คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 3097,141 ตัวอักษร

ตอนที่ 309

เย่อ้าวเทียนก้าวขึ้นสู่เวทีอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวของเขาทำให้ประกายอัสนีแล่นไปตามพื้นหิน เปลวเพลิงสีแดงลุกโชนรอบกาย ขณะที่กลิ่นอายขอบเขตวิญญาณทารกขั้นต้นแผ่กระจายออกไปโดยไม่คิดปิดบัง

เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วอัฒจันทร์ทันที

“วิญญาณทารกขั้นต้นจริงด้วย!”

“กลิ่นอายเพลิงกับอัสนีหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์ เขาคงมีกายาพิเศษ”

“ยังมีกลิ่นอายโลหิตแฝงอยู่อีก พลังต่อสู้ของคนผู้นี้คงสูงกว่าผู้ฝึกตนระดับเดียวกันมาก”

สายตาส่วนใหญ่ซึ่งมองเย่อ้าวเทียนเต็มไปด้วยความระมัดระวังและการประเมินพลัง ไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลนเขาเพียงเพราะเพิ่งทะลวงเข้าสู่ขอบเขตวิญญาณทารก

โดยเฉพาะที่นั่งของสำนักเหอฮวนกับสำนักเหอซาน แม้ชื่อสำนักจะฟังดูคล้ายกัน แต่ปฏิกิริยากลับเรียกได้ว่าเป็นขั้วตรงข้าม

เหล่าศิษย์หญิงสำนักเหอฮวนแต่งกายด้วยชุดสีแดงชมพู พวกนางมองเย่อ้าวเทียนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างเปิดเผย

“พลังหยางจากเพลิงกับอัสนีเข้มข้นไม่เบา”

“กายาก็ดูแข็งแรงดี น่าเสียดายที่กลิ่นอายโลหิตรุนแรงเกินไป”

“หน้าตาพอใช้ แต่แววตาดูเจ้าเล่ห์ ข้าไม่ชอบ”

คำวิจารณ์ดังขึ้นอย่างไม่คิดปิดบัง จนเย่อ้าวเทียนซึ่งอยู่บนเวทีได้ยินอย่างชัดเจน

ส่วนเหล่าศิษย์สำนักเหอซานกลับนั่งหลังตรง วางตัวเรียบร้อย และพยายามรักษาสีหน้าสงบนิ่ง

“พลังแข็งแกร่ง”

“อืม”

“กายาพิเศษของเขาน่าสนใจ”

“ถูกต้อง พวกเรากำลังศึกษากายาเท่านั้น”

ทุกคนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่กลับไม่มีผู้ใดมองใบหน้าของเย่อ้าวเทียนนานเกินสองอึดใจ

กระทั่งยูรันปรากฏตัวขึ้นบนเวที สถานการณ์ของทั้งสองสำนักก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ฝั่งสำนักเหอฮวนเกิดเสียงฮือฮาดังขึ้นทันที

“โอ้ บุรุษผู้นี้ต่างหาก!”

“พลังไม่สำคัญแล้ว ดวงตาคู่นั้นงดงามเกินไป!”

“น้องชาย สนใจมาร่วมบำเพ็ญกับพี่สาวหรือไม่?!”

ขณะที่ฝั่งสำนักเหอซานยังคงนั่งหลังตรงและพยายามรักษาความสงบเช่นเดิม แต่ดวงตาของเหล่าศิษย์หญิงกลับจับจ้องยูรันโดยไม่มีผู้ใดยอมกะพริบ

“พวกเรามาดูการประลอง”

“ใช่ ไม่ได้มองหน้าตา”

“แล้วเหตุใดเจ้าจึงหน้าแดง?”

“เจ้าก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ?”

เฟิงซูหลานซึ่งกลับมานั่งประจำสำนักยกมือเท้าคาง ก่อนกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

“มองกันให้พอเถอะ อีกไม่นานเขาอาจกลายเป็นสามีของผู้อาวุโสพวกเจ้าแล้ว”

เหอหว่านชิงยกมือปิดหน้า

“เจ้าเลิกประกาศเรื่องเดิมพันต่อหน้าคนทั้งสำนักเสียที”

ความแตกต่างเห็นได้ชัดอย่างยิ่ง

เมื่อเย่อ้าวเทียนขึ้นเวที ผู้คนพูดถึงระดับพลัง กายาพิเศษ และความอันตรายของเขา

แต่เมื่อยูรันปรากฏตัว แทบไม่มีผู้ใดสนใจระดับพลังอีกต่อไป

เย่อ้าวเทียนชักกระบี่ออกจากฝัก ก่อนชี้คมดาบตรงไปยังยูรัน

ชิ้ง!

เปลวเพลิงกับประกายอัสนีระเบิดขึ้นรอบคมกระบี่ กลิ่นอายวิญญาณทารกขั้นต้นกดทับลงบนเวทีอย่างรุนแรง

“ยูรัน!!!”

เสียงตะโกนของเขาดังก้องไปทั่วสนาม

“ไอ้สารเลว! ข้าปลุกกายาศักดิ์สิทธิ์เพลิงอัสนีสำเร็จแล้ว!”

เย่อ้าวเทียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

“เปลวเพลิงกับสายฟ้าปัญญาอ่อนของแกทำอะไรข้าไม่ได้อีกต่อไป!”

“ฮ่า ๆๆๆๆๆ!”

เขาสะบัดกระบี่ลงข้างกาย ก่อนเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งผยอง

“วันนี้จะเป็นวันที่แกต้องคุกเข่าต่อหน้าข้า!”

สายตาของเย่อ้าวเทียนกวาดผ่านกลุ่มหญิงสาวบนอัฒจันทร์ฝั่งสำนักเมฆาจันทร์ ความโลภกับความปรารถนาวาบผ่านส่วนลึกของดวงตา

[จากนั้นผู้หญิงทั้งหมดของแกจะต้องกลายเป็นของข้า!]

[หลังจบการประลอง หลิงเยวี่ยเองก็จะต้องตกเป็นของข้าเช่นกัน!]

ยูรันมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจ

[ไอ้หมอนี่มันโง่แท้ ๆ]

เขายกมือขึ้นเกาศีรษะ

“ศิษย์พี่เย่”

“อะไร?!”

“ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ข้าเคยใช้ทั้งน้ำและไฟให้ท่านดูแล้วหรือ?”

เสียงหัวเราะของเย่อ้าวเทียนหยุดชะงัก

ยูรันเอียงศีรษะเล็กน้อย

“นั่นก็แปลว่าข้าใช้น้ำได้ด้วยไม่ใช่หรือ?”

ทั่วทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบ

เย่อ้าวเทียนยังคงชี้กระบี่ไปข้างหน้า แต่รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ แข็งค้าง

กรรมการประจำเวทีเม้มริมฝีปากแน่น พยายามไม่ให้ตนเองหลุดหัวเราะออกมา

ครู่ต่อมา เสียงหัวเราะจากอัฒจันทร์ก็ดังขึ้นทีละจุด ก่อนลุกลามไปทั่วสนาม

“จริงด้วย!”

“เขาเตรียมกายามาป้องกันเพลิงกับสายฟ้า แต่คู่ต่อสู้ใช้น้ำได้!”

“แล้วเมื่อครู่ยังประกาศเสียเสียงดังเชียว!”

ฝั่งสำนักเหอฮวนหัวเราะกันอย่างไม่ปิดบัง ส่วนศิษย์สำนักเหอซานหลายคนรีบยกแขนเสื้อขึ้นปิดใบหน้า แต่ไหล่กลับสั่นไม่หยุด

เฟิงซูหลานพยักหน้าอย่างจริงจัง

“น้องชายพูดมีเหตุผล”

เหอหว่านชิงถอนหายใจ

“เพียงประโยคเดียวก็ทำลายความน่าเกรงขามซึ่งอีกฝ่ายสร้างมาตั้งนานจนหมดแล้ว”

บนเวที สีหน้าของเย่อ้าวเทียนเริ่มเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ

หนานอวี้รีบหันไปสะกิดโม่ชิงเฟิง

“พี่ใหญ่ รีบตะโกนให้กำลังใจศิษย์น้องเย่เร็วเข้า!”

โม่ชิงเฟิงเลิกคิ้ว

“จะให้ข้าพูดว่าอะไร?”

“บอกเขาว่าสามีใช้น้ำถมที่ได้”

หนานอวี้จับจ้องเย่อ้าวเทียนบนเวทีด้วยแววตาคาดหวัง

“ข้ารอดูเขากระอักเลือดอยู่”

โม่ชิงเฟิงเข้าใจทันที นางคลี่พัดออก ก่อนใช้พลังปราณขยายเสียงให้ดังไปทั่วสนาม

“ศิษย์น้องเย่ ไม่ต้องกังวลนะ!”

เย่อ้าวเทียนเงยหน้ามองอัฒจันทร์โดยสัญชาตญาณ

โม่ชิงเฟิงกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

“ถึงสามีจะใช้น้ำได้ แต่เขาก็ทำได้เพียงปล่อยมวลน้ำออกมาถมพื้นที่กว้างหลายร้อยลี้เท่านั้นเอง!”

“……”

เสียงหัวเราะทั่วสนามหยุดลงชั่วขณะ

เย่อ้าวเทียนเบิกตากว้าง

“หลายร้อยลี้?!”

หนานอวี้รีบยกมือป้องปาก ก่อนตะโกนเสริม

“ไม่ต้องกลัว! อย่างมากก็แค่จมน้ำตายเอง!”

พรูด!

เย่อ้าวเทียนกระอักเลือดออกมาคำหนึ่งทั้งที่การประลองยังไม่เริ่ม

หนานอวี้ตบเข่าดังฉาด

“ฮ่า ๆๆๆ! กระอักจริงด้วย!”

เสียงหัวเราะระเบิดขึ้นบนอัฒจันทร์ฝั่งสำนักเมฆาจันทร์ทันที

“ฮ่า ๆๆๆๆ!”

แม้แต่ผู้อาวุโสจากหลายสำนักยังต้องยกถ้วยชาขึ้นปิดบังรอยยิ้ม

เย่อ้าวเทียนยืนตัวสั่นอยู่กลางเวที มือซึ่งกำกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นทั่วแขน

“พวกเจ้า...”

เขากวาดตามองคนบนอัฒจันทร์ด้วยดวงตาแดงก่ำ

“พวกเจ้ากล้าหัวเราะเยาะข้า!”

เสียงหัวเราะรอบสนามกลับยิ่งดังขึ้นกว่าเดิม

เย่อ้าวเทียนสูดลมหายใจลึก พยายามกดความโกรธแค้นกลับลงไป

[อดทนไว้...]

[อีกไม่นานพวกนางทั้งหมดจะต้องกลายเป็นเตาหลอมของข้า]

สายตาของเขาเลื่อนกลับมาหยุดอยู่ที่ยูรัน

[เริ่มจากจัดการไอ้สวะนี่ก่อน]

[หึ มวลน้ำถมพื้นที่หลายร้อยลี้อย่างนั้นหรือ? เกินจริงไปหน่อยกระมัง]

[คำขู่โง่ ๆ เช่นนี้คิดว่าข้าจะกลัวหรือไง!]

ขณะเดียวกัน ยูรันกำลังพิจารณากลิ่นอายเพลิงกับอัสนีซึ่งไหลเวียนอยู่ในร่างเย่อ้าวเทียน

[อืม กายาศักดิ์สิทธิ์เพลิงอัสนีสามารถแยกเก็บเกี่ยวเป็นกายาอัคคีกับกายาอัสนีได้]

[ของดีสุด ๆ]

เขาเหลือบมองโม่ชิงเฟิงกับหนานอวี้บนอัฒจันทร์

[แต่ถมพื้นที่เพียงร้อยลี้น้อยไปหน่อยนะ]

กรรมการมองทั้งสองฝ่าย เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดคิดถอนตัว เขาจึงยกมือขึ้นเหนือศีรษะ

เสียงหัวเราะทั่วสนามค่อย ๆ เงียบลง

“ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝ่าย...เตรียมตัว!”

เย่อ้าวเทียนลดตัวลงตั้งท่า กระบี่ในมือถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงและประกายอัสนีทันที

ส่วนยูรันยังคงยืนอยู่ที่เดิมอย่างสบาย ๆ

กรรมการสะบัดมือลง

“เริ่มการประลองได้!”

ทันทีที่กรรมการประกาศเริ่ม ยูรันก็ถีบพื้นเบา ๆ

พรึ่บ!

ร่างของเขาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนหยุดยืนอยู่เหนือเวทีประลอง

เย่อ้าวเทียนแค่นเสียง

“คิดว่าขึ้นไปอยู่บนฟ้าแล้วจะรอดหรือไง?!”

เปลวเพลิงกับประกายอัสนีระเบิดออกจากใต้ฝ่าเท้า เขากำลังจะทะยานตามขึ้นไป แต่เสียงของยูรันกลับดังก้องลงมาจากเบื้องบนเสียก่อน

“ศิษย์พี่!”

เย่อ้าวเทียนชะงักโดยสัญชาตญาณ

ยูรันกางแขนออกเล็กน้อย เสื้อคลุมสีดำโบกสะบัดอยู่ท่ามกลางกระแสลม

“อย่าทำให้ข้าผิดหวังเล่า!”

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

“ข้าอยากรู้นักว่าเปลวเพลิงกับสายฟ้าของท่าน จะทำให้น้ำของข้าระเหยไปจนหมดได้หรือไม่!”

ยูรันประสานมุทรา

“คาถาน้ำ...”

ครืน!

ท้องฟ้าเหนือสนามประลองสั่นสะเทือน

ไอน้ำจากทั่วทั้งพื้นที่ถูกดึงเข้ามารวมตัวกันอย่างบ้าคลั่ง เมฆดำมหาศาลปรากฏขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนมวลน้ำสีครามจะทะลักออกจากความว่างเปล่า

มันไม่ได้มีรูปลักษณ์เหมือนคลื่นธรรมดา

แต่เป็นมหาสมุทรทั้งผืนซึ่งกำลังปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้า

มวลน้ำขยายตัวออกไปทุกทิศทางจนบดบังแสงอาทิตย์ เงาขนาดมหึมาปกคลุมทั้งเวที อัฒจันทร์ และสิ่งปลูกสร้างรอบสนามประลอง

เสียงคลื่นคำรามดังสนั่นราวกับพิภพกำลังถูกมหาสมุทรกลืนกิน

“พิภพคลื่นสมุทร!”

ตูมมมมมมมมมมมม!

มหาสมุทรบนท้องฟ้าพลิกคว่ำ ก่อนถาโถมลงมายังเวทีประลองเบื้องล่าง

เย่อ้าวเทียนเงยหน้ามองมวลน้ำซึ่งมองไม่เห็นปลายทาง สีหน้าหยิ่งผยองของเขาแข็งค้างไปในทันที

[นี่เรียกว่าร้อยลี้หรือ?!]