ตอนที่ 282
พรึ่บ! พรึ่บ!
เฮยหลงกับเยว่หลินปรากฏตัวขึ้นบนดาดฟ้าตำหนักหลัก
ทั้งสองกำลังจะคารวะ แต่ทันทีที่มองเห็นยูรันก็ชะงักไปพร้อมกัน
ดวงตาซึ่งเคยถูกผ้าปิดบัง บัดนี้กลายเป็นห้วงจักรวาล ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นอายจากร่างของเขายังเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน
เฮยหลงเบิกตากว้าง
“นายท่าน ดวงตาของท่าน...”
เยว่หลินเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน
“เนตรของนายท่านฟื้นคืนแล้ว แถมตบะยังเลื่อนขึ้นสู่ก่อแกนเอกภพขั้นต้นแล้วด้วยหรือเจ้าคะ?”
“ใช่”
ยูรันตอบอย่างไม่ใส่ใจ
เยว่หลินมองวงแหวนกับประกายดาวซึ่งหมุนวนอยู่ภายในดวงตาของเขา ก่อนกล่าวตามตรง
“ดวงตาของนายท่านงดงามมากเจ้าค่ะ”
“อืม”
ยูรันกวาดตามองยอดเขาซึ่งเงียบกว่าปกติ
“อาจารย์ออกเดินทางไปแล้วใช่หรือไม่?”
“ใช่เจ้าค่ะ”
เยว่หลินพยักหน้า
“เห็นว่าระหว่างทางต้องหยุดพักเป็นระยะ เพราะท่านหนานอวี้ยังใช้วิชาก้าวพริบตาได้ไม่คล่องนัก คาดว่าพวกนางจะถึงสถานที่จัดการประลองภายในเย็นวันนี้เจ้าค่ะ”
ยูรันพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“อืม สมกับเป็นศิษย์พี่สาม แอบอู้แน่ๆ”
จากนั้นเขาจึงถามต่อ
“แล้วพวกสมุนกับลูกเจี๊ยบเล่า?”
“หงส์ฟ้าอัคคีสองตัวอยู่กับท่านหนานอวี้ นายหญิงพาพวกมันออกเดินทางไปด้วยเจ้าค่ะ”
เยว่หลินชี้ลงไปทางบ่อปลา
“ส่วนที่เหลืออีกยี่สิบสองตัวกำลังเติบโตอย่างช้า ๆ ทุกตัวแข็งแรงดีและยังไม่มีปัญหาใดเจ้าค่ะ”
“เรียกพวกมันมาหาข้า”
ยูรันหันไปทางเฮยหลง
“แล้วพวกสมุนเป็นอย่างไรบ้าง?”
เฮยหลงประสานมือรายงานทันที
“จัดระเบียบทั้งหมดเรียบร้อยแล้วขอรับ”
“ข้าแบ่งพวกมันออกเป็นหลายผลัด ทั้งลาดตระเวนและทำงานทั่วไป เช่น ตรวจตราสัตว์น้ำกับสัตว์บก เก็บน้ำหวานในวันที่มีปริมาณล้นมากเกินไป ทำความสะอาดรอบยอดเขา ตรวจนับสินค้า และตรวจสอบค่ายกล”
“พวกมันทำงานสี่วันต่อหนึ่งสัปดาห์ ส่วนวันที่เหลือใช้พักผ่อนและฝึกฝนขอรับ”
เฮยหลงหยุดไปเล็กน้อย
“นอกจากนี้ สมุนบางตัวยังเริ่มแตกหน่อเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย”
ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“ดี จัดการได้ไม่เลว”
เขาหันไปมองท้องฟ้า
“รอลูกเจี๊ยบมาถึงก่อน พอจัดการเรื่องพวกมันเสร็จ ข้าจะออกเดินทางทันที”
หญิงสาวทั้งสี่ยืนฟังบทสนทนาอยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าสับสนมากขึ้นเรื่อย ๆ
สุดท้ายโม่ชิงเฟิงก็ทนไม่ไหว
“เดี๋ยวก่อนนะน้องชาย”
“หืม?”
“อะไรคือสมุน?”
หลัวจินหยางถามต่อทันที
“แล้วลูกเจี๊ยบคืออะไร?”
หลัวจินเยว่ขมวดคิ้ว
“เหตุใดเมื่อครู่จึงเปลี่ยนจากลูกเจี๊ยบกลายเป็นหงส์ฟ้า?”
มู่เสวี่ยหนิงมองยูรันอย่างสงสัยไม่แพ้กัน
“แล้วก่อแกนเอกภพคือขอบเขตใดกันเจ้าคะ?”
คำถามทั้งหมดพุ่งเข้าใส่พร้อมกันจนยูรันต้องยกมือห้าม
“ถามทีละอย่างสิ”
เขาชี้ลงไปยังรากครวญวิญญาณซึ่งกำลังทำงานอยู่รอบบ่อปลา
“สมุนก็คือพวกนั้น”
โม่ชิงเฟิงมองรากครวญวิญญาณร่างกำยำซึ่งกำลังแบกก้อนหินอยู่
“เจ้าเรียกรากครวญวิญญาณมีกล้ามพวกนั้นว่าสมุน?”
“อืม พวกมันทำงานเก่งดี”
ยูรันชี้ไปทางลูกเจี๊ยบซึ่งกำลังวิ่งเล่นอยู่ริมบ่อ
“ส่วนลูกเจี๊ยบกับหงส์ฟ้าก็คือสิ่งเดียวกัน”
“อะไรนะ?!”
หญิงสาวทั้งสี่ร้องขึ้นพร้อมกัน
หลัวจินเยว่ชี้ไปยังลูกเจี๊ยบตัวเล็กซึ่งกำลังใช้จะงอยปากจิกหางปลา
“สิ่งนั้นคือหงส์ฟ้าหรือ?”
“อืม ตอนนี้ยังเล็กก็เลยเป็นลูกเจี๊ยบ รอโตขึ้นก็เป็นหงส์ฟ้าเองนั่นแหละ”
“แล้วสองตัวที่อยู่กับหนานอวี้...”
“เป็นหงส์ฟ้าธาตุไฟ”
ยูรันตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน
“ส่วนเรื่องก่อแกนเอกภพ มันคือขอบเขตพลังลำดับที่สามในวิถีเส้นทางดาราของข้า”
มู่เสวี่ยหนิงถามต่อ
“หากเปรียบเทียบกับระบบบำเพ็ญทั่วไปเล่าเจ้าคะ?”
“ก็ประมาณแก่นทองคำขั้นต้น”
ยูรันแตะหน้าอกของตนเองเบา ๆ
“แต่ข้าไม่ได้สร้างแก่นทองคำ พลังของข้าใช้โครงสร้างคนละแบบ จึงเรียกว่าก่อแกนเอกภพขั้นต้น”
หญิงสาวทั้งสี่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับไปมองเหล่าสมุนร่างกำยำกับฝูงหงส์ฟ้าตัวน้อยอีกครั้ง
โม่ชิงเฟิงยกมือขึ้นกุมหน้าผาก
“พี่สาวไม่อยู่เพียงไม่นาน เหตุใดบนยอดเขาถึงมีแต่เรื่องซึ่งฟังแล้วเข้าใจยากเต็มไปหมด?”
ยูรันโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
“เอาไว้พอไปเจอคนอื่น ๆ อาเจ๊ก็จะเข้าใจเองนั่นแหละ”
โม่ชิงเฟิงชะงัก ก่อนหรี่ตามองเขา
“ไม่ได้การแล้ว”
“อะไรอีก?”
นางหุบพัดลง ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ต่อจากนี้ข้าจะเรียกเจ้าว่าสามี”
“อืม ตามใจ”
“ส่วนเจ้าก็ต้องเรียกข้าว่าภรรยาด้วย”
ยูรันพิจารณานางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าอยู่ครู่หนึ่ง
“อืม...คำว่าภรรยาดูไม่ค่อยเหมาะกับบัณฑิตเก๊เท่าไรนะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของโม่ชิงเฟิงแข็งค้าง
“เช่นนั้นเรียกภรรยาบัณฑิตเก๊ก็ได้”
“ไม่เอา!”
“ภรรยาอาเจ๊?”
“ไม่เอา!”
“ภรรยาถือพัด?”
“น้องชาย!”
ยูรันถอนหายใจอย่างยอมแพ้
“ก็ได้ ภรรยา”
สีหน้าของโม่ชิงเฟิงเปลี่ยนเป็นสดใสขึ้นในทันที นางเข้าไปกอดแขนของเขา ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“ดีมาก สามี”
ยูรันเหลือบมองนาง
“เรื่องมากจริง ๆ”
“พี่สาวได้ยินนะ!”
หลัวจินหยางรีบขยับเข้ามาเกาะแขนอีกข้างของยูรัน
“ข้าด้วยนะ สามี”
หลัวจินเยว่เองก็เดินตามเข้ามา
“ข้าด้วยเจ้าค่ะ ท่านพี่”
ยูรันมองหญิงสาวทั้งสอง ก่อนหันกลับไปทางโม่ชิงเฟิงอย่างช้า ๆ
“อืม...ภรรยาไปสอนอะไรแปลก ๆ ให้พวกนางอีกแน่ ๆ”
โม่ชิงเฟิงคลี่พัดออกด้วยสีหน้าไร้เดียงสา
“ข้าไม่ได้สอนอะไรเลยนะ”
“ไม่เชื่อ”
หลัวจินหยางรีบกล่าวขึ้น
“พี่ใหญ่เพียงบอกว่าหากกลายเป็นภรรยาแล้ว จะเรียกสามีอย่างไรก็ได้”
ยูรันหรี่ตามองโม่ชิงเฟิง
“นั่นแหละเรียกว่าสอน”
“เรื่องธรรมดาระหว่างสามีภรรยาจะเรียกว่าสอนเรื่องแปลกได้อย่างไร?”
“ถ้าออกมาจากปากเจ้า ทุกเรื่องก็ดูแปลกหมดนั่นแหละ”
“สามีใจร้ายกับภรรยาอีกแล้ว!”
ไม่นาน เยว่หลินก็กลับมาพร้อมกับฝูงลูกหงส์ฟ้า
ลูกเจี๊ยบทั้งยี่สิบสองวิ่งตามนางมาเป็นขบวน บางตัวกระพือปีกเล็ก ๆ เพื่อเร่งความเร็ว ขณะที่บางตัวกลิ้งชนกันจนล้มระเนระนาดอยู่บนดาดฟ้า
ทันทีที่เห็นยูรัน พวกมันก็หยุดชะงักไปพร้อมกัน
“จิ๊บ?”
หนึ่งในนั้นเอียงศีรษะ ก่อนดวงตาจะสว่างขึ้น
“จิ๊บ ๆ!”
ฝูงลูกเจี๊ยบทั้งหมดพุ่งเข้ามาหายูรันในทันที บางตัวเกาะขากางเกง บางตัวกระโดดขึ้นไหล่ ส่วนอีกหลายตัวเดินวนรอบเท้าของเขาพร้อมส่งเสียงร้องไม่หยุด
ยูรันย่อตัวลง ก่อนลูบศีรษะพวกมันทีละตัว
“ไง ไม่ได้พบกันตั้งนาน”
เขาจับตัวหนึ่งยกขึ้นมาพิจารณา
“ดูตัวใหญ่ขึ้นนะ”
ลูกเจี๊ยบในมือแอ่นอกอย่างภาคภูมิใจ ก่อนกระพือปีกจนขนอ่อนปลิวกระจาย
โม่ชิงเฟิงกับฝาแฝดทั้งสองยืนมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าซับซ้อน
หลัวจินหยางพึมพำขึ้น
“นี่คือหงส์ฟ้าจริง ๆ หรือ?”
หลัวจินเยว่พยักหน้าช้า ๆ
“หงส์ฟ้าที่กำลังแย่งกันเกาะศีรษะสามีของพวกเรา...”
มู่เสวี่ยหนิงยกมือขึ้นปิดรอยยิ้ม
“ดูเหมือนพวกมันจะคิดถึงท่านพี่มากเลยเจ้าค่ะ”
ยูรันวางลูกเจี๊ยบในมือลงบนพื้น ก่อนมองฝูงซึ่งกำลังวิ่งวนอยู่รอบตัว
“เอาละ พวกเจ้าลองดูกันเอง”
เขาชี้ไปทางหญิงสาวทั้งสี่
“ถูกใจผู้ใดก็เลือกคนนั้น เลือกให้เหมาะกับธาตุของตนเองด้วย อย่าวิ่งไปเกาะใครมั่วซั่ว”
ลูกหงส์ฟ้าทั้งยี่สิบสี่ตัวหยุดส่งเสียง ก่อนหันไปมองโม่ชิงเฟิง มู่เสวี่ยหนิง และฝาแฝดพร้อมกัน
ยูรันพึมพำอย่างเสียดาย
“เจ้าพวกคู่สุริยันดันเลือกไปอยู่กับหลานอิงเสียได้”
โม่ชิงเฟิงเลิกคิ้ว
“ลูกหงส์ฟ้าพวกนี้เป็นผู้เลือกเจ้าของเองหรือ?”
“อืม หากธาตุและนิสัยเข้ากันได้ พวกมันก็จะเข้าไปหาเอง”
หลัวจินหยางมองลูกเจี๊ยบซึ่งกำลังเอียงศีรษะสำรวจนาง
“แล้วหากไม่มีตัวใดเลือกพวกเราเล่า?”
ยูรันยักไหล่
“ก็แปลว่าพวกท่านไม่ถูกใจพวกมัน”
หลังจากมองกันอยู่ครู่หนึ่ง ฝูงลูกหงส์ฟ้าก็เริ่มแยกออกจากกัน บางตัวเดินวนรอบหญิงสาวทั้งสี่เพื่อสัมผัสกลิ่นอาย ขณะที่บางตัวเพียงยืนนิ่งและจ้องมองอย่างพิจารณา
หญิงสาวทั้งสี่ลดสายตาลงมองพวกมันโดยไม่มีผู้ใดกล้าขยับ รอคอยว่าลูกหงส์ฟ้าตัวใดจะเป็นฝ่ายเข้ามาหาตนเองก่อน.
ยูรันมองลูกหงส์ฟ้าทั้งยี่สิบสองตัว ก่อนกล่าวขึ้น
“หากไม่มีธาตุที่เข้ากันก็ไม่เป็นไร ไม่จำเป็นต้องฝืนเลือกตอนนี้”
“พวกเจ้าลองเข้าไปทำความรู้จักกันเองก็แล้วกัน ถูกใจใครก็ค่อยอยู่ใกล้คนนั้น”