คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 288 แน่นอน ข้าจะไม่ทำให้ศิษย์พี่สามผิดหวัง7,464 ตัวอักษร

ตอนที่ 288 แน่นอน ข้าจะไม่ทำให้ศิษย์พี่สามผิดหวัง

ยูรันกล่าวต่ออย่างสบายใจ

“หลังจากนั้นข้าก็นำสูตรกลับไปปรับปรุงเล็กน้อย เพราะสูตรเดิมมันโคตรขยะ ขั้นตอนซับซ้อนเกินความจำเป็น ทำให้คนหลอมยากโดยใช่เหตุ”

ซูเม่ยเหยากับเซียวซินเยวี่ยหันมามองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า แต่ครั้งนี้เลือกไม่โต้แย้งแล้ว

“พอถึงวันประลอง ไอ้โง่นั่นก็แอบวางกับดักไว้ในเตาหลอมของข้า”

ไป๋หลิงขมวดคิ้ว

“มันวางกับดักอย่างไร?”

“ทำให้เตาหลอมมีรอยร้าวจนเกือบเป็นรู”

ยูรันถอนหายใจอย่างผิดหวัง

“อุตส่าห์คิดจะวางกับดักทั้งที กลับทำได้เพียงรูเล็ก ๆ ข้าใช้พลังอุดเอาแวบเดียวก็จบแล้ว”

เขาส่ายหน้าไปมา

“สมแล้วที่ถูกดึงลิ้น เฮ้อ...”

เซียวซินเยวี่ยถามขึ้น

“หลังจากอุดรอยร้าวแล้ว ท่านหลอมอย่างไรหรือเจ้าคะ?”

“ก็โยนวัตถุดิบทั้งหมดเข้าไปพร้อมกัน”

“ทั้งหมดเลยหรือเจ้าคะ?”

“อืม ทีละอย่างมันเสียเวลา”

ซูเม่ยเหยายกมือขึ้นกุมหน้าอก

“ขอเวลาให้ข้าทำใจก่อนที่ท่านจะเล่าต่อสักครู่ได้หรือไม่?”

ยูรันหันไปมองซูเม่ยเหยาด้วยสีหน้าจริงจังขึ้นเล็กน้อย

“เม่ยเหยา เจ้ากำลังจะเปลี่ยนวิถีแล้วนะ”

ซูเม่ยเหยาชะงัก ก่อนลดมือลงจากหน้าอก

“โอสถก็เป็นเพียงขยะชนิดหนึ่งเท่านั้น เจ้าต้องทำใจยอมรับเรื่องนี้ให้ได้”

ยูรันชี้ไปยังศีรษะของนาง

“หากเจ้ายังคงยึดติดกับระดับโอสถ ขั้นตอนเดิม และกฎเกณฑ์ซึ่งผู้อื่นวางเอาไว้ เจ้าก็จะจมอยู่กับความรู้ชุดเดิมตลอดไป”

“ไม่ได้หมายความว่าความรู้เหล่านั้นผิด แต่เจ้าไม่ควรมองว่ามันเปลี่ยนแปลงไม่ได้”

ซูเม่ยเหยานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนพยักหน้าช้า ๆ

“ข้าเข้าใจแล้ว”

เซียวซินเยวี่ยซึ่งเองก็ตั้งใจฟังทุกคำ

ยูรันพยายามนึกต่ออยู่ครู่หนึ่ง

“ยังไงต่อนะ...อ๋อ หลังจากนั้นโอสถระดับสิบก็ออกมาห้าสิบเม็ด”

“ห้าสิบเม็ด?!”

เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งห้อง

“อืม ห้าสิบเม็ด คุณภาพสมบูรณ์แบบทั้งหมด”

ยูรันกล่าวราวกับกำลังนับขนม ก่อนถอนหายใจ

“ขั้นตอนสุดท้ายข้านำพวกมันไปหลอมด้วยทัณฑ์สวรรค์ระดับขี้ปะติ๋วอีกเล็กน้อย”

ซูเม่ยเหยาพยายามสูดหายใจเข้าลึกและเตือนตนเองไม่ให้ยึดติดกับความรู้เดิม

“ทัณฑ์สวรรค์...ระดับขี้ปะติ๋วหรือ?”

“ใช่ หลอมโอสถออกมาตั้งห้าสิบเม็ด แต่กลับมีสายฟ้ากระจอก ๆ ผ่าลงมาเพียงห้าสิบสาย เม็ดละสายเท่านั้นเอง”

ยูรันส่ายหน้าด้วยความสมเพช

“เฮ้อ วิถีของพวกชอบเสพยาก็ได้เพียงเท่านี้แหละ”

“……”

มุมปากของซูเม่ยเหยากับเซียวซินเยวี่ยกระตุกพร้อมกัน

ซูเม่ยเหยาหลับตาลง ก่อนพึมพำกับตนเอง

“โอสถเป็นเพียงขยะ...ทัณฑ์สวรรค์ห้าสิบสายเป็นเรื่องกระจอก...ข้าต้องทำใจให้ได้...”

ยูรันยกมือขึ้น ก่อนนำโอสถระดับสิบที่เหลือออกมาจากพื้นที่เก็บของ

กลิ่นหอมเข้มข้นแผ่กระจายไปทั่วห้องในทันที โอสถสีขาวกึ่งโปร่งใสทั้งสี่สิบสามเม็ดลอยเรียงอยู่กลางอากาศ ภายในแต่ละเม็ดมีลวดลายแห่งมรรคาหลากสีหมุนวน พร้อมประกายสายฟ้าซึ่งแล่นผ่านพื้นผิวเป็นครั้งคราว

“ข้าให้อาเจ๊ไปสะสมเล่นหนึ่งเม็ด ให้ผู้อาวุโสฉีจากตำหนักโอสถศักดิ์สิทธิ์ไปสามเม็ด แล้วขายไปอีกสามเม็ดในราคาสองหมื่นล้านเหรียญ”

ยูรันนับนิ้วอยู่ครู่หนึ่ง

“ดังนั้นจึงเหลือสี่สิบสามเม็ด ถูกต้อง”

เขาผลักโอสถทั้งหมดไปตรงหน้าหญิงสาว

“ลองดูกันเอาเอง ผู้ใดอยากได้ก็หยิบไปแบ่งกัน จะเก็บไว้กิน สะสมเล่น หรือนำไปขายก็ได้ ข้าให้แล้ว”

ทุกคนจ้องโอสถระดับสิบจำนวนมหาศาลตรงหน้าด้วยสีหน้าว่างเปล่า ไม่มีผู้ใดกล้ายื่นมือออกไปเป็นคนแรก

ยูรันไม่สนใจ ก่อนหยิบแหวนมิติอีกวงออกมาโยนให้ไป๋จิ้งเหวิน

“ส่วนนี่เงินจากการขายโอสถสองหมื่นล้าน กับเงินขายสูตรสุราอีกสิบล้าน รวมเป็นสองหมื่นสิบล้านเหรียญ เอาไปแบ่งกันด้วย”

ไป๋จิ้งเหวินรับแหวนมิติเอาไว้โดยอัตโนมัติ นิ้วมือของนางสั่นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสจำนวนเงินภายใน

“รันเอ๋อร์ เจ้าจะมอบเงินทั้งหมดนี้ให้พวกเราจริงหรือ?”

“อืม หากแบ่งกันไม่ได้ก็ให้ท่านแม่ไป๋กับท่านแม่ลู่เก็บไว้แล้วกัน”

ยูรันหันไปทางมารดาทั้งสอง

“หลังจากนี้ท่านแม่ทั้งสองช่วยกันดูแลการเงินทั้งหมดให้ข้าด้วย”

ไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิงสบตากัน ก่อนพยักหน้ารับอย่างจริงจัง

“ได้ แม่จะจัดการให้เอง”

ยูรันพยักหน้าอย่างวางใจ

“อืม แบบนี้ศิษย์พี่สามคงแอบขโมยเงินไปซื้อของกินไม่ได้แล้ว”

หนานอวี้ลุกพรวดขึ้น

“ข้าไม่เคยขโมย! ข้าเพียงหยิบยืมล่วงหน้า!”

ยูรันเหลือบมองโม่ชิงเฟิง

“รวมถึงบัณฑิตเก๊บางคนก็คงแอบเอาไปจ่ายค่าโรงเตี๊ยมไม่ได้เช่นกัน”

โม่ชิงเฟิงชี้หน้าตนเอง

“เหตุใดพี่สาวจึงถูกลากเข้าไปเกี่ยวด้วยอีกแล้ว?!”

“เพราะท่านมีประวัติ”

“สามี!”

ยูรันเห็นทุกคนยังคงจ้องโอสถโดยไม่มีผู้ใดกล้าหยิบ จึงโบกมืออย่างรำคาญ

“เอาไปเถอะ โอสถกระจอก ๆ พวกนี้มันก็งั้น ๆ แหละ”

เขาหันไปทางมู่เสวี่ยหนิง

“เสวี่ยหนิง อธิบายสรรพคุณให้พวกนางฟังหน่อย มันทำอะไรได้นะ...หวนคืนมรรคา?”

มู่เสวี่ยหนิงพยักหน้า ก่อนกล่าวอย่างคล่องแคล่ว

“โอสถหวนคืนมรรคาเป็นโอสถระดับสิบ สามารถรักษาอาการบาดเจ็บแทบทุกชนิดให้กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นทะเลวิญญาณเสียหาย แก่นทองคำแตกร้าว ทารกวิญญาณบาดเจ็บ จิตเต๋าพังทลาย หรือแม้แต่มรรคาที่ขาดสะบั้นก็สามารถฟื้นฟูได้เจ้าค่ะ”

สีหน้าของทุกคนภายในห้องเริ่มเปลี่ยนไป

“หากผู้ใช้มีตบะอยู่ใกล้จุดสูงสุดของขอบเขตหลอมสุญญตา โอสถจะช่วยหลอมรวมมรรคาและทำให้ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลอมรวมมรรคาได้ทันทีโดยไม่ต้องเผชิญทัณฑ์สวรรค์”

“นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มโอกาสทะลวงเข้าสู่ขอบเขตมหายานในอนาคตได้ถึงเจ็ดส่วน”

ซูเม่ยเหยาสูดหายใจเข้าลึก

“เจ็ดส่วน...”

มู่เสวี่ยหนิงพยักหน้า

“แต่มีข้อจำกัดอยู่หนึ่งอย่าง แต่ละคนสามารถรับผลจากโอสถชนิดนี้ได้เพียงครั้งเดียวตลอดชีวิต เม็ดที่สองจะไม่เกิดผลอีกเจ้าค่ะ”

ยูรันยักไหล่

“อืม ข้อจำกัดไร้สาระ ใครมันจะข้ามทัณฑ์ของขอบเขตเดิมถึงสองครั้งกัน?”

ยูรันเห็นหลายคนเริ่มสนใจโอสถตรงหน้า จึงกล่าวเตือน

“แต่ข้าแนะนำว่าไม่ต้องใช้หรอก”

เขาชี้ไล่ไปทีละคน

“ท่านแม่ทั้งสอง ชิงถาน หลิงเอ๋อร์ ชิงอวี้ ศิษย์พี่สาม แล้วก็เยว่หลี พวกเจ้าเปลี่ยนวิถีแล้ว จะกินมันไปทำไม?”

หนานอวี้เอียงศีรษะ

“ช่วยข้ามขอบเขตได้ทันทีไม่ดีหรือ?”

“ดีตรงไหน?”

ยูรันย้อนถาม

“หากข้ามระดับโดยไม่รับทัณฑ์สวรรค์ กายเทพของพวกเจ้าคงร้องไห้งอแงเพราะไม่มีอะไรให้กินพอดี”

ทุกคนซึ่งเปลี่ยนเข้าสู่วิถีเส้นทางแห่งดาราแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ พวกนางจำเป็นต้องอาศัยพลังจากทัณฑ์สวรรค์ในการหลอมกายและยกระดับตนเอง การหลีกเลี่ยงทัณฑ์จึงไม่ต่างจากการทิ้งอาหารชั้นดีไปโดยเปล่าประโยชน์

ยูรันหันไปมองคนที่เหลือ

“ส่วนคนอื่น หากคิดจะเปลี่ยนวิถีเหมือนกันก็ไม่จำเป็นต้องใช้”

เขานิ่งไปเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าสับสนของโม่ชิงเฟิง มู่เสวี่ยหนิง ฝาแฝด

“อืม บางคนยังไม่รู้เรื่องนี่นะ เอาไว้ค่อยให้หลิงเอ๋อร์อธิบายเรื่องวิถีเส้นทางแห่งดาราให้ฟัง”

ไป๋หลิงพยักหน้ารับ

“ได้ ข้าจะอธิบายให้พวกนางเอง”

ยูรันเอนตัวกลับลงบนหมอน

“หากทุกคนเลือกเปลี่ยนวิถี เช่นนั้นก็นำโอสถพวกนี้ไปขายเสียก็จบเรื่อง”

เขาชี้ไปยังโอสถระดับสิบทั้งสี่สิบสามเม็ด

“ขายหมดแล้วพวกเราจะรวยจนอยู่เฉย ๆ ได้อีกสิบชาติ ต่อให้เอาเงินไปถมที่เล่นก็ยังเหลือ”

ไป๋จิ้งเหวินมองโอสถทั้งหมดด้วยสายตาของนักบัญชี ก่อนกล่าวอย่างจริงจัง

“แม่จะเก็บรักษาไว้ก่อน ของระดับนี้หากนำออกขายพร้อมกันทั้งหมด ราคาจะตก”

ยูรันยกนิ้วโป้งให้นาง

“เห็นไหม มีท่านแม่ดูแลเงินให้ก็ดีแบบนี้แหละ”

ยูรันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนดีดนิ้ว

“เอาละ ถึงไหนแล้วนะ...อ๋อ หลังจากนั้นข้าก็พาอาเจ๊กับเสวี่ยหนิงเดินทางไปจนถึงเมืองที่ห้า แล้วบังเอิญพบศิษย์พี่เย่ด้วย”

หญิงสาวจากยอดเขาจันทราต่างมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“ดูเหมือนเขาจะมาหาสิ่งของสำหรับยกระดับตนเอง เพราะอะไรนะ...อืม น่าจะเป็นเพราะคราวก่อนถูกสายฟ้าของข้าผ่าเข้าไป”

ยูรันนึกถึงของในงานประมูล

“ข้าเห็นเขาทุ่มเงินซื้อของเกี่ยวกับสายฟ้ากับเปลวเพลิงไปชิ้นหนึ่ง สงสัยคงคิดจะใช้มันยกระดับกายาสายฟ้าอัคคีของตนเอง”

เขาชะงักไป ก่อนดวงตาจะเป็นประกายขึ้นมาทันที

“โอ๊ะ ของดีเลยนี่หว่า”

ทุกคนมองเขาด้วยความสงสัย

“หากศิษย์พี่เย่ยกระดับกายาพิเศษสำเร็จ ข้าก็เพียงไปจิ้มเขาสักครั้ง เก็บเกี่ยวสายเลือดออกมา แล้วแยกมันเป็นกายาอัคคีกับกายาอัสนี”

ยูรันหันไปทางหนานอวี้ด้วยสีหน้าตื่นเต้น

“โอ้ ๆๆ ศิษย์พี่สามมีของดีใช้แล้วนี่!”

หนานอวี้ชี้หน้าตนเอง

“ข้าหรือ?”

“ใช่ ท่านเหมาะกับกายาอัคคีที่สุด ต้องขอบคุณศิษย์พี่เย่จริง ๆ ที่ตั้งใจเพาะมันให้”

หลิงเยวี่ยยกมือขึ้นกุมหน้าผาก

“เย่อ้าวเทียนเป็นศิษย์ร่วมสำนักของเจ้า ไม่ใช่แปลงเพาะกายาพิเศษ”

“แต่เขาให้ผลผลิตดีจะตาย”

ยูรันเริ่มวางแผนอย่างจริงจัง

“ตอนประลอง ข้าคงต้องทุ่มระเบิดใส่เขาให้มากหน่อย เผื่อเขาตื่นรู้หรือปลุกความสามารถใหม่ขึ้นมาอีก ข้าจะได้เก็บเกี่ยวเพิ่ม”

เขาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“นี่มันแหล่งฟาร์มชั้นดีชัด ๆ”

หญิงสาวทั้งหมดนิ่งเงียบ

หนานอวี้กลับยกกำปั้นขึ้นอย่างตื่นเต้น

“เช่นนั้นเจ้าต้องอัดเขาให้หนักหน่อยนะ!”

“แน่นอน ข้าจะไม่ทำให้ศิษย์พี่สามผิดหวัง”