คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 284 ทันพอดีเป๊ะๆ7,209 ตัวอักษร

ตอนที่ 284 ทันพอดีเป๊ะๆ

โม่ชิงเฟิงซึ่งกำลังยืนเล่นอยู่กับเหล่าหงส์ฟ้าหันกลับมาตามเสียง ก่อนจะพบว่าบนดาดฟ้ามีคนเพิ่มขึ้นมาอีกกลุ่มใหญ่

นางรีบเดินเข้ามาหายูรัน

“สามีพาผู้ใดมาหรือ?”

ยูรันชี้แนะนำทีละคน

“นี่ท่านแม่ลู่เหยียนหนิง ส่วนนี่ท่านแม่ไป๋จิ้งเหวิน และนี่ลู่ชิงถาน”

โม่ชิงเฟิงมองไปยังลู่ชิงถาน ดวงตาพลันเป็นประกาย ก่อนเดินเข้าไปจับมือนางอย่างสนิทสนม

“โอ้ ๆ นี่คือน้องหญิงชิงถานสินะ ยินดีที่ได้รู้จัก”

นางคลี่พัดออกด้วยท่าทางสง่างาม ก่อนแนะนำตัวอย่างภาคภูมิใจ

“พี่สาวชื่อโม่ชิงเฟิง เป็นภรรยาของสามี”

ลู่ชิงถานชะงักไปทันที

“ภรรยา?”

สายตาของนางค่อย ๆ เลื่อนไปทางยูรัน

ยูรันพยักหน้ารับอย่างไม่คิดปิดบัง

“อืม สด ๆ ร้อน ๆ ระหว่างเดินทาง”

ลู่เหยียนหนิงกับไป๋จิ้งเหวินหันมองโม่ชิงเฟิงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

โม่ชิงเฟิงยิ่งยิ้มกว้างขึ้น

“ท่านแม่ทั้งสองไม่ต้องกังวลนะเจ้าคะ จากนี้พวกเราล้วนเป็นคนครอบครัวเดียวกัน”

ยูรันเหลือบมองนาง

“เจ้าเปลี่ยนมาเรียกท่านแม่ตามข้าเร็วเกินไปหรือเปล่า?”

“ช้าหรือเร็วย่อมต้องเรียกเหมือนกันมิใช่หรือ สามี?”

“อืม...ก็จริง”

ลู่ชิงถานอ้าปากค้าง มองยูรันสลับกับโม่ชิงเฟิงอยู่หลายรอบ

“หะ...หะ...เหตุใดท่านพี่ไปที่ใด จึงมีภรรยาเพิ่มกลับมาทุกครั้งเลยเจ้าคะ?”

โม่ชิงเฟิงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“ยังมีอีกนะ น้องหญิง”

นางหันกลับไปกวักมือเรียกหญิงสาวอีกสามคนซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล

“มานี่เร็ว พวกเจ้าเองก็มาแนะนำตัวเสียสิ”

โม่ชิงเฟิงชี้ไปทางมู่เสวี่ยหนิงเป็นคนแรก

“นี่มู่เสวี่ยหนิง”

จากนั้นจึงเลื่อนไปทางฝาแฝด

“ส่วนนี่หลัวจินหยางกับหลัวจินเยว่ ทั้งสามคนก็เป็นภรรยาของสามีเหมือนกัน”

ลู่ชิงถานยืนนิ่ง ดวงตาค่อย ๆ เบิกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ

“สามคน...”

นางหันกลับมามองยูรันอีกครั้ง

“ท่านพี่ออกเดินทางไปเพียงรอบเดียว แต่กลับพาภรรยากลับมาถึงสี่คนเลยหรือเจ้าคะ?!”

ยูรันนับนิ้วอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

“อืม ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น”

โม่ชิงเฟิงรีบโอบไหล่ลู่ชิงถาน

“ไม่ต้องตกใจไป ต่อจากนี้พวกเราก็เป็นพี่น้องกันแล้ว”

ยูรันมองทุกคน ก่อนตบมือเรียกความสนใจ

“ส่วนพวกเราเสียเวลามากแล้ว หากชักช้ากว่านี้จะตามอาจารย์ไม่ทัน”

เขาหันไปทางหญิงสาวทั้งสามซึ่งเพิ่งมาถึง

“ท่านแม่ ชิงถาน พวกท่านไหวใช่ไหม?”

ลู่ชิงถานยืดอกขึ้นอย่างมั่นใจ

“ไหวเจ้าค่ะ ไม่มีผู้ใดตามน้องทันแน่นอน ช่วงที่ท่านพี่ไม่อยู่ น้องตั้งใจฝึกอย่างมาก”

ไป๋จิ้งเหวินพยักหน้าตาม

“ใช่ แม่เองก็ตั้งใจฝึกอย่างมากเช่นกัน”

“แม่ก็ด้วย”

ลู่เหยียนหนิงกล่าวเสริมด้วยรอยยิ้ม

โม่ชิงเฟิงมองทั้งสามสลับกันอย่างไม่อยากเชื่อ

“นะ...นี่พวกท่านใช้ก้าวพริบตาได้กันทุกคนเลยหรือ?”

“ใช่สิ”

ยูรันตอบราวกับเป็นเรื่องธรรมดา

มู่เสวี่ยหนิง หลัวจินหยาง และหลัวจินเยว่หันมาสบตากัน ก่อนยกมือขึ้นพร้อมกันอย่างช้า ๆ

“แล้วพวกเราสามคนเล่า?”

“พวกเรายังใช้ไม่เป็นนะ”

ยูรันมองมู่เสวี่ยหนิงกับฝาแฝด ก่อนหันไปหาโม่ชิงเฟิงซึ่งเองก็ยังใช้วิชานี้ไม่เป็นเช่นกัน

“ก็ต้องเตรียมอาเจียนสิ ไปได้แล้ว”

โม่ชิงเฟิงหน้าซีดลงทันที

“เดี๋ยวก่อน สา—”

ยังไม่ทันที่นางจะกล่าวคำว่า ‘สามี’ จบ ยูรันก็คว้าหญิงสาวทั้งสี่เข้ามาพร้อมกัน

พรึ่บ!

ร่างของพวกเขาหายวับไปจากดาดฟ้าในพริบตา

ไป๋จิ้งเหวิน ลู่เหยียนหนิง และลู่ชิงถานรีบตามไปทันที ทิ้งไว้เพียงฝุ่นจาง ๆ กับเหล่าเมนเดรกซึ่งยืนมองตามอย่างพร้อมเพรียงกัน

อีกด้านหนึ่ง กลุ่มของหลิงเยวี่ย

ร่างหลายร่างเคลื่อนผ่านท้องฟ้าด้วยก้าวพริบตาอย่างต่อเนื่อง ทว่าจังหวะของหนานอวี้กลับเริ่มสับสนมากขึ้นทุกที

ไม่นาน นางก็รีบยกมือห้ามทุกคน

“เดี๋ยวก่อน! ข้าจะอาเจียนแล้ว!”

หนานอวี้ทรุดลงเกาะต้นไม้ข้างทาง ก่อนก้มหน้า

“พักที่เมืองข้างหน้าเถอะ...แหวะ!”

เซี่ยเยว่หลีมองท่าทางของนาง ก่อนส่ายหน้าอย่างผิดหวัง

“ไม่ไหว ๆ ใช้ไม่ได้เลยนะ”

น้ำเสียงและท่าทางนั้นเหมือนกับยูรันไม่มีผิด

หนานอวี้เงยหน้าขึ้นมาทันที

“เจ้าไม่ต้องพูดเหมือนศิษย์น้องก็ได้!!!”

เซี่ยเยว่หลียักไหล่

“ข้าเพียงกล่าวความจริง”

“แม้แต่ท่าทางก็ยังเหมือนอีก!”

ซูเม่ยเหยาเดินเข้ามานั่งข้างหนานอวี้ ก่อนจับข้อมือของนางเพื่อตรวจชีพจร

ระหว่างทาง กลุ่มจากยอดเขาจันทราได้พบกับซูเม่ยเหยาและเซียวซินเยวี่ยซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังสถานที่จัดการประลองเช่นเดียวกัน พวกนางจึงรวมกลุ่มเดินทางมาด้วยกัน

ขณะนี้ภายในกลุ่มมีหลิงเยวี่ย ไป๋หลิง หนานอวี้ หลานชิงอวี้ ซูเม่ยเหยา เซียวซินเยวี่ย และเซี่ยเยว่หลี รวมทั้งหมดเจ็ดคน

ซูเม่ยเหยาตรวจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนปล่อยข้อมือของหนานอวี้

“ไม่มีสิ่งใดน่าเป็นห่วง พักสักหน่อยก็หาย”

เซี่ยเยว่หลีพยักหน้า

“อืม สรุปก็คือยังใช้ไม่ได้”

หนานอวี้หันขวับไปมองนาง

“ข้าบอกว่าอย่าพูดเหมือนศิษย์น้องอย่างไรเล่า!”

ไป๋หลิงยกมือขึ้นปิดรอยยิ้ม ส่วนหลานชิงอวี้พยักหน้าเห็นด้วยอย่างจริงจัง

“แต่พี่หญิงเยว่หลีก็ไม่ได้พูดผิดนะ”

“พวกเจ้ารวมหัวกันรังแกข้า!”

หลิงเยวี่ยถอนหายใจ ก่อนหันไปมองเมืองซึ่งอยู่ไม่ไกล

“พอแล้ว เข้าเมืองไปพักกันก่อน หากฝืนเดินทางต่อด้วยสภาพนี้ พวกเราอาจต้องหยุดเก็บหนานอวี้จากข้างทางอีกรอบ”

หนานอวี้เช็ดมุมปาก ก่อนพยายามยืนขึ้นด้วยสีหน้าไม่ยอมแพ้

“ข้าขอนั่งพักสองเค่อ”

นางชูสองนิ้วขึ้นย้ำอย่างจริงจัง

“สองเค่อเท่านั้น หลังจากนั้นข้าจะเดินทางต่อทันที!”

หลิงเยวี่ยมองใบหน้าซีดเผือดของนาง ก่อนพยักหน้า

“ได้ พักสองเค่อ”

หนานอวี้รีบนั่งขัดสมาธิลงใต้ต้นไม้

เซี่ยเยว่หลีนั่งลงข้าง ๆ ก่อนกล่าวเตือน

“ถ้าครบสองเค่อแล้วยังอาเจียนอยู่ พวกเราจะพักต่อ”

“ไม่มีทาง ข้าจะต้องตามศิษย์น้องให้ทัน!”

หลานชิงอวี้เหลือบมองนาง

“ศิษย์น้องยังไม่ได้ออกเดินทางเลยนะเจ้าคะ”

“ข้ารู้! แต่ข้าต้องรีบไปถึงก่อนเขาอยู่ดี!”

หลิงเยวี่ยกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

“สองเค่อ ไม่มีต่อรอง”

หนานอวี้หันไปมองอาจารย์ทันที

“แต่ว่า—”

“สามเค่อ”

“สองเค่อก็ดีเจ้าค่ะ!”

หนานอวี้รีบนั่งขัดสมาธิลงตามเดิมโดยไม่กล้าเถียงอีก

เซี่ยเยว่หลีเบือนหน้าไปอีกทางเพื่อซ่อนรอยยิ้ม ส่วนหญิงสาวคนอื่นต่างแยกย้ายกันนั่งพักใต้ร่มไม้

หลิงเยวี่ยมองหนานอวี้ซึ่งกำลังเร่งฟื้นฟูพลัง ก่อนย้ำอีกครั้ง

“ห้ามแอบออกเดินทางก่อนครบเวลา”

“ทราบแล้วเจ้าค่ะ...”

อีกด้านหนึ่ง ห่างจากกลุ่มของหลิงเยวี่ยออกไปไม่ไกลนัก

ร่างของยูรันพุ่งผ่านผืนป่าด้วยความเร็วสูง ก่อนจะหยุดลงกะทันหันบนลานหินแห่งหนึ่ง

เขาวางโม่ชิงเฟิง มู่เสวี่ยหนิง และฝาแฝดทั้งสองลงกับพื้น

“เอาละ พักอาเจียนตรงนี้ก่อน”

หญิงสาวทั้งสี่ยังไม่ทันได้ตอบก็รีบแยกย้ายกันไปเกาะต้นไม้รอบข้าง

“แหวะ!”

“แหวะ ๆ!”

ยูรันไม่สนใจเสียงอาเจียน เขาเงยหน้ามองไปยังทิศทางเบื้องหน้า เนตรดาราสวรรค์หมุนวนเล็กน้อย

“อาจารย์อยู่ข้างหน้าไม่ไกล”

ไม่นาน ลู่เหยียนหนิง ไป๋จิ้งเหวิน และลู่ชิงถานก็ตามมาถึง พวกนางหยุดลงข้างยูรันอย่างมั่นคง ไม่มีผู้ใดแสดงอาการเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย

โม่ชิงเฟิงเงยหน้าขึ้นจากหลังต้นไม้ ก่อนมองทั้งสามด้วยสีหน้าเจ็บใจ

“เหตุใดพวกท่านถึงไม่เป็นอะไรเลย?”

ลู่ชิงถานตอบอย่างภาคภูมิใจ

“เพราะข้าฝึกหนักอย่างไรเล่าเจ้าคะ”

ยูรันพยักหน้าเห็นด้วย

“อืม ภรรยาควรเอาเป็นแบบอย่างนะ”

“สามี เจ้าหยุดซ้ำเติมพี่สาวแล้วมาช่วยลูบหลังให้ก่อนได้หรือไม่!”

ยูรันถอนหายใจ ก่อนเดินเข้าไปลูบหลังให้หญิงสาวทั้งสี่ทีละคน

หลังจากพักอยู่ประมาณหนึ่งก้านธูป สีหน้าของพวกนางจึงค่อย ๆ กลับมามีเลือดฝาดอีกครั้ง

ยูรันลุกขึ้น ก่อนปัดมือกับชายเสื้อ

“ไปได้แล้ว อาจารย์อยู่ข้างหน้า”

โม่ชิงเฟิงรีบถอยไปกอดต้นไม้เอาไว้

“เดี๋ยวก่อนสามี พวกเราจะเดินไปใช่หรือไม่?”

“อืม”

หญิงสาวทั้งสี่ถอนหายใจอย่างโล่งอกพร้อมกัน

ยูรันกล่าวต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“เดินไปจับตัวพวกเจ้า แล้วค่อยพุ่งต่อ”

พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!

ทางด้านกลุ่มของหลิงเยวี่ย เวลาพักสองเค่อเพิ่งสิ้นสุดลงพอดี

หนานอวี้ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย ก่อนสูดหายใจเข้าลึก

“เอาละ คราวนี้ข้าพร้อมแล้ว!”

หลิงเยวี่ยพยักหน้า

“เช่นนั้นก็ออกเดินทางต่อ—”

พรึ่บ!

เสียงแหวกอากาศดังขึ้นจากด้านหลัง ทุกคนรีบหันกลับไปมองพร้อมกัน

ยูรันปรากฏตัวขึ้นกลางลาน โดยมีโม่ชิงเฟิง มู่เสวี่ยหนิง หลัวจินหยาง และหลัวจินเยว่ติดมากับเขาด้วย

ทันทีที่เท้าแตะพื้น หญิงสาวทั้งสี่ก็รีบพุ่งไปหาต้นไม้ใกล้ที่สุด

“แหวะ!”

“แหวะ ๆๆ!”

หลังจากนั้น ลู่เหยียนหนิง ไป๋จิ้งเหวิน และลู่ชิงถานก็ตามมาถึงอย่างต่อเนื่อง

ยูรันมองกลุ่มหญิงสาวตรงหน้า ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“ทันพอดีเป๊ะๆ”

หนานอวี้นิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนดวงตาจะเบิกกว้าง

“ศิษย์น้อง!”

นางพุ่งเข้าหายูรันทันทีโดยลืมอาการคลื่นไส้ก่อนหน้านี้จนหมดสิ้น