คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 277 พวกเราหยุดแล้ว7,222 ตัวอักษร

ตอนที่ 277 พวกเราหยุดแล้ว

คนทั้งห้าลงมายังชั้นล่างของโรงเตี๊ยม

ทันทีที่มาถึง โม่ชิงเฟิงก็รีบวิ่งตรงไปทางห้องครัว ก่อนโผล่หน้าออกมาเรียกยูรัน

“น้องชาย พี่สาวบอกเจ้าของโรงเตี๊ยมไว้แล้วว่าขอยืมห้องครัวได้!”

ยูรันหยุดเดิน ก่อนมองนางอย่างหมดคำจะพูด

“อาเจ๊ ท่านเตรียมการไว้ตั้งแต่เมื่อใด?”

“ตั้งแต่เช้ามืด”

“ท่านตื่นเช้ามาเพื่อขอยืมห้องครัว?”

“พี่สาวกลัวน้องชายตื่นมาแล้วไม่มีอะไรทำกิน”

“พูดตามตรงเถอะ”

โม่ชิงเฟิงคลี่พัดออก

“พี่สาวอยากกินอาหารฝีมือน้องชาย”

ยูรันถอนหายใจ ก่อนเดินเข้าไปในห้องครัวโดยไม่กล่าวอะไรอีก

ไม่นาน เสียงหั่นวัตถุดิบกับเสียงน้ำมันในกระทะก็ดังออกมาอย่างต่อเนื่อง กลิ่นหอมเข้มข้นเริ่มลอยออกจากห้องครัวและแผ่ไปทั่วทั้งโรงเตี๊ยม

แขกซึ่งกำลังรับประทานอาหารอยู่ต่างหยุดมือ ก่อนหันมองไปทางต้นกำเนิดของกลิ่นพร้อมกัน

หลัวจินหยางกับหลัวจินเยว่นั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะ ดวงตาจับจ้องประตูห้องครัวอย่างไม่กะพริบ

หลัวจินเยว่กลืนน้ำลาย

“นี่คืออาหารฝีมือศิษย์น้องจริงหรือเจ้าคะ?”

มู่เสวี่ยหนิงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

“เจ้าค่ะ พวกท่านเตรียมใจไว้ให้ดีก็แล้วกัน”

หลัวจินหยางเลิกคิ้ว

“เพียงอาหารมื้อหนึ่งต้องเตรียมใจด้วยหรือ?”

โม่ชิงเฟิงหัวเราะเบา ๆ

“เดี๋ยวได้กินแล้วเจ้าก็จะเข้าใจเอง”

ไม่นาน อาหารหลายจานก็ถูกยกออกมาจากห้องครัว

กลิ่นหอมเข้มข้นแผ่กระจายไปทั่วทั้งโรงเตี๊ยมในทันที เนื้อทุกชิ้นถูกปรุงจนมันวาว น้ำแกงใสกระจ่างแต่กลับเต็มไปด้วยพลังปราณ ส่วนผักหลากสียังคงสดกรอบและส่งกลิ่นหอมชวนหิว

แขกทุกคนภายในร้านหยุดรับประทานอาหารของตนเองพร้อมกัน

บางคนถึงกับอ้าปากค้าง น้ำลายไหลยืดออกมาโดยไม่รู้ตัว

ชายร่างใหญ่คนหนึ่งทนไม่ไหว เขาลุกขึ้นตบโต๊ะแล้วตะโกนไปทางห้องครัว

“พ่อครัว! ทำให้ข้าด้วย!”

“ข้ายอมจ่ายเพิ่มสองเท่า!”

ชายอีกคนรีบลุกขึ้นตาม

“ข้าจ่ายสามเท่า!”

“ห้าเท่า! ขอให้ข้าชุดหนึ่ง!”

เพียงไม่กี่อึดใจ แขกทั่วทั้งโรงเตี๊ยมก็เริ่มแข่งกันเสนอราคา เสียงตะโกนดังจนแทบทำให้หลังคาสั่น

ยูรันเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมอาหารจานสุดท้าย

“หนวกหูอะไรแต่เช้า?”

เจ้าของโรงเตี๊ยมรีบวิ่งเข้ามาหาเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย

“คุณชาย หากท่านช่วยทำอาหารให้แขกเหล่านี้ ข้ายินดีแบ่งกำไรให้ท่านแปดส่วนเลยขอรับ!”

“ไม่เอา”

ยูรันตอบทันที

“ข้าทำให้ครอบครัวกิน ไม่ได้มารับจ้างเป็นพ่อครัว”

เขาวางจานลงบนโต๊ะ ก่อนหันไปทางแขกซึ่งกำลังจ้องอาหารตาเป็นมัน

“อยากกินก็ไปหัดทำกันเอง”

“แต่พวกเราจ่ายได้!”

“ข้าไม่ขาดเงิน”

“สิบเท่า!”

“ขี้เกียจ”

เหตุผลเพียงสองคำทำให้ผู้คนทั้งโรงเตี๊ยมหมดหนทางโต้แย้ง

ยูรันนั่งลง ก่อนหยิบตะเกียบขึ้นมา

“มัวแต่มองอะไรกัน กินสิ”

หลัวจินหยางกับหลัวจินเยว่คีบอาหารเข้าปากคนละคำ

ทันทีที่รสชาติแผ่กระจาย ดวงตาของฝาแฝดทั้งสองก็เบิกกว้างขึ้นพร้อมกัน

โม่ชิงเฟิงยกมุมปากอย่างรู้ทัน

“เป็นอย่างไร?”

หลัวจินหยางวางตะเกียบลงช้า ๆ ก่อนหันมามองยูรันด้วยสีหน้าจริงจังยิ่งกว่าเดิม

“ข้าตัดสินใจถูกต้องแล้ว”

“ศิษย์น้อง อีกไม่นานเจ้าก็จะได้ตัวศิษย์พี่ผู้นี้ไปแล้วนะ”

นางเท้าคาง ก่อนส่งสายตาหวานหยดย้อยไปให้เขา

“ฮี่ ๆ”

“แค่ก ๆ ๆ!”

ยูรันซึ่งกำลังดื่มน้ำแกงถึงกับสำลัก เขารีบวางถ้วยลงแล้วหันหน้าหนี

“รีบกินเถอะ อาหารจะเย็นหมดแล้ว”

โม่ชิงเฟิงเลิกคิ้วขึ้น

“โอ้ น้องชายเขินด้วยหรือ?”

“เปล่า ข้าแค่สำลัก”

มู่เสวี่ยหนิงยกมือขึ้นปิดรอยยิ้ม

“แต่ใบหูของท่านพี่แดงขึ้นแล้วนะเจ้าคะ”

“เพราะน้ำแกงร้อน”

หลัวจินหยางยิ่งยิ้มกว้างกว่าเดิม

“ศิษย์น้องไม่ต้องกังวล ตอนกลางวันศิษย์พี่จะอ่อนโยนกับเจ้าเอง”

“กินข้าวไปเลย!”

หลัวจินเยว่ก้มหน้าลงจนแทบชิดถ้วยอาหาร

[พี่หญิงของข้าเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแล้ว...]

ก่อนเที่ยง

หลังเดินเล่นกันเสร็จ ทุกคนก็กลับมายังโรงเตี๊ยม

ยูรันเข้าไปนั่งรออยู่ภายในห้องหมายเลขหนึ่งเพียงลำพัง ส่วนหญิงสาวทั้งสี่รวมตัวกันอยู่ในห้องหมายเลขสอง

โม่ชิงเฟิงตบไหล่หลัวจินหยางเบา ๆ

“พยายามเข้านะน้องห้า”

หลัวจินหยางสูดหายใจเข้าลึก ก่อนพยักหน้าด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

“รับทราบ ข้าขอไปเตรียมตัวก่อน”

นางเดินออกจากห้องหมายเลขสอง แล้วกลับไปยังห้องหมายเลขสามซึ่งพักร่วมกับน้องสาว

หลัวจินเยว่มองตามอยู่ครู่หนึ่ง

“ข้าขอไปดูพี่หญิงหน่อยนะเจ้าคะ”

โม่ชิงเฟิงพยักหน้าอย่างอารมณ์ดี

“อื้ม ๆ ไปเถอะ”

ห้องหมายเลขสาม

หลัวจินเยว่ปิดประตู ก่อนหันไปมองพี่สาวของตน

“พี่หญิง ท่านคิดจะทำจริงหรือเจ้าคะ?”

หลัวจินหยางสูดหายใจเข้าลึกอีกครั้ง

“จริงสิ เขาหล่อจะตาย ทำอาหารก็อร่อย แถมข้าเองก็ไม่ใช่คนชอบอ้อมค้อม”

นางยกมือขึ้นกุมหน้าอก พยายามควบคุมหัวใจซึ่งกำลังเต้นแรง

“ฮี่ ๆ ตอนนี้ข้ากำลังระงับความตื่นเต้นอยู่ เจ้าออกไปก่อนนะ”

หลัวจินเยว่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

หลัวจินหยางหลับตาทำสมาธิอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนผ่อนลมหายใจยาว

“ฮ้าาา...สดชื่น”

นางลืมตาขึ้นด้วยสีหน้าพร้อมรบเต็มที่

“เอาละ ข้าพร้อมแล้ว!”

จากนั้นจึงหันมาทางน้องสาว

“หืม? เหตุใดเจ้าจึงยังไม่ออกไปอีก?”

หลัวจินเยว่ยิ้มอย่างอ่อนโยน

“พี่หญิง ข้าขอโทษนะเจ้าคะ”

“ขอโทษเรื่องอะ—”

ปึก!

สันมือของหลัวจินเยว่กระแทกเข้าที่ต้นคอของพี่สาวอย่างแม่นยำ

ดวงตาของหลัวจินหยางเหลือกขึ้น ก่อนร่างจะอ่อนยวบลง หลัวจินเยว่รีบรับตัวนางเอาไว้แล้วพาไปวางลงบนเตียง

“เดี๋ยวข้าจะไปแทนพี่หญิงเอง”

ด้วยความที่ทั้งสองเป็นฝาแฝดซึ่งมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกันแทบทุกประการ หลัวจินเยว่เพียงเปลี่ยนทรงผม เสื้อผ้า และปรับท่าทางเล็กน้อย ก็แทบไม่ต่างจากหลัวจินหยางแล้ว

นางตรวจสอบตนเองหน้ากระจก ก่อนเดินออกจากห้องหมายเลขสามและตรงไปยังห้องของยูรัน

ก๊อก ๆ

“เข้ามาสิ”

หลัวจินเยว่เปิดประตู ก่อนก้าวเข้ามาด้วยท่าทางซึ่งพยายามเลียนแบบพี่สาวทุกประการ

ยูรันซึ่งนั่งอยู่ข้างโต๊ะเงยหน้าขึ้นมองนาง

หลัวจินเยว่ไม่เปิดโอกาสให้เขาพิจารณานาน นางรีบเดินเข้าไปย่อตัวลง ก่อนโอบแขนรอบคอของเขา

“ฮี่ ๆ ศิษย์น้อง”

นางจ้องดวงตาซึ่งเต็มไปด้วยประกายดาวในระยะใกล้

“ดวงตาคู่นี้ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็ยังงดงามไม่เปลี่ยนเลย”

ยูรันไม่ได้ผลักนางออก เพียงถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“จะเริ่มเลยหรือไม่?”

หัวใจของหลัวจินเยว่เต้นแรงขึ้นทันที

“ได้สิ”

“แต่ข้ามีคำถาม”

“ถามมาได้เลยนะ ศิษย์น้อง”

หลัวจินเยว่ยิ้มหวาน

“ศิษย์พี่จะตอบทุกเรื่องที่รู้”

ยูรันนิ่งมองนางอยู่ครู่หนึ่ง

“อืม หากเป็นคนทั่วไปคงแยกพวกท่านไม่ออก”

เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

“แต่ว่าข้าแยกออกนะ ศิษย์พี่หก”

รอยยิ้มบนใบหน้าของหลัวจินเยว่แข็งค้าง

แขนซึ่งโอบคอเขาอยู่พลันหยุดนิ่ง แม้แต่ลมหายใจก็เหมือนจะขาดหายไปชั่วขณะ

ยูรันเอียงศีรษะ

“เอาละ ศิษย์พี่ห้าอยู่ที่ไหน?”

“นอนอยู่ในห้อง...”

หลัวจินเยว่ค่อย ๆ หลบสายตา

“ข้าเพียงคิดว่าจะขอมาก่อนพี่หญิงเท่านั้น”

ยูรันถอนหายใจ ก่อนแกะแขนของนางออกจากคอ

“อยากมาก็บอกตามตรง เหตุใดต้องปลอมเป็นพี่สาวของตนเองด้วย?”

หลัวจินเยว่ชะงัก ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเขา

“หากข้าขอตามตรง เจ้าจะยอมหรือ?”

“อย่างน้อยข้าก็จะตอบตามตรง”

ยูรันลุกขึ้นจากเก้าอี้

“ไปปลุกศิษย์พี่ห้าก่อน เรื่องนี้ต้องคุยกันให้เรียบร้อย”

หลัวจินเยว่ก้มหน้าลงอย่างสำนึกผิด

ไม่นาน หลัวจินเยว่ก็ลากร่างของพี่สาวกลับเข้ามาในห้อง ก่อนวางนางลงบนพื้นอย่างไม่เบามือนัก

จากนั้นจึงย่อตัวลงแล้วตบแก้มอีกฝ่ายสองครั้ง

เพียะ! เพียะ!

“พี่หญิง ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ”

ยูรันมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าซับซ้อน

[นี่มันวิธีปลุกคนแบบใดกัน?]

หลัวจินหยางค่อย ๆ ได้สติ นางยกมือขึ้นกุมต้นคอ ก่อนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“โอ๊ย...คอข้า!”

“เกิดอะไรขึ้น?”

นางกวาดตามองไปรอบห้องอย่างสับสน กระทั่งสายตาหยุดอยู่ที่น้องสาวฝาแฝดซึ่งยังแต่งกายเลียนแบบตนเอง

ภาพเหตุการณ์ก่อนหมดสติพลันย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำ

หลัวจินหยางเบิกตากว้าง

“หน็อย นังสารเลว!”

นางดีดตัวลุกขึ้น ก่อนพุ่งเข้าหาหลัวจินเยว่ทันที

“เจ้าคิดจะแย่งข้าใช่ไหม?!”

“พี่หญิง ฟังข้าอธิบายก่อน!”

“ไม่ฟัง!”

หลัวจินหยางคว้าตัวน้องสาวแล้วกดลงกับพื้น ส่วนหลัวจินเยว่เองก็ไม่ยอมแพ้ นางพลิกตัวกลับและพยายามดึงผมอีกฝ่าย

สองฝาแฝดกลิ้งต่อสู้กันไปมาทั่วพื้นห้อง

“เจ้าฟาดต้นคอข้า!”

“ก็ท่านคิดจะไปก่อนคนเดียว!”

“ข้าเป็นคนขอก่อน!”

“แต่ข้าก็อยากได้ศิษย์น้องเหมือนกัน!”

ยูรันนั่งมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกมือขึ้นกุมหน้าผาก

“หยุด”

ทั้งสองยังคงดึงแก้มกันไม่ยอมปล่อย

ยูรันสูดหายใจเข้าลึก

“หากยังไม่หยุด ข้าจะไล่ออกไปทั้งคู่”

ร่างของฝาแฝดทั้งสองหยุดนิ่งในทันที

หลัวจินหยางยังคงนั่งทับน้องสาวอยู่ ขณะที่หลัวจินเยว่จับแก้มของพี่สาวเอาไว้แน่น

ทั้งคู่ค่อย ๆ ปล่อยมือ ก่อนหันมามองยูรันอย่างพร้อมเพรียง

“พวกเราหยุดแล้ว”