คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 279 คืนนี้ห้ามผู้ใดออกจากห้องนี้8,557 ตัวอักษร

ตอนที่ 279 คืนนี้ห้ามผู้ใดออกจากห้องนี้

ยูรันพลิกฝ่ามือ ไหสุราห้าใบพลันปรากฏขึ้นเรียงอยู่บนโต๊ะ

แต่ละใบมีรูปลักษณ์แตกต่างกัน บางใบดำสนิทราวกับท้องฟ้ายามไร้จันทร์ บางใบใสกระจ่างคล้ายผลึก ส่วนอีกใบมีประกายแสงหลากสีไหลเวียนอยู่ใต้พื้นผิวอย่างช้า ๆ

ปากไหทุกใบถูกปิดผนึกเอาไว้อย่างแน่นหนาหลายชั้น กระทั่งกลิ่นอายภายในยังไม่สามารถเล็ดลอดออกมาได้แม้แต่น้อย

ยูรันวางมือลงบนตราผนึก ก่อนกล่าวเตือน

“เอาละท่านอ๋อง ก่อนข้าจะเปิดไหทั้งห้าใบนี้ ข้าขอเตือนเอาไว้ก่อน”

“ข้าผนึกพวกมันแน่นหนามาก เพราะกลิ่นค่อนข้างรุนแรง”

เขาเหลือบมองผู้คนรอบข้าง

“รสชาติมันสุดยอดจน...เอ่อ คนรอบข้างอาจได้รับผลกระทบนิดหน่อย”

อ๋องเฉินแค่นเสียง

“หึ กลิ่นสุราจะรุนแรงได้สักเพียงใดกันเชียว?”

เขาวางถ้วยลง ก่อนกวักมืออย่างไม่เกรงกลัว

“เปิดมา!”

“ท่านพูดเองนะ”

ยูรันปลดผนึกชั้นแรกออก

เปรี๊ยะ!

ทันใดนั้น กลิ่นสุราเข้มข้นก็ระเบิดออกจากไหทั้งห้าพร้อมกัน

ฟู่วววว!

คลื่นกลิ่นหอมซึ่งมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแผ่กวาดไปทั่วชั้นสอง โต๊ะ เก้าอี้ และหน้าต่างสั่นสะเทือนเบา ๆ ขณะที่พลังปราณโดยรอบถูกชักนำให้หมุนวนเข้าหาไหสุรา

เสียงสนทนาทั้งหมดภายในหอพลันหยุดลง

ผู้บำเพ็ญหลายคนสูดกลิ่นเข้าไปเพียงครั้งเดียว ใบหน้าก็แดงก่ำ ดวงตาเริ่มพร่ามัวราวกับดื่มสุราไปแล้วหลายไห

ชายคนหนึ่งซึ่งกำลังยกถ้วยสุราของทางร้านขึ้นดื่มชะงัก ก่อนวางมันลงด้วยสีหน้ารังเกียจ

“นี่มันน้ำล้างไหชัด ๆ...”

กลิ่นหอมยังคงแผ่ลงไปถึงชั้นล่างและลอยออกจากหน้าต่างไปทั่วถนน ผู้คนภายนอกหยุดเดิน ก่อนหันมองหอสุราพร้อมกัน

บนโต๊ะ อ๋องเฉินนั่งตัวแข็ง ดวงตาจับจ้องไหทั้งห้าโดยไม่กะพริบ

ยูรันยกมุมปาก

“เป็นอย่างไร?”

อ๋องเฉินกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ก่อนเลื่อนไหทั้งห้าเข้าหาตนเองพร้อมกัน

“ทั้งหมดเป็นของข้า”

“เดี๋ยวก่อน ข้ายังไม่ได้บอกว่าจะยกให้ท่าน!”

อ๋องเฉินเพิ่งสูดกลิ่นเข้าไปได้ไม่กี่ครั้ง ยังไม่ทันได้ลิ้มลองสุราแม้แต่ไหเดียว เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากบันได

ตึง! ตึง! ตึง!

เจ้าของหอสุราวิ่งหน้าตั้งขึ้นมายังชั้นสอง เสื้อผ้าของเขายุ่งเหยิงและทั่วทั้งใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ

“เอ่อ...คุณชาย สุรานี้...”

เขาจ้องไหทั้งห้าบนโต๊ะ ดวงตาเป็นประกายจนแทบลุกเป็นไฟ

“สุราเหล่านี้เป็นฝีมือของท่านหรือขอรับ?”

“อืม”

“ไม่ทราบว่าท่านยินดีขายให้หอสุราของเราสักไหหรือไม่? ไม่สิ เพียงหนึ่งกา หรือหนึ่งถ้วยก็ได้ขอรับ!”

ยังไม่ทันที่ยูรันจะตอบ อ๋องเฉินก็ดึงไหสุราทั้งห้าเข้ามากอดเอาไว้ทันที

“ไม่ขาย!”

เจ้าของหอสุราชะงัก

“แต่ข้ากำลังถามคุณชายท่านนี้—”

“ข้าบอกว่าไม่ขายก็คือไม่ขาย!”

ยูรันเหลือบมองผู้คนทั่วทั้งชั้นสองซึ่งกำลังทยอยเข้ามาล้อมโต๊ะ ก่อนหันกลับไปทางอ๋องเฉิน

“เป็นอย่างไร?”

“ข้าบอกท่านแล้วว่าคนรอบข้างจะได้รับผลกระทบ”

อ๋องเฉินมองฝูงชนซึ่งเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนขมวดคิ้ว

“ใครจะไปรู้ว่ากลิ่นเพียงเล็กน้อยจะเรียกคนขึ้นมาทั้งหอ?”

เจ้าของหอสุรารีบประสานมือ

“ด้านล่างไม่ได้มีเพียงคนในหอขอรับ ตอนนี้ผู้คนจากถนนทั้งสายกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้แล้ว!”

ยูรันเท้าคาง ก่อนหันไปทางอ๋องเฉินด้วยรอยยิ้มล้อเลียน

“ท่านจะเอาอย่างไร?”

“หืม? หืม? หืม? หืมหืม? หืม? หืมหืม?”

เส้นเลือดบนขมับของอ๋องเฉินกระตุก

“เจ้าหยุดหืมใส่ข้าเสียที!”

“อืม เช่นนั้นจะเอาอย่างไร?”

อ๋องเฉินกวาดตามองฝูงชนซึ่งกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนหันไปทางเจ้าของหอสุรา

“ที่นี่มีห้องส่วนตัวซึ่งปิดกั้นกลิ่นได้หรือไม่?”

“มีขอรับ! ชั้นบนสุดมีห้องรับรองพิเศษพร้อมค่ายกลปิดกั้น ข้ารับรองว่ากลิ่นจะไม่เล็ดลอดออกไปแม้แต่น้อย”

“ดี ข้าเหมาชั้นบนสุดทั้งหมด”

อ๋องเฉินโยนถุงเงินให้เจ้าของหอสุรา

“ห้ามผู้ใดขึ้นมารบกวน”

เจ้าของรับถุงเงิน ก่อนยิ้มกว้างจนแทบถึงใบหู

“ไม่มีปัญหาขอรับ ข้าจะจัดการให้เดี๋ยวนี้!”

ยูรันยกมือปิดผนึกไหสุราทั้งห้าอีกครั้ง

กลิ่นหอมซึ่งปกคลุมทั่วทั้งหอค่อย ๆ จางลง

อ๋องเฉินรีบคว้าข้อมือเขา

“เจ้าปิดทำไม?!”

“ย้ายห้องก่อนไงเล่า ท่านจะให้คนทั้งเมืองตามขึ้นมาดูพวกเราดื่มหรือ?”

อ๋องเฉินมองฝูงชนรอบด้าน ก่อนยอมปล่อยมืออย่างไม่เต็มใจ

“เช่นนั้นรีบไป”

ยูรันยกมุมปาก

“ตาแก่ติดสุรา”

“ข้าได้ยินนะ!”

ภายในห้องรับรองชั้นบนสุด ค่ายกลปิดกั้นถูกเปิดใช้งานอย่างสมบูรณ์

ยูรันกับอ๋องเฉินนั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะ ระหว่างทั้งสองมีไหสุราห้าใบวางเรียงกัน ไม่มีผู้ใดกล่าวอะไรอยู่พักใหญ่ มีเพียงเสียงรินสุราและเสียงถ้วยกระทบโต๊ะดังขึ้นเป็นครั้งคราว

อ๋องเฉินเริ่มจากไหใบแรก

สุราภายในใสกระจ่างราวกับน้ำค้าง เมื่อลิ้มรสครั้งแรกให้ความรู้สึกเย็นสดชื่น แต่ทันทีที่ไหลผ่านลำคอกลับแปรเปลี่ยนเป็นกระแสอบอุ่น พลังปราณบริสุทธิ์ค่อย ๆ แผ่ไปทั่วร่างโดยไม่รุนแรงหรือเร่งร้อน

อ๋องเฉินหลับตาซึมซับรสชาติอยู่ครู่หนึ่ง

“สุราไหแรกนุ่มนวลอย่างน่าประหลาด”

“กลิ่นแรกบางเบาราวกับน้ำค้างยามเช้า แต่รสชาติซึ่งตามมากลับลึกจนแทบมองไม่เห็นก้นบึ้ง ความเย็นเปิดประสาทสัมผัส ส่วนความอุ่นช่วยผ่อนคลายเส้นลมปราณ”

เขาลืมตาขึ้นช้า ๆ

“เหมาะสำหรับดื่มอย่างสงบในคืนไร้เมฆ ต่อให้ดื่มเพียงลำพังก็ไม่รู้สึกเดียวดาย”

จากนั้นเขาจึงเปิดไหใบที่สอง

สุราในไหนี้มีสีทองอำพัน กลิ่นเข้มข้นกว่าเดิมหลายเท่า เพียงจิบแรกก็ร้อนแรงราวกับเปลวเพลิง แต่กลับไม่แสบคอ ความร้อนทั้งหมดรวมตัวอยู่ภายในอก ก่อนระเบิดออกไปทั่วร่าง

อ๋องเฉินสูดลมหายใจยาว

“ยอดเยี่ยม!”

“สุราแรงส่วนใหญ่มักหยาบกระด้าง ใช้เพียงความร้อนปิดบังข้อบกพร่อง แต่ไหนี้แตกต่างออกไป”

“มันร้อนแรงแต่ไม่ทำร้ายร่างกาย หนักแน่นแต่ไม่ขม รสชาติแผ่ออกมาเป็นชั้น ๆ ราวกับเปลวเพลิงซึ่งโหมสูงขึ้นทุกครั้งที่เติมฟืน”

เขาดื่มอีกถ้วย ก่อนหัวเราะอย่างพึงพอใจ

“สุราเช่นนี้ควรดื่มหลังการรบ เหมาะกับการชนถ้วยและหัวเราะให้ดังจนฟ้าสะเทือน”

ไหใบที่สามมีสุราสีฟ้าอ่อน ของเหลวภายในเคลื่อนไหวเองราวกับคลื่นน้ำ กลิ่นหอมสดชื่นแฝงความเค็มบางเบา ก่อนตามมาด้วยรสหวานซึ่งติดอยู่บนปลายลิ้น

คราวนี้อ๋องเฉินไม่ได้รีบดื่ม เขาค่อย ๆ จิบทีละน้อยและปล่อยให้รสชาติเปลี่ยนแปลงอยู่ภายในปาก

“ไหนี้สงบนิ่งที่สุด แต่กลับซ่อนความเปลี่ยนแปลงเอาไว้มากที่สุด”

“จิบแรกเหมือนลำธาร จิบที่สองเหมือนแม่น้ำ แต่เมื่อกลืนลงไปกลับรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่หน้ามหาสมุทร”

“รสชาติไม่เข้าจู่โจมผู้ดื่ม มันเพียงรอให้ผู้ดื่มค่อย ๆ จมลงไปเอง”

เขาวางถ้วยลงด้วยความเสียดาย

“สุราอันตราย ผู้ที่ไม่รู้จักควบคุมตนเองคงรู้ตัวอีกครั้งก็ตอนหมดไหแล้ว”

สุราในไหใบที่สี่มีสีแดงกึ่งโปร่งใส กลิ่นหอมคล้ายผลไม้กับบุปผาหลายชนิดผสมกัน รสแรกหวานละมุน ตามด้วยรสเปรี้ยวเล็กน้อย ก่อนทิ้งความร้อนแรงเอาไว้ในตอนท้าย

อ๋องเฉินเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ

“ข้านึกว่าไหนี้จะอ่อนที่สุด”

เขาหมุนถ้วยในมือ

“แต่ความหวานเป็นเพียงสิ่งล่อลวง รสที่แท้จริงซ่อนอยู่หลังจากกลืนลงไปแล้ว”

“กลิ่นบุปผาทำให้ผ่อนคลาย รสผลไม้ทำให้ประมาท แล้วความร้อนจึงค่อยปรากฏขึ้นในตอนท้าย”

อ๋องเฉินเหลือบมองยูรัน

“คล้ายเจ้ามาก ดูภายนอกไม่ทุกข์ร้อน แต่ผู้ใดประมาทย่อมต้องพบจุดจบอย่างคาดไม่ถึง”

ยูรันยกถ้วยขึ้นจิบ

“ท่านกำลังชมสุราหรือด่าข้ากันแน่?”

“ทั้งสองอย่าง”

สุดท้าย อ๋องเฉินจึงเปิดไหใบที่ห้า

สุราภายในมีสีดำใส ภายในเต็มไปด้วยประกายเล็ก ๆ ราวกับดวงดาว เมื่อรินลงในถ้วย ประกายเหล่านั้นยังหมุนวนอย่างช้า ๆ คล้ายท้องฟ้ายามราตรี

อ๋องเฉินจิบเพียงเล็กน้อย ก่อนจะนิ่งไปเป็นเวลานาน

สุราไม่มีรสชาติใดโดดเด่นออกมาเป็นพิเศษ แต่ทุกความรู้สึกจากสี่ไหก่อนหน้ากลับปรากฏขึ้นพร้อมกัน ทั้งเย็น อุ่น ร้อนแรง นุ่มนวล หวาน ขม และสดชื่น ทุกสิ่งขัดแย้งกันแต่กลับผสานเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์

เขาวางถ้วยลงอย่างระมัดระวัง

“สี่ไหแรกยังพอเรียกว่าสุราได้”

“แต่ไหสุดท้าย...”

อ๋องเฉินมองประกายดาวภายในถ้วย

“มันเหมือนมีผู้ใดนำช่วงเวลาทั้งชีวิตมาหมักเอาไว้ ผู้ดื่มแต่ละคนคงลิ้มรสไม่เหมือนกัน เพราะสิ่งที่ได้รับขึ้นอยู่กับสิ่งซึ่งซ่อนอยู่ภายในใจของตนเอง”

เขาถอนหายใจยาว ก่อนมองไหทั้งห้าด้วยสายตาซับซ้อน

“นี่ไม่ใช่สุราห้าชนิด”

“แต่เป็นโลกห้าใบซึ่งถูกบรรจุเอาไว้ในไหต่างหาก”

ยูรันมองเขาอย่างประหลาดใจ

“ท่านอ๋องพูดเสียจนข้าเริ่มสงสัยแล้วว่าข้าหมักของแบบนั้นออกมาตั้งแต่เมื่อใด”

“ท่านนี่มันพูดไปเรื่อยจริง ๆ”

อ๋องเฉินขมวดคิ้ว

“ข้ากำลังพรรณนารสชาติของสุราอย่างลึกซึ้ง”

“ข้าหมักตามสูตร ใส่วัตถุดิบแล้วก็นอนรอ ไม่ได้คิดเรื่องโลกห้าใบอะไรทั้งนั้น”

“ศิลปะที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องเกิดจากความตั้งใจ ผู้สร้างอาจไม่เข้าใจสิ่งที่ตนสร้างขึ้นทั้งหมดก็ได้”

ยูรันหรี่ตามองเขา

“อืม ดูเหมือนท่านจะเริ่มเมาแล้ว”

“ข้าไม่ได้เมา!”

“คนเมามักบอกว่าตนเองไม่เมา”

“ข้าเพียงกำลังเข้าถึงแก่นแท้ของสุรา!”

“นั่นแหละ เมาแล้ว”

ยูรันโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

“เอาเถอะ ข้ายังมีอีกหลายไห”

เขาสะบัดแขนเสื้อเบา ๆ

พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!

ไหสุราจำนวนมากปรากฏขึ้นกลางห้องอย่างต่อเนื่อง จากห้าเพิ่มเป็นสิบ จากสิบเพิ่มเป็นยี่สิบ กระทั่งวางเรียงเต็มพื้นห้องถึงห้าสิบไห

แต่ละใบมีรูปลักษณ์และตราผนึกแตกต่างกันอย่างชัดเจน บางไหแผ่ไอเย็น บางไหให้ความรู้สึกอบอุ่น ส่วนบางไหเพียงตั้งเอาไว้เฉย ๆ พลังปราณภายในห้องก็เริ่มหมุนวนเข้าหามันเอง

อ๋องเฉินค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้

ดวงตาของเขากวาดมองไหสุราทั้งห้าสิบใบ ก่อนหันกลับมามองยูรันอย่างเชื่องช้า

“ทั้งหมดนี่...เป็นสุราที่เจ้าหมักเอง?”

“อืม”

“แต่ละไหเป็นคนละชนิด?”

“ส่วนใหญ่ บางไหเป็นสูตรเดียวกันแต่ใช้วัตถุดิบต่างกัน ข้าหมักเอาไว้ทดลองเล่น”

“ทดลองเล่น...”

อ๋องเฉินยกมือขึ้นกุมหน้าอก ราวกับถ้อยคำเมื่อครู่สร้างความเจ็บปวดให้แก่เขาอย่างรุนแรง

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าสุราเพียงไหเดียวของเจ้า สามารถทำให้คนรักสุราทั่วทั้งทวีปตีกันจนเลือดตกยางออกได้?”

“ไม่รู้สิ”

ยูรันหยิบไหใบหนึ่งขึ้นมาตรวจดู

“บางไหข้ายังคิดว่าหมักได้ไม่ค่อยดี เลยโยนทิ้งไว้เฉยๆ”

อ๋องเฉินรีบแย่งไหใบนั้นไปกอดเอาไว้

“ห้ามเรียกว่าสุราไม่ดี!”

“แต่รสชาติมันก็งั้น ๆ”

“สำหรับเจ้าอาจงั้น ๆ แต่สำหรับผู้อื่นมันคือสมบัติล้ำค่า!”

ยูรันเท้าคางมองเขา

“ท่านอ๋องจะดื่มทั้งหมดนี่จริงหรือ?”

“ดื่ม”

“คืนนี้?”

อ๋องเฉินกวาดตามองสุราห้าสิบไห ก่อนตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

“คืนนี้ห้ามผู้ใดออกจากห้องนี้”