ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 277 พวกเราหยุดแล้ว
คนทั้งห้าลงมายังชั้นล่างของโรงเตี๊ยม
ทันทีที่มาถึง โม่ชิงเฟิงก็รีบวิ่งตรงไปทางห้องครัว ก่อนโผล่หน้าออกมาเรียกยูรัน
“น้องชาย พี่สาวบอกเจ้าของโรงเตี๊ยมไว้แล้วว่าขอยืมห้องครัวได้!”
ยูรันหยุดเดิน ก่อนมองนางอย่างหมดคำจะพูด
“อาเจ๊ ท่านเตรียมการไว้ตั้งแต่เมื่อใด?”
“ตั้งแต่เช้ามืด”
“ท่านตื่นเช้ามาเพื่อขอยืมห้องครัว?”
“พี่สาวกลัวน้องชายตื่นมาแล้วไม่มีอะไรทำกิน”
“พูดตามตรงเถอะ”
โม่ชิงเฟิงคลี่พัดออก
“พี่สาวอยากกินอาหารฝีมือน้องชาย”
ยูรันถอนหายใจ ก่อนเดินเข้าไปในห้องครัวโดยไม่กล่าวอะไรอีก
ไม่นาน เสียงหั่นวัตถุดิบกับเสียงน้ำมันในกระทะก็ดังออกมาอย่างต่อเนื่อง กลิ่นหอมเข้มข้นเริ่มลอยออกจากห้องครัวและแผ่ไปทั่วทั้งโรงเตี๊ยม
แขกซึ่งกำลังรับประทานอาหารอยู่ต่างหยุดมือ ก่อนหันมองไปทางต้นกำเนิดของกลิ่นพร้อมกัน
หลัวจินหยางกับหลัวจินเยว่นั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะ ดวงตาจับจ้องประตูห้องครัวอย่างไม่กะพริบ
หลัวจินเยว่กลืนน้ำลาย
“นี่คืออาหารฝีมือศิษย์น้องจริงหรือเจ้าคะ?”
มู่เสวี่ยหนิงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าค่ะ พวกท่านเตรียมใจไว้ให้ดีก็แล้วกัน”
หลัวจินหยางเลิกคิ้ว
“เพียงอาหารมื้อหนึ่งต้องเตรียมใจด้วยหรือ?”
โม่ชิงเฟิงหัวเราะเบา ๆ
“เดี๋ยวได้กินแล้วเจ้าก็จะเข้าใจเอง”
ไม่นาน อาหารหลายจานก็ถูกยกออกมาจากห้องครัว
กลิ่นหอมเข้มข้นแผ่กระจายไปทั่วทั้งโรงเตี๊ยมในทันที เนื้อทุกชิ้นถูกปรุงจนมันวาว น้ำแกงใสกระจ่างแต่กลับเต็มไปด้วยพลังปราณ ส่วนผักหลากสียังคงสดกรอบและส่งกลิ่นหอมชวนหิว
แขกทุกคนภายในร้านหยุดรับประทานอาหารของตนเองพร้อมกัน
บางคนถึงกับอ้าปากค้าง น้ำลายไหลยืดออกมาโดยไม่รู้ตัว
ชายร่างใหญ่คนหนึ่งทนไม่ไหว เขาลุกขึ้นตบโต๊ะแล้วตะโกนไปทางห้องครัว
“พ่อครัว! ทำให้ข้าด้วย!”
“ข้ายอมจ่ายเพิ่มสองเท่า!”
ชายอีกคนรีบลุกขึ้นตาม
“ข้าจ่ายสามเท่า!”
“ห้าเท่า! ขอให้ข้าชุดหนึ่ง!”
เพียงไม่กี่อึดใจ แขกทั่วทั้งโรงเตี๊ยมก็เริ่มแข่งกันเสนอราคา เสียงตะโกนดังจนแทบทำให้หลังคาสั่น
ยูรันเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมอาหารจานสุดท้าย
“หนวกหูอะไรแต่เช้า?”
เจ้าของโรงเตี๊ยมรีบวิ่งเข้ามาหาเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย
“คุณชาย หากท่านช่วยทำอาหารให้แขกเหล่านี้ ข้ายินดีแบ่งกำไรให้ท่านแปดส่วนเลยขอรับ!”
“ไม่เอา”
ยูรันตอบทันที
“ข้าทำให้ครอบครัวกิน ไม่ได้มารับจ้างเป็นพ่อครัว”
เขาวางจานลงบนโต๊ะ ก่อนหันไปทางแขกซึ่งกำลังจ้องอาหารตาเป็นมัน
“อยากกินก็ไปหัดทำกันเอง”
“แต่พวกเราจ่ายได้!”
“ข้าไม่ขาดเงิน”
“สิบเท่า!”
“ขี้เกียจ”
เหตุผลเพียงสองคำทำให้ผู้คนทั้งโรงเตี๊ยมหมดหนทางโต้แย้ง
ยูรันนั่งลง ก่อนหยิบตะเกียบขึ้นมา
“มัวแต่มองอะไรกัน กินสิ”
หลัวจินหยางกับหลัวจินเยว่คีบอาหารเข้าปากคนละคำ
ทันทีที่รสชาติแผ่กระจาย ดวงตาของฝาแฝดทั้งสองก็เบิกกว้างขึ้นพร้อมกัน
โม่ชิงเฟิงยกมุมปากอย่างรู้ทัน
“เป็นอย่างไร?”
หลัวจินหยางวางตะเกียบลงช้า ๆ ก่อนหันมามองยูรันด้วยสีหน้าจริงจังยิ่งกว่าเดิม
“ข้าตัดสินใจถูกต้องแล้ว”
“ศิษย์น้อง อีกไม่นานเจ้าก็จะได้ตัวศิษย์พี่ผู้นี้ไปแล้วนะ”
นางเท้าคาง ก่อนส่งสายตาหวานหยดย้อยไปให้เขา
“ฮี่ ๆ”
“แค่ก ๆ ๆ!”
ยูรันซึ่งกำลังดื่มน้ำแกงถึงกับสำลัก เขารีบวางถ้วยลงแล้วหันหน้าหนี
“รีบกินเถอะ อาหารจะเย็นหมดแล้ว”
โม่ชิงเฟิงเลิกคิ้วขึ้น
“โอ้ น้องชายเขินด้วยหรือ?”
“เปล่า ข้าแค่สำลัก”
มู่เสวี่ยหนิงยกมือขึ้นปิดรอยยิ้ม
“แต่ใบหูของท่านพี่แดงขึ้นแล้วนะเจ้าคะ”
“เพราะน้ำแกงร้อน”
หลัวจินหยางยิ่งยิ้มกว้างกว่าเดิม
“ศิษย์น้องไม่ต้องกังวล ตอนกลางวันศิษย์พี่จะอ่อนโยนกับเจ้าเอง”
“กินข้าวไปเลย!”
หลัวจินเยว่ก้มหน้าลงจนแทบชิดถ้วยอาหาร
[พี่หญิงของข้าเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแล้ว...]
ก่อนเที่ยง
หลังเดินเล่นกันเสร็จ ทุกคนก็กลับมายังโรงเตี๊ยม
ยูรันเข้าไปนั่งรออยู่ภายในห้องหมายเลขหนึ่งเพียงลำพัง ส่วนหญิงสาวทั้งสี่รวมตัวกันอยู่ในห้องหมายเลขสอง
โม่ชิงเฟิงตบไหล่หลัวจินหยางเบา ๆ
“พยายามเข้านะน้องห้า”
หลัวจินหยางสูดหายใจเข้าลึก ก่อนพยักหน้าด้วยสีหน้ามุ่งมั่น
“รับทราบ ข้าขอไปเตรียมตัวก่อน”
นางเดินออกจากห้องหมายเลขสอง แล้วกลับไปยังห้องหมายเลขสามซึ่งพักร่วมกับน้องสาว
หลัวจินเยว่มองตามอยู่ครู่หนึ่ง
“ข้าขอไปดูพี่หญิงหน่อยนะเจ้าคะ”
โม่ชิงเฟิงพยักหน้าอย่างอารมณ์ดี
“อื้ม ๆ ไปเถอะ”
ห้องหมายเลขสาม
หลัวจินเยว่ปิดประตู ก่อนหันไปมองพี่สาวของตน
“พี่หญิง ท่านคิดจะทำจริงหรือเจ้าคะ?”
หลัวจินหยางสูดหายใจเข้าลึกอีกครั้ง
“จริงสิ เขาหล่อจะตาย ทำอาหารก็อร่อย แถมข้าเองก็ไม่ใช่คนชอบอ้อมค้อม”
นางยกมือขึ้นกุมหน้าอก พยายามควบคุมหัวใจซึ่งกำลังเต้นแรง
“ฮี่ ๆ ตอนนี้ข้ากำลังระงับความตื่นเต้นอยู่ เจ้าออกไปก่อนนะ”
หลัวจินเยว่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
หลัวจินหยางหลับตาทำสมาธิอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนผ่อนลมหายใจยาว
“ฮ้าาา...สดชื่น”
นางลืมตาขึ้นด้วยสีหน้าพร้อมรบเต็มที่
“เอาละ ข้าพร้อมแล้ว!”
จากนั้นจึงหันมาทางน้องสาว
“หืม? เหตุใดเจ้าจึงยังไม่ออกไปอีก?”
หลัวจินเยว่ยิ้มอย่างอ่อนโยน
“พี่หญิง ข้าขอโทษนะเจ้าคะ”
“ขอโทษเรื่องอะ—”
ปึก!
สันมือของหลัวจินเยว่กระแทกเข้าที่ต้นคอของพี่สาวอย่างแม่นยำ
ดวงตาของหลัวจินหยางเหลือกขึ้น ก่อนร่างจะอ่อนยวบลง หลัวจินเยว่รีบรับตัวนางเอาไว้แล้วพาไปวางลงบนเตียง
“เดี๋ยวข้าจะไปแทนพี่หญิงเอง”
ด้วยความที่ทั้งสองเป็นฝาแฝดซึ่งมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกันแทบทุกประการ หลัวจินเยว่เพียงเปลี่ยนทรงผม เสื้อผ้า และปรับท่าทางเล็กน้อย ก็แทบไม่ต่างจากหลัวจินหยางแล้ว
นางตรวจสอบตนเองหน้ากระจก ก่อนเดินออกจากห้องหมายเลขสามและตรงไปยังห้องของยูรัน
ก๊อก ๆ
“เข้ามาสิ”
หลัวจินเยว่เปิดประตู ก่อนก้าวเข้ามาด้วยท่าทางซึ่งพยายามเลียนแบบพี่สาวทุกประการ
ยูรันซึ่งนั่งอยู่ข้างโต๊ะเงยหน้าขึ้นมองนาง
หลัวจินเยว่ไม่เปิดโอกาสให้เขาพิจารณานาน นางรีบเดินเข้าไปย่อตัวลง ก่อนโอบแขนรอบคอของเขา
“ฮี่ ๆ ศิษย์น้อง”
นางจ้องดวงตาซึ่งเต็มไปด้วยประกายดาวในระยะใกล้
“ดวงตาคู่นี้ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็ยังงดงามไม่เปลี่ยนเลย”
ยูรันไม่ได้ผลักนางออก เพียงถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“จะเริ่มเลยหรือไม่?”
หัวใจของหลัวจินเยว่เต้นแรงขึ้นทันที
“ได้สิ”
“แต่ข้ามีคำถาม”
“ถามมาได้เลยนะ ศิษย์น้อง”
หลัวจินเยว่ยิ้มหวาน
“ศิษย์พี่จะตอบทุกเรื่องที่รู้”
ยูรันนิ่งมองนางอยู่ครู่หนึ่ง
“อืม หากเป็นคนทั่วไปคงแยกพวกท่านไม่ออก”
เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“แต่ว่าข้าแยกออกนะ ศิษย์พี่หก”
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลัวจินเยว่แข็งค้าง
แขนซึ่งโอบคอเขาอยู่พลันหยุดนิ่ง แม้แต่ลมหายใจก็เหมือนจะขาดหายไปชั่วขณะ
ยูรันเอียงศีรษะ
“เอาละ ศิษย์พี่ห้าอยู่ที่ไหน?”
“นอนอยู่ในห้อง...”
หลัวจินเยว่ค่อย ๆ หลบสายตา
“ข้าเพียงคิดว่าจะขอมาก่อนพี่หญิงเท่านั้น”
ยูรันถอนหายใจ ก่อนแกะแขนของนางออกจากคอ
“อยากมาก็บอกตามตรง เหตุใดต้องปลอมเป็นพี่สาวของตนเองด้วย?”
หลัวจินเยว่ชะงัก ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเขา
“หากข้าขอตามตรง เจ้าจะยอมหรือ?”
“อย่างน้อยข้าก็จะตอบตามตรง”
ยูรันลุกขึ้นจากเก้าอี้
“ไปปลุกศิษย์พี่ห้าก่อน เรื่องนี้ต้องคุยกันให้เรียบร้อย”
หลัวจินเยว่ก้มหน้าลงอย่างสำนึกผิด
ไม่นาน หลัวจินเยว่ก็ลากร่างของพี่สาวกลับเข้ามาในห้อง ก่อนวางนางลงบนพื้นอย่างไม่เบามือนัก
จากนั้นจึงย่อตัวลงแล้วตบแก้มอีกฝ่ายสองครั้ง
เพียะ! เพียะ!
“พี่หญิง ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ”
ยูรันมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าซับซ้อน
[นี่มันวิธีปลุกคนแบบใดกัน?]
หลัวจินหยางค่อย ๆ ได้สติ นางยกมือขึ้นกุมต้นคอ ก่อนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“โอ๊ย...คอข้า!”
“เกิดอะไรขึ้น?”
นางกวาดตามองไปรอบห้องอย่างสับสน กระทั่งสายตาหยุดอยู่ที่น้องสาวฝาแฝดซึ่งยังแต่งกายเลียนแบบตนเอง
ภาพเหตุการณ์ก่อนหมดสติพลันย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำ
หลัวจินหยางเบิกตากว้าง
“หน็อย นังสารเลว!”
นางดีดตัวลุกขึ้น ก่อนพุ่งเข้าหาหลัวจินเยว่ทันที
“เจ้าคิดจะแย่งข้าใช่ไหม?!”
“พี่หญิง ฟังข้าอธิบายก่อน!”
“ไม่ฟัง!”
หลัวจินหยางคว้าตัวน้องสาวแล้วกดลงกับพื้น ส่วนหลัวจินเยว่เองก็ไม่ยอมแพ้ นางพลิกตัวกลับและพยายามดึงผมอีกฝ่าย
สองฝาแฝดกลิ้งต่อสู้กันไปมาทั่วพื้นห้อง
“เจ้าฟาดต้นคอข้า!”
“ก็ท่านคิดจะไปก่อนคนเดียว!”
“ข้าเป็นคนขอก่อน!”
“แต่ข้าก็อยากได้ศิษย์น้องเหมือนกัน!”
ยูรันนั่งมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกมือขึ้นกุมหน้าผาก
“หยุด”
ทั้งสองยังคงดึงแก้มกันไม่ยอมปล่อย
ยูรันสูดหายใจเข้าลึก
“หากยังไม่หยุด ข้าจะไล่ออกไปทั้งคู่”
ร่างของฝาแฝดทั้งสองหยุดนิ่งในทันที
หลัวจินหยางยังคงนั่งทับน้องสาวอยู่ ขณะที่หลัวจินเยว่จับแก้มของพี่สาวเอาไว้แน่น
ทั้งคู่ค่อย ๆ ปล่อยมือ ก่อนหันมามองยูรันอย่างพร้อมเพรียง
“พวกเราหยุดแล้ว”