คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 2826,578 ตัวอักษร

ตอนที่ 282

พรึ่บ! พรึ่บ!

เฮยหลงกับเยว่หลินปรากฏตัวขึ้นบนดาดฟ้าตำหนักหลัก

ทั้งสองกำลังจะคารวะ แต่ทันทีที่มองเห็นยูรันก็ชะงักไปพร้อมกัน

ดวงตาซึ่งเคยถูกผ้าปิดบัง บัดนี้กลายเป็นห้วงจักรวาล ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นอายจากร่างของเขายังเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน

เฮยหลงเบิกตากว้าง

“นายท่าน ดวงตาของท่าน...”

เยว่หลินเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน

“เนตรของนายท่านฟื้นคืนแล้ว แถมตบะยังเลื่อนขึ้นสู่ก่อแกนเอกภพขั้นต้นแล้วด้วยหรือเจ้าคะ?”

“ใช่”

ยูรันตอบอย่างไม่ใส่ใจ

เยว่หลินมองวงแหวนกับประกายดาวซึ่งหมุนวนอยู่ภายในดวงตาของเขา ก่อนกล่าวตามตรง

“ดวงตาของนายท่านงดงามมากเจ้าค่ะ”

“อืม”

ยูรันกวาดตามองยอดเขาซึ่งเงียบกว่าปกติ

“อาจารย์ออกเดินทางไปแล้วใช่หรือไม่?”

“ใช่เจ้าค่ะ”

เยว่หลินพยักหน้า

“เห็นว่าระหว่างทางต้องหยุดพักเป็นระยะ เพราะท่านหนานอวี้ยังใช้วิชาก้าวพริบตาได้ไม่คล่องนัก คาดว่าพวกนางจะถึงสถานที่จัดการประลองภายในเย็นวันนี้เจ้าค่ะ”

ยูรันพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“อืม สมกับเป็นศิษย์พี่สาม แอบอู้แน่ๆ”

จากนั้นเขาจึงถามต่อ

“แล้วพวกสมุนกับลูกเจี๊ยบเล่า?”

“หงส์ฟ้าอัคคีสองตัวอยู่กับท่านหนานอวี้ นายหญิงพาพวกมันออกเดินทางไปด้วยเจ้าค่ะ”

เยว่หลินชี้ลงไปทางบ่อปลา

“ส่วนที่เหลืออีกยี่สิบสองตัวกำลังเติบโตอย่างช้า ๆ ทุกตัวแข็งแรงดีและยังไม่มีปัญหาใดเจ้าค่ะ”

“เรียกพวกมันมาหาข้า”

ยูรันหันไปทางเฮยหลง

“แล้วพวกสมุนเป็นอย่างไรบ้าง?”

เฮยหลงประสานมือรายงานทันที

“จัดระเบียบทั้งหมดเรียบร้อยแล้วขอรับ”

“ข้าแบ่งพวกมันออกเป็นหลายผลัด ทั้งลาดตระเวนและทำงานทั่วไป เช่น ตรวจตราสัตว์น้ำกับสัตว์บก เก็บน้ำหวานในวันที่มีปริมาณล้นมากเกินไป ทำความสะอาดรอบยอดเขา ตรวจนับสินค้า และตรวจสอบค่ายกล”

“พวกมันทำงานสี่วันต่อหนึ่งสัปดาห์ ส่วนวันที่เหลือใช้พักผ่อนและฝึกฝนขอรับ”

เฮยหลงหยุดไปเล็กน้อย

“นอกจากนี้ สมุนบางตัวยังเริ่มแตกหน่อเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย”

ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“ดี จัดการได้ไม่เลว”

เขาหันไปมองท้องฟ้า

“รอลูกเจี๊ยบมาถึงก่อน พอจัดการเรื่องพวกมันเสร็จ ข้าจะออกเดินทางทันที”

หญิงสาวทั้งสี่ยืนฟังบทสนทนาอยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าสับสนมากขึ้นเรื่อย ๆ

สุดท้ายโม่ชิงเฟิงก็ทนไม่ไหว

“เดี๋ยวก่อนนะน้องชาย”

“หืม?”

“อะไรคือสมุน?”

หลัวจินหยางถามต่อทันที

“แล้วลูกเจี๊ยบคืออะไร?”

หลัวจินเยว่ขมวดคิ้ว

“เหตุใดเมื่อครู่จึงเปลี่ยนจากลูกเจี๊ยบกลายเป็นหงส์ฟ้า?”

มู่เสวี่ยหนิงมองยูรันอย่างสงสัยไม่แพ้กัน

“แล้วก่อแกนเอกภพคือขอบเขตใดกันเจ้าคะ?”

คำถามทั้งหมดพุ่งเข้าใส่พร้อมกันจนยูรันต้องยกมือห้าม

“ถามทีละอย่างสิ”

เขาชี้ลงไปยังรากครวญวิญญาณซึ่งกำลังทำงานอยู่รอบบ่อปลา

“สมุนก็คือพวกนั้น”

โม่ชิงเฟิงมองรากครวญวิญญาณร่างกำยำซึ่งกำลังแบกก้อนหินอยู่

“เจ้าเรียกรากครวญวิญญาณมีกล้ามพวกนั้นว่าสมุน?”

“อืม พวกมันทำงานเก่งดี”

ยูรันชี้ไปทางลูกเจี๊ยบซึ่งกำลังวิ่งเล่นอยู่ริมบ่อ

“ส่วนลูกเจี๊ยบกับหงส์ฟ้าก็คือสิ่งเดียวกัน”

“อะไรนะ?!”

หญิงสาวทั้งสี่ร้องขึ้นพร้อมกัน

หลัวจินเยว่ชี้ไปยังลูกเจี๊ยบตัวเล็กซึ่งกำลังใช้จะงอยปากจิกหางปลา

“สิ่งนั้นคือหงส์ฟ้าหรือ?”

“อืม ตอนนี้ยังเล็กก็เลยเป็นลูกเจี๊ยบ รอโตขึ้นก็เป็นหงส์ฟ้าเองนั่นแหละ”

“แล้วสองตัวที่อยู่กับหนานอวี้...”

“เป็นหงส์ฟ้าธาตุไฟ”

ยูรันตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน

“ส่วนเรื่องก่อแกนเอกภพ มันคือขอบเขตพลังลำดับที่สามในวิถีเส้นทางดาราของข้า”

มู่เสวี่ยหนิงถามต่อ

“หากเปรียบเทียบกับระบบบำเพ็ญทั่วไปเล่าเจ้าคะ?”

“ก็ประมาณแก่นทองคำขั้นต้น”

ยูรันแตะหน้าอกของตนเองเบา ๆ

“แต่ข้าไม่ได้สร้างแก่นทองคำ พลังของข้าใช้โครงสร้างคนละแบบ จึงเรียกว่าก่อแกนเอกภพขั้นต้น”

หญิงสาวทั้งสี่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับไปมองเหล่าสมุนร่างกำยำกับฝูงหงส์ฟ้าตัวน้อยอีกครั้ง

โม่ชิงเฟิงยกมือขึ้นกุมหน้าผาก

“พี่สาวไม่อยู่เพียงไม่นาน เหตุใดบนยอดเขาถึงมีแต่เรื่องซึ่งฟังแล้วเข้าใจยากเต็มไปหมด?”

ยูรันโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

“เอาไว้พอไปเจอคนอื่น ๆ อาเจ๊ก็จะเข้าใจเองนั่นแหละ”

โม่ชิงเฟิงชะงัก ก่อนหรี่ตามองเขา

“ไม่ได้การแล้ว”

“อะไรอีก?”

นางหุบพัดลง ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“ต่อจากนี้ข้าจะเรียกเจ้าว่าสามี”

“อืม ตามใจ”

“ส่วนเจ้าก็ต้องเรียกข้าว่าภรรยาด้วย”

ยูรันพิจารณานางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าอยู่ครู่หนึ่ง

“อืม...คำว่าภรรยาดูไม่ค่อยเหมาะกับบัณฑิตเก๊เท่าไรนะ”

รอยยิ้มบนใบหน้าของโม่ชิงเฟิงแข็งค้าง

“เช่นนั้นเรียกภรรยาบัณฑิตเก๊ก็ได้”

“ไม่เอา!”

“ภรรยาอาเจ๊?”

“ไม่เอา!”

“ภรรยาถือพัด?”

“น้องชาย!”

ยูรันถอนหายใจอย่างยอมแพ้

“ก็ได้ ภรรยา”

สีหน้าของโม่ชิงเฟิงเปลี่ยนเป็นสดใสขึ้นในทันที นางเข้าไปกอดแขนของเขา ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“ดีมาก สามี”

ยูรันเหลือบมองนาง

“เรื่องมากจริง ๆ”

“พี่สาวได้ยินนะ!”

หลัวจินหยางรีบขยับเข้ามาเกาะแขนอีกข้างของยูรัน

“ข้าด้วยนะ สามี”

หลัวจินเยว่เองก็เดินตามเข้ามา

“ข้าด้วยเจ้าค่ะ ท่านพี่”

ยูรันมองหญิงสาวทั้งสอง ก่อนหันกลับไปทางโม่ชิงเฟิงอย่างช้า ๆ

“อืม...ภรรยาไปสอนอะไรแปลก ๆ ให้พวกนางอีกแน่ ๆ”

โม่ชิงเฟิงคลี่พัดออกด้วยสีหน้าไร้เดียงสา

“ข้าไม่ได้สอนอะไรเลยนะ”

“ไม่เชื่อ”

หลัวจินหยางรีบกล่าวขึ้น

“พี่ใหญ่เพียงบอกว่าหากกลายเป็นภรรยาแล้ว จะเรียกสามีอย่างไรก็ได้”

ยูรันหรี่ตามองโม่ชิงเฟิง

“นั่นแหละเรียกว่าสอน”

“เรื่องธรรมดาระหว่างสามีภรรยาจะเรียกว่าสอนเรื่องแปลกได้อย่างไร?”

“ถ้าออกมาจากปากเจ้า ทุกเรื่องก็ดูแปลกหมดนั่นแหละ”

“สามีใจร้ายกับภรรยาอีกแล้ว!”

ไม่นาน เยว่หลินก็กลับมาพร้อมกับฝูงลูกหงส์ฟ้า

ลูกเจี๊ยบทั้งยี่สิบสองวิ่งตามนางมาเป็นขบวน บางตัวกระพือปีกเล็ก ๆ เพื่อเร่งความเร็ว ขณะที่บางตัวกลิ้งชนกันจนล้มระเนระนาดอยู่บนดาดฟ้า

ทันทีที่เห็นยูรัน พวกมันก็หยุดชะงักไปพร้อมกัน

“จิ๊บ?”

หนึ่งในนั้นเอียงศีรษะ ก่อนดวงตาจะสว่างขึ้น

“จิ๊บ ๆ!”

ฝูงลูกเจี๊ยบทั้งหมดพุ่งเข้ามาหายูรันในทันที บางตัวเกาะขากางเกง บางตัวกระโดดขึ้นไหล่ ส่วนอีกหลายตัวเดินวนรอบเท้าของเขาพร้อมส่งเสียงร้องไม่หยุด

ยูรันย่อตัวลง ก่อนลูบศีรษะพวกมันทีละตัว

“ไง ไม่ได้พบกันตั้งนาน”

เขาจับตัวหนึ่งยกขึ้นมาพิจารณา

“ดูตัวใหญ่ขึ้นนะ”

ลูกเจี๊ยบในมือแอ่นอกอย่างภาคภูมิใจ ก่อนกระพือปีกจนขนอ่อนปลิวกระจาย

โม่ชิงเฟิงกับฝาแฝดทั้งสองยืนมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าซับซ้อน

หลัวจินหยางพึมพำขึ้น

“นี่คือหงส์ฟ้าจริง ๆ หรือ?”

หลัวจินเยว่พยักหน้าช้า ๆ

“หงส์ฟ้าที่กำลังแย่งกันเกาะศีรษะสามีของพวกเรา...”

มู่เสวี่ยหนิงยกมือขึ้นปิดรอยยิ้ม

“ดูเหมือนพวกมันจะคิดถึงท่านพี่มากเลยเจ้าค่ะ”

ยูรันวางลูกเจี๊ยบในมือลงบนพื้น ก่อนมองฝูงซึ่งกำลังวิ่งวนอยู่รอบตัว

“เอาละ พวกเจ้าลองดูกันเอง”

เขาชี้ไปทางหญิงสาวทั้งสี่

“ถูกใจผู้ใดก็เลือกคนนั้น เลือกให้เหมาะกับธาตุของตนเองด้วย อย่าวิ่งไปเกาะใครมั่วซั่ว”

ลูกหงส์ฟ้าทั้งยี่สิบสี่ตัวหยุดส่งเสียง ก่อนหันไปมองโม่ชิงเฟิง มู่เสวี่ยหนิง และฝาแฝดพร้อมกัน

ยูรันพึมพำอย่างเสียดาย

“เจ้าพวกคู่สุริยันดันเลือกไปอยู่กับหลานอิงเสียได้”

โม่ชิงเฟิงเลิกคิ้ว

“ลูกหงส์ฟ้าพวกนี้เป็นผู้เลือกเจ้าของเองหรือ?”

“อืม หากธาตุและนิสัยเข้ากันได้ พวกมันก็จะเข้าไปหาเอง”

หลัวจินหยางมองลูกเจี๊ยบซึ่งกำลังเอียงศีรษะสำรวจนาง

“แล้วหากไม่มีตัวใดเลือกพวกเราเล่า?”

ยูรันยักไหล่

“ก็แปลว่าพวกท่านไม่ถูกใจพวกมัน”

หลังจากมองกันอยู่ครู่หนึ่ง ฝูงลูกหงส์ฟ้าก็เริ่มแยกออกจากกัน บางตัวเดินวนรอบหญิงสาวทั้งสี่เพื่อสัมผัสกลิ่นอาย ขณะที่บางตัวเพียงยืนนิ่งและจ้องมองอย่างพิจารณา

หญิงสาวทั้งสี่ลดสายตาลงมองพวกมันโดยไม่มีผู้ใดกล้าขยับ รอคอยว่าลูกหงส์ฟ้าตัวใดจะเป็นฝ่ายเข้ามาหาตนเองก่อน.

ยูรันมองลูกหงส์ฟ้าทั้งยี่สิบสองตัว ก่อนกล่าวขึ้น

“หากไม่มีธาตุที่เข้ากันก็ไม่เป็นไร ไม่จำเป็นต้องฝืนเลือกตอนนี้”

“พวกเจ้าลองเข้าไปทำความรู้จักกันเองก็แล้วกัน ถูกใจใครก็ค่อยอยู่ใกล้คนนั้น”