คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 291 6 วิถี7,168 ตัวอักษร

ตอนที่ 291 6 วิถี

ยูรันเอนหลังพิงหัวเตียง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“อืม มันเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งซึ่งถือกำเนิดมาพร้อมคุณสมบัติพิเศษอย่างมาก แต่พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียด”

สีหน้าของหญิงสาวทั้งหมดค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นจริงจัง

“พูดง่าย ๆ คือข้าจัดการมันได้ แต่คนอื่นทำไม่ได้ ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญขอบเขตหลอมรวมมรรคาก็ไม่มีทางชนะมัน”

ยูรันชี้ไปยังดวงตาของตนเอง

“ก่อนหน้าพวกเราจะเข้าไป มีคนโชคร้ายตายห่าอยู่ในนั้น แล้วทิ้งเนตรบางอย่างเอาไว้ สิ่งมีชีวิตนั่นจึงนำเนตรไปหลอมรวมเพื่อยกระดับตนเอง”

“ข้าเห็นว่าเป็นของดีจึงจิ๊กมันมา ก่อนระเบิดประตูมิติทิ้ง”

โม่ชิงเฟิงกับมู่เสวี่ยหนิงชะงักพร้อมกัน พวกนางเพิ่งทราบเรื่องนี้เป็นครั้งแรกเช่นเดียวกับคนอื่น

มู่เสวี่ยหนิงมองดวงตาของเขาอย่างไม่อยากเชื่อ

“หรือว่าเนตรซึ่งท่านพี่นำมา...”

“อืม ข้าใช้มันฟื้นฟูเนตรดาราสวรรค์นี่แหละ”

ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ

ยูรันกลับกล่าวต่อราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อย

“แต่ช่างเถอะ ความโชคดีจริง ๆ คือมันอยู่ในระดับต่ำที่สุด ต่ำจนแทบติดดิน”

รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาค่อย ๆ จางลง

“หากระดับของมันสูงกว่านั้นแม้เพียงระดับเดียว พวกเราคงไม่มีผู้ใดได้ออกมาจากแดนลับ”

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนสรุปตรง ๆ

“ตายโหงกันหมดแน่นอน”

ทั่วทั้งห้องเงียบสนิทจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจ

ความโกรธบนใบหน้าของไป๋หลิงหายไปจนหมด นางรีบเดินมานั่งข้างยูรัน ก่อนประคองใบหน้าของเขาเพื่อตรวจดูดวงตาใกล้ ๆ

“สามี เนตรดวงนี้จะเป็นอันตรายต่อท่านหรือไม่?”

“ไม่ จะมีได้อย่างไร?”

ยูรันตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน

“นี่คือดวงตาดั้งเดิมของข้าเอง เป็นต้นกำเนิดเดียวกับพลังที่ข้าแบ่งให้ท่านแม่ไป๋สร้างเนตรดาราพิสุทธิ์ไง”

ไป๋จิ้งเหวินชะงัก ก่อนยกมือขึ้นแตะเปลือกตาของตนเอง

“หมายความว่าเนตรดาราพิสุทธิ์ของแม่ ถือกำเนิดจากพลังของเนตรคู่นี้หรือ?”

“อืม เป็นเพียงส่วนหนึ่งซึ่งข้าแยกออกมาและปรับให้เหมาะกับท่านแม่ เพราะงั้นไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”

ยูรันเห็นทุกคนคลายความกังวลลงแล้วจึงเล่าต่อ

“อืม หลังจากนั้นข้าก็ไปพบศิษย์พี่ห้ากับศิษย์พี่หก แล้วก็เจอตาแก่ขี้เหล้าคนหนึ่ง”

เซี่ยเยว่หลีเลิกคิ้ว

“ตาแก่ขี้เหล้าหรือ?”

“อ๋องเฉิน เป็นท่านอาของหลานอิงนั่นแหละ”

เซี่ยเยว่หลีนิ่งไปครู่หนึ่ง

“ท่านอ๋องเฉินไม่ใช่ตาแก่ขี้เหล้านะ”

“เขาดื่มสุราของข้าไปห้าสิบห้าไหแล้วสลบเหมือด หากไม่เรียกว่าตาแก่ขี้เหล้าแล้วจะเรียกว่าอะไร?”

“……”

ยูรันกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

“แต่ก่อนจะไปก๊งเหล้ากับตาแก่นั่น ศิษย์พี่ห้ากับศิษย์พี่หกก็มานอนกับข้าแล้ว”

เขากางมือออก

“ง่าย ๆ เลย”

หลัวจินหยางกับหลัวจินเยว่พยักหน้าพร้อมกันอย่างภาคภูมิใจ

“ใช่”

เส้นเลือดบนหน้าผากของไป๋หลิงเริ่มปูดขึ้นมาอีกครั้ง

“สามีไม่จำเป็นต้องย้ำคำว่าง่ายก็ได้”

“แต่มันง่ายจริง ๆ นี่”

ยูรันนับเหตุการณ์ต่อ

“จากนั้นข้าก็ดื่มสุรากับอ๋องเฉินอยู่หนึ่งคืน ลากเขากลับโรงเตี๊ยม แล้วเช้าวันนี้ก็พาทุกคนกลับยอดเขา”

เขาตบมือหนึ่งครั้ง

“จบ ข้ามาถึงที่นี่แล้ว”

ยูรันกวาดตามองทุกคนภายในห้อง

“มีผู้ใดมีคำถามหรือไม่? หากไม่มีก็—”

พรึ่บ!

หญิงสาวแทบทุกคนยกมือขึ้นพร้อมกัน

“มี!”

ยูรันมองแขนซึ่งยกขึ้นเต็มห้อง ก่อนค่อย ๆ ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมศีรษะ

“อืม ข้าหลับแล้ว ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”

ไป๋หลิงดึงผ้าห่มลงทันที

“สามีเพิ่งได้ดวงตากลับมา อย่ามาแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น”

ยูรันถอนหายใจ

“ข้าไม่น่าถามเลยจริง ๆ”

ยูรันยันตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนพิงหัวเตียงอย่างยอมแพ้

“เอาละ ถามมา”

ทันใดนั้นเสียงของหญิงสาวหลายคนก็ดังขึ้นพร้อมกันจนฟังไม่ได้ศัพท์

“สามี เรื่อง—”

“ศิษย์น้อง แล้ว—”

“รันเอ๋อร์ แม่อยากรู้ว่า—”

“ท่านพี่ เนตรของ—”

“หยุด!”

ยูรันยกมือห้าม ทุกคนจึงเงียบลงพร้อมกัน

เขากวาดตามองทั่วห้อง ก่อนถอนหายใจ

“ถามทีละคน ข้ามีสองหู ไม่ได้มีสิบสี่หู”

จากนั้นยูรันจึงชี้ไปยังคนซึ่งนั่งใกล้ที่สุด

“เริ่มจากคนแรก ถามมา”

คนที่นั่งใกล้ยูรันที่สุดคือไป๋หลิง นางจึงถามเป็นคนแรก

“สามี ยังมีสตรีคนใดซึ่งท่านลืมเล่าอีกหรือไม่?”

ยูรันเงียบไปทันที

สายตาของหญิงสาวทุกคนจับจ้องเขาโดยพร้อมเพรียงกัน

“อืมมมมมม...”

ไป๋หลิงเริ่มกำหมัด

“คิดนานเกินไปแล้ว”

“ไม่มีแล้วมั้ง”

“คำว่า ‘มั้ง’ หมายความว่าอย่างไร?”

“หมายความว่าตอนนี้ข้าจำไม่ได้ หากนึกขึ้นได้เดี๋ยวจะบอก”

ปึด!

เส้นเลือดบนหน้าผากของไป๋หลิงปูดขึ้นมาอีกครั้ง

หลิงเยวี่ยรีบถามต่อก่อนจะเกิดการลงมือ

“ตอนนี้ตบะของเจ้าอยู่ในขอบเขตใด?”

“ก่อแกนเอกภพขั้นต้น”

หญิงสาวจากยอดเขาจันทราชะงักพร้อมกัน พวกนางสัมผัสได้ว่ายูรันแข็งแกร่งขึ้น แต่ไม่คิดว่าเขาจะเลื่อนเข้าสู่ขอบเขตใหญ่ถัดไปแล้วจริง ๆ

หนานอวี้ถามขึ้นทันที

“แล้วกายาอัคคีของข้าเล่า?”

“ยังไม่มี ศิษย์พี่เย่ยังเพาะไม่เสร็จ”

ยูรันตอบอย่างใจเย็น

“รอถึงงานประลองก่อน ข้าจะช่วยกระตุ้นเขาด้วยระเบิด หากมีสิ่งใดตื่นขึ้นมาค่อยเก็บเกี่ยวให้ท่าน”

หนานอวี้พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“เช่นนั้นต้องระเบิดให้หนักหน่อยนะ”

“วางใจได้”

ซูเม่ยเหยาถามเป็นคนถัดไป

“แล้วเรื่องเปลี่ยนวิถี เจ้าคิดจะเริ่มเมื่อใด?”

ยูรันเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบตามตรง

“สำหรับผู้ที่มีตบะต่ำกว่าขอบเขตแปลงเทพ ข้าจะเริ่มเมื่อไรก็ได้”

เขากางมือออก

“แต่ตั้งแต่ขอบเขตแปลงเทพขึ้นไป ข้ายังไม่มีแผน หากมีเพียงข้าคนเดียว ต่อให้เกิดอะไรขึ้นก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามันเกิดตูมตามขึ้นมาตรงนี้ คนรอบข้างอาจตายห่ากันหมด”

ซูเม่ยเหยาพยักหน้าช้า ๆ

“หมายความว่าเจ้าต้องหาวิธีรองรับพลังของผู้มีตบะสูงก่อน”

“ไม่ใช่”

ยูรันตอบทันที

“แค่ตอนนี้พลังของข้ายังน้อยเกินไป จึงกั้นแรงระเบิดเอาไว้ไม่ได้เท่านั้นเอง”

“ไม่จำเป็นต้องคิดวิธีซับซ้อนอะไร รอให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น แล้วใช้พลังกดมันเอาไว้ตรง ๆ ก็จบ”

ซูเม่ยเหยามองสีหน้าเรียบเฉยของเขา ก่อนถอนหายใจ

“สมกับเป็นวิธีของเจ้าจริง ๆ”

ยูรันมองเนตรดาราพิสุทธิ์เพียงแวบเดียว ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“อืม ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม”

เขาสังเกตดวงตาของนางอีกเล็กน้อย

“ลวดลายภายในเนตรเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว แสดงว่ามันกำลังเติบโตไปพร้อมกับท่านแม่ ไม่ได้หยุดอยู่ในสภาพแรกเริ่ม”

ไป๋จิ้งเหวินถามด้วยความสนใจ

“มีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่?”

“ไม่มี ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี”

ยูรันยิ้ม ก่อนกล่าวสรุปอย่างจริงใจ

“และท้ายที่สุด...งดงามมาก ท่านแม่”

ไป๋จิ้งเหวินชะงักเล็กน้อย ก่อนรอยยิ้มอ่อนโยนจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“ปากหวานขึ้นนะ รันเอ๋อร์”

นางดึงยูรันเข้าไปกอด ก่อนลูบศีรษะเขาอย่างเอ็นดู

“แม่ดีใจที่ดวงตาของลูกกลับมาเช่นกัน”

ยูรันผละออกจากอ้อมกอดของไป๋จิ้งเหวิน ก่อนมองดวงตาของนางอีกครั้ง

“ข้าจะบอกปลายทางของเนตรชนิดนี้ให้ท่านแม่ฟัง”

เขาชี้ไปยังดวงตาของตนเอง

“เนตรทุกชนิดล้วนมีขั้นพัฒนา สภาพของท่านแม่ในตอนนี้เป็นเพียงขั้นเริ่มต้น เช่นเดียวกับเนตรของข้าซึ่งเพิ่งฟื้นคืนและยังไม่มีสิ่งใดมากนัก”

จากนั้นยูรันจึงชี้ไปยังลวดลายจาง ๆ ภายในเนตรดาราพิสุทธิ์

“สำหรับเนตรของท่านแม่ ข้าคิดว่าสัญลักษณ์หลักน่าจะเป็นกลีบดอกไม้กับลายคล้ายลูกน้ำ ตอนนี้พวกมันอาจยังไม่ปรากฏชัด แต่เมื่อเนตรสมบูรณ์ กลีบดอกไม้จะเบ่งบานครบรอบดวงตา ลายลูกน้ำจะปรากฏขึ้น และด้านในจะมีวงแหวนซ้อนกันราวกับระลอกคลื่น”

ไป๋จิ้งเหวินตั้งใจฟังทุกคำ

“เมื่อสัญลักษณ์แต่ละส่วนปรากฏขึ้น พลังของเนตรก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย”

ยูรันหยุดคิดเล็กน้อย

“ความสามารถเฉพาะของเนตรท่านแม่อาจแตกต่างจากของข้า แต่รากฐานโดยรวมไม่ผิดแน่ มันคือพลังพื้นฐานของหกวิถี”

“ส่วนความสามารถดั้งเดิมของเนตรดาราพิสุทธิ์ คือการมองเห็นการไหลเวียนและความเปลี่ยนแปลงของพลังทุกชนิด”

เขาแตะหางตาของตนเอง

“เนตรของข้าเองก็มองเห็นสิ่งเหล่านั้นได้ แต่ในด้านการมองทะลุและวิเคราะห์พลัง เนตรของท่านแม่จะทรงพลังกว่าของข้ามาก”

ไป๋จิ้งเหวินชะงัก

“เนตรของแม่จะแข็งแกร่งกว่าของลูกหรือ?”

“เฉพาะด้านนั้น”

ยูรันพยักหน้า

“เนตรของท่านแม่ถือกำเนิดมาเพื่อความบริสุทธิ์และการมองเห็นพลังโดยตรง ส่วนเนตรของข้ามีหน้าที่อย่างอื่นอีกเยอะ จึงไม่ได้ทุ่มทุกอย่างไปยังความสามารถเดียว”

ยูรันกล่าวต่อ

“อย่างที่ข้าบอก เมื่อเนตรพัฒนาไปถึงขีดสุด พลังพื้นฐานซึ่งเนตรแต่ละชนิดได้รับจะเหมือนกัน”

เขายกมือขึ้น ก่อนนับทีละนิ้ว

“ประกอบด้วยหกวิถี”

“วิถีสวรรค์”

“วิถีเปรต”

“วิถีเดรัจฉาน”

“วิถีอสูร”

“วิถีมนุษย์”

“และวิถีนรก”

เมื่อชื่อของทั้งหกวิถีถูกกล่าวออกมาจนครบ บรรยากาศภายในห้องก็เงียบลงเล็กน้อย

ไป๋จิ้งเหวินทวนชื่อเหล่านั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามด้วยความสนใจ

“แล้วพลังของแต่ละวิถีทำสิ่งใดได้บ้างหรือ รันเอ๋อร์?”