คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 294 สามี! ช่วยพี่สาวด้วย!7,798 ตัวอักษร

ตอนที่ 294 สามี! ช่วยพี่สาวด้วย!

โม่ชิงเฟิงเห็นดังนั้นก็รีบแทรกตัวเข้ามา ก่อนชี้นิ้วมายังตนเองด้วยรอยยิ้มคาดหวัง

“แล้วพี่สาวเล่า? เจ้าว่าพี่สาวเป็นอย่างไร?”

ทารกน้อยเงยหน้ามองนางอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าเล็ก ๆ ค่อย ๆ ย่นเข้าหากัน ก่อนยกมือขึ้นปิดปากแล้วทำท่าคล้ายกำลังจะสำรอก

“แหวะ”

รอยยิ้มของโม่ชิงเฟิงแข็งค้างทันที

คนทั้งห้องพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ แต่หลานชิงอวี้กับลู่ชิงถานกลับทนได้ไม่ถึงสองอึดใจ

“ฮ่า ๆๆๆๆ!”

โม่ชิงเฟิงยกมือขึ้นกุมหน้าอก ร่างกายเซถอยหลังไปสองก้าว

“พี่สาวเจ็บปวดเหลือเกิน...”

ยูรันมองทารกน้อย ก่อนพยักหน้าช้า ๆ

“อืม รุนแรงกว่าคำว่าบัณฑิตเก๊อีกนะ”

โม่ชิงเฟิงหันขวับมามองเขา

“สามี เจ้าควรปลอบพี่สาวสิ!”

มู่เสวี่ยหนิงรวบรวมความกล้า ก่อนขยับเข้ามาใกล้อย่างระมัดระวัง

“ข้าขอลองบ้างเจ้าค่ะ”

ทารกน้อยหันมามองนาง ดวงตากะพริบปริบ ๆ ก่อนเอียงศีรษะเล็กน้อย

“บุ่?”

จากนั้นมันก็นิ่งไป ไม่มีท่าทีอื่นใดอีก

ยูรันพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง

“อืม ไม่มีปฏิกิริยา”

มู่เสวี่ยหนิงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“อย่างน้อยก็ไม่ได้ทำท่ารังเกียจข้านะเจ้าคะ”

โม่ชิงเฟิงหันขวับมามองนาง

“น้องหญิง เหตุใดเจ้าจึงไม่โดนเหมือนพี่สาว?!”

มู่เสวี่ยหนิงยิ้มอย่างสุภาพ

“บางทีเด็กอาจมองคนออกกระมังเจ้าคะ”

“น้องหญิง! เจ้าเข้าข้างมันด้วยหรือ?!”

ซูเม่ยเหยามองปฏิกิริยาของทารกน้อยด้วยความสนใจ ก่อนขยับเข้ามาใกล้

“ข้าขอลองบ้าง น่าสนใจดี”

ทารกน้อยหันมามองนาง จมูกเล็กขยับฟุดฟิดคล้ายได้กลิ่นสมุนไพรซึ่งติดอยู่บนร่างของนาง

หลังจากพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง มันก็ยื่นแขนทั้งสองข้างออกไปหา

“อุ้ม...”

ซูเม่ยเหยาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนรอยยิ้มจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า นางรับทารกน้อยมาจากลู่เหยียนหนิงอย่างระมัดระวัง

ทันทีที่เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของนาง ทารกน้อยก็ซุกตัวลงอย่างว่าง่าย

ยูรันพยักหน้า

“อืม ดูเหมือนมันจะชอบเม่ยเหยา”

โม่ชิงเฟิงชี้กลับมาทางตนเองอย่างไม่ยินยอม

“แล้วเหตุใดพอเป็นพี่สาวมันถึงทำท่าจะอาเจียน?!”

ยูรันตอบทันที

“เรื่องนี้อาเจ๊ควรทบทวนตัวเองนะ”

เซียวซินเยวี่ยเห็นดังนั้นก็รีบขยับเข้ามาใกล้

“แล้วข้าเล่าเจ้าคะ?”

ทารกน้อยหันไปมองนาง

ดวงตากลมโตจ้องเซียวซินเยวี่ยโดยไม่กะพริบ ก่อนน้ำลายจะค่อย ๆ ไหลยืดออกมาจากมุมปาก

เซียวซินเยวี่ยหน้าแดงขึ้นมาทันที

ซูเม่ยเหยาก้มลงเช็ดน้ำลายให้มัน ขณะที่ทุกคนภายในห้องหันไปมองยูรันอย่างพร้อมเพรียง

ยูรันเลิกคิ้ว

“มองข้าทำไม?”

โม่ชิงเฟิงตอบทันที

“ไม่ผิดแน่ เป็นทารกจากกายเทพของสามีจริง ๆ”

หลัวจินหยางกับหลัวจินเยว่เดินเข้ามายืนเคียงข้างกัน

“แล้วพวกเราสองคนเล่า?”

ทารกน้อยหันไปมองหลัวจินหยาง ก่อนเลื่อนไปมองหลัวจินเยว่

มันเอียงศีรษะไปทางซ้าย จากนั้นก็เอียงกลับมาทางขวา ดวงตากลมโตกวาดมองใบหน้าซึ่งแทบไม่แตกต่างกันของทั้งสองสลับไปมาอยู่หลายรอบ

สุดท้ายใบหน้าเล็ก ๆ ก็มุ่ยลงอย่างเห็นได้ชัด

“อื้อ...”

หลัวจินหยางชี้เข้าหาตนเอง

“มันแยกพวกเราไม่ออกหรือ?”

หลัวจินเยว่ขยับสลับตำแหน่งกับพี่สาวทันที

ทารกน้อยมองตาม ก่อนเอียงศีรษะกลับไปอีกด้านแล้วทำหน้ามุ่ยหนักกว่าเดิม

ยูรันพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“อืม ดูเหมือนจะเริ่มหงุดหงิดแล้ว”

สองฝาแฝดหันมามองเขาพร้อมกัน

“เหตุใดท่านจึงแยกพวกเราออก แต่มันกลับแยกไม่ออก?”

ยูรันเหลือบมองทั้งสอง

“ใครบอกว่ามันแยกไม่ออก? มันรำคาญต่างหาก”

หลัวจินหยางกับหลัวจินเยว่แข็งค้างพร้อมกัน

ทารกน้อยมองทั้งสองอีกครั้ง ก่อนส่งเสียงจิ๊เบา ๆ แล้วหันหน้าหนีไปซุกอกซูเม่ยเหยา

ยูรันชี้ไปทางมัน

“เห็นไหม?”

สองฝาแฝดหันกลับมามองเขาด้วยสีหน้าเจ็บปวด

“ไม่ต้องยืนยันซ้ำก็ได้!”

ทารกน้อยเงยหน้าขึ้นจากอ้อมแขนของซูเม่ยเหยา ก่อนหันไปทางไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิง

มันยื่นแขนเล็ก ๆ ออกไปหา พร้อมทำตาละห้อยอย่างน่าสงสาร

“ท่านแม่...อุ้ม”

หัวใจของหญิงสาวทั้งสองแทบละลายในทันที

“มา ๆ แม่อุ้มเอง”

ไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิงต่างยื่นมือออกมาพร้อมกัน สุดท้ายจึงช่วยกันประคองทารกน้อยเอาไว้ระหว่างอ้อมแขนของพวกนาง

ทันทีที่กลับมาอยู่กับทั้งสอง มันก็ยิ้มแฉ่งแล้วส่งเสียงหัวเราะอย่างร่าเริง

“คิก ๆๆ!”

ไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิงยิ่งมองก็ยิ่งหลงรัก ต่างคนต่างลูบศีรษะและหยอกล้อทารกน้อยอย่างเอ็นดู

ลู่ชิงถานมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าเจ็บปวด

“เหตุใดพออยู่กับท่านแม่จึงน่ารักขนาดนี้ แต่พอเห็นข้ากลับพูดว่าอี๋เล่าเจ้าคะ?”

โม่ชิงเฟิงพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ

“อย่างน้อยมันยังพูดกับเจ้าเป็นคำ พอเห็นพี่สาวกลับทำท่าจะอาเจียนเลยนะ”

ผ่านไปพักใหญ่ ยูรันจึงลุกขึ้นนั่ง

“พอแล้ว กลับมาได้แล้ว”

ทารกน้อยซึ่งยังอยู่ในอ้อมแขนของไป๋จิ้งเหวินชะงัก ก่อนเบะปากทำท่าคล้ายกำลังจะร้องไห้

ยูรันมองมันอย่างหมดคำจะพูด

“แล้วจะร้องไห้หาพระแสงอะไร? ท่านแม่ไม่ได้หายไปไหนเสียหน่อย วันหลังค่อยออกมาใหม่ก็ได้”

“บู่...”

แม้จะทำหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจ ทารกน้อยก็ยอมลอยกลับเข้าไปในดาราจักรแต่โดยดี

ยูรันปิดดาราจักร ก่อนทิ้งตัวลงนอนบนเตียง

“ทีนี้ข้าขอนอนแล้วนะ หากยังมีเรื่องใดสงสัย ก็เอาศิลาบันทึกภาพออกมาเปิดให้ทุกคนดูอีกรอบ”

เขาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว

“ข้าไม่ดูด้วยหรอก ดูไปข้าหลับแน่นอนอยู่ดี ส่วนใครรู้อะไรก็ช่วยอธิบายเพิ่มเติมกันเองแล้วกัน”

โม่ชิงเฟิงรีบถาม

“แล้วสามีไม่คิดจะช่วยอธิบายเลยหรือ?”

“ไม่ ข้าเหนื่อยแล้ว”

ยูรันหลับตาลง ก่อนกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“อ้อ หลังจากอธิบายเสร็จ อย่าลืมเรื่องกระทืบอาเจ๊ด้วยนะ”

โม่ชิงเฟิงเบิกตากว้าง

“เดี๋ยวก่อนสามี! เรื่องนั้นลืมไปบ้างก็ได้!”

กร๊อบ! กร๊อบ! กร๊อบ!

เสียงข้อนิ้วดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

ไป๋หลิงเดินเข้ามาหาโม่ชิงเฟิงด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ

“เอาละ เรื่องที่ว่าอาหารของสามีสู้อาหารหมาไม่ได้ พี่ใหญ่คิดจะชดใช้อย่างไรมิทราบ?”

โม่ชิงเฟิงค่อย ๆ ถอยหลัง

“น้องรอง เรื่องนั้นเป็นเพียงความเข้าใจผิด พี่สาวถูกบททดสอบควบคุมต่างหาก!”

มู่เสวี่ยหนิงกล่าวขึ้นอย่างซื่อตรง

“แต่ตอนนั้นพี่หญิงกินมากที่สุดเลยนะเจ้าคะ”

“น้องหญิง เจ้าอยู่ฝ่ายไหนกันแน่?!”

หนานอวี้กับหลานชิงอวี้ขยับไปปิดทางหนี ส่วนหลัวจินหยางกับหลัวจินเยว่เดินเข้าประกบคนละด้านอย่างพร้อมเพรียง

หลิงเยวี่ยลุกขึ้นช้า ๆ

“ไม่ต้องกังวล พวกเราจะไม่ทำรุนแรงเกินไป”

โม่ชิงเฟิงหน้าซีด

“คำพูดของเจ้าฟังไม่น่าเชื่อถือเลยแม้แต่น้อย!”

นางรีบกระโดดขึ้นเตียง ก่อนมุดเข้าไปหลบหลังยูรัน

“สามี ช่วยพี่สาวด้วย!”

ยูรันยังคงหลับตาอยู่ใต้ผ้าห่ม

“เบาเสียงหน่อย แล้วก็อย่าทำห้องพัง ข้าจ่ายเงินเหมามาทั้งชั้น แพงนะ”

“สามี! พี่สาวหมายถึงให้ช่วยข้า!”

คร่อก...

เสียงกรนเบา ๆ ดังออกมาจากใต้ผ้าห่ม

ไป๋หลิงยิ้มกว้างกว่าเดิม

“ดูเหมือนสามีจะหลับแล้ว”

“ดะ...เดี๋ยวก่อน พวกเราค่อย ๆ พูดกันดีหรือไม่?”

“จับนางไว้”

“ไม่นะ!”

ตุบตับ! ตุบตับ! ตุบตับ!

“เดี๋ยวก่อน!”

ตุบ!

“พี่สาวยอมแล้ว!”

ตับ!

“บอกว่ายอมแล้วอย่างไรเล่า!”

ผ่านไปไม่นาน ทุกคนก็แยกย้ายกลับไปนั่งประจำที่

โม่ชิงเฟิงนอนแผ่อยู่บนพื้นในสภาพยับเยิน เส้นผมยุ่งเหยิง พัดหลุดกระเด็นไปอยู่ไกลหลายก้าว

หลิงเยวี่ยปัดฝุ่นออกจากมือ ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ยอมแต่โดยดีก็จบแล้ว จะขัดขืนไปทำไม?”

โม่ชิงเฟิงเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก

“พี่สาวบอกว่ายอมตั้งแต่หมัดแรกแล้ว แต่พวกเจ้าไม่มีใครหยุดเลยต่างหาก...”

ไป๋หลิงกอดอก

“นี่เป็นผลจากการดูถูกอาหารของสามี”

“พี่สาวไม่ได้ตั้งใจ!”

เสียงของยูรันดังลอดออกมาจากใต้ผ้าห่ม

“จบแล้วก็เปิดศิลาบันทึกภาพเสียที ข้าจะนอน”

โม่ชิงเฟิงหันไปมองเตียงด้วยดวงตาเต็มไปด้วยความคับแค้น

“สามีใจร้าย...”

หลังจากนั้น หลิงเยวี่ยก็นำศิลาบันทึกภาพออกมาเปิดให้ทุกคนดู

เรื่องราวเกี่ยวกับวิถีเส้นทางดารา กายเทพ ครรภ์แห่งดวงดาว ตลอดจนวิธีเปลี่ยนวิถีถูกถ่ายทอดออกมาทีละส่วน

บางคนเคยรับรู้เรื่องเหล่านี้อยู่ก่อนแล้ว แต่สำหรับโม่ชิงเฟิง มู่เสวี่ยหนิง หลัวจินหยาง และหลัวจินเยว่ ทุกสิ่งล้วนเป็นเรื่องใหม่ทั้งหมด

หลัวจินหยางมองภาพภายในศิลาด้วยความตกตะลึง

“หลังเปลี่ยนวิถี ความแข็งแกร่งจะยกระดับขึ้นถึงหนึ่งขอบเขตใหญ่เลยหรือ?”

หลัวจินเยว่พึมพำ

“มิน่าเล่า พี่ใหญ่ถึงได้พ่ายแพ้ง่ายดายขนาดนั้น...”

โม่ชิงเฟิงซึ่งยังนอนหมดสภาพอยู่บนพื้นพลันเบิกตากว้าง

“เดี๋ยวก่อน!”

นางกระโดดขึ้นจากพื้น ก่อนพุ่งไปมุดผ้าห่มแล้วกอดยูรันเอาไว้แน่น

“สามีใจร้าย! เหตุใดไม่บอกพี่สาวตั้งแต่แรกว่าน้องรองเปลี่ยนวิถีแล้ว? ข้าสู้นางไม่ได้เลย!”

ยูรันยังคงหลับตา ไม่ตอบสนองแม้แต่น้อย

โม่ชิงเฟิงซุกหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิม

“คืนนี้เจ้าต้องชดเชยให้พี่สาวด้วยนะ”

ปี๊ด! ปี๊ด! ปี๊ด!

เส้นเลือดบนหน้าผากของไป๋หลิงปูดขึ้นทันที

“พี่ใหญ่...”

โม่ชิงเฟิงตัวแข็ง ก่อนค่อย ๆ หันกลับไปมอง

ไป๋หลิงกำหมัดดังกร๊อบ

“ดูเหมือนบทลงโทษเมื่อครู่ยังเบาเกินไปสินะ”

“เดี๋ยวก่อนน้องรอง พี่สาวยังเจ็บอยู่เลยนะ!”

ไป๋หลิงคว้าข้อเท้าของโม่ชิงเฟิง ก่อนลากนางออกจากผ้าห่มอย่างไม่ปรานี

โม่ชิงเฟิงรีบกอดเอวยูรันไว้แน่น

“สามี! ช่วยพี่สาวด้วย!”

ยูรันพลิกตัวหนี ก่อนดึงผ้าห่มกลับมาคลุมศีรษะ

“อย่าดึงผ้าห่มข้า”

มือของโม่ชิงเฟิงหลุดออกจากเอวเขาทันที

ไป๋หลิงลากนางลงจากเตียง ขณะที่คนอื่นรีบเปิดทางให้อย่างพร้อมเพรียง

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!”

ประตูห้องปิดลง

ยูรันขยับตัวเล็กน้อย ก่อนพึมพำจากใต้ผ้าห่ม

“อืม ในที่สุดก็เงียบเสียที”