คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 311 แต่คราวนี้ข้าตั้งใจทำให้ท่านโดยเฉพาะเลยนะ7,541 ตัวอักษร

ตอนที่ 311 แต่คราวนี้ข้าตั้งใจทำให้ท่านโดยเฉพาะเลยนะ

ยูรันมองเย่อ้าวเทียนด้วยสีหน้าผิดหวัง ก่อนถอนหายใจยาว

“เฮ้ออออ...ศิษย์พี่ ท่านทำให้ข้าผิดหวังจริง ๆ”

เขายกมือขึ้นประสานมุทราอย่างรวดเร็ว

“ข้าจะแสดงให้ดูเองว่าควรใช้พลังอย่างไร”

พลังวารีจากอากาศรอบสนามพลันควบแน่นเข้าหากัน

“คาถาน้ำ กำแพงวารี!”

ครืน!

กำแพงน้ำขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนพลิกตัวกลายเป็นคลื่นเส้นตรง พุ่งเข้าใส่เย่อ้าวเทียนด้วยความเร็วสูง

เย่อ้าวเทียนกัดฟัน ก่อนปล่อยเปลวเพลิงออกจากกระบี่

ตูมมมม!

เพลิงกับวารีปะทะกันกลางอากาศ ไอน้ำสีขาวระเบิดกระจายออกไปทั่วบริเวณ แต่คลื่นน้ำยังคงดันเปลวเพลิงถอยกลับไปทีละน้อย

ยูรันขมวดคิ้ว

[หืม ยังไม่ใช้สายฟ้าอีก?]

[ถ้าเช่นนั้นข้าช่วยเองแล้วกัน]

มือของเขาเปลี่ยนมุทราในพริบตา

“คาถาสายฟ้า คลื่นอัสนีเหนี่ยวนำ!”

เปรี๊ยะ!

กระแสสายฟ้าสีขาวพุ่งออกจากฝ่ามือ ก่อนผสานเข้าไปในกำแพงวารีอย่างสมบูรณ์

น้ำทุกหยดถูกกระแสอัสนีห่อหุ้ม คลื่นวารีซึ่งนำไฟฟ้าได้กระแทกฝ่าเปลวเพลิงเข้าใส่ร่างเย่อ้าวเทียนเต็มแรง

เปรี้ยงงงงง!

“อ๊ากกกกกก!”

ร่างของเย่อ้าวเทียนสั่นกระตุกอยู่ท่ามกลางน้ำกับสายฟ้า กล้ามเนื้อทั่วร่างชาด้านจนแทบกำกระบี่ไว้ไม่อยู่

[ข้ามีกายาศักดิ์สิทธิ์เพลิงอัสนีนะโว้ย!]

[เหตุใดสายฟ้าของมันถึงยังทำให้ข้าเจ็บขนาดนี้?!]

เย่อ้าวเทียนกัดฟันจนเลือดไหลออกจากมุมปาก ก่อนเร่งกายาอัสนีถึงขีดสุด

“ย้ากกกก!”

สายฟ้าสีน้ำเงินระเบิดออกจากร่างของเขา พุ่งสวนเข้าไปในมวลน้ำเพื่อหักล้างพลังของยูรัน

เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!

กระแสอัสนีทั้งสองฝ่ายไหลเวียนปะทะกันภายในคลื่นวารี ก่อนระเบิดขึ้นสู่เมฆดำเหนือสนามอย่างต่อเนื่อง

ยูรันเงยหน้ามองประกายสายฟ้าซึ่งหนาแน่นขึ้นบนท้องฟ้า แล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

[อืม...ค่อยถูกหน่อย]

ทั้งสองฝ่ายต้านกันอยู่หลายอึดใจ กระแสเพลิง วารี และอัสนีปะทะกันจนทั่วทั้งเวทีถูกปกคลุมด้วยไอน้ำสีขาว

กระทั่งยูรันหยุดปล่อยพลังด้วยตนเอง

คลื่นวารีสลายหายไป เหลือเพียงเย่อ้าวเทียนซึ่งยืนหอบอยู่กลางอากาศ เสื้อผ้าทั่วร่างไหม้สลับเปียกโชกจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม

ยูรันส่ายหน้าอย่างผิดหวัง

“ศิษย์พี่ เพลิงของท่านนี่ขี้ปะติ๋วจริง ๆ”

เย่อ้าวเทียนเงยหน้าขึ้นทันที

“ว่าอย่างไรนะ?!”

“น้ำเพียงนิดเดียวยังจัดการไม่ได้”

ยูรันกางมือออก

“แล้วจะมีกายาศักดิ์สิทธิ์เพลิงอัสนีไปทำไม? ไร้ประโยชน์จริง ๆ”

“แก—!”

เย่อ้าวเทียนกำลังจะระเบิดพลังอีกครั้ง แต่พื้นเวทีใต้ร่างกลับสั่นสะเทือนเสียก่อน

ยูรันประสานมุทรา

“คาถาน้ำ เสาวารีศักดิ์สิทธิ์”

ตูมมมม!

เสาน้ำขนาดมหึมาพุ่งขึ้นจากพื้นเวที ทะลวงผ่านร่างเย่อ้าวเทียนจากด้านล่าง ก่อนยกเขาขึ้นไปกลางท้องฟ้า

“บุ๋ง ๆๆๆๆ!”

เย่อ้าวเทียนสำลักน้ำอยู่ภายในเสาวารี ร่างหมุนคว้างไปตามกระแสน้ำอย่างไม่อาจควบคุม

ครู่ต่อมาเสาน้ำก็แตกกระจาย

ตุบ!

ร่างของเขาตกกระแทกพื้นเวที ก่อนพยายามใช้กระบี่ค้ำยันตนเองให้ลุกขึ้นอย่างอ่อนแรง

ยูรันมองลงมาจากบนท้องฟ้า

“ศิษย์พี่”

เย่อ้าวเทียนฝืนเงยหน้าขึ้น

“เพลิงกับสายฟ้าของจริง มันต้องใช้แบบนี้สิ”

ยูรันประสานมุทรา

“เตรียมรับมือ”

“คาถาอัสนีเพลิง ระเบิดเปลวเพลิงมังกรอัสนีสุดขีดคลั่ง!”

สูดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!

ฟู่วววววววววววว!

เปลวเพลิงมหาศาลพุ่งออกจากปาก พร้อมกระแสอัสนีซึ่งถูกดึงลงมาจากเมฆดำ ก่อนหลอมรวมเป็นมังกรเพลิงอัสนีขนาดมหึมา พุ่งถล่มเย่อ้าวเทียนกับเวทีเบื้องล่าง.

เซี่ยหลานอิงซึ่งอยู่บนพลับพลาประธานเปลี่ยนสีหน้าทันที

“แย่แล้ว!”

นางลุกพรวด ก่อนใช้พลังปราณขยายเสียงไปทั่วสนาม

“เสริมม่านพลังเดี๋ยวนี้!”

เหล่าผู้อาวุโสและผู้ควบคุมค่ายกลรอบสนามหันมามองนางด้วยความตกใจ

เซี่ยหลานอิงตวาดซ้ำ

“ข้าขอสั่งให้ผู้อาวุโสทุกคนช่วยกันกางม่านพลัง! เร็วเข้า!”

ครืน!

ผู้อาวุโสจากหลายสำนักรีบปล่อยพลังเข้าสู่ค่ายกลป้องกัน ม่านแสงหลายสิบชั้นปรากฏขึ้นรอบเวทีจนสว่างเจิดจ้าไปทั่วสนาม

เสียงคำรามของมังกรสั่นสะเทือนไปทั่วนครหลวง

มันอ้าปากกว้าง ก่อนพุ่งลงจากท้องฟ้าเข้าถล่มเย่อ้าวเทียนกับเวทีเบื้องล่าง

เปรี้ยงงงงงงงงงงงง!

ม่านพลังทุกชั้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงเพลิงกับอัสนีกลืนกินสนามประลองจนไม่เหลือสิ่งใดให้มองเห็น

เย่อ้าวเทียนเงยหน้ามองมังกรเพลิงอัสนีซึ่งกำลังพุ่งลงมา ก่อนกัดฟันระเบิดพลังทั้งหมดออกจากร่าง

เปลวเพลิงกับสายฟ้าของกายาศักดิ์สิทธิ์เพลิงอัสนีรวมตัวบนคมกระบี่ ขณะที่พลังโลหิตจากกายาทรราชโลหิตคลั่งไหลเวียนไปทั่วร่าง

“ย้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!”

เขาฟันกระบี่ขึ้นไปสุดกำลัง

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม!

มังกรเพลิงอัสนีปะทะกับคมกระบี่จนเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ แรงกระแทกกวาดไปทั่วเวที ม่านพลังหลายสิบชั้นสั่นไหวอย่างรุนแรงจนเหล่าผู้อาวุโสต้องเร่งพลังเข้าสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ผ่านไปหลายอึดใจ แสงจากการระเบิดจึงค่อย ๆ จางลง

ฝุ่นควันหนาทึบเริ่มสลายหายไป เผยให้เห็นลานประลองซึ่งเปลี่ยนสภาพอย่างสิ้นเชิง

น้ำทั้งหมดแห้งสนิท พื้นเวทีแตกระแหงและแดงฉานจากความร้อน ไอร้อนมหาศาลพวยพุ่งขึ้นสู่อากาศ ขณะที่ประกายสายฟ้าขนาดเล็กยังคงแล่นไปตามรอยแตกทั่วลานประลอง

เสียงฮือฮาระเบิดขึ้นจากทุกทิศทาง

“นั่นมันวิชาอะไรกัน?!”

“หลอมรวมเพลิงกับอัสนีไว้ในมังกรตัวเดียวได้อย่างไร?”

“พลังทำลายล้างระดับนี้มาจากผู้ฝึกตนแก่นทองคำจริงหรือ?!”

โดยเฉพาะฝั่งสำนักเหอฮวนซึ่งแทบเสียการควบคุมกันไปหมดแล้ว

ศิษย์หญิงคนหนึ่งลุกพรวดขึ้น

“ไม่สนแล้ว! ข้าอยากมีลูกให้เขา!”

“เจ้ารอข้าก่อน ข้าเองก็—”

“ความร้อนนี่มันอะไรกัน? ขนาดมีม่านพลังตั้งหลายชั้นข้ายังรู้สึกร้อนไปทั้งตัวเลย!”

กลางซากเวที เย่อ้าวเทียนยังคงยืนอยู่

เสื้อผ้าของเขาขาดวิ่น ผิวหนังทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผลไหม้ เลือดสีแดงไหลลงมาตามแขนและปลายกระบี่อย่างต่อเนื่อง

แต่เขากลับไม่มีท่าทีหวาดกลัว

ตรงกันข้าม รอยยิ้มบนใบหน้ากลับยิ่งบ้าคลั่งกว่าเดิม

“ฮ่า ๆๆๆๆๆ!”

พลังโลหิตจากบาดแผลถูกดูดกลับเข้าสู่ร่าง กลิ่นอายของเขาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ข้ามีกายาทรราชโลหิตคลั่ง!”

เย่อ้าวเทียนกางแขนออก

“ยิ่งข้าบาดเจ็บมากเท่าไร ข้าก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น!”

ตูมมมม!

พลังปราณมหาศาลระเบิดออกจากร่างของเขา เสาแสงโลหิตพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนกลิ่นอายจะทะยานข้ามขีดจำกัดของขอบเขตวิญญาณทารกไปในทันที

ผู้ชมทั่วสนามลุกพรวดขึ้น

“อะไรนะ?!”

“กลิ่นอายนั่น...”

“แปลงเทพขั้นต้น!”

“พลังต่อสู้ของเขาขึ้นไปถึงขอบเขตแปลงเทพขั้นต้นแล้ว!”

บนอัฒจันทร์ฝั่งสำนักเมฆาจันทร์ มู่เสวี่ยหนิงกำมือแน่น

“ท่านพี่จะชนะหรือเจ้าคะ?”

หลัวจินหยางเองก็เริ่มมีสีหน้ากังวล

“นั่นสิ สามีจะชนะได้หรือ?”

หลัวจินเยว่เม้มริมฝีปาก

“ข้าเป็นห่วงเขา”

ไป๋หลิงกลับไม่มีท่าทีแตกตื่น นางเพียงเงยหน้ามองท้องฟ้าเหนือสนาม

“พวกเจ้าไม่ต้องกังวล”

ทั้งสามหันมามองนาง

“พวกเจ้ายังไม่เคยเห็นตอนสามีใช้กิเลนสายฟ้าสินะ?”

ไป๋หลิงชี้ไปยังซากเวที

“ภาพก่อนหน้าก็ประมาณนี้แหละ ระเบิดเพลิงจนไอน้ำลอยขึ้นไป จากนั้นบนท้องฟ้าก็จะมีเมฆก่อตัว”

นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนหรี่ตามองเมฆดำเบื้องบน

“แต่รอบนี้ดูเหมือนสามีจะตั้งใจเตรียมการเป็นพิเศษ”

หนานอวี้พยักหน้ารัว ๆ

“ใช่ ๆ! รอบที่แล้วศิษย์น้องสร้างมันขึ้นมาโดยบังเอิญ แต่รอบนี้เขาทั้งปล่อยน้ำ บังคับให้ศิษย์น้องเย่ใช้เพลิง แล้วล่อให้อีกฝ่ายเติมสายฟ้าเข้าไปตั้งหลายครั้ง”

เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนจึงเงยหน้ามองท้องฟ้าพร้อมกัน

เหนือสนามประลอง เมฆดำขนาดมหึมากำลังหมุนวนปกคลุมไปทั่วฟ้า

ประกายอัสนีนับไม่ถ้วนแล่นอยู่ภายในก้อนเมฆ ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมากำลังจะถือกำเนิดขึ้นจากเบื้องบน

เย่อ้าวเทียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่กลิ่นอายระดับแปลงเทพขั้นต้นยังคงแผ่กดดันไปทั่วสนาม

“ฮ่า ๆๆๆๆ!”

เขายกกระบี่ขึ้นชี้ไปทางยูรัน

“เห็นหรือยัง? ตบะของข้าขึ้นมาถึงขอบเขตแปลงเทพแล้ว!”

เปลวเพลิง อัสนี และพลังโลหิตรวมตัวเข้าหากันบนคมกระบี่ จนมิติรอบข้างเริ่มสั่นไหว

“แกไม่มีวันชนะข้าได้!”

เย่อ้าวเทียนยกกระบี่ขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนเริ่มรวบรวมพลังสำหรับการโจมตีครั้งสุดท้าย

“เตรียมรับท่าไม้ตายของข้าเสีย!”

ยูรันไม่ได้ขยับ เขาเพียงยกนิ้วขึ้นชี้เหนือศีรษะของอีกฝ่าย

“ศิษย์พี่”

เย่อ้าวเทียนชะงักไปเล็กน้อย

“อะไร?!”

ยูรันยกมุมปากขึ้น

“ท่านไม่คิดว่าบรรยากาศตอนนี้มันดูคุ้น ๆ บ้างหรือ?”

เสียงของเย่อ้าวเทียนหายไปทันที

เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากด้านบน จึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นไปมอง

เมฆดำมหาศาลหมุนวนอยู่เหนือสนาม ประกายสายฟ้านับไม่ถ้วนแล่นผ่านก้อนเมฆจนท้องฟ้าสว่างวาบเป็นระยะ

ภาพความทรงจำครั้งก่อนพลันปรากฏขึ้นภายในหัว

เมฆดำแบบเดียวกัน

สายฟ้าแบบเดียวกัน

แรงกดดันซึ่งทำให้วิญญาณสั่นสะท้านแบบเดียวกัน

สีหน้าของเย่อ้าวเทียนซีดลงอย่างรวดเร็ว

“มะ...ไม่มีทาง...”

ยูรันพยักหน้าให้เขาอย่างเป็นมิตร

“ใช่แล้ว แบบที่ท่านกำลังคิดนั่นแหละ”

เย่อ้าวเทียนมองไอน้ำกับพลังอัสนีซึ่งตนปล่อยออกมาตลอดการต่อสู้ ก่อนเข้าใจทุกอย่างในที่สุด

ยูรันยิ้มกว้างขึ้น

“ครั้งก่อนเกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่คราวนี้ข้าตั้งใจทำให้ท่านโดยเฉพาะเลยนะ”