คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 303 คืนที่สองกำลังจะเริ่ม8,443 ตัวอักษร

ตอนที่ 303 คืนที่สองกำลังจะเริ่ม

เกมแรก คืนที่หนึ่ง

แสงสีเงินจากกระจกเทพสัจธรรมแผ่ปกคลุมหญิงสาวทั้งสิบสี่คน ก่อนร่างทั้งหมดจะถูกดึงเข้าไปในโลกกระจก

เมื่อลืมตาขึ้น แต่ละคนพบว่าตนอยู่ภายในบ้านหลังเล็กเพียงลำพัง เบื้องหน้ามีแผ่นป้ายบทบาทลอยอยู่กลางอากาศ

หลิงเยวี่ยมองข้อความบนป้ายของตน

ชาวบ้านธรรมดา

“……”

[ไม่มีความสามารถอะไรเลย?]

ไป๋หลิงได้รับบท ช่างฟอกหนัง เมื่อนางอ่านเงื่อนไขว่าตนจะชนะทันทีหากถูกลงคะแนนประหาร มุมปากก็ค่อย ๆ ยกขึ้น

[เพียงหลอกให้ทุกคนฆ่าข้าก็ชนะสินะ]

หนานอวี้จ้องคำว่า ชาวบ้านธรรมดา ก่อนตบโต๊ะ

“เหตุใดข้าถึงไม่ได้เป็นหมาป่า!”

หลานชิงอวี้ได้รับบท แม่มด ข้างกายปรากฏขวดยาสีเขียวและสีม่วงอย่างละหนึ่งขวด

“โอ้ ๆ ข้ามียาช่วยชีวิตกับยาพิษด้วย!”

ซูเม่ยเหยามองคำว่า มนุษย์หมาป่า ด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ก่อนอ่านรายชื่อพวกเดียวกันซึ่งปรากฏขึ้นด้านล่าง

หลัวจินหยาง

เซียวซินเยวี่ย

“น่าสนใจ”

เซียวซินเยวี่ยเองกำลังมองป้าย ลูกหมาป่า ด้วยรอยยิ้มประหลาด

“หากข้าตาย พวกที่เหลือจะฆ่าได้สองคนในคืนถัดไปหรือ?”

นางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“บทบาทเหมาะกับข้าดีเจ้าค่ะ”

เซี่ยเยว่หลีและมู่เสวี่ยหนิงต่างได้รับบทชาวบ้านธรรมดา คนแรกถอนหายใจอย่างโล่งอก ส่วนอีกคนกลับเริ่มกังวลว่าตนจะจับโกหกผู้ใดได้หรือไม่

โม่ชิงเฟิงได้รับบท ทหารยาม

“โอ้! เช่นนั้นพี่สาวก็ปกป้องสามีได้สินะ!”

นางรีบเลือกชื่อยูรัน แต่ตัวอักษรสีแดงกลับปรากฏขึ้นทันที

ผู้ดำเนินรายการไม่ใช่ผู้เล่น ไม่สามารถเลือกเป็นเป้าหมายได้

“เกมบ้าอะไรกัน!”

หลัวจินหยางได้รับบทมนุษย์หมาป่า ขณะที่หลัวจินเยว่ซึ่งเป็นฝาแฝดกลับได้รับบท ผู้หยั่งรู้

ลู่เหยียนหนิงได้รับบท คิวปิด

ไป๋จิ้งเหวินได้รับบทชาวบ้านธรรมดา

ส่วนลู่ชิงถานได้รับบท นายพราน

เมื่อทุกคนอ่านบทบาทของตนเรียบร้อย เสียงของยูรันก็ดังขึ้นจากทั่วทั้งโลกกระจก

“เกมเริ่มแล้ว คืนแรกจงกลับเข้าบ้านและนอนรอ ผู้มีหน้าที่จะถูกเรียกออกไปตามลำดับ”

“จำเอาไว้ ไม่มีตบะ ไม่มีวิชา และไม่มีพลังวิเศษนอกเหนือจากบทบาท”

“ใครแอบโกง กระจกจะตบออกจากเกมทันที”

ประตูบ้านทุกหลังปิดลงพร้อมกัน

คนแรกซึ่งถูกเรียกออกมาคือลู่เหยียนหนิง

เบื้องหน้าของนางปรากฏรายชื่อผู้เล่นทั้งสิบสี่คน พร้อมข้อความว่าให้เลือกสองคนเป็นคู่รัก

ลู่เหยียนหนิงกวาดตามองรายชื่ออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรอยยิ้มซุกซนจะปรากฏขึ้น

“ซินเยวี่ยดูสงบนิ่งเกินไป ส่วนชิงถานก็เรียบร้อยเกินไป”

“ลองจับสองคนนี้คู่กันคงน่าสนใจไม่น้อย”

นางเลือก เซียวซินเยวี่ย และ ลู่ชิงถาน

เส้นด้ายสีแดงปรากฏขึ้นภายในบ้านของหญิงสาวทั้งสองทันที

เซียวซินเยวี่ยมองเห็นภาพของลู่ชิงถานตรงปลายเส้นด้าย ขณะที่ข้อความบนป้ายบทบาทเปลี่ยนแปลง

คู่รักต่างฝ่าย

เงื่อนไขชนะเดิมถูกยกเลิก จงเอาชีวิตรอดร่วมกับคู่รักจนเหลือเพียงพวกเจ้าสองคน

เซียวซินเยวี่ยกะพริบตาปริบ ๆ

[ข้าเป็นลูกหมาป่า ส่วนนางเป็นคนต่างฝ่าย...]

[หมายความว่าต่อจากนี้ข้าต้องหลอกทั้งชาวบ้านและหมาป่าด้วยกันเองสินะ]

อีกด้านหนึ่ง ลู่ชิงถานมองภาพของเซียวซินเยวี่ยด้วยใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อย

“เหตุใดต้องเป็นซินเยวี่ยด้วย...”

หลังจากคิวปิดกลับเข้าบ้าน โม่ชิงเฟิงก็ถูกเรียกออกมาใช้ความสามารถ

เมื่อยูรันไม่สามารถเป็นเป้าหมายได้ นางจึงเลือกปกป้องตนเองโดยไม่ลังเล

“พี่สาวต้องรอดก่อน ถึงจะปกป้องสามีในวันต่อ ๆ ไปได้”

จากนั้นกระจกก็เรียกหมาป่าทั้งสามไปยังห้องประชุมลับ

ซูเม่ยเหยากวาดตามองหลัวจินหยางกับเซียวซินเยวี่ย ก่อนกล่าวขึ้นเป็นคนแรก

“คืนแรกควรกำจัดคนซึ่งควบคุมสถานการณ์ได้ดีที่สุด”

“ข้าเลือกหลิงเยวี่ย”

หลัวจินหยางส่ายหน้า

“ข้าเลือกจินเยว่ นางเป็นฝาแฝดของข้า หากปล่อยเอาไว้นานอาจจับพิรุธข้าได้”

เซียวซินเยวี่ยนิ่งคิดเล็กน้อย นางไม่สนว่าผู้ใดจะตาย ขอเพียงไม่ใช่ลู่ชิงถานก็พอ

“ข้าเลือกท่านอาจารย์”

สองเสียงต่อหนึ่ง

เป้าหมายของหมาป่าคือ หลิงเยวี่ย

หลังจากนั้นหลัวจินเยว่ถูกเรียกออกมาใช้ความสามารถของผู้หยั่งรู้

รายชื่อสิบสามคนปรากฏขึ้นตรงหน้า นางแทบไม่ต้องเสียเวลาคิด

“ข้าขอตรวจสอบหลัวจินหยาง”

กระจกเปล่งแสง ก่อนแสดงคำตอบออกมา

เป็นหมาป่า

หลัวจินเยว่ยืนแข็งค้าง

“พี่หญิงเป็นหมาป่าจริง ๆ หรือ...”

คนสุดท้ายซึ่งถูกเรียกออกมาคือหลานชิงอวี้

กระจกแสดงภาพหลิงเยวี่ยซึ่งกำลังจะถูกหมาป่าสังหาร พร้อมถามว่านางต้องการใช้ยาช่วยชีวิตหรือไม่

หลานชิงอวี้เบิกตากว้าง

“ท่านอาจารย์ถูกเลือกหรือ?”

นางหยิบยาสีเขียวขึ้นมาโดยไม่ลังเล

“ใช้ยาช่วยชีวิตเจ้าค่ะ!”

แสงสีเขียวปกคลุมร่างของหลิงเยวี่ย การสังหารของหมาป่าถูกยกเลิกทันที

เมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลง แสงอรุณก็สาดส่องเหนือหมู่บ้านจำลอง ประตูบ้านทั้งสิบสี่หลังเปิดออกพร้อมกัน

ทุกคนถูกส่งมายังลานกลางหมู่บ้าน

ยูรันนั่งอยู่บนเก้าอี้ของผู้ดำเนินรายการ ก่อนประกาศด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี

“อรุณสวัสดิ์ เหล่าคนโกหกทั้งหลาย”

“เมื่อคืนนี้...ไม่มีผู้เสียชีวิต”

เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วลาน

หลัวจินเยว่หันไปมองพี่สาวฝาแฝดของตนทันที

หลัวจินหยางยังคงยิ้มให้ตามปกติ แต่ภายในใจกำลังคิดหาวิธีปิดปากน้องสาว

ซูเม่ยเหยากับเซียวซินเยวี่ยรักษาสีหน้าได้อย่างแนบเนียน

ส่วนไป๋หลิงซึ่งต้องการถูกประหารกำลังครุ่นคิดว่าจะทำตัวน่าสงสัยอย่างไรโดยไม่ให้ทุกคนจับได้ว่านางคือช่างฟอกหนัง

ยูรันกวาดตามองทุกคน ก่อนยกมุมปาก

“การอภิปรายของวันที่หนึ่ง...เริ่มได้”

วันที่หนึ่ง

เมื่อยูรันประกาศเริ่มการอภิปราย เสียงพูดคุยก็ดังขึ้นทั่วลานหมู่บ้านทันที

หนานอวี้กอดอก

“เมื่อคืนไม่มีผู้ตาย แสดงว่าทหารยามป้องกันสำเร็จ แม่มดใช้ยา หรือไม่พวกหมาป่าก็ตกลงกันไม่ได้”

โม่ชิงเฟิงยืดอกขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“บางทีอาจเป็นเพราะทหารยามผู้เก่งกาจ—”

นางชะงัก ก่อนรีบหุบปาก

ไป๋หลิงหรี่ตามอง

“เหตุใดพี่ใหญ่จึงดูภูมิใจนัก?”

“พี่สาวเพียงวิเคราะห์ตามหลักปัญญาของบัณฑิต!”

“น่าสงสัย”

“น้องรอง!”

ระหว่างที่ทุกคนกำลังถกเถียง หลัวจินเยว่กลับลุกขึ้นช้า ๆ สีหน้าของนางจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ข้ามีข้อมูล”

ทั่วทั้งลานเงียบลงทันที

“ข้าคือผู้หยั่งรู้”

หลัวจินหยางซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามชะงักเล็กน้อย

หลัวจินเยว่สูดหายใจเข้าลึก ก่อนชี้ไปทางพี่สาวฝาแฝดของตน

“เมื่อคืนข้าตรวจสอบพี่หญิง”

“ผลที่กระจกแจ้งคือ...นางเป็นหมาป่า”

เสียงฮือฮาระเบิดขึ้นทั่วลาน

หลัวจินหยางลุกพรวด

“โกหก! ข้าต่างหากคือผู้หยั่งรู้!”

นางชี้กลับไปยังหลัวจินเยว่ทันที

“เมื่อคืนข้าตรวจสอบเจ้า ผลออกมาว่าเจ้าเป็นหมาป่า เห็นได้ชัดว่าเจ้ารู้ว่าข้าตรวจพบ จึงรีบกล่าวหาข้าก่อน!”

ฝาแฝดทั้งสองจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร

ซูเม่ยเหยากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบ

“พวกนางกล่าวหากันเองโดยไม่มีหลักฐาน ตอนนี้ยังตัดสินไม่ได้ว่าผู้ใดพูดจริง”

เซียวซินเยวี่ยพยักหน้า

“คนเปิดเผยตัวก่อนก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผู้หยั่งรู้จริง อาจเป็นหมาป่าซึ่งเตรียมแผนเอาไว้ก็ได้”

ทันใดนั้น ไป๋หลิงก็ยกมือขึ้น

“พวกเจ้าสองคนหยุดเถียงกันได้แล้ว”

ทุกคนหันมามองนาง

ไป๋หลิงกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา

“เพราะข้าต่างหากคือผู้หยั่งรู้”

“อะไรนะ!”

หนานอวี้แทบกระโดดขึ้นจากเก้าอี้

“เหตุใดมีผู้หยั่งรู้ถึงสามคน!”

“เห็นได้ชัดว่าอีกสองคนโกหก”

ไป๋หลิงชี้ไปทางซูเม่ยเหยา

“เมื่อคืนข้าตรวจสอบผู้อาวุโสซูเม่ยเหยา ผลออกมาว่านางเป็นหมาป่า”

ซูเม่ยเหยาหรี่ตาลงทันที

[เหตุใดนางถึงกล่าวหาข้าได้ถูกคน?]

ไป๋หลิงกล่าวต่ออย่างไม่ทุกข์ร้อน

“หากพวกเจ้าไม่เชื่อก็โหวตประหารข้าเสีย เมื่อเห็นบทบาทของข้าแล้ว พรุ่งนี้ค่อยจัดการพวกนาง”

เซี่ยเยว่หลีขมวดคิ้ว

“เดี๋ยวก่อน บทบาทช่างฟอกหนังจะชนะเมื่อถูกประหารไม่ใช่หรือ?”

ลู่ชิงถานพยักหน้าเห็นด้วย

“นางพยายามให้พวกเราโหวตตนเองมากเกินไป น่าสงสัยมาก”

ไป๋หลิงเหลือบมองทั้งสอง

[รู้มากกันจริง]

หลิงเยวี่ยซึ่งฟังอยู่นานจึงกล่าวขึ้น

“ตอนนี้มีผู้แอบอ้างเป็นผู้หยั่งรู้สามคน”

“จินเยว่เป็นคนเปิดเผยข้อมูลก่อนโดยไม่ลังเล จินหยางเพิ่งอ้างบทบาทเดียวกันหลังถูกกล่าวหา ส่วนไป๋หลิงพยายามชักจูงให้ทุกคนประหารตนอย่างเห็นได้ชัด”

นางหันไปทางหลัวจินหยาง

“ข้าจะโหวตจินหยาง”

หลัวจินหยางกัดฟัน

“หากข้าตาย หมู่บ้านจะเสียผู้หยั่งรู้ไป!”

หลัวจินเยว่เม้มริมฝีปาก

“หากพี่หญิงไม่ได้เป็นหมาป่า ข้ายอมให้ทุกคนประหารข้าในวันพรุ่งนี้”

ถ้อยคำนั้นทำให้หลายคนตัดสินใจได้

ยูรันปล่อยให้ทุกคนถกเถียงกันต่ออีกพักหนึ่ง ก่อนลุกขึ้นจากเก้าอี้

“หมดเวลา ลงคะแนนได้”

แสงจากกระจกกวาดผ่านผู้เล่นทั้งสิบสี่คน ก่อนคะแนนจะปรากฏขึ้นกลางลาน

หลัวจินหยาง แปดคะแนน

ผู้ลงคะแนน ได้แก่ หลิงเยวี่ย หลัวจินเยว่ หนานอวี้ หลานชิงอวี้ โม่ชิงเฟิง มู่เสวี่ยหนิง ลู่เหยียนหนิง และไป๋จิ้งเหวิน

หลัวจินเยว่ สามคะแนน

ผู้ลงคะแนน ได้แก่ หลัวจินหยาง ซูเม่ยเหยา และเซียวซินเยวี่ย

ไป๋หลิง สองคะแนน

ผู้ลงคะแนน ได้แก่ เซี่ยเยว่หลีและลู่ชิงถาน

ซูเม่ยเหยา หนึ่งคะแนน

ผู้ลงคะแนน ได้แก่ ไป๋หลิง

ยูรันประกาศผลทันที

“ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดคือหลัวจินหยาง”

โซ่สีเงินพุ่งขึ้นจากพื้น พันธนาการร่างของนางเอาไว้ ก่อนแสงจากกระจกจะกลืนกินร่างจำลองจนหายไป

ป้ายบทบาทใบหนึ่งปรากฏขึ้นเหนือแท่นประหาร

มนุษย์หมาป่า

ทั่วทั้งลานตกอยู่ในความเงียบ ก่อนเสียงฮือฮาจะระเบิดขึ้นอีกครั้ง

หลัวจินเยว่หลับตาลงด้วยความรู้สึกซับซ้อน แม้นี่จะเป็นเพียงเกม แต่นางก็เพิ่งส่งพี่สาวฝาแฝดของตนขึ้นแท่นประหารด้วยมือตนเอง

ซูเม่ยเหยายังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉย ทว่าภายในใจกำลังประเมินสถานการณ์ใหม่อย่างรวดเร็ว

เซียวซินเยวี่ยเหลือบมองลู่ชิงถาน

[ฝ่ายหมาป่าเสียไปหนึ่งคน แต่สำหรับข้ากลับไม่สำคัญ ขอเพียงนางกับข้ายังรอดก็พอ]

ส่วนไป๋หลิงมองคะแนนสองเสียงของตนเอง ก่อนถอนหายใจอย่างผิดหวัง

[เหตุใดไม่มีใครยอมฆ่าข้าเลย?]

ยูรันลุกขึ้นยืน ก่อนปรบมือหนึ่งครั้ง

“ยินดีด้วย วันแรกพวกเจ้าจับหมาป่าได้หนึ่งตัว”

“แต่เกมยังไม่จบ”

ท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านเริ่มมืดลง ประตูบ้านทุกหลังเปิดออกอีกครั้ง

“ผู้เล่นที่ยังมีชีวิตทั้งสิบสามคน กลับเข้าบ้านได้”

“คืนที่สองกำลังจะเริ่ม”