ตอนที่ 309
เย่อ้าวเทียนก้าวขึ้นสู่เวทีอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวของเขาทำให้ประกายอัสนีแล่นไปตามพื้นหิน เปลวเพลิงสีแดงลุกโชนรอบกาย ขณะที่กลิ่นอายขอบเขตวิญญาณทารกขั้นต้นแผ่กระจายออกไปโดยไม่คิดปิดบัง
เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วอัฒจันทร์ทันที
“วิญญาณทารกขั้นต้นจริงด้วย!”
“กลิ่นอายเพลิงกับอัสนีหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์ เขาคงมีกายาพิเศษ”
“ยังมีกลิ่นอายโลหิตแฝงอยู่อีก พลังต่อสู้ของคนผู้นี้คงสูงกว่าผู้ฝึกตนระดับเดียวกันมาก”
สายตาส่วนใหญ่ซึ่งมองเย่อ้าวเทียนเต็มไปด้วยความระมัดระวังและการประเมินพลัง ไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลนเขาเพียงเพราะเพิ่งทะลวงเข้าสู่ขอบเขตวิญญาณทารก
โดยเฉพาะที่นั่งของสำนักเหอฮวนกับสำนักเหอซาน แม้ชื่อสำนักจะฟังดูคล้ายกัน แต่ปฏิกิริยากลับเรียกได้ว่าเป็นขั้วตรงข้าม
เหล่าศิษย์หญิงสำนักเหอฮวนแต่งกายด้วยชุดสีแดงชมพู พวกนางมองเย่อ้าวเทียนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างเปิดเผย
“พลังหยางจากเพลิงกับอัสนีเข้มข้นไม่เบา”
“กายาก็ดูแข็งแรงดี น่าเสียดายที่กลิ่นอายโลหิตรุนแรงเกินไป”
“หน้าตาพอใช้ แต่แววตาดูเจ้าเล่ห์ ข้าไม่ชอบ”
คำวิจารณ์ดังขึ้นอย่างไม่คิดปิดบัง จนเย่อ้าวเทียนซึ่งอยู่บนเวทีได้ยินอย่างชัดเจน
ส่วนเหล่าศิษย์สำนักเหอซานกลับนั่งหลังตรง วางตัวเรียบร้อย และพยายามรักษาสีหน้าสงบนิ่ง
“พลังแข็งแกร่ง”
“อืม”
“กายาพิเศษของเขาน่าสนใจ”
“ถูกต้อง พวกเรากำลังศึกษากายาเท่านั้น”
ทุกคนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่กลับไม่มีผู้ใดมองใบหน้าของเย่อ้าวเทียนนานเกินสองอึดใจ
กระทั่งยูรันปรากฏตัวขึ้นบนเวที สถานการณ์ของทั้งสองสำนักก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ฝั่งสำนักเหอฮวนเกิดเสียงฮือฮาดังขึ้นทันที
“โอ้ บุรุษผู้นี้ต่างหาก!”
“พลังไม่สำคัญแล้ว ดวงตาคู่นั้นงดงามเกินไป!”
“น้องชาย สนใจมาร่วมบำเพ็ญกับพี่สาวหรือไม่?!”
ขณะที่ฝั่งสำนักเหอซานยังคงนั่งหลังตรงและพยายามรักษาความสงบเช่นเดิม แต่ดวงตาของเหล่าศิษย์หญิงกลับจับจ้องยูรันโดยไม่มีผู้ใดยอมกะพริบ
“พวกเรามาดูการประลอง”
“ใช่ ไม่ได้มองหน้าตา”
“แล้วเหตุใดเจ้าจึงหน้าแดง?”
“เจ้าก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ?”
เฟิงซูหลานซึ่งกลับมานั่งประจำสำนักยกมือเท้าคาง ก่อนกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“มองกันให้พอเถอะ อีกไม่นานเขาอาจกลายเป็นสามีของผู้อาวุโสพวกเจ้าแล้ว”
เหอหว่านชิงยกมือปิดหน้า
“เจ้าเลิกประกาศเรื่องเดิมพันต่อหน้าคนทั้งสำนักเสียที”
ความแตกต่างเห็นได้ชัดอย่างยิ่ง
เมื่อเย่อ้าวเทียนขึ้นเวที ผู้คนพูดถึงระดับพลัง กายาพิเศษ และความอันตรายของเขา
แต่เมื่อยูรันปรากฏตัว แทบไม่มีผู้ใดสนใจระดับพลังอีกต่อไป
เย่อ้าวเทียนชักกระบี่ออกจากฝัก ก่อนชี้คมดาบตรงไปยังยูรัน
ชิ้ง!
เปลวเพลิงกับประกายอัสนีระเบิดขึ้นรอบคมกระบี่ กลิ่นอายวิญญาณทารกขั้นต้นกดทับลงบนเวทีอย่างรุนแรง
“ยูรัน!!!”
เสียงตะโกนของเขาดังก้องไปทั่วสนาม
“ไอ้สารเลว! ข้าปลุกกายาศักดิ์สิทธิ์เพลิงอัสนีสำเร็จแล้ว!”
เย่อ้าวเทียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“เปลวเพลิงกับสายฟ้าปัญญาอ่อนของแกทำอะไรข้าไม่ได้อีกต่อไป!”
“ฮ่า ๆๆๆๆๆ!”
เขาสะบัดกระบี่ลงข้างกาย ก่อนเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งผยอง
“วันนี้จะเป็นวันที่แกต้องคุกเข่าต่อหน้าข้า!”
สายตาของเย่อ้าวเทียนกวาดผ่านกลุ่มหญิงสาวบนอัฒจันทร์ฝั่งสำนักเมฆาจันทร์ ความโลภกับความปรารถนาวาบผ่านส่วนลึกของดวงตา
[จากนั้นผู้หญิงทั้งหมดของแกจะต้องกลายเป็นของข้า!]
[หลังจบการประลอง หลิงเยวี่ยเองก็จะต้องตกเป็นของข้าเช่นกัน!]
ยูรันมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจ
[ไอ้หมอนี่มันโง่แท้ ๆ]
เขายกมือขึ้นเกาศีรษะ
“ศิษย์พี่เย่”
“อะไร?!”
“ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ข้าเคยใช้ทั้งน้ำและไฟให้ท่านดูแล้วหรือ?”
เสียงหัวเราะของเย่อ้าวเทียนหยุดชะงัก
ยูรันเอียงศีรษะเล็กน้อย
“นั่นก็แปลว่าข้าใช้น้ำได้ด้วยไม่ใช่หรือ?”
ทั่วทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบ
เย่อ้าวเทียนยังคงชี้กระบี่ไปข้างหน้า แต่รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ แข็งค้าง
กรรมการประจำเวทีเม้มริมฝีปากแน่น พยายามไม่ให้ตนเองหลุดหัวเราะออกมา
ครู่ต่อมา เสียงหัวเราะจากอัฒจันทร์ก็ดังขึ้นทีละจุด ก่อนลุกลามไปทั่วสนาม
“จริงด้วย!”
“เขาเตรียมกายามาป้องกันเพลิงกับสายฟ้า แต่คู่ต่อสู้ใช้น้ำได้!”
“แล้วเมื่อครู่ยังประกาศเสียเสียงดังเชียว!”
ฝั่งสำนักเหอฮวนหัวเราะกันอย่างไม่ปิดบัง ส่วนศิษย์สำนักเหอซานหลายคนรีบยกแขนเสื้อขึ้นปิดใบหน้า แต่ไหล่กลับสั่นไม่หยุด
เฟิงซูหลานพยักหน้าอย่างจริงจัง
“น้องชายพูดมีเหตุผล”
เหอหว่านชิงถอนหายใจ
“เพียงประโยคเดียวก็ทำลายความน่าเกรงขามซึ่งอีกฝ่ายสร้างมาตั้งนานจนหมดแล้ว”
บนเวที สีหน้าของเย่อ้าวเทียนเริ่มเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ
หนานอวี้รีบหันไปสะกิดโม่ชิงเฟิง
“พี่ใหญ่ รีบตะโกนให้กำลังใจศิษย์น้องเย่เร็วเข้า!”
โม่ชิงเฟิงเลิกคิ้ว
“จะให้ข้าพูดว่าอะไร?”
“บอกเขาว่าสามีใช้น้ำถมที่ได้”
หนานอวี้จับจ้องเย่อ้าวเทียนบนเวทีด้วยแววตาคาดหวัง
“ข้ารอดูเขากระอักเลือดอยู่”
โม่ชิงเฟิงเข้าใจทันที นางคลี่พัดออก ก่อนใช้พลังปราณขยายเสียงให้ดังไปทั่วสนาม
“ศิษย์น้องเย่ ไม่ต้องกังวลนะ!”
เย่อ้าวเทียนเงยหน้ามองอัฒจันทร์โดยสัญชาตญาณ
โม่ชิงเฟิงกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ถึงสามีจะใช้น้ำได้ แต่เขาก็ทำได้เพียงปล่อยมวลน้ำออกมาถมพื้นที่กว้างหลายร้อยลี้เท่านั้นเอง!”
“……”
เสียงหัวเราะทั่วสนามหยุดลงชั่วขณะ
เย่อ้าวเทียนเบิกตากว้าง
“หลายร้อยลี้?!”
หนานอวี้รีบยกมือป้องปาก ก่อนตะโกนเสริม
“ไม่ต้องกลัว! อย่างมากก็แค่จมน้ำตายเอง!”
พรูด!
เย่อ้าวเทียนกระอักเลือดออกมาคำหนึ่งทั้งที่การประลองยังไม่เริ่ม
หนานอวี้ตบเข่าดังฉาด
“ฮ่า ๆๆๆ! กระอักจริงด้วย!”
เสียงหัวเราะระเบิดขึ้นบนอัฒจันทร์ฝั่งสำนักเมฆาจันทร์ทันที
“ฮ่า ๆๆๆๆ!”
แม้แต่ผู้อาวุโสจากหลายสำนักยังต้องยกถ้วยชาขึ้นปิดบังรอยยิ้ม
เย่อ้าวเทียนยืนตัวสั่นอยู่กลางเวที มือซึ่งกำกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นทั่วแขน
“พวกเจ้า...”
เขากวาดตามองคนบนอัฒจันทร์ด้วยดวงตาแดงก่ำ
“พวกเจ้ากล้าหัวเราะเยาะข้า!”
เสียงหัวเราะรอบสนามกลับยิ่งดังขึ้นกว่าเดิม
เย่อ้าวเทียนสูดลมหายใจลึก พยายามกดความโกรธแค้นกลับลงไป
[อดทนไว้...]
[อีกไม่นานพวกนางทั้งหมดจะต้องกลายเป็นเตาหลอมของข้า]
สายตาของเขาเลื่อนกลับมาหยุดอยู่ที่ยูรัน
[เริ่มจากจัดการไอ้สวะนี่ก่อน]
[หึ มวลน้ำถมพื้นที่หลายร้อยลี้อย่างนั้นหรือ? เกินจริงไปหน่อยกระมัง]
[คำขู่โง่ ๆ เช่นนี้คิดว่าข้าจะกลัวหรือไง!]
ขณะเดียวกัน ยูรันกำลังพิจารณากลิ่นอายเพลิงกับอัสนีซึ่งไหลเวียนอยู่ในร่างเย่อ้าวเทียน
[อืม กายาศักดิ์สิทธิ์เพลิงอัสนีสามารถแยกเก็บเกี่ยวเป็นกายาอัคคีกับกายาอัสนีได้]
[ของดีสุด ๆ]
เขาเหลือบมองโม่ชิงเฟิงกับหนานอวี้บนอัฒจันทร์
[แต่ถมพื้นที่เพียงร้อยลี้น้อยไปหน่อยนะ]
กรรมการมองทั้งสองฝ่าย เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดคิดถอนตัว เขาจึงยกมือขึ้นเหนือศีรษะ
เสียงหัวเราะทั่วสนามค่อย ๆ เงียบลง
“ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝ่าย...เตรียมตัว!”
เย่อ้าวเทียนลดตัวลงตั้งท่า กระบี่ในมือถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงและประกายอัสนีทันที
ส่วนยูรันยังคงยืนอยู่ที่เดิมอย่างสบาย ๆ
กรรมการสะบัดมือลง
“เริ่มการประลองได้!”
ทันทีที่กรรมการประกาศเริ่ม ยูรันก็ถีบพื้นเบา ๆ
พรึ่บ!
ร่างของเขาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนหยุดยืนอยู่เหนือเวทีประลอง
เย่อ้าวเทียนแค่นเสียง
“คิดว่าขึ้นไปอยู่บนฟ้าแล้วจะรอดหรือไง?!”
เปลวเพลิงกับประกายอัสนีระเบิดออกจากใต้ฝ่าเท้า เขากำลังจะทะยานตามขึ้นไป แต่เสียงของยูรันกลับดังก้องลงมาจากเบื้องบนเสียก่อน
“ศิษย์พี่!”
เย่อ้าวเทียนชะงักโดยสัญชาตญาณ
ยูรันกางแขนออกเล็กน้อย เสื้อคลุมสีดำโบกสะบัดอยู่ท่ามกลางกระแสลม
“อย่าทำให้ข้าผิดหวังเล่า!”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
“ข้าอยากรู้นักว่าเปลวเพลิงกับสายฟ้าของท่าน จะทำให้น้ำของข้าระเหยไปจนหมดได้หรือไม่!”
ยูรันประสานมุทรา
“คาถาน้ำ...”
ครืน!
ท้องฟ้าเหนือสนามประลองสั่นสะเทือน
ไอน้ำจากทั่วทั้งพื้นที่ถูกดึงเข้ามารวมตัวกันอย่างบ้าคลั่ง เมฆดำมหาศาลปรากฏขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนมวลน้ำสีครามจะทะลักออกจากความว่างเปล่า
มันไม่ได้มีรูปลักษณ์เหมือนคลื่นธรรมดา
แต่เป็นมหาสมุทรทั้งผืนซึ่งกำลังปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้า
มวลน้ำขยายตัวออกไปทุกทิศทางจนบดบังแสงอาทิตย์ เงาขนาดมหึมาปกคลุมทั้งเวที อัฒจันทร์ และสิ่งปลูกสร้างรอบสนามประลอง
เสียงคลื่นคำรามดังสนั่นราวกับพิภพกำลังถูกมหาสมุทรกลืนกิน
“พิภพคลื่นสมุทร!”
ตูมมมมมมมมมมมม!
มหาสมุทรบนท้องฟ้าพลิกคว่ำ ก่อนถาโถมลงมายังเวทีประลองเบื้องล่าง
เย่อ้าวเทียนเงยหน้ามองมวลน้ำซึ่งมองไม่เห็นปลายทาง สีหน้าหยิ่งผยองของเขาแข็งค้างไปในทันที
[นี่เรียกว่าร้อยลี้หรือ?!]