ตอนที่ 312 เอาไปช่วยได้แล้ว เขายังไม่ตาย
ยูรันมองกลิ่นอายระดับแปลงเทพซึ่งแผ่ออกจากร่างเย่อ้าวเทียน ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“ไหน ๆ ตบะของท่านก็เพิ่มขึ้นถึงขนาดนั้นแล้ว คงต้านทานได้อย่างสบายสินะ”
เขาลดมือลงข้างลำตัว
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
ประกายสายฟ้าสีขาวรวมตัวขึ้นบนฝ่ามือ ก่อนขยายปกคลุมไปทั่วแขนอย่างรวดเร็ว
จี๊ด! จี๊ด! จี๊ด!
เสียงแหลมคมจำนวนนับไม่ถ้วนดังขึ้นพร้อมกัน ราวกับมีนกนับพันตัวกำลังส่งเสียงร้องอยู่กลางสนามประลอง
หนานอวี้ลุกพรวดขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“มาแล้วววววววววววววววว!”
นางชี้ไปทางยูรัน ก่อนตะโกนสุดเสียง
“พันปักษาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!”
โม่ชิงเฟิงหันมาถามด้วยความสงสัย
“พันปักษา?”
“ใช่แล้ว!”
หนานอวี้พยักหน้ารัว ๆ
“เวลาสามีรวมพลังสายฟ้า เสียงของมันจะเหมือนนกนับพันตัวร้องพร้อมกัน วิชานี้จึงเรียกว่าพันปักษา!”
นางยกมือขึ้นป้องปาก ก่อนตะโกนไปทั่วสนาม
“พวกเจ้าดูเสีย! นี่แหละพันปักษาาาาาาาาาาาาา!”
เสียงฮือฮาระเบิดขึ้นรอบอัฒจันทร์
“เสียงนกมาจากสายฟ้าจริงหรือ?!”
“พลังถูกบีบอัดหนาแน่นขนาดไหนกัน?”
“ขนาดอยู่หลังม่านพลัง ข้ายังรู้สึกว่าผิวหนังกำลังชาด้านเลย!”
บนพลับพลาประธาน อ๋องหมิงซึ่งเพิ่งฟื้นคืนสติลุกขึ้นมองสนามด้วยสีหน้าตกตะลึง
“หลานรัก นั่นมันวิชาอะไร?”
เซี่ยหลานอิงจ้องประกายสายฟ้าในมือยูรันโดยไม่กะพริบ
“พันปักษา”
“พันปักษา?”
“ใช่ มันคือพันปักษา”
นางเงยหน้ามองเมฆดำขนาดมหึมาเหนือสนาม ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นตื่นเต้น
“เขากำลังเรียกกิเลนสายฟ้า”
อ๋องหมิงหันขวับ
“อะไรนะ?!”
บนอัฒจันทร์ ไป๋จิ้งเหวินมองประกายสายฟ้าซึ่งปกคลุมแขนของยูรัน ดวงตาเปล่งประกายด้วยความภาคภูมิใจ
“รันเอ๋อร์ดูเท่มาก”
ลู่เหยียนหนิงพยักหน้าอย่างเห็นด้วยทันที
“ใช่ ยิ่งสวมเครื่องแต่งกายเช่นนี้ด้วยแล้ว ยิ่งดูสง่างามมากจริง ๆ”
ลู่ชิงถานยกมือขึ้นป้องปาก แต่ไม่อาจปกปิดรอยยิ้มกว้างได้เลย
“ท่านพี่ของข้าเท่ที่สุดอยู่แล้วเจ้าค่ะ!”
“ทุกคนเงียบก่อน! อย่าพลาดตอนสำคัญ!”
หลานชิงอวี้กำมือแน่น ดวงตาจับจ้องเมฆดำเหนือสนามอย่างตื่นเต้น
“คราวก่อนข้ายังมองไม่ทันเลยเจ้าค่ะ รอบนี้ต้องดูให้ชัด ๆ!”
เซี่ยเยว่หลีปรายตามองหญิงสาวรอบข้างซึ่งกำลังจ้องยูรันตาเป็นประกาย ก่อนแค่นเสียงเบา ๆ
“ดูวิชาก็ดูไป เหตุใดต้องจ้องสามีของพวกเราเสียขนาดนั้นด้วย?”
โม่ชิงเฟิงคลี่พัดขึ้น ก่อนกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“ช่วยไม่ได้ สามีของพี่สาวโดดเด่นเกินไปจริง ๆ”
ไป๋หลิงเหลือบมองนาง
“สามีของพวกเราต่างหาก”
“อืม ๆ เหมือนกันนั่นแหละ”
ขณะที่หญิงสาวบนอัฒจันทร์ยังคงถกเถียงกัน เสียงพันปักษากลับยิ่งแหลมคมขึ้นทุกขณะ
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
เหนือศีรษะของยูรัน เมฆดำทั้งหมดเริ่มหมุนวนเข้าหากัน ประกายอัสนีขนาดมหึมาวิ่งพล่านอยู่ภายใน ราวกับมีบางสิ่งกำลังจะฉีกกระชากท้องฟ้าแล้วถือกำเนิดลงมา!
ยูรันเงยหน้ามองเมฆอัสนีเหนือสนาม ก่อนตะโกนลงไปหาเย่อ้าวเทียน
“น่าเสียดายนะศิษย์พี่!”
เย่อ้าวเทียนชะงักไปเล็กน้อย
“รอบนี้ไม่ใช่กิเลนสายฟ้า แต่เป็น...”
ยูรันยกมือซึ่งอัดแน่นไปด้วยพันปักษาขึ้นสู่ท้องฟ้า
เปรี๊ยะ!
สายฟ้าบนฝ่ามือเชื่อมต่อเข้ากับเมฆดำในพริบตา ประจุอัสนีมหาศาลซึ่งสะสมเอาไว้ตั้งแต่ต้นพลันถูกชักนำให้ไหลมารวมกัน!
ครืนนนนนนนน!
เมฆดำทั่วทั้งท้องฟ้าหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง สายฟ้านับหมื่นเส้นพุ่งเข้าหาศูนย์กลาง ก่อนบิดตัวและแปรเปลี่ยนรูปร่างอย่างรวดเร็ว
เขาสองข้างปรากฏขึ้นก่อน ตามมาด้วยเศียรขนาดมหึมา เกล็ดทุกชิ้นก่อกำเนิดจากสายฟ้า กรงเล็บทั้งสี่ฉีกกระชากเมฆดำออกจากกัน ขณะที่ลำตัวยาวเหยียดขดวนจนบดบังท้องฟ้าเหนือสนามประลองแทบทั้งหมด
โฮกกกกกกกกกกกกกกก!
มังกรอัสนีขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเหนือผืนฟ้า!
เพียงเสียงคำรามของมัน ม่านพลังรอบสนามก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง อัสนีที่เล็ดลอดออกมาแต่ละเส้นทำให้พื้นลานแตกร้าว ผู้ชมทั่วทั้งสนามต่างเงยหน้าขึ้นมองจนคอแข็ง ใบหน้าซีดขาวราวกับกำลังเผชิญทัณฑ์สวรรค์ของจริง
อ๋องหมิงอ้าปากค้าง
“นะ...นี่เรียกกิเลนสายฟ้าตรงไหน?!”
เซี่ยหลานอิงเองก็ตกตะลึงไม่ต่างกัน
“เขาเปลี่ยนมัน...”
กลางท้องฟ้า ยูรันมองลงไปยังเย่อ้าวเทียน ก่อนกล่าวคำสุดท้ายด้วยรอยยิ้ม
“มังกร”
ทันทีที่มังกรอัสนีเผยร่างออกมา ความเงียบพลันปกคลุมทั่วทั้งสนามอยู่ชั่วขณะ
ก่อนที่ทุกอย่างจะระเบิดออกพร้อมกัน!
“มังกรสายฟ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!”
“ใหญ่เกินไปแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!”
“นี่มันวิชาของผู้บำเพ็ญระดับแก่นทองคำจริงหรือ?!”
“บ้าไปแล้ว! มังกรนั่นใหญ่กว่าสนามประลองเสียอีก!”
ผู้ชมแถวหน้าต่างลุกพรวดขึ้นถอยหนี บางคนสะดุดเก้าอี้ล้มระเนระนาด ขณะที่ผู้มีตบะต่ำกว่าถึงกับทรุดตัวลงกับพื้นเพราะแรงกดดันจากมังกรอัสนีบนท้องฟ้า
กรรมการเงยหน้ามองร่างมหึมาซึ่งบดบังท้องฟ้า ใบหน้าซีดเผือดในพริบตา
“ผู้อาวุโสทุกท่าน! เสริมม่านพลังเดี๋ยวนี้!”
“เร็วเข้า!”
“กางค่ายกลป้องกันชั้นที่สอง!”
“ชั้นที่สองไม่พอ กางทั้งหมดเลย!”
ผู้อาวุโสจากทุกสำนักทะยานขึ้นพร้อมกัน พลังหลากสีกว่าสิบสายถูกส่งเข้าไปเสริมม่านป้องกันจนมันหนาขึ้นหลายชั้น ทว่าทุกครั้งที่มังกรอัสนีขยับตัว ม่านพลังทั้งหมดก็ยังคงสั่นไหวอย่างน่าหวาดเสียว
ครืนนนนนนน!
เสียงฟ้าร้องดังสนั่นจนแทบกลบเสียงกรีดร้องของผู้ชม
บนอัฒจันทร์รับรองของสำนักเมฆาจันทร์ ทุกคนต่างเงยหน้ามองมังกรสายฟ้าโดยไม่กะพริบตา
หนานอวี้อ้าปากค้าง
“เดี๋ยวก่อน! เหตุใดรอบนี้ถึงใหญ่กว่ากิเลนตัวนั้นหลายเท่าเลยเล่า?!”
ไป๋หลิงสูดลมหายใจเข้าลึก
“เพราะรอบนี้สามีเตรียมการมาตั้งแต่เริ่มประลอง...”
หลานชิงอวี้ชี้ขึ้นไปบนฟ้าด้วยมือสั่น ๆ
“นั่นเรียกว่าเตรียมการหรือเจ้าคะ? ข้าว่าเขากำลังเตรียมทำลายสนามมากกว่า!”
โม่ชิงเฟิงพัดในมือร่วงลงพื้นโดยไม่รู้ตัว
“สามี...พี่สาวเพิ่งเข้าใจวันนี้เองว่า คำว่าเล่นของเจ้ากับคนทั่วไปไม่เหมือนกันเลยจริง ๆ”
มู่เสวี่ยหนิงจ้องมังกรอัสนีซึ่งขดตัวเต็มท้องฟ้า ก่อนพึมพำออกมา
“ท่านพี่แกร่งขนาดนี้...”
เซี่ยเยว่หลีกลืนน้ำลาย
“ทั้งน่ากลัวและงดงาม”
กลางสนาม เย่อ้าวเทียนเงยหน้ามองมังกรอัสนีซึ่งกำลังจ้องลงมายังตนเอง เขากัดฟันกรอดจนเส้นเลือดทั่วทั้งใบหน้าปูดโปน
ยูรันกลับยืนอยู่กลางอากาศอย่างสงบนิ่ง ราวกับสิ่งที่บดบังท้องฟ้าอยู่นั้นเป็นเพียงวิชาธรรมดาทั่วไป
“วิชานี้เรียบง่ายมาก ศิษย์พี่”
เขายกมือขึ้น ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“คาถาสายฟ้า มังกรอัสนี”
สิ้นคำ ยูรันวาดมือลงมายังสนามประลอง!
โฮกกกกกกกกกกกกก!
มังกรอัสนีบนท้องฟ้าพลันคำรามสนั่น ก่อนพุ่งลงมาจากหมู่เมฆ ระหว่างที่มันลดระดับลงมา ร่างอันใหญ่โตคับฟ้ากลับเริ่มหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว
ทว่าพลังของมันไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย!
สายฟ้าทั่วทั้งร่างถูกบีบอัดเข้าหากันจนเกล็ดทุกชิ้นส่องสว่างเจิดจ้า แรงกดดันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นหลายเท่า เพียงมันเคลื่อนผ่าน อากาศเบื้องหน้าก็แตกระเบิดเป็นทางยาว!
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
เย่อ้าวเทียนจ้องมังกรอัสนีซึ่งกำลังพุ่งลงมา ก่อนคำรามออกไปสุดเสียง
“มาเลยสิวะ! คิดว่าข้ากลัวหรืออย่างไร!”
ตูม!
พลังจากกายาทั้งสามถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกัน กลิ่นอายระดับแปลงเทพขั้นต้นระเบิดขึ้นจนพื้นลานประลองใต้ฝ่าเท้าแตกกระจาย!
เปลวเพลิงเก้าสายลุกโชนขึ้นรอบกาย อัสนีบาตแทรกตัวอยู่ภายในเปลวไฟ ขณะที่กลิ่นอายโลหิตคลั่งยิ่งผลักดันพลังของเขาให้ทะยานสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
เย่อ้าวเทียนชูกระบี่ขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนรวบรวมพลังทั้งหมดไว้บนคมกระบี่!
“เคล็ดวิชา!”
เพลิงและอัสนีทั้งเก้าสายรวมตัวกัน ก่อนพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า!
“เก้าเพลิงอัสนีผ่าสวรรค์!”
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!
มังกรอัสนีปะทะเข้ากับเก้าเพลิงอัสนีเต็มกำลัง!
แสงสีขาวเจิดจ้าระเบิดออกกลางสนามจนทุกคนต้องยกแขนขึ้นปิดดวงตา ม่านพลังหลายชั้นบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง คลื่นกระแทกกวาดออกไปทั่วสนามประลองราวกับพายุทำลายล้าง!
ครืนนนนนนนนนนนน!
เมื่อแสงอัสนีค่อย ๆ จางหาย ฝุ่นควันหนาทึบก็ถูกลมพัดออกจากสนามทีละน้อย
ภาพซึ่งปรากฏทำให้ทั่วทั้งสนามเงียบกริบ
ลานประลองแทบไม่เหลือสภาพเดิม พื้นหินพังทลายกลายเป็นหลุมขนาดมหึมา ภายในหลุมนั้น เย่อ้าวเทียนนอนแน่นิ่งอยู่ในสภาพปางตาย เสื้อผ้าขาดวิ่นทั่วร่าง ผิวหนังเต็มไปด้วยรอยไหม้และบาดแผล เลือดไหลนองจนแทบมองไม่เห็นสภาพเดิม
ส่วนกลิ่นอายระดับแปลงเทพก่อนหน้านี้ได้สลายหายไปจนหมดสิ้น
พรึ่บ!
ยูรันร่อนลงไปยืนข้างร่างของเย่อ้าวเทียน ก่อนย่อตัวตรวจดูลมหายใจอย่างไม่รีบร้อน
“อืม ดูเหมือนจะยังไม่ตาย”
กรรมการซึ่งกำลังจะรีบเข้ามาช่วยถึงกับชะงัก
ยูรันพยักหน้าอย่างสบายใจ
[เอาละ รีบเก็บเกี่ยวสายเลือดดีกว่า]
[ของดีถึงสามกายามาส่งให้ถึงที่ จะปล่อยทิ้งไว้ก็น่าเสียดายเกินไป]
[ขอสักสิบหยดแล้วกัน]
เขายื่นนิ้วออกไปแตะกลางอกของเย่อ้าวเทียนอย่างแนบเนียน พลังเส้นบางแทรกซึมเข้าสู่ร่างอีกฝ่าย ก่อนดึงเลือดต้นกำเนิดออกมาทีละหยด
หนึ่งหยด
สองหยด
สามหยด...
จนกระทั่งครบสิบหยด
เลือดต้นกำเนิดทั้งสิบหยดลอยรวมอยู่เหนือปลายนิ้ว ก่อนถูกยูรันเก็บเข้าไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น
ยูรันลุกขึ้นปัดมือ ก่อนหันไปหากรรมการ
“เอาไปช่วยได้แล้ว เขายังไม่ตาย”
กรรมการมองเย่อ้าวเทียนซึ่งเหลือลมหายใจเพียงรวยริน แล้วหันกลับมามองยูรันซึ่งเสื้อผ้ายังแทบไม่มีแม้แต่ฝุ่นเกาะ
นี่เรียกว่าการประลองระดับแก่นทองคำจริงหรือ?