ตอนที่ 318 น้องหญิง พูดให้ไพเราะกว่านี้สักครั้งไม่ได้หรือ
หนานอวี้กระโดดลงจากอัฒจันทร์ ร่างของนางหมุนหนึ่งรอบกลางอากาศ ก่อนร่อนลงกลางสนามอย่างมั่นคง
ตุบ!
หานเจ๋อซึ่งยืนรออยู่อีกฝั่งชักกระบี่ออกจากฝัก ก่อนประสานมือให้นาง
“โปรดชี้แนะ”
หนานอวี้กลับยิ้มกว้าง
“สามีบอกให้ข้าจัดเต็ม เช่นนั้นข้าคงออมมือไม่ได้แล้วละ”
นางยกแขนทั้งสองขึ้น ก่อนกำหมัดเข้าหากัน
วูบ!
สัญลักษณ์สีทองบนหลังมือพลันเปล่งแสง ลวดลายคล้ายขนนกแผ่ขยายจากข้อมือขึ้นไปตามท่อนแขน เปลวเพลิงสีแดงฉานปะทุขึ้น ก่อนรวมตัวเป็นเกราะโลหะทีละชิ้น
แกร๊ก! แกร๊ก! แกร๊ก!
สนับมือสีดำแดงปรากฏขึ้นห่อหุ้มตั้งแต่ปลายนิ้วไปจนถึงข้อศอก แต่ละชิ้นมีรูปร่างคล้ายขนหงส์ซ้อนทับกันอย่างประณีต ขอบโลหะประดับด้วยลายสีทอง ส่วนกลางหลังมือสลักรูปหงส์ซึ่งกำลังกางปีกอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง
หนานอวี้กระแทกหมัดทั้งสองเข้าหากัน
เปรี้ยง!
วงแหวนเพลิงระเบิดออกจากร่าง เงาหงส์เพลิงขนาดมหึมากางปีกขึ้นด้านหลังนางจนบดบังพื้นที่ครึ่งสนาม!
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที
“อาวุธวิเศษ!”
“กลิ่นอายนั่นไม่ใช่อาวุธวิเศษธรรมดา!”
“สนับมือซึ่งสร้างจากอะไร เหตุใดจึงมีจิตวิญญาณของหงส์อยู่ภายใน?!”
หนานอวี้หมุนข้อมือเล็กน้อย ก่อนยกสนับมือทั้งสองขึ้น
“สนับมือหงส์เพลิงนภา”
สิ้นเสียง สัญลักษณ์หงส์บนหลังมือทั้งสองข้างพลันลืมตาขึ้น!
วูบ! วูบ!
ลำแสงสีแดงทองสองสายพุ่งออกจากผนึก ก่อนหมุนวนขึ้นสู่ท้องฟ้า เปลวเพลิงก่อตัวเป็นเสาเพลิงสองต้นตั้งตระหง่านเหนือสนาม
“ออกมา!”
หนานอวี้กางแขนออกทั้งสองข้าง
“เจ้าพวกลูกเจี๊ยบ!”
แกว๊กกกกกกกกก!
เสียงร้องสองสายดังขึ้นพร้อมกัน เสาเพลิงพลันระเบิดออก หงส์ฟ้าอัคคีสองตัวโผบินออกมาจากภายใน!
แม้ขนาดร่างของพวกมันจะใหญ่เพียงไก่โตเต็มวัย แต่ขนทุกเส้นกลับเปล่งประกายดุจทองคำหลอมเหลว เปลวเพลิงไหลออกจากปลายปีกและหางเป็นทางยาว ขณะบินวนเหนือสนาม เงาเพลิงด้านหลังกลับแปรเปลี่ยนเป็นหงส์ยักษ์สองตัวซึ่งกำลังสยายปีกคับฟ้า!
ตูม! ตูม!
กลิ่นอายระดับแก่นทองคำสองสายระเบิดออกพร้อมกัน!
ค่ายกลวัดระดับพลังบนสนามสว่างวาบ ก่อนแสดงกลิ่นอายระดับแก่นทองคำถึงสามตำแหน่ง
กรรมการเงยหน้ามองหงส์ฟ้าทั้งสอง ก่อนอ้าปากค้าง
“สัตว์วิเศษระดับแก่นทองคำ...สองตัว?!”
ผู้ชมทั่วทั้งสนามลุกพรวดขึ้น
“หงส์ฟ้าอัคคี!”
“นั่นคือหงส์ฟ้าในตำนานจริง ๆ!”
“พวกมันถูกเก็บเอาไว้ภายในอาวุธของนางหรือ?!”
“สำนักเมฆาจันทร์ไปเอาของเช่นนี้มาจากที่ใดกัน!”
หงส์ฟ้าทั้งสองบินวนหนึ่งรอบ ก่อนร่อนลงมายืนขนาบข้างหนานอวี้ เปลวเพลิงจากปีกของพวกมันเชื่อมต่อเข้ากับสนับมือ จนลวดลายหงส์สีทองบนอาวุธลุกสว่างขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
หนานอวี้ก้าวเท้าข้างหนึ่งไปด้านหน้า ก่อนยกหมัดขึ้นตั้งท่า
เงาหงส์เพลิงสามตัวกางปีกซ้อนทับกันอยู่เบื้องหลังนาง
“หนานอวี้ แห่งยอดเขาจันทรา”
ริมฝีปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มมั่นใจ
“พร้อมแล้ว”
ยูรันหันไปมองหลิงเยวี่ย
“เป็นอย่างไรบ้าง?”
หลิงเยวี่ยมองหนานอวี้ซึ่งยืนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงกับหงส์ฟ้าทั้งสอง ก่อนเหลือบกลับมามองยูรัน
“ไม่เลว”
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“แต่ยังเทียบเจ้าไม่ได้หรอก”
ผลการประลองเป็นไปตามที่ยูรันคาดเอาไว้ทุกอย่าง
แม้หนานอวี้จะอยู่เพียงขอบเขตก่อแกนเอกภพขั้นต้น แต่ด้วยวิถีเส้นทางดารา นางสามารถสำแดงพลังออกมาได้ถึงระดับวิญญาณทารก
ต่อให้มีผู้บำเพ็ญขอบเขตแก่นทองคำสองคนเข้ามาพร้อมกันก็ยังยากจะรับมือนางได้
ยิ่งรวมกับสนับมือหงส์เพลิงนภาซึ่งไม่มีผู้ใดมองระดับออก และหงส์ฟ้าอัคคีขอบเขตแก่นทองคำอีกสองตัว ผลการประลองจึงแทบถูกตัดสินตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
ตูม!
หานเจ๋อถูกคลื่นเพลิงกวาดออกจากสนามโดยยังไม่ทันได้เข้าใกล้ตัวหนานอวี้ ส่วนหงส์ฟ้าทั้งสองเพียงบินวนอยู่ด้านบน ยังไม่ได้ลงมืออย่างจริงจังด้วยซ้ำ
กรรมการมองสภาพของผู้เข้าแข่งขันซึ่งนอนอยู่นอกสนาม ก่อนยกมือประกาศ
“ผู้ชนะ หนานอวี้แห่งสำนักเมฆาจันทร์!”
เสียงโห่ร้องดังสนั่นไปทั่วอัฒจันทร์
หนานอวี้เท้าเอว ก่อนหัวเราะอย่างภาคภูมิใจ
“ฮ่า ๆๆ! เห็นหรือยัง เจ้าพวกลูกเจี๊ยบของข้าเก่งที่สุด!”
“แกว๊ก! แกว๊ก!”
คู่ต่อไปเป็นการประลองของไป๋หลิง
นางลุกจากที่นั่งอย่างเงียบงัน ก่อนเดินลงไปยังสนามด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง
[ต้องสง่างาม]
[ข้าจะเปิดตัวอย่างสง่างาม จะปล่อยให้หนานอวี้เด่นกว่าไม่ได้]
เมื่อมาถึงกลางสนาม ไป๋หลิงหยุดฝีเท้า ก่อนยื่นมือออกไปด้านข้างอย่างช้า ๆ
ฟู่วววววว!
ไอเย็นสีขาวไหลมารวมอยู่เหนือฝ่ามือ เกล็ดน้ำแข็งก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่า ก่อนประกอบเข้าหากันทีละชิ้นจนกลายเป็นดาบยาวงดงาม
หมับ!
ทันทีที่ไป๋หลิงจับด้ามดาบ ความหนาวเย็นก็ระเบิดออกไปทั่วทุกทิศทาง!
แกร๊ก! แกร๊ก! แกร๊ก!
พื้นสนามรอบตัวนางถูกน้ำแข็งปกคลุมในพริบตา ลวดลายเกล็ดหิมะแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ขณะที่เส้นผมและชายอาภรณ์โบกสะบัดอยู่ท่ามกลางไอเย็น
ไป๋หลิงยกดาบขึ้นตั้งตรงข้างกาย แสงสีฟ้าขาวไหลผ่านคมดาบ ก่อนก่อตัวเป็นวงแหวนเกล็ดหิมะหมุนวนอยู่ด้านหลังนาง
ทั่วทั้งสนามพลันเกิดเสียงฮือฮาขึ้นอีกครั้ง
“นั่นมันอะไรกัน?!”
“ดาบเล่มนั้นแปลกเกินไปแล้ว!”
“อาวุธวิเศษอีกแล้วหรือ?!”
“ยอดเขาจันทราไปเอาอาวุธระดับนี้มาจากที่ใดมากมายกันแน่!”
“ก่อนหน้านี้มีทั้งสนับมือ ทั้งสัตว์วิเศษ ตอนนี้ยังมีดาบเหมันต์อีก แบบนี้ผู้ใดจะเอาชนะพวกนางได้?!”
ไป๋หลิงเพียงตวัดดาบออกไปครั้งเดียว
ฉับ!
ไอเย็นกวาดผ่านสนาม คู่ต่อสู้พร้อมอาวุธในมือถูกแช่แข็งอยู่ภายในเสาน้ำแข็งทันที เหลือเพียงศีรษะโผล่ออกมาโดยไม่มีบาดแผลแม้แต่น้อย
กรรมการนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบประกาศผล
“ผู้ชนะ ไป๋หลิงแห่งสำนักเมฆาจันทร์!”
ผลการแข่งขันขอบเขตแก่นทองคำแทบถูกกำหนดเอาไว้แล้ว
ไม่ว่าหนานอวี้กับไป๋หลิงจะพบกับผู้ใดก่อนถึงรอบสุดท้าย ก็ไม่มีผู้เข้าแข่งขันคนไหนสามารถหยุดพวกนางได้เลยแม้แต่น้อย.
ตัดภาพมายังช่วงกลางคืน
ภายในห้องพักขนาดใหญ่ ทุกคนนั่งล้อมวงกันอย่างพร้อมหน้า ส่วนยูรันกำลังจัดวางกระจกเทพสัจธรรมเอาไว้กลางห้อง
เมื่อทุกอย่างพร้อม เขาก็กวาดตามองหญิงสาวทั้งหมด
“เอาละ มีใครจะเล่นบ้าง?”
หนานอวี้ยกมือขึ้นเป็นคนแรก
“ข้า!”
โม่ชิงเฟิงยกมือตามทันที
“พี่สาวเล่นด้วย!”
ยูรันยังไม่ตอบ เพียงกล่าวเตือนเอาไว้ก่อน
“เกมคืนนี้จะเป็นสงคราม ใช้เวลาเล่นนานมาก”
เขาเคาะกระจกเทพสัจธรรมเบา ๆ
“คนที่ชื่นชอบการวางแผนอาจเล่นต่อได้นาน แต่คนที่ไม่ชอบ...”
ยูรันเว้นไปเล็กน้อย ก่อนยักไหล่
“เอ่อ อาจหลับกลางทาง”
หลัวจินหยางเลิกคิ้ว
“เล่นเกมแล้วหลับได้ด้วยหรือ?”
“ได้สิ หากต้องนั่งวางแผนหลายชั่วยาม แต่ดันไม่เข้าใจกฎอะไรเลย สุดท้ายก็นั่งมองคนอื่นตีกันจนหลับ”
หลานชิงอวี้รีบยกมือ
“ข้าจะลองเล่นเจ้าค่ะ!”
มู่หรงฉินมองกระจกเทพสัจธรรมอย่างสนใจ
“ข้าเพิ่งได้เล่นเกมแรกไปเอง เกมนี้แตกต่างกันมากหรือ?”
เพื่อไม่ให้เสียเวลา ยูรันจึงอธิบายกฎคร่าว ๆ ให้ทุกคนฟัง
โลกกระจกจะแบ่งผู้เล่นออกเป็นห้ามหาอำนาจ ฝ่ายผู้มาเยือนนอกฟ้า และหอข่าวหมื่นลี้ แต่ละคนจะได้รับบทบาท หน้าที่ ทรัพยากร และเป้าหมายลับแตกต่างกัน
ภายในเกม ทุกคนต้องบริหารเมือง สร้างกองทัพ วิจัยเทคโนโลยี เจรจาทำสัญญา ส่งหน่วยสอดแนม และรับมือกับเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งโลก
ยูรันเคาะกระจกเทพสัจธรรมเบา ๆ
“แต่หากพวกเจ้าคิดแผนอะไรซึ่งไม่มีอยู่ในกฎ ก็ยื่นให้โลกกระจกประเมินได้ ขอเพียงมีทรัพยากรเพียงพอและไม่ปัญญาอ่อนจนเกินไป มันก็ทำได้แทบทุกอย่าง”
“เกมมีทั้งหมดแปดรอบ หนึ่งรอบเท่ากับหนึ่งปีภายในโลกกระจก”
“หากตัวละครตายก็ไม่ต้องกลัว รอบถัดไปจะกลับมาในฐานะผู้สืบทอด แต่ฝ่ายของพวกเจ้าจะเสียบารมีกับทรัพยากรบางส่วน”
หลานชิงอวี้รีบถาม
“แล้วต้องทำอย่างไรถึงจะชนะเจ้าคะ?”
“ทำเป้าหมายของฝ่าย เป้าหมายส่วนตัว แล้วก็พยายามอย่าปล่อยให้โลกพัง”
ยูรันยักไหล่
“บางคนอาจชนะทั้งที่โลกถูกทำลาย บางฝ่ายอาจช่วยโลกสำเร็จแต่ตัวเองแพ้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสิ่งที่พวกเจ้าทำ”
คำอธิบายเพียงเท่านั้นก็ทำให้ดวงตาของหลายคนเปล่งประกาย
หนานอวี้ยกมือขึ้นทันที
“ข้าเล่น!”
ไป๋หลิงพยักหน้า
“ข้าด้วย”
จากนั้นหญิงสาวคนอื่น ๆ ก็ทยอยตอบรับ ไม่มีผู้ใดยอมถอนตัวแม้แต่คนเดียว
ยูรันกวาดตามองจำนวนผู้เล่น ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่เฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิง
“เดี๋ยวก่อน”
เขาหรี่ตามองทั้งสอง
“ป้าก็จะเล่นด้วยหรือ?”
เฟิงซูหลานกำลังจะตอบ แต่ยูรันกลับชะงักไปก่อน
“ไม่สิ ป้าสองคนมาอยู่ที่นี่ทำไม? เหตุใดถึงยังไม่กลับสำนักตัวเองอีก?”
เฟิงซูหลานยกมือขึ้นกุมหน้าอก
“น้องชาย เหตุใดเจ้าจึงเพิ่งนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้!”
เหอหว่านชิงตอบแทนด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“พวกเราตั้งใจจะกลับ แต่เห็นว่ามีเกมน่าสนใจจึงเปลี่ยนใจ”
ลู่ชิงถานเหลือบมองทั้งสอง
“สรุปคือหน้าหน้าพอจะอยู่ต่อสินะเจ้าคะ”
“น้องหญิง พูดให้ไพเราะกว่านี้สักครั้งไม่ได้หรือ?!”
“ไม่ได้เจ้าค่ะ”