คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 302 เกมแรกเริ่มได้7,540 ตัวอักษร

ตอนที่ 302 เกมแรกเริ่มได้

ยูรันยกมุมปากขึ้น

“พนันกันไหมเล่า?”

เฟิงซูหลานหรี่ตา

“พนันอย่างไร?”

“พวกท่านสองคนลองไปเสนอตัวเป็นคู่บำเพ็ญให้ศิษย์พี่เย่ดูสิ”

ยูรันชี้ไปทางพวกนาง

“ข้าพนันว่า ต่อให้เป็นคนบ้าผู้หญิงอย่างเขาก็ไม่เลือกพวกท่านแน่นอน”

ปัง!

เฟิงซูหลานตบโต๊ะ ก่อนลุกขึ้นประกาศอย่างมั่นใจ

“ได้! หากข้าชนะ เจ้าต้องมาเป็นสามีของข้า!”

เหอหว่านชิงเองก็วางตะเกียบลง

“ข้าตกลงด้วย หากพวกเราชนะ เจ้าต้องเป็นของพวกเราสองคน”

ยูรันยักไหล่

“ได้ ส่วนข้าหากชนะก็ไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น”

“ไม่ต้องการสิ่งใดเลย?” เหอหว่านชิงถามอย่างไม่เชื่อ

“แค่ได้เห็นพวกท่านถูกปฏิเสธจนหน้าแตก ข้าก็สนุกพอแล้ว”

ยูรันเอนหลังหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“ฮ่า ๆๆๆ!”

เฟิงซูหลานกัดฟัน

“หน็อย เจ้าเด็กปากดี เตรียมตัวถูกพี่สาวจับไปเป็นสามีได้เลย!”

มู่เสวี่ยหนิงรีบยกมือห้าม

“เดี๋ยวก่อน ยัยป้าแก่ทั้งสอง เอ้ยผู้อาวุโสทั้งสอง ข้าว่าพวกท่านอย่ารับพนันนี้เลยดีกว่าเจ้าค่ะ”

โม่ชิงเฟิงพยักหน้ารัว ๆ

“ใช่ ๆ รีบถอนคำพูดตอนนี้ยังทันนะ”

หนานอวี้ ไป๋หลิง หลานชิงอวี้ และซูเม่ยเหยาต่างกล่าวขึ้นพร้อมกัน

“อย่าเลยดีที่สุด”

แม้แต่หลิงเยวี่ยยังส่ายหน้า

“ข้าเองก็ไม่แนะนำ พวกเจ้าแพ้แน่”

เฟิงซูหลานกวาดตามองทุกคนด้วยความไม่เข้าใจ

“เหตุใดพวกเจ้าจึงมั่นใจนัก? พวกเรางดงามถึงเพียงนี้ เจ้าคนบ้าผู้หญิงนั่นไม่มีทางปฏิเสธแน่นอน!”

นางเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ

“การพนันครั้งนี้พวกเราชนะใส ๆ!”

ไป๋หลิงถอนหายใจ ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“สามีของพวกเราไม่เคยแพ้พนันแม้แต่ครั้งเดียว”

เฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิงชะงักพร้อมกัน

เหอหว่านชิงจับประเด็นสำคัญได้ก่อน

“เดี๋ยวนะ เมื่อครู่เจ้าพูดว่า ‘สามีของพวกเรา’ อย่างนั้นหรือ?”

หญิงสาวทั้งโต๊ะพยักหน้าพร้อมกัน

ยูรันคีบอาหารเข้าปากอย่างสบายใจ

“อืม พวกท่านยังมีโอกาสถอนพนันอยู่นะ”

เฟิงซูหลานมองหญิงสาวจำนวนมากรอบโต๊ะ ก่อนหันกลับมามองยูรันอีกครั้ง

“ไม่มีทาง! เห็นเช่นนี้ยิ่งพิสูจน์ว่าหากชนะ พวกเราก็คุ้มยิ่งกว่าเดิม!”

ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“ดี ข้าชอบคนมั่นใจ เวลาแพ้สีหน้าจะได้สนุกหน่อย”

ยูรันวางตะเกียบลง ก่อนลุกขึ้นจากเก้าอี้

“เอาละ ในเมื่อกินเสร็จแล้วก็แยกย้ายกันเถอะ”

เขายืดแขนอย่างเกียจคร้าน สีหน้าดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

“ช่วงเย็นได้ปล่อยฉลามออกไปงับคนเล่น อารมณ์ข้าจึงดีไม่น้อย”

หนานอวี้ทุบโต๊ะทันที

“เจ้าพูดเหมือนพวกข้าเป็นของเล่นเลยนะ!”

ไป๋หลิงเหลือบมองเขาด้วยสายตาเย็นชา

“สามีคงหมายถึงฉลามที่ดูดพลังของพวกเราจนหมด แล้วซัดพวกเราลงไปกองกับพื้นสินะ”

“อืม ตัวนั้นแหละ”

“ไม่ต้องตอบอย่างภาคภูมิใจก็ได้!”

ยูรันไม่สนใจ เขาหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาพาดไหล่ ก่อนกวักมือเรียกทุกคน

“ข้าเตรียมบางอย่างเอาไว้ด้วย”

ดวงตาของหญิงสาวหลายคนเป็นประกายขึ้นมาทันที

หนานอวี้รีบถาม

“อะไร? วิชาใหม่หรืออาวุธใหม่?”

“กลับไปดูก็รู้”

ยูรันหันไปทางประตู ก่อนประกาศอย่างอารมณ์ดี

“กลับห้อง!”

เฟิงซูหลานรีบลุกขึ้นตามทันที

“พวกพี่สาวไปดูด้วย!”

นางเพิ่งก้าวออกมาได้เพียงก้าวเดียว หลิงเยวี่ยก็ยกมือขึ้น

“ไสหัวไป!”

เพียะ!

ฝ่ามือของหลิงเยวี่ยตบเข้ากลางหน้าผาก ก่อนส่งเฟิงซูหลานกระเด็นกลับไปทางประตูร้านอย่างแม่นยำ

“นังใจดำ!”

เฟิงซูหลานกุมหน้าผากพลางตะโกนกลับเข้ามา

“พรุ่งนี้พวกเราจะได้เห็นดีกัน! เตรียมส่งเด็กหนุ่มคนนั้นมาเป็นสามีของข้าได้เลย!”

เหอหว่านชิงมองสหายของตน ก่อนถอนหายใจยาว

“ข้าบอกแล้วว่าอย่าตามไป”

“เจ้าไม่เคยบอก!”

“ตอนนี้บอกแล้ว”

กล่าวจบ เหอหว่านชิงก็เดินตามเฟิงซูหลานออกจากร้านไปอย่างสงบนิ่ง

ยูรันมองตามแผ่นหลังของทั้งสอง ก่อนพึมพำ

“อืม กลิ่นความโสดรุนแรงจริง ๆ”

เสียงโวยวายของเฟิงซูหลานดังย้อนกลับมาจากนอกร้านทันที

“ข้าได้ยินนะ!”

ทุกคนกลับมายังห้องพักขนาดใหญ่ของโรงเตี๊ยม

ทันทีที่ประตูปิดลง ไป๋จิ้งเหวินก็หันมาถามด้วยความสนใจ

“รันเอ๋อร์ มีอะไรจะให้พวกเราดูหรือ?”

ยูรันเดินไปยืนกลางห้อง ก่อนหันกลับมาเผชิญหน้ากับทุกคน สีหน้าของเขาจริงจังราวกับกำลังจะประกาศเรื่องสำคัญ

“ไม่มีอะไรมาก”

เขาเว้นจังหวะ ก่อนยกมือขึ้นชี้ทุกคน

“พวกเราจะเล่นเกมกัน”

“เกม?”

หลายคนทวนคำพร้อมกัน

“ถูกต้อง ส่วนข้าจะเป็นผู้ดำเนินรายการ”

ยูรันไพล่มือไว้ด้านหลัง แล้วเริ่มประกาศกฎด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“ภายในเกมนี้ ทุกคนต้องใช้ความสามารถของตนเองเท่านั้น ห้ามใช้พลังปราณ ห้ามใช้ตบะ ห้ามใช้ของวิเศษ ห้ามใช้พลังเนตร และห้ามใช้วิชาใด ๆ ทั้งสิ้น”

ไป๋หลิงขมวดคิ้ว

“หมายความว่าทุกคนต้องเล่นในฐานะคนธรรมดาหรือ?”

“ใช่!”

ยูรันกางแขนออก ก่อนประกาศเสียงดังด้วยแววตาเป็นประกาย

“นี่แหละคือความเท่าเทียมอย่างแท้จริง!”

“……”

คนทั้งห้องมองเขาด้วยสีหน้าหลากหลาย

หนานอวี้ยกมือขึ้นเป็นคนแรก

“แล้วพวกเราจะเล่นเกมอะไรกัน?”

รอยยิ้มบนใบหน้าของยูรันค่อย ๆ กว้างขึ้น

“เกมซึ่งต่อให้มีตบะสูงเพียงใด ก็ไม่ได้ช่วยให้พวกเจ้าชนะ”

ไป๋หลิงขมวดคิ้วครุ่นคิด

“เกมไพ่คงไม่น่าใช่ คนมากถึงเพียงนี้จะเล่นกันอย่างไร?”

รอยยิ้มของยูรันค่อย ๆ กว้างขึ้น

“มันคือเกม...แวร์วูล์ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ!”

หนานอวี้กะพริบตาปริบ ๆ

“แวร์วูล์ฟคืออะไร?”

“เกมสวมบทบาท จับโกหก หลอกลวง ใส่ร้าย หักหลัง และฆ่ากันเอง”

“เราจะใช้กระจกเทพสัจธรรมสร้างโลกกระจกขึ้นมา ภายในนั้นจะมีหมู่บ้าน บ้านพัก ลานประชุม รวมถึงกลางวันและกลางคืน”

“กระจกจะสุ่มบทบาทให้ทุกคนโดยอัตโนมัติ แต่ละคนรู้เพียงบทบาทของตนเอง แม้แต่ข้าซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการก็ไม่รู้ว่าใครได้รับบทบาทอะไร”

หลิงเยวี่ยมองกระจกตรงหน้า

“แล้วความตายภายในนั้นเล่า?”

“ตายเฉพาะร่างจำลอง ผู้ตายจะถูกส่งออกไปยังพื้นที่ผู้ชม ร่างจริงไม่เป็นอะไร แต่ห้ามส่งเสียงหรือส่งสัญญาณให้คนที่ยังเล่นอยู่”

ยูรันยกนิ้วขึ้นเตือน

“ที่สำคัญ ทุกคนถูกตัดพลังทั้งหมด ห้ามใช้ตบะ พลังปราณ วิชา พลังเนตร อาวุธ หรือของวิเศษ ใช้ได้เพียงสมอง ฝีปาก และความสามารถของบทบาทเท่านั้น”

โม่ชิงเฟิงคลี่พัดออกอย่างมั่นใจ

“เกมซึ่งวัดสติปัญญาสินะ เช่นนั้นย่อมเหมาะกับบัณฑิตอย่างพี่สาวที่สุด!”

“บัณฑิตเก๊เงียบก่อน ข้ายังอธิบายไม่จบ”

“สามี!”

ยูรันไม่สนใจ ก่อนชี้ไปยังภาพหมู่บ้านซึ่งกำลังปรากฏบนผิวกระจก

“เมื่อถึงกลางคืน ทุกคนต้องกลับเข้าไปนอนรอภายในบ้านของตนเอง บ้านทุกหลังจะถูกปิดกั้นการรับรู้ ไม่มีใครมองเห็น ได้ยิน หรือตรวจจับความเคลื่อนไหวของคนอื่น”

มู่เสวี่ยหนิงถามขึ้น

“ผู้มีบทบาทพิเศษจะถูกกระจกเรียกออกไปใช้ความสามารถในพื้นที่ลับตามลำดับ เมื่อทำหน้าที่เสร็จก็ถูกส่งกลับบ้าน ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อคืนผู้ใดออกไปทำอะไรบ้าง”

“พอถึงเช้า ผู้ที่ยังมีชีวิตจะถูกรวมตัวกลางหมู่บ้าน กระจกจะประกาศว่าเมื่อคืนมีใครตาย จากนั้นทุกคนต้องพูดคุย จับโกหก และลงคะแนนประหารผู้ต้องสงสัยหนึ่งคน”

แสงเหนือกระจกสว่างขึ้น ก่อนปรากฏรายชื่อบทบาททั้งหมด

ฝ่ายมนุษย์หมาป่า สามคน

  • มนุษย์หมาป่าสองคน รู้จักพวกเดียวกันและร่วมเลือกเหยื่อหนึ่งคนในแต่ละคืน
  • ลูกหมาป่าหนึ่งคน หากตาย หมาป่าที่เหลือจะคลุ้มคลั่งและสังหารได้สองคนในคืนถัดไป

ฝ่ายชาวบ้านบทบาทพิเศษ สี่คน

  • ผู้หยั่งรู้หนึ่งคน ตรวจได้คืนละหนึ่งคนว่าอยู่ฝ่ายหมาป่าหรือไม่
  • ทหารยามหนึ่งคน ปกป้องผู้เล่นหนึ่งคนจากหมาป่าในแต่ละคืน
  • แม่มดหนึ่งคน มียาช่วยชีวิตและยาพิษอย่างละหนึ่งขวด
  • นายพรานหนึ่งคน เมื่อตายสามารถยิงคนอีกหนึ่งคนให้ตายตามได้

ฝ่ายตัวแปร สองคน

  • คิวปิดหนึ่งคน เลือกผู้เล่นสองคนเป็นคู่รักในคืนแรก หากคนหนึ่งตาย อีกคนจะตายตาม หากจับคู่หมาป่ากับคนต่างฝ่าย ทั้งคู่จะกลายเป็นฝ่ายที่สามทันที
  • ช่างฟอกหนังหนึ่งคน ต้องหลอกให้หมู่บ้านลงคะแนนประหารตนเอง หากทำสำเร็จจะชนะเพียงคนเดียวและเกมจบทันที

ชาวบ้านธรรมดา ห้าคน

  • ไม่มีความสามารถพิเศษ ใช้ได้เพียงการสังเกต การพูด และคะแนนเสียง

หนานอวี้ยกมือขึ้นทันที

“ข้าขอเป็นหมาป่า!”

“บทบาทสุ่ม ศิษย์พี่สามเลือกเองไม่ได้”

“เช่นนั้นข้าจะฆ่าคนได้อย่างไร?”

“หากสุ่มได้ชาวบ้านก็ใช้ปากฆ่าเอา”

“ฟังดูน่าสนใจ!”

ลู่ชิงถานมองรายชื่อบทบาทด้วยสีหน้าลำบากใจ

“ท่านพี่ เกมนี้อนุญาตให้โกหกด้วยหรือเจ้าคะ?”

“แน่นอน จะโกหก อ้างบทบาท ใส่ร้าย หรือหลอกให้คนอื่นฆ่ากันเองก็ได้ทั้งหมด”

“แล้วหากข้าพูดความจริงทุกอย่างเล่า?”

ยูรันยักไหล่

“ก็พูดไปสิ เพียงแต่ไม่มีใครรับรองว่าคนอื่นจะเชื่อเจ้า”

ไป๋จิ้งเหวินหัวเราะเบา ๆ

“ฟังดูเหมือนเกมนี้จะน่ากลัวกว่าการต่อสู้เสียอีกนะ”

“ถูกต้อง เพราะต่อให้เก่งเพียงใด หากพูดไม่เป็นก็ถูกพวกเดียวกันโหวตฆ่าได้”

ยูรันกวาดตามองหญิงสาวทั้งสิบสี่คน ก่อนยกมือแตะกระจกเทพสัจธรรม

“ชาวบ้านชนะเมื่อกำจัดหมาป่าได้ทั้งหมด หมาป่าชนะเมื่อจำนวนของพวกมันมากพอควบคุมหมู่บ้าน ส่วนฝ่ายพิเศษก็ชนะตามเงื่อนไขของตนเอง”

“ทุกคนมีคะแนนโหวตคนละหนึ่งเสียง คะแนนจะนับใหม่ในแต่ละวัน ไม่มีแต้มสะสม และข้าไม่มีสิทธิ์ออกเสียง”

แสงสีเงินจากกระจกเริ่มแผ่ขยายไปทั่วห้องพาทุกคนเข้าสู่โลกกระจกเกมแรกเริ่มได้

“เอาละ ผู้เล่นสิบสี่คน ผู้ดำเนินรายการหนึ่งคน”

ยูรันยกมุมปากขึ้น

“เกมแรกเริ่มได้!”