คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 271 อาเจ๊ ท่านอยากเดินทางกลับเองใช่ไหม7,755 ตัวอักษร

ตอนที่ 271 อาเจ๊ ท่านอยากเดินทางกลับเองใช่ไหม

ยูรันประคองลูกบาศก์เรืองแสงซึ่งลอยอยู่ระหว่างฝ่ามือ ก่อนยกมุมปากขึ้นอย่างตื่นเต้น

“ข้าชอบวิชานี้สุด ๆ ไปเลย”

เขาค่อย ๆ แยกฝ่ามือออกจากกัน ลูกบาศก์ขนาดเล็กตรงกลางส่งเสียงสั่นสะเทือนแหลมสูง

วิ้งงงงง!

“คาถาธุลี แยกอะตอม”

ลูกบาศก์พลันขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาก็ครอบกลุ่มหมอกสีม่วงดำทั้งหมดเอาไว้ภายใน

สิ่งมีชีวิตประหลาดส่งเสียงกรีดร้อง ดวงตาตรงกลางหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่สายหมอกจำนวนมากพยายามพุ่งทะลวงออกจากกล่องแสง

วิ้งงงงงงง!

พื้นที่ภายในลูกบาศก์สว่างวาบ ทุกสิ่งที่ถูกครอบเอาไว้แตกสลายลงในระดับเล็กที่สุดโดยไม่มีแรงระเบิดหรือเศษซากหลงเหลือ

หมอกสีม่วงดำส่วนใหญ่หายไปในทันที ราวกับไม่เคยมีอยู่ตั้งแต่แรก

แต่ก่อนลูกบาศก์จะปิดตัวลง ดวงตาตรงกลางกลับพุ่งออกมาจากขอบเขตทำลายล้างได้อย่างหวุดหวิด

หมอกส่วนที่เหลือไหลกลับมารวมตัวรอบดวงตาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้สร้างเพียงแขนกับขา แต่ยังเริ่มก่อตัวเป็นโครงร่างคล้ายมนุษย์ซึ่งมีหนามแหลมงอกออกมาทั่วร่าง

กลิ่นอายของมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แขนสีดำหลายสิบข้างพุ่งเข้าใส่ยูรันจากทุกทิศทางพร้อมกัน

ทว่าไม่มีแม้แต่ข้างเดียวสัมผัสร่างของเขาได้

กรงเล็บทุกชิ้นพลาดเป้าหมายไปเพียงเล็กน้อย บางครั้งเห็นชัดว่ากำลังจะคว้าตัวเขาไว้ได้ แต่เมื่อมันหุบเข้าหากัน ตรงนั้นกลับเหลือเพียงความว่างเปล่า

ยูรันปรากฏตัวขึ้นเหนือดวงตา ก่อนกระแทกส้นเท้าลงไปอย่างรุนแรง

ตู้มมมม!

ร่างซึ่งยังสร้างไม่สมบูรณ์ระเบิดกระจายออกอีกครั้ง

หมอกสีม่วงดำคำรามลั่น ลำแสงจำนวนมากพุ่งออกจากดวงตา กวาดไปทั่วทั้งห้องจนกำแพงกับพื้นถูกเจาะพรุน

แต่ต่อให้การโจมตีหนาแน่นเพียงใด มันก็ยังตามยูรันไม่ทัน

[ไอ้เวรนี่กำลังวิวัฒน์เร็วขึ้นเรื่อย ๆ]

[ทั้งความเร็ว รูปร่าง และวิธีโจมตีกำลังเปลี่ยนแปลง]

[ปล่อยไว้นานกว่านี้จะยิ่งเสียเวลา]

มวลน้ำจำนวนมหาศาลก่อตัวขึ้นกลางอากาศ ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นมังกรวารีหลายตัว พวกมันพุ่งเข้ากัดกลุ่มหมอกจากคนละทิศและฉีกกระชากมันออกจากกัน

เปลวเพลิงโหมตามเข้าไปเผาผลาญทุกส่วนซึ่งถูกแยกออก ขณะที่เสาหินจำนวนมากพุ่งขึ้นจากพื้นเพื่อปิดกั้นไม่ให้มันรวมตัวกลับมา

คลื่นพลังรูปจันทร์เสี้ยวตัดผ่านใจกลางกลุ่มหมอกอย่างต่อเนื่อง

ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!

ดวงตาตรงกลางสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แต่หมอกรอบตัวมันยังคงสร้างขึ้นมาใหม่ไม่หยุด

ยูรันพุ่งเข้าไปประชิดอีกครั้ง

หมัดจากกายเทพบดขยี้แขนสีดำจนแตกกระจาย ศอกของเขากระแทกร่างส่วนบนจนยุบตัว ก่อนลูกเตะจะส่งกลุ่มหมอกทั้งก้อนกระเด็นไปชนกำแพงอีกด้าน

ตู้ม!

พื้นห้องสั่นสะเทือน รอยแตกร้าวลุกลามไปทั่วทุกทิศทาง

สิ่งมีชีวิตประหลาดยังไม่ยอมแพ้ มันรวบรวมหมอกทั้งหมดเข้าหาดวงตา ก่อนบีบอัดกลายเป็นคมหนามสีดำจำนวนมหาศาลแล้วระเบิดออกพร้อมกัน

ทว่าหลังการโจมตีสิ้นสุดลง ยูรันกลับยืนอยู่เบื้องหน้าดวงตาของมันเรียบร้อยแล้ว

“ช้าเกินไป”

มือของเขาทะลวงผ่านหมอกชั้นสุดท้าย ก่อนคว้าดวงตาตรงกลางเอาไว้แน่น

“ไม่!”

หมอกสีม่วงดำทั้งหมดคลุ้มคลั่ง มันพุ่งเข้าพันรอบแขนของยูรันและพยายามลากดวงตากลับคืนไป

ยูรันออกแรงกระชากเพียงครั้งเดียว

เปรี๊ยะ!

เส้นหมอกทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับดวงตาขาดสะบั้น ร่างของสิ่งมีชีวิตประหลาดพังทลายลงทันที

ยูรันมองดวงตาในมือ ก่อนหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

เขาเก็บดวงตาเข้าไป ก่อนหันไปทางประตูมิติซึ่งกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง

หมอกสีม่วงดำที่เหลืออยู่ยังคงไหลตามมา แม้สูญเสียดวงตาไปแล้ว แต่มันกลับพยายามรวบรวมร่างขึ้นใหม่อีกครั้ง

ยูรันกระโดดเข้าสู่ประตูมิติ ก่อนหยิบลูกบาศก์อีกก้อนออกมา

ภายในลูกบาศก์อัดแน่นไปด้วยดินเหนียว พลังทำลายล้างที่สะสมอยู่ข้างในทำให้พื้นที่รอบตัวมันบิดเบี้ยว

เขาโยนลูกบาศก์กลับขึ้นไปกลางห้อง

“เอาของแถมไปอีกชิ้นก็แล้วกัน!”

หมอกสีม่วงดำพุ่งตามมาถึงปากประตูมิติ

ยูรันยกมุมปากขึ้น

“ฮ่า ๆ ๆ! หากประตูมิติระเบิด มิติแห่งนี้ก็จะหายไปด้วย”

“เพราะฉะนั้นจงหายไปพร้อมกับที่นี่เสียเถอะ ไอ้เศษเดนเหลือขอ!”

ลูกบาศก์แตกออกกลางอากาศ ดินเหนียวภายในกระจายตัวเข้าปกคลุมประตูมิติและพื้นที่โดยรอบ

“คาถาธุลีดิน ระเบิดแยกอะตอม!”

วิ้งงงงงงง!

แสงสีขาวเริ่มแผ่ขยายออกจากใจกลางลูกบาศก์

กลุ่มหมอกสีม่วงดำบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ก่อนเสียงหลายเสียงจะดังซ้อนทับกันออกมาเป็นครั้งสุดท้าย

“มันจะไม่จบเพียงเท่านี้...”

“ราชินีจะตามหาเจ้า...”

เสียงของมันพลันแปรเปลี่ยน ทั้งหวาดกลัว ทั้งเคียดแค้น และแฝงไปด้วยความคลั่งไคล้อย่างประหลาด

“ราชาของพวกเรา!”

แสงสีขาวเจิดจ้ากลืนกินทุกสิ่งในพริบตา

ประตูมิติแตกสลาย รอยร้าวขนาดมหึมาแผ่ขยายไปทั่วทั้งห้อง ก่อนมิติแห่งนี้จะเริ่มพังทลายตามลงมา

เสียงกรีดร้องของสิ่งมีชีวิตประหลาดดังไล่หลังยูรันมาเป็นครั้งสุดท้าย

จากนั้นทุกสิ่งก็ถูกลบหายไปจนหมดสิ้น

ภาพตรงหน้าของทุกคนบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ก่อนร่างของพวกเขาจะถูกเหวี่ยงออกจากประตูมิติทีละกลุ่ม

ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ!

ทั้งหมดตกลงกลางป่าทึบแห่งหนึ่ง พื้นโดยรอบเต็มไปด้วยใบไม้แห้งและรากไม้ขนาดใหญ่ มองผ่านยอดไม้ขึ้นไปเห็นเพียงท้องฟ้าสีคราม ไม่มีตำหนัก ไม่มีภูเขา และไม่มีร่องรอยของแดนลับหลงเหลืออยู่เลย

ผู้อาวุโสฉีรีบลุกขึ้นสำรวจรอบตัว ก่อนพบว่าพวกเขาถูกส่งมายังป่าทางเหนือของหุบเขาราชันโอสถอีกทอดหนึ่ง

มู่เสวี่ยหนิงลุกขึ้นอย่างลนลาน นางกวาดตามองผู้คนรอบด้าน แต่กลับไม่พบร่างที่กำลังตามหา

“พี่หญิง แล้วท่านพี่เล่า?”

นางรีบคว้าแขนโม่ชิงเฟิง

“ท่านพี่ตามมาหรือยังเจ้าคะ?”

โม่ชิงเฟิงหันกลับไปมองประตูมิติซึ่งกำลังบิดเบี้ยวอยู่กลางอากาศ สีหน้าของนางค่อย ๆ เคร่งเครียดขึ้น

“ยัง...ข้าไม่เห็นเขาออกมา”

ทันใดนั้น เสียงระเบิดอันเลือนรางก็ดังลอดออกมาจากอีกฟากหนึ่ง

ตู้มมมมมม!

ประตูมิติสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวสีขาวแผ่กระจายไปทั่วพื้นผิวของมัน

มู่เสวี่ยหนิงหน้าซีดเผือด

“ท่านพี่ยังอยู่ข้างในนะเจ้าคะ!”

นางกำลังจะพุ่งกลับไป แต่โม่ชิงเฟิงรีบคว้าตัวเอาไว้

“อย่าเข้าไป! ตอนนี้ประตูมิติกำลังจะพัง!”

“แต่ท่านพี่—”

ยังไม่ทันกล่าวจบ มือข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาจากรอยแยกกลางประตู

จากนั้นยูรันก็ก้าวออกมาอย่างสบาย ๆ ราวกับเพิ่งเดินออกจากห้องพัก เสื้อผ้าของเขามีรอยฉีกขาดอยู่บ้าง แต่ทั่วร่างไม่มีบาดแผลแม้แต่น้อย

ทันทีที่เท้าของเขาแตะพื้น ประตูมิติด้านหลังก็แตกกระจาย

เพล้ง!

เศษแสงนับพันชิ้นสลายหายไปกลางอากาศ

ยูรันปัดฝุ่นบนแขนเสื้อ ก่อนหันมาหาทุกคน

“มองอะไรกัน?”

“ข้าบอกแล้วว่าจะตามมา”

ทุกคนรีบกรูกันเข้ามาหายูรันในทันที

มู่เสวี่ยหนิงจับแขนเขาพลิกดูไปมา ก่อนตรวจตั้งแต่ชีพจรไปจนถึงพลังปราณภายในร่างอย่างละเอียด

“ท่านพี่ได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่เจ้าคะ?”

โม่ชิงเฟิงเองก็เดินวนรอบตัวเขา มือทั้งสองคอยตรวจสอบตามเสื้อผ้าซึ่งมีรอยฉีกขาด

“น้องชาย เจ้าถูกมันโจมตีหรือเปล่า?”

“เปล่า มันแตะตัวข้าไม่ได้”

“แล้วเหตุใดเสื้อผ้าจึงขาด?”

“แรงระเบิดตอนท้าย มากเกินไปหน่อย”

ผู้อาวุโสฉีเหวินซานรีบเดินเข้ามาตรวจดูอีกคน เมื่อพบว่ายูรันไม่มีบาดแผลจริง ๆ จึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ยูรันปัดมือทุกคนออกอย่างรำคาญ

“พอแล้ว ข้าไม่เป็นอะไร”

เขาหันกลับไปมองตำแหน่งซึ่งประตูมิติเคยตั้งอยู่ ก่อนถอนหายใจยาว

“เฮ้อ เกือบไปแล้ว”

“ดีนะที่ระดับของมันต่ำสุดชนิดติดดิน หากสูงกว่านี้แม้เพียงขั้นเดียว คงไม่มีใครได้ออกมาสักคน”

ยูรันหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวสรุปด้วยสีหน้าจริงจัง

“ตายโหงกันหมดแน่นอน”

บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบกริบ

ยูรันกวาดหน้ามองไปรอบด้าน ก่อนถามขึ้นราวกับเพิ่งนึกได้

“เอาละ ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ไหนกัน?”

ทุกคนเงียบไปครู่หนึ่ง

โม่ชิงเฟิงมุมปากกระตุก

“น้องชาย เจ้าเป็นคนพาพวกเราออกมา แต่กลับไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ใดหรือ?”

“ข้าเพียงระเบิดประตูมิติแล้วกระโดดตามพวกเจ้ามา จะไปรู้ได้อย่างไรว่ามันส่งพวกเจ้ามาที่ไหน?”

ผู้อาวุโสฉีเหวินซานเหาะขึ้นไปเหนือยอดไม้เพื่อสำรวจ ไม่นานก็กลับลงมาพร้อมสีหน้าครุ่นคิด

“จากตำแหน่งของเทือกเขา พวกเราน่าจะอยู่ในป่าทางเหนือของหุบเขาราชันโอสถขอรับ แต่ถูกส่งออกมาไกลพอสมควร”

ยูรันพยักหน้าช้า ๆ

“อืม อย่างน้อยก็ยังอยู่ทางเหนือ”

มู่เสวี่ยหนิงเอียงศีรษะ

“เหตุใดต้องเป็นอย่างน้อยด้วยเจ้าคะ?”

“เพราะถ้าบอกว่าทางใต้ ข้าคงต้องสงสัยแล้วว่าคนสร้างประตูมิติมันแยกทิศไม่เป็นหรือข้าแยกไม่เป็นกันแน่”

โม่ชิงเฟิงถอนหายใจ

“พี่สาวคิดว่าอย่างหลังมีโอกาสมากกว่า”

“อาเจ๊ ท่านอยากเดินทางกลับเองใช่ไหม?”

ยูรันพุ่งขึ้นไปบนฟ้า ก่อนหยุดนิ่งกลางอากาศและสำรวจพื้นที่โดยรอบอยู่ครู่หนึ่ง

ไม่นานเขาก็กลับลงมายืนต่อหน้าทุกคน

“เอาละ ดูเหมือนว่าหากเดินทางขึ้นเหนือไปอีกเล็กน้อยจะพบเมืองแห่งหนึ่ง”

เขาชี้ไปยังอีกทิศทาง

“ข้างเมืองดันมีหุบเขาอยู่อีกแห่ง แถมภายในยังมีสัตว์อสูรอยู่เป็นจำนวนมากด้วย”

โม่ชิงเฟิงหรี่ตามองเขา

“เจ้าคงไม่ได้คิดจะเข้าไปหาเรื่องสัตว์อสูรพวกนั้นใช่หรือไม่?”

“ข้าเพียงจะเข้าไปดูอะไรสักหน่อย”

“ดูอะไร?”

“ยังไม่รู้ ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เอง”

ยูรันกางแผนที่ออก แม้ตำแหน่งของป่าแห่งนี้จะไม่ปรากฏอยู่บนนั้นก็ตาม

“ไปเมืองนั้นกันก่อนแล้วกัน ข้าอยากรู้ว่าหุบเขานั่นมีอะไร”

มู่เสวี่ยหนิงมองสีหน้ากระตือรือร้นของเขา ก่อนพึมพำออกมาเบา ๆ

“ข้ารู้สึกว่าพวกสัตว์อสูรกำลังจะประสบเคราะห์ร้ายเสียแล้วเจ้าค่ะ”