ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 271 อาเจ๊ ท่านอยากเดินทางกลับเองใช่ไหม
ยูรันประคองลูกบาศก์เรืองแสงซึ่งลอยอยู่ระหว่างฝ่ามือ ก่อนยกมุมปากขึ้นอย่างตื่นเต้น
“ข้าชอบวิชานี้สุด ๆ ไปเลย”
เขาค่อย ๆ แยกฝ่ามือออกจากกัน ลูกบาศก์ขนาดเล็กตรงกลางส่งเสียงสั่นสะเทือนแหลมสูง
วิ้งงงงง!
“คาถาธุลี แยกอะตอม”
ลูกบาศก์พลันขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาก็ครอบกลุ่มหมอกสีม่วงดำทั้งหมดเอาไว้ภายใน
สิ่งมีชีวิตประหลาดส่งเสียงกรีดร้อง ดวงตาตรงกลางหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่สายหมอกจำนวนมากพยายามพุ่งทะลวงออกจากกล่องแสง
วิ้งงงงงงง!
พื้นที่ภายในลูกบาศก์สว่างวาบ ทุกสิ่งที่ถูกครอบเอาไว้แตกสลายลงในระดับเล็กที่สุดโดยไม่มีแรงระเบิดหรือเศษซากหลงเหลือ
หมอกสีม่วงดำส่วนใหญ่หายไปในทันที ราวกับไม่เคยมีอยู่ตั้งแต่แรก
แต่ก่อนลูกบาศก์จะปิดตัวลง ดวงตาตรงกลางกลับพุ่งออกมาจากขอบเขตทำลายล้างได้อย่างหวุดหวิด
หมอกส่วนที่เหลือไหลกลับมารวมตัวรอบดวงตาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้สร้างเพียงแขนกับขา แต่ยังเริ่มก่อตัวเป็นโครงร่างคล้ายมนุษย์ซึ่งมีหนามแหลมงอกออกมาทั่วร่าง
กลิ่นอายของมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แขนสีดำหลายสิบข้างพุ่งเข้าใส่ยูรันจากทุกทิศทางพร้อมกัน
ทว่าไม่มีแม้แต่ข้างเดียวสัมผัสร่างของเขาได้
กรงเล็บทุกชิ้นพลาดเป้าหมายไปเพียงเล็กน้อย บางครั้งเห็นชัดว่ากำลังจะคว้าตัวเขาไว้ได้ แต่เมื่อมันหุบเข้าหากัน ตรงนั้นกลับเหลือเพียงความว่างเปล่า
ยูรันปรากฏตัวขึ้นเหนือดวงตา ก่อนกระแทกส้นเท้าลงไปอย่างรุนแรง
ตู้มมมม!
ร่างซึ่งยังสร้างไม่สมบูรณ์ระเบิดกระจายออกอีกครั้ง
หมอกสีม่วงดำคำรามลั่น ลำแสงจำนวนมากพุ่งออกจากดวงตา กวาดไปทั่วทั้งห้องจนกำแพงกับพื้นถูกเจาะพรุน
แต่ต่อให้การโจมตีหนาแน่นเพียงใด มันก็ยังตามยูรันไม่ทัน
[ไอ้เวรนี่กำลังวิวัฒน์เร็วขึ้นเรื่อย ๆ]
[ทั้งความเร็ว รูปร่าง และวิธีโจมตีกำลังเปลี่ยนแปลง]
[ปล่อยไว้นานกว่านี้จะยิ่งเสียเวลา]
มวลน้ำจำนวนมหาศาลก่อตัวขึ้นกลางอากาศ ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นมังกรวารีหลายตัว พวกมันพุ่งเข้ากัดกลุ่มหมอกจากคนละทิศและฉีกกระชากมันออกจากกัน
เปลวเพลิงโหมตามเข้าไปเผาผลาญทุกส่วนซึ่งถูกแยกออก ขณะที่เสาหินจำนวนมากพุ่งขึ้นจากพื้นเพื่อปิดกั้นไม่ให้มันรวมตัวกลับมา
คลื่นพลังรูปจันทร์เสี้ยวตัดผ่านใจกลางกลุ่มหมอกอย่างต่อเนื่อง
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
ดวงตาตรงกลางสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แต่หมอกรอบตัวมันยังคงสร้างขึ้นมาใหม่ไม่หยุด
ยูรันพุ่งเข้าไปประชิดอีกครั้ง
หมัดจากกายเทพบดขยี้แขนสีดำจนแตกกระจาย ศอกของเขากระแทกร่างส่วนบนจนยุบตัว ก่อนลูกเตะจะส่งกลุ่มหมอกทั้งก้อนกระเด็นไปชนกำแพงอีกด้าน
ตู้ม!
พื้นห้องสั่นสะเทือน รอยแตกร้าวลุกลามไปทั่วทุกทิศทาง
สิ่งมีชีวิตประหลาดยังไม่ยอมแพ้ มันรวบรวมหมอกทั้งหมดเข้าหาดวงตา ก่อนบีบอัดกลายเป็นคมหนามสีดำจำนวนมหาศาลแล้วระเบิดออกพร้อมกัน
ทว่าหลังการโจมตีสิ้นสุดลง ยูรันกลับยืนอยู่เบื้องหน้าดวงตาของมันเรียบร้อยแล้ว
“ช้าเกินไป”
มือของเขาทะลวงผ่านหมอกชั้นสุดท้าย ก่อนคว้าดวงตาตรงกลางเอาไว้แน่น
“ไม่!”
หมอกสีม่วงดำทั้งหมดคลุ้มคลั่ง มันพุ่งเข้าพันรอบแขนของยูรันและพยายามลากดวงตากลับคืนไป
ยูรันออกแรงกระชากเพียงครั้งเดียว
เปรี๊ยะ!
เส้นหมอกทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับดวงตาขาดสะบั้น ร่างของสิ่งมีชีวิตประหลาดพังทลายลงทันที
ยูรันมองดวงตาในมือ ก่อนหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
เขาเก็บดวงตาเข้าไป ก่อนหันไปทางประตูมิติซึ่งกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง
หมอกสีม่วงดำที่เหลืออยู่ยังคงไหลตามมา แม้สูญเสียดวงตาไปแล้ว แต่มันกลับพยายามรวบรวมร่างขึ้นใหม่อีกครั้ง
ยูรันกระโดดเข้าสู่ประตูมิติ ก่อนหยิบลูกบาศก์อีกก้อนออกมา
ภายในลูกบาศก์อัดแน่นไปด้วยดินเหนียว พลังทำลายล้างที่สะสมอยู่ข้างในทำให้พื้นที่รอบตัวมันบิดเบี้ยว
เขาโยนลูกบาศก์กลับขึ้นไปกลางห้อง
“เอาของแถมไปอีกชิ้นก็แล้วกัน!”
หมอกสีม่วงดำพุ่งตามมาถึงปากประตูมิติ
ยูรันยกมุมปากขึ้น
“ฮ่า ๆ ๆ! หากประตูมิติระเบิด มิติแห่งนี้ก็จะหายไปด้วย”
“เพราะฉะนั้นจงหายไปพร้อมกับที่นี่เสียเถอะ ไอ้เศษเดนเหลือขอ!”
ลูกบาศก์แตกออกกลางอากาศ ดินเหนียวภายในกระจายตัวเข้าปกคลุมประตูมิติและพื้นที่โดยรอบ
“คาถาธุลีดิน ระเบิดแยกอะตอม!”
วิ้งงงงงงง!
แสงสีขาวเริ่มแผ่ขยายออกจากใจกลางลูกบาศก์
กลุ่มหมอกสีม่วงดำบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ก่อนเสียงหลายเสียงจะดังซ้อนทับกันออกมาเป็นครั้งสุดท้าย
“มันจะไม่จบเพียงเท่านี้...”
“ราชินีจะตามหาเจ้า...”
เสียงของมันพลันแปรเปลี่ยน ทั้งหวาดกลัว ทั้งเคียดแค้น และแฝงไปด้วยความคลั่งไคล้อย่างประหลาด
“ราชาของพวกเรา!”
แสงสีขาวเจิดจ้ากลืนกินทุกสิ่งในพริบตา
ประตูมิติแตกสลาย รอยร้าวขนาดมหึมาแผ่ขยายไปทั่วทั้งห้อง ก่อนมิติแห่งนี้จะเริ่มพังทลายตามลงมา
เสียงกรีดร้องของสิ่งมีชีวิตประหลาดดังไล่หลังยูรันมาเป็นครั้งสุดท้าย
จากนั้นทุกสิ่งก็ถูกลบหายไปจนหมดสิ้น
ภาพตรงหน้าของทุกคนบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ก่อนร่างของพวกเขาจะถูกเหวี่ยงออกจากประตูมิติทีละกลุ่ม
ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ!
ทั้งหมดตกลงกลางป่าทึบแห่งหนึ่ง พื้นโดยรอบเต็มไปด้วยใบไม้แห้งและรากไม้ขนาดใหญ่ มองผ่านยอดไม้ขึ้นไปเห็นเพียงท้องฟ้าสีคราม ไม่มีตำหนัก ไม่มีภูเขา และไม่มีร่องรอยของแดนลับหลงเหลืออยู่เลย
ผู้อาวุโสฉีรีบลุกขึ้นสำรวจรอบตัว ก่อนพบว่าพวกเขาถูกส่งมายังป่าทางเหนือของหุบเขาราชันโอสถอีกทอดหนึ่ง
มู่เสวี่ยหนิงลุกขึ้นอย่างลนลาน นางกวาดตามองผู้คนรอบด้าน แต่กลับไม่พบร่างที่กำลังตามหา
“พี่หญิง แล้วท่านพี่เล่า?”
นางรีบคว้าแขนโม่ชิงเฟิง
“ท่านพี่ตามมาหรือยังเจ้าคะ?”
โม่ชิงเฟิงหันกลับไปมองประตูมิติซึ่งกำลังบิดเบี้ยวอยู่กลางอากาศ สีหน้าของนางค่อย ๆ เคร่งเครียดขึ้น
“ยัง...ข้าไม่เห็นเขาออกมา”
ทันใดนั้น เสียงระเบิดอันเลือนรางก็ดังลอดออกมาจากอีกฟากหนึ่ง
ตู้มมมมมม!
ประตูมิติสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวสีขาวแผ่กระจายไปทั่วพื้นผิวของมัน
มู่เสวี่ยหนิงหน้าซีดเผือด
“ท่านพี่ยังอยู่ข้างในนะเจ้าคะ!”
นางกำลังจะพุ่งกลับไป แต่โม่ชิงเฟิงรีบคว้าตัวเอาไว้
“อย่าเข้าไป! ตอนนี้ประตูมิติกำลังจะพัง!”
“แต่ท่านพี่—”
ยังไม่ทันกล่าวจบ มือข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาจากรอยแยกกลางประตู
จากนั้นยูรันก็ก้าวออกมาอย่างสบาย ๆ ราวกับเพิ่งเดินออกจากห้องพัก เสื้อผ้าของเขามีรอยฉีกขาดอยู่บ้าง แต่ทั่วร่างไม่มีบาดแผลแม้แต่น้อย
ทันทีที่เท้าของเขาแตะพื้น ประตูมิติด้านหลังก็แตกกระจาย
เพล้ง!
เศษแสงนับพันชิ้นสลายหายไปกลางอากาศ
ยูรันปัดฝุ่นบนแขนเสื้อ ก่อนหันมาหาทุกคน
“มองอะไรกัน?”
“ข้าบอกแล้วว่าจะตามมา”
ทุกคนรีบกรูกันเข้ามาหายูรันในทันที
มู่เสวี่ยหนิงจับแขนเขาพลิกดูไปมา ก่อนตรวจตั้งแต่ชีพจรไปจนถึงพลังปราณภายในร่างอย่างละเอียด
“ท่านพี่ได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่เจ้าคะ?”
โม่ชิงเฟิงเองก็เดินวนรอบตัวเขา มือทั้งสองคอยตรวจสอบตามเสื้อผ้าซึ่งมีรอยฉีกขาด
“น้องชาย เจ้าถูกมันโจมตีหรือเปล่า?”
“เปล่า มันแตะตัวข้าไม่ได้”
“แล้วเหตุใดเสื้อผ้าจึงขาด?”
“แรงระเบิดตอนท้าย มากเกินไปหน่อย”
ผู้อาวุโสฉีเหวินซานรีบเดินเข้ามาตรวจดูอีกคน เมื่อพบว่ายูรันไม่มีบาดแผลจริง ๆ จึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ยูรันปัดมือทุกคนออกอย่างรำคาญ
“พอแล้ว ข้าไม่เป็นอะไร”
เขาหันกลับไปมองตำแหน่งซึ่งประตูมิติเคยตั้งอยู่ ก่อนถอนหายใจยาว
“เฮ้อ เกือบไปแล้ว”
“ดีนะที่ระดับของมันต่ำสุดชนิดติดดิน หากสูงกว่านี้แม้เพียงขั้นเดียว คงไม่มีใครได้ออกมาสักคน”
ยูรันหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวสรุปด้วยสีหน้าจริงจัง
“ตายโหงกันหมดแน่นอน”
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบกริบ
ยูรันกวาดหน้ามองไปรอบด้าน ก่อนถามขึ้นราวกับเพิ่งนึกได้
“เอาละ ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ไหนกัน?”
ทุกคนเงียบไปครู่หนึ่ง
โม่ชิงเฟิงมุมปากกระตุก
“น้องชาย เจ้าเป็นคนพาพวกเราออกมา แต่กลับไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ใดหรือ?”
“ข้าเพียงระเบิดประตูมิติแล้วกระโดดตามพวกเจ้ามา จะไปรู้ได้อย่างไรว่ามันส่งพวกเจ้ามาที่ไหน?”
ผู้อาวุโสฉีเหวินซานเหาะขึ้นไปเหนือยอดไม้เพื่อสำรวจ ไม่นานก็กลับลงมาพร้อมสีหน้าครุ่นคิด
“จากตำแหน่งของเทือกเขา พวกเราน่าจะอยู่ในป่าทางเหนือของหุบเขาราชันโอสถขอรับ แต่ถูกส่งออกมาไกลพอสมควร”
ยูรันพยักหน้าช้า ๆ
“อืม อย่างน้อยก็ยังอยู่ทางเหนือ”
มู่เสวี่ยหนิงเอียงศีรษะ
“เหตุใดต้องเป็นอย่างน้อยด้วยเจ้าคะ?”
“เพราะถ้าบอกว่าทางใต้ ข้าคงต้องสงสัยแล้วว่าคนสร้างประตูมิติมันแยกทิศไม่เป็นหรือข้าแยกไม่เป็นกันแน่”
โม่ชิงเฟิงถอนหายใจ
“พี่สาวคิดว่าอย่างหลังมีโอกาสมากกว่า”
“อาเจ๊ ท่านอยากเดินทางกลับเองใช่ไหม?”
ยูรันพุ่งขึ้นไปบนฟ้า ก่อนหยุดนิ่งกลางอากาศและสำรวจพื้นที่โดยรอบอยู่ครู่หนึ่ง
ไม่นานเขาก็กลับลงมายืนต่อหน้าทุกคน
“เอาละ ดูเหมือนว่าหากเดินทางขึ้นเหนือไปอีกเล็กน้อยจะพบเมืองแห่งหนึ่ง”
เขาชี้ไปยังอีกทิศทาง
“ข้างเมืองดันมีหุบเขาอยู่อีกแห่ง แถมภายในยังมีสัตว์อสูรอยู่เป็นจำนวนมากด้วย”
โม่ชิงเฟิงหรี่ตามองเขา
“เจ้าคงไม่ได้คิดจะเข้าไปหาเรื่องสัตว์อสูรพวกนั้นใช่หรือไม่?”
“ข้าเพียงจะเข้าไปดูอะไรสักหน่อย”
“ดูอะไร?”
“ยังไม่รู้ ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เอง”
ยูรันกางแผนที่ออก แม้ตำแหน่งของป่าแห่งนี้จะไม่ปรากฏอยู่บนนั้นก็ตาม
“ไปเมืองนั้นกันก่อนแล้วกัน ข้าอยากรู้ว่าหุบเขานั่นมีอะไร”
มู่เสวี่ยหนิงมองสีหน้ากระตือรือร้นของเขา ก่อนพึมพำออกมาเบา ๆ
“ข้ารู้สึกว่าพวกสัตว์อสูรกำลังจะประสบเคราะห์ร้ายเสียแล้วเจ้าค่ะ”