเขาพุ่งทะลุม่านพลังทั้งหมดเข้าไปในพริบตา