คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 317 ขอแบบจัดเต็ม7,628 ตัวอักษร

ตอนที่ 317 ขอแบบจัดเต็ม

สถานที่พักฟื้นสำหรับผู้เข้าแข่งขันตั้งอยู่ไม่ไกลจากสนามประลอง ภายในเต็มไปด้วยห้องรักษาซึ่งมีค่ายกลแยกออกจากกันอย่างเป็นระเบียบ

ยูรันเดินนำเฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิงไปตามทางเดิน พลางกวาดสายตามองป้ายชื่อหน้าห้องทีละบาน

“อืม อยู่ที่ใดกันนะ...”

เขาเดินต่อไปอีกครู่หนึ่ง ก่อนหยุดลงหน้าห้องแห่งหนึ่ง

“โอ้ ๆ เจอแล้ว”

เมื่อเปิดประตูเข้าไป ยูรันก็พบเย่อ้าวเทียนกำลังนั่งพิงหัวเตียงอยู่ บาดแผลส่วนใหญ่บนร่างสมานตัวไปแล้ว แม้ใบหน้าจะยังซีดเซียว แต่เมื่อเทียบกับสภาพปางตายก่อนหน้านี้ นับว่าฟื้นตัวได้รวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ

ยูรันมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“หายดีแล้วนี่ ฟื้นตัวเร็วเหมือนกันนะ”

ทันทีที่ได้ยินเสียงคุ้นเคย เย่อ้าวเทียนก็หันขวับมามอง เส้นเลือดบนหน้าผากปูดขึ้นในพริบตา

ยูรันยกมือทักทายด้วยรอยยิ้ม

“ไง ศิษย์พี่เย่”

เขาเดินเข้าไปหยุดข้างเตียง

“วันนี้ข้าสนุกมาก เห็นท่านฟื้นตัวเร็วเช่นนี้ ข้าก็ดีใจนัก”

ยูรันถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ข้าหลงคิดว่าท่านจะต้องนอนยาวเป็นอาทิตย์เสียอีก”

เย่อ้าวเทียนมองยูรันด้วยสายตาระแวดระวัง

“เจ้ามาทำอะไร?”

ยูรันกวาดตามองร่างของเขาอีกครั้ง ก่อนพยักหน้า

“อืม ดูท่าจะแข็งแรงดี บาดแผลก็แทบไม่เหลือแล้ว”

เขาเบี่ยงตัวออกเล็กน้อย เผยให้เห็นเฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิงซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง

“พอดีข้ามาส่งของให้ท่าน”

เฟิงซูหลานหันขวับ

“ใครเป็นของกัน?!”

ยูรันไม่ได้สนใจนาง เพียงผายมือแนะนำทั้งสองตามลำดับ

“นางชื่อเฟิงซูหลาน ส่วนนั่นเหอหว่านชิง”

“สาวงามถึงสองคนเลยนะ”

เขาหันกลับไปหาเย่อ้าวเทียน ก่อนยิ้มอย่างเป็นมิตร

“พวกนางเสนอตัวให้ท่านโดยเฉพาะ สนใจหรือไม่?”

เย่อ้าวเทียนขมวดคิ้วแน่น สายตากวาดมองยูรันอย่างระแวดระวัง

[ไอ้สารเลวนี่ต้องมีแผนบางอย่างแน่]

[มันไม่มีทางนำเรื่องดีมามอบให้ข้าด้วยตนเองเด็ดขาด]

ทว่าสายตาของเขากลับเคลื่อนไปยังเฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิงโดยไม่รู้ตัว

คนหนึ่งร้อนแรงและเปี่ยมด้วยเสน่ห์ อีกคนสงบนิ่งเย็นชา ทั้งสองล้วนเป็นหญิงงามซึ่งหาได้ยากยิ่ง

[แต่ว่า...สาวงามถึงสองคน]

ความระแวงบนใบหน้าของเย่อ้าวเทียนเริ่มสั่นคลอนอย่างเห็นได้ชัด

เฟิงซูหลานสบตากับเหอหว่านชิง ก่อนทั้งสองจะพยักหน้าให้กันอย่างลับ ๆ

ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว พวกนางย่อมไม่มีทางยอมแพ้พนันง่าย ๆ

เฟิงซูหลานเป็นฝ่ายเดินเข้าไปก่อน นางนั่งลงบริเวณขอบเตียง ก่อนโน้มตัวเข้าใกล้เย่อ้าวเทียนพร้อมรอยยิ้มเย้ายวน

“คุณชายเย่ พวกเราได้ยินชื่อเสียงของเจ้ามานานแล้ว”

นางใช้นิ้วม้วนเส้นผมของตนเองเล่น พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

“วันนี้เมื่อได้พบตัวจริง จึงอยากทำความรู้จักให้มากกว่านี้สักหน่อย”

เหอหว่านชิงเดินเข้าไปอีกด้าน แม้ท่าทางยังคงสงบนิ่ง แต่แววตากลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด

“หากคุณชายไม่รังเกียจ พวกเราสามารถอยู่ดูแลจนกว่าอาการบาดเจ็บของเจ้าจะหายสนิทได้”

เย่อ้าวเทียนมองหญิงงามทั้งสองซึ่งเข้ามาประชิดตัว ลมหายใจพลันติดขัดไปครู่หนึ่ง

[พวกนางเสนอตัวให้ข้าจริง ๆ หรือ?]

[คนหนึ่งร้อนแรง อีกคนเย็นชา แถมยังเป็นถึงผู้อาวุโสของสำนักเหอซาน...]

เฟิงซูหลานเห็นท่าทีของเขาเริ่มสั่นคลอน จึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิม

“ว่าอย่างไรเล่า คุณชายเย่?”

เย่อ้าวเทียนกำหมัดแน่น

[ไม่ได้!]

[ยูรันจงใจพาพวกนางมา มันต้องกำลังคิดขัดขวางแผนการของข้าแน่]

[การเตรียมการดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าจะยอมให้สาวงามสองคนทำทุกอย่างล้มเหลวไม่ได้]

[เมื่อจัดการยูรันและจับหลิงเยวี่ยได้สำเร็จ สตรีทั้งหมดของมันย่อมตกเป็นของข้า ถึงเวลานั้นข้าจะต้องการหญิงงามอีกกี่คนก็ได้!]

เย่อ้าวเทียนสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนผลักผ้าห่มออกแล้วลุกจากเตียงทันที

เขาประสานมือให้เฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิง ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“ขออภัยผู้อาวุโสทั้งสอง พอดีข้ามีธุระสำคัญ คงไม่สะดวกสนทนาด้วย”

เฟิงซูหลานแข็งค้าง

เหอหว่านชิงกะพริบตาปริบ ๆ

เย่อ้าวเทียนไม่รอให้ทั้งสองได้ตอบ เขารีบเดินผ่านพวกนางไปเปิดประตู ก่อนออกจากห้องพักฟื้นอย่างรวดเร็ว

ปัง!

ประตูปิดลงต่อหน้าทุกคน

ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบสนิท

ยูรันมองประตูซึ่งปิดลง ก่อนหันกลับมามองหญิงสาวทั้งสองช้า ๆ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากว้างขึ้นทุกขณะ

เฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิงยังคงยืนแข็งค้างอยู่ข้างเตียง ใบหน้าราวกับไม่อาจยอมรับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นได้

ยูรันหยิบศิลาบันทึกภาพขึ้นมาตรวจดู เมื่อพบว่าทุกอย่างถูกบันทึกเอาไว้อย่างครบถ้วน เขาก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

“อ่า รีบกลับดีกว่า ศิลาบันทึกภาพก็เก็บภาพเรียบร้อย”

กล่าวจบ ก่อนหันหลังเดินออกจากห้องไปทันที

ปัง

ประตูปิดลงอีกครั้ง ทิ้งให้เฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิงยืนอยู่ภายในห้องเพียงสองคน

ผ่านไปหลายอึดใจ เฟิงซูหลานจึงค่อย ๆ หันไปมองเหอหว่านชิง

“เมื่อครู่...เขาปฏิเสธพวกเราจริง ๆ หรือ?”

เหอหว่านชิงหลับตาลง ก่อนถอนหายใจยาว

“ทุกคำเหมือนที่ยูรันพูดเอาไว้ไม่มีผิด”

เฟิงซูหลานยกมือขึ้นกุมหน้าอก

ครั้งนี้ไม่มีเสียงฉึก แต่บาดแผลกลับลึกยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

เฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิงได้สติขึ้นมา ก่อนรีบวิ่งตามยูรันออกจากห้องพักฟื้น

“เดี๋ยวก่อน!”

“คืนศิลาบันทึกภาพมาก่อน!”

ทว่ายูรันกลับหายไปจากสายตาของพวกนางตั้งแต่เลี้ยวผ่านทางเดินแรกแล้ว

ภายในห้องรับรองแห่งหนึ่ง หญิงสาวทุกคนกำลังล้อมวงเล่นเกมกันอย่างเมามัน เสียงโต้เถียงดังจนแทบทะลุออกไปนอกห้อง

“ข้าบอกแล้วว่านางเป็นหมาป่า!”

“ข้าไม่ใช่!”

“โกหก! โหวตนางเลย!”

พรึ่บ!

ยูรันปรากฏตัวขึ้นกลางห้อง ก่อนยกมือห้าม

“หยุด ข้ากลับมาแล้ว”

ทุกคนหันมามองพร้อมกัน หนานอวี้รีบลุกขึ้นถามเป็นคนแรก

“เป็นอย่างไรบ้าง?”

ยูรันไม่ตอบ เพียงหยิบศิลาบันทึกภาพออกมาโยนให้นาง

“เอาไปดูเอง”

หนานอวี้รับศิลาเอาไว้ ก่อนดวงตาจะเปล่งประกาย

หญิงสาวทั้งหมดรีบละทิ้งเกม แล้วกรูกันเข้ามาล้อมนางในทันที

หนานอวี้กระตุ้นศิลาบันทึกภาพโดยไม่รอช้า

วูบ!

ม่านแสงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางห้อง ภาพภายในสถานที่พักฟื้นเริ่มฉายออกมาอย่างชัดเจน

ในจังหวะเดียวกัน ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดอย่างแรง

ปัง!

เฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิงรีบวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

“พวกเจ้าอย่าดูน้า!”

แต่สายเกินไปแล้ว

ภายในภาพ เย่อ้าวเทียนลุกขึ้นจากเตียง ก่อนประสานมือให้หญิงสาวทั้งสอง

“ขออภัยผู้อาวุโสทั้งสอง พอดีข้ามีธุระ คงไม่สะดวกคุย”

จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องไปทันที

ปัง!

ภาพหยุดลงตรงประตูซึ่งปิดใส่หน้าหญิงสาวทั้งสองพอดี

“……”

ภายในห้องรับรองเงียบสนิท

ทุกคนค่อย ๆ หันไปมองเฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิงพร้อมกัน

หนานอวี้กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนหันไปหายูรัน

“เหมือนที่สามีพูดไว้ทุกคำจริง ๆ ด้วย”

ยูรันพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ

“ข้าบอกแล้ว”

ลู่ชิงถานยกมือขึ้นป้องปาก

“ตายจริง แม้แต่เย่อ้าวเทียนก็ยังไม่เอาพวกป้าจริง ๆ ด้วยเจ้าค่ะ”

ฉึก! ฉึก!

เฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิงยืนแข็งค้าง

หลิงเยวี่ยพยายามเม้มริมฝีปากเอาไว้ แต่สุดท้ายกลับทนไม่ไหว

“คิก...”

เสียงหัวเราะเพียงเสียงเดียวราวกับทำลายเขื่อน

“ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!”

ทั้งห้องระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน

เฟิงซูหลานยกมือขึ้นปิดหน้า ก่อนตะโกนอย่างสิ้นหวัง

“บอกว่าอย่าดูอย่างไรเล่าาาาาาาาาา!”

ยูรันยกมือขึ้นห้ามเสียงหัวเราะภายในห้อง

“เอาละ ๆ พอแล้ว แยกย้ายกันพักผ่อนก่อน”

เขาเหลือบมองกระจกเทพสัจธรรมซึ่งยังคงจำลองกระดานเกมเอาไว้

“ส่วนเกมนี้ก็พอแค่นี้ เล่นบ่อยเกินไปเดี๋ยวจะเบื่อ”

หญิงสาวหลายคนชะงักพร้อมกัน

หนานอวี้รีบกอดกระจกเอาไว้

“ยังไม่เบื่อเสียหน่อย!”

โม่ชิงเฟิงพยักหน้ารัว ๆ

“ใช่แล้ว พี่สาวเพิ่งเริ่มจับทางโกหกได้เองนะ”

ยูรันหรี่ตามองทั้งสอง

“ดูเหมือนจะมีบางคนติดเกมแล้วด้วย”

หนานอวี้กับโม่ชิงเฟิงหลบสายตาไปคนละทางทันที

“เกมนี้ช่วยฝึกการสังเกต การวางแผน และพัฒนาสมองได้ก็จริง แต่ไม่ได้ช่วยเพิ่มวิชาต่อสู้ให้พวกเจ้า”

ยูรันเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียง ก่อนดึงหมอนเข้ามากอด

“เพราะฉะนั้นคืนนี้ข้ามีเกมอื่นเตรียมเอาไว้แล้ว”

สายตาของทุกคนหันขวับมารวมอยู่ที่เขา

หลานชิงอวี้รีบถาม

“เกมอะไรหรือเจ้าคะ?”

“คืนนี้ค่อยว่ากัน”

ช่วงบ่าย การแข่งขันของขอบเขตแก่นทองคำเริ่มต้นขึ้นตามกำหนด

กรรมการก้าวขึ้นมาบนสนาม ก่อนประกาศรายชื่อผู้เข้าแข่งขันคู่แรก

“หนานอวี้ จากสำนักเมฆาจันทร์ ยอดเขาจันทรา!”

“ปะทะ หานเจ๋อ จากสำนักเหอซาน!”

เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วอัฒจันทร์ทันที หลายคนยังจดจำได้ว่าหนานอวี้คือหญิงสาวซึ่งตะโกนเรียกพันปักษาเสียงดังที่สุดเมื่อช่วงเช้า

หนานอวี้ขยับไหล่ ก่อนเตรียมก้าวลงสนาม

ยูรันเรียกนางเอาไว้

“อวี้เอ๋อร์”

“หืม?”

เขายิ้มมุมปาก

“ขอแบบจัดเต็ม”

ดวงตาของหนานอวี้เปล่งประกายขึ้นทันที

“โอ้!”

ตูม!

เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นรอบตัว นางกระโดดลงจากอัฒจันทร์พร้อมเสียงหัวเราะอย่างตื่นเต้น

ยูรันมองนางลงสู่สนาม ก่อนเดินกลับไปนั่งข้างหลิงเยวี่ยตามเดิม

จากนั้นเขาก็ยื่นมือไปกุมมือนางเอาไว้อย่างเป็นธรรมชาติ

หลิงเยวี่ยเหลือบมองมือซึ่งประสานกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับไปทางสนามโดยไม่ได้กล่าวอะไร เพียงกระชับมือของเขาเบา ๆ เท่านั้น

ไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิงซึ่งนั่งอยู่ข้างกันสบตา ก่อนอมยิ้มออกมาพร้อมกัน.