คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 3247,822 ตัวอักษร

ตอนที่ 324

ยูรันโบกมืออย่างไม่คิดจะอธิบายต่อ

“เสียเวลา เริ่มเถอะ”

แล้วส่งหยดโลหิตนั้นไปให้หนานอวี้

หนานอวี้พยักหน้า ก่อนรับโลหิตกายาอัคคีมาอย่างระมัดระวัง

นางเปิดภาพดาราจักรของตนขึ้นอีกครั้ง แล้วเลื่อนไปยังครรภ์แห่งดวงดาว จากนั้นจึงนั่งขัดสมาธิและเริ่มหลอมรวมโลหิตทันที

โลหิตกายาอัคคีค่อย ๆ ซึมเข้าสู่ร่างกายของนาง เปลวเพลิงสีแดงบริสุทธิ์ไหลเวียนไปตามเส้นพลัง ก่อนถูกชักนำเข้าสู่ครรภ์แห่งดวงดาว

ครืน...

ครรภ์แห่งดวงดาวซึ่งเดิมว่างเปล่าเริ่มสั่นไหว พลังอัคคีบริสุทธิ์รวมตัวกันอยู่ภายในอย่างช้า ๆ ก่อนก่อรูปเป็นเค้าโครงของตัวอ่อนขนาดเล็กจิ๋ว

แม้รูปร่างจะยังไม่สมบูรณ์และเพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาเพียงเล็กน้อย แต่กลิ่นอายแห่งชีวิตก็ปรากฏขึ้นภายในครรภ์แห่งดวงดาวอย่างชัดเจนแล้ว

ยูรันตรวจดูตัวอ่อนภายในครรภ์แห่งดวงดาว เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นจึงประสานมุทราอีกครั้ง

“ต่อไป...พิธีกรรมเปลวเพลิงแห่งภูมิปัญญา เปิด!”

พรึ่บ!

ภาพมายาขนาดมหึมาพลันแผ่ขยายออกไปทั่วพื้นที่โล่ง ต้นไม้โบราณสูงตระหง่านปรากฏขึ้นกลางอากาศ ลำต้นของมันใหญ่โตจนบดบังท้องฟ้า กิ่งก้านแผ่ขยายออกไปไกลสุดสายตา ราวกับรองรับโลกทั้งใบเอาไว้

ใต้รากไม้ซึ่งชอนไชอยู่เหนือพื้นดิน เปลวเพลิงแห่งภูมิปัญญากำลังลุกโชนอย่างเงียบงัน

เปลวไฟนั้นไม่ได้แผ่ความร้อนออกมาแม้แต่น้อย ทว่าเพียงจ้องมอง ทุกคนกลับรู้สึกราวกับความร้อนกำลังซึมผ่านร่างกาย เข้าไปแผดเผาสติและจิตวิญญาณจากภายใน

ผู้ที่ไม่เคยเห็นพิธีกรรมมาก่อนต่างถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว ความหวาดหวั่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างปิดไม่มิด

เฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิงซึ่งเพิ่งผ่านภาพของพิธีกรรมเหมันต์มาได้ไม่นานยิ่งหน้าซีดกว่าเดิม

อ๋องหมิงจ้องเปลวเพลิงใต้ต้นไม้ ก่อนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

ส่วนไป๋จิ้งเหวิน ลู่เหยียนหนิง ไป๋หลิง หนานอวี้ และลู่ชิงถานซึ่งเคยเห็นพิธีกรรมนี้มาแล้ว แม้สีหน้าจะยังเคร่งเครียด แต่ไม่ได้ตื่นตระหนกเท่าคนอื่น

หลิงเยวี่ยกับหลานชิงอวี้เองก็เคยสัมผัสเปลวเพลิงแห่งภูมิปัญญามาก่อน จึงเข้าใจดีว่าสิ่งซึ่งดูสงบนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้นั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด

บรรยากาศทั่วทั้งพื้นที่เงียบสนิท

ไม่มีผู้ใดกล้าละสายตาจากเปลวเพลิงใต้รากไม้แม้แต่น้อย

ยูรันยืนหันหลังให้ต้นไม้โบราณ ก่อนกล่าวออกมาเพียงคำเดียว

“เริ่ม”

ครืน!

รากไม้นับไม่ถ้วนใต้เปลวเพลิงพลันเคลื่อนไหว พวกมันเลื้อยผ่านพื้นดินราวกับสิ่งมีชีวิต ก่อนพุ่งเข้าหายูรันจากทุกทิศทาง

ฉึก!

ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก!

ปลายรากอันแหลมคมแทงทะลุผ่านร่างกายหลายตำแหน่งในพริบตา จากนั้นรากไม้ส่วนที่เหลือจึงพันรอบแขน ขา และลำตัวอย่างแน่นหนา

ครืดดดดดด!

รากทั้งหมดกระชากร่างของยูรันเข้าไปภายในพิธีกรรม ก่อนพลิกร่างของเขากลับหัวแล้วลากขึ้นไปบนต้นไม้

รากไม้เส้นหนึ่งรัดรอบลำคอ ตรึงร่างของเขาให้แขวนอยู่เหนือเปลวเพลิงแห่งภูมิปัญญา ขณะที่รากเส้นอื่นยังคงแทงและพันธนาการทุกส่วนเอาไว้ ไม่เปิดโอกาสให้เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย

ภาพตรงหน้าแทบไม่ต่างจากพิธีกรรมเหมันต์แห่งการชำระล้างก่อนหน้านี้

แต่เป็นเปลวเพลิงแห่งภูมิปัญญาที่กำลังลุกโชนอยู่ใต้รากไม้

ผู้ที่เพิ่งเห็นพิธีกรรมนี้เป็นครั้งแรกต่างยืนแข็งค้าง สีหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ไม่มีผู้ใดสามารถเปล่งเสียงออกมาได้แม้แต่คำเดียว

เวลาผ่านไปหลายอึดใจ เปลวเพลิงแห่งภูมิปัญญาใต้ต้นไม้ยิ่งลุกโชนรุนแรงขึ้นทุกขณะ

ครืน!

ท้ายที่สุด เปลวเพลิงทั้งหมดก็ปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง พวกมันโหมกระหน่ำขึ้นไปตามรากไม้ ก่อนกลืนร่างซึ่งถูกแขวนอยู่เหนือเปลวเพลิงจนมิด

ในเวลาเดียวกัน ครรภ์แห่งดวงดาวภายในดาราจักรของหนานอวี้ก็เริ่มสั่นสะเทือน

วูบ!

แรงดึงดูดมหาศาลแผ่ออกมาจากครรภ์ เปลวเพลิงแห่งภูมิปัญญาซึ่งกำลังโหมกระหน่ำถูกดูดกลืนเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานบริสุทธิ์สำหรับหล่อเลี้ยงตัวอ่อนกายาอัคคี

ตัวอ่อนเล็กจิ๋วภายในครรภ์แห่งดวงดาวเริ่มเติบโตขึ้นด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ รูปร่างซึ่งเคยเลือนรางค่อย ๆ ชัดเจน พลังอัคคีหมุนวนรอบกายราวกับกำลังสร้างเส้นชีพจร กระดูก และสายเลือดขึ้นมาทีละส่วน

ฟู่ววววววววววววววว!

ทันใดนั้น ควันสีขาวปริมาณมหาศาลก็ระเบิดออกมาปกคลุมต้นไม้ทั้งต้น ภาพของพิธีกรรมค่อย ๆ เลือนหายไปท่ามกลางม่านควันหนาทึบ

ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าก็ดังออกมาจากภายใน

ยูรันเดินทะลุม่านควันออกมาด้วยท่าทางสบาย ๆ ก่อนปัดเศษฝุ่นบนเสื้อผ้าเล็กน้อย

“เอาละ ต่อไปก็มารอดูการถือกำเนิดของกายเทพกันดีกว่า”

เขาเงยหน้ามองตัวอ่อนซึ่งกำลังเติบโตอยู่ภายในครรภ์แห่งดวงดาว ก่อนลูบคางอย่างใช้ความคิด

“จะตั้งชื่อว่าอะไรดีนะ...”

“กายเทพหงส์เพลิงดาราสวรรค์?”

หนานอวี้ซึ่งกำลังนั่งหล่อเลี้ยงครรภ์อยู่ถึงกับลืมตาขึ้นทันที ดวงตาเปล่งประกายเมื่อได้ยินชื่อนั้น

“ชื่อนี้แหละ! ข้าชอบ!”

ครรภ์แห่งดวงดาวพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนแสงสว่างเจิดจ้าจะระเบิดออกมาจากภายใน

วาบบบบบบบบบบบ!

ทุกคนรีบยกมือขึ้นปิดตา บางคนถึงกับหันหน้าหนีเพราะไม่อาจทนต่อแสงอันเจิดจ้าได้

ยูรันหรี่ตาลง ก่อนสบถออกมาอย่างหงุดหงิด

“โอ๊ย! ไอ้ห่าเอ๊ย เหตุใดเวลามีอะไรถือกำเนิดขึ้นมา มันถึงชอบเปล่งแสงจนแสบตาอยู่เรื่อย!”

ผ่านไปครู่หนึ่ง แสงสว่างจึงค่อย ๆ จางลง

ทุกคนรีบหันกลับไปมองภาพภายในครรภ์แห่งดวงดาวด้วยความคาดหวัง ต่างเตรียมใจว่าจะได้เห็นหงส์เพลิง กายาอัคคีอันยิ่งใหญ่ หรือปรากฏการณ์สะเทือนฟ้าสะเทือนดินบางอย่าง

ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับเป็นเพียงทารกน้อยคนหนึ่ง

ทารกกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนเงยหน้ามองคนทั้งหมด

“แบะ?”

ยูรันเอียงคอตามโดยไม่รู้ตัว

“แบะ?”

ยูรันหันไปมองหนานอวี้

“อวี้เอ๋อร์ ฟังมันรู้เรื่องหรือไม่?”

หนานอวี้กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนหลับตาลง พยายามเชื่อมต่อกับครรภ์แห่งดวงดาวของตนเองอยู่ครู่หนึ่ง

“ข้าสัมผัสความรู้สึกของมันได้นะ แต่ฟังไม่รู้เรื่องเลย”

ทารกน้อยหันมามองนาง ก่อนอ้าปากอีกครั้ง

“แบะ?”

หนานอวี้หันกลับมาหายูรันด้วยสีหน้าว่างเปล่า

“มัน...กำลังเลียนเสียงแพะอยู่หรือเปล่า?”

ยูรันมองทารกสลับกับหนานอวี้

“ข้าสร้างกายเทพหงส์เพลิง ไม่ได้สร้างกายาแพะเพลิงเสียหน่อย”

ยูรันกวักมือเรียกทารกน้อย

“ไหน มานี่สิ”

ทารกมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนใบหน้าจะเผยรอยยิ้มกว้าง มันหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี แล้วลอยออกมาจากครรภ์แห่งดวงดาวตรงเข้าสู่อ้อมแขนของเขาทันที

“แบะ!”

ยูรันรับร่างเล็กเอาไว้ ก่อนตรวจดูอย่างรวดเร็ว

“โอ้ เป็นเด็กผู้หญิง แสดงว่าเพศของกายเทพจะเหมือนกับเจ้าของร่างสินะ”

หนานอวี้รีบขยับเข้ามามองด้วยดวงตาเป็นประกาย ขณะที่คนอื่นต่างกรูกันเข้ามาล้อมรอบด้วยความสนใจ

ยูรันยกทารกขึ้นเล็กน้อย

“แล้วชื่อกายเทพของเจ้าคืออะไร?”

ทารกเอียงคอ

“แบะ?”

“ไม่ชอบชื่อกายเทพหงส์เพลิงดาราสวรรค์หรือ?”

“แบะ”

ยูรันพยักหน้าราวกับเข้าใจทุกอย่าง

“ไม่ชอบเพราะชื่อเหมือนหงส์ ทั้งที่ตัวเองมีรูปร่างเป็นมนุษย์สินะ?”

ทารกกะพริบตาปริบ ๆ มองเขาอย่างไร้เดียงสา ส่วนผู้คนรอบข้างต่างหันมามองยูรันด้วยสีหน้าสงสัยเหมือนกันหมด

ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาฟังคำว่า “แบะ” เพียงคำเดียวแล้วตีความออกมาได้ยาวถึงเพียงนั้นได้อย่างไร

ยูรันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหันมองหนานอวี้

“แต่ว่าอวี้เอ๋อร์มีสายเลือดฟีนิกซ์อยู่ด้วยนะ หากใช้ชื่อนี้เพียงอย่างเดียวก็ดูไม่ค่อยสอดคล้องกันเท่าไร”

ทารกน้อยมองเขา ก่อนตอบอย่างฉะฉาน

“แบะ”

ดวงตาของยูรันเป็นประกายขึ้นทันที

“โอ้ เช่นนั้นเปลี่ยนเป็นชื่อ ‘กายเทพเพลิงหงส์ปฐมกำเนิดดาราสวรรค์’”

หนานอวี้อ้าปากค้างเล็กน้อย

“ยาวขึ้นกว่าเดิมอีกนะสามี”

“ยาวหน่อยถึงจะฟังดูแข็งแกร่ง”

ทารกน้อยชูมือทั้งสองข้างขึ้นอย่างชอบใจ

“แบะ!”

ยูรันพยักหน้าอย่างจริงจัง

“นางบอกว่าชื่อนี้แหละ เท่มาก”

ไป๋หลิงอดกล่าวขึ้นมาไม่ได้

“ข้าว่านางเพียงพูดได้อยู่คำเดียวมากกว่า”

ทารกหันไปทางไป๋หลิง ก่อนทำแก้มป่อง

“แบะ!”

ยูรันหันไปอธิบายทันที

“นางบอกว่าอย่าได้ลบหลู่ชื่อกายเทพของนาง”

“เจ้าแปลไปถึงเพียงนั้นได้อย่างไรกัน?”

ยูรันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า

“อืม ชื่อเมื่อครู่ฟังดูแปลก ๆ”

เขายกทารกขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง

“เอาเป็น ‘กายเทพปฐมกาลหงส์เพลิงดาราสวรรค์’ แล้วกัน เป็นเทพหงส์ ทั้งยังเป็นกายเทพตนแรก...หรือเปล่านะ?”

ยูรันนิ่งคิดอยู่สองอึดใจ

“ไม่น่าใช่ ช่างเถอะ”

ทารกน้อยกะพริบตา ก่อนส่งเสียงตอบ

“แบะ”

ยูรันพยักหน้าทันที

“อืม นางบอกว่าชอบ เอาตามนี้แหละ”

ทุกคนมองเขาด้วยสีหน้าหมดคำจะพูด แต่ไม่มีผู้ใดคิดโต้แย้งอีก เพราะต่อให้ถามไปก็คงได้รับคำตอบว่า ‘แบะ’ แปลได้ทุกอย่างอยู่ดี

ยูรันหันไปทางโม่ชิงเฟิง

“อาเจ๊ ลองอุ้มดูสิ”

เขายื่นทารกน้อยไปให้นาง

ดวงตาของโม่ชิงเฟิงเป็นประกายขึ้นมาทันที นางรีบเช็ดมือกับเสื้อ ก่อนกางแขนเตรียมรับด้วยรอยยิ้มกว้าง

“มาสิเด็กน้อย ให้พี่สาวอุ้มหน่อยเร็ว”

ทารกหันไปมองใบหน้าของโม่ชิงเฟิง

ใบหน้าเล็ก ๆ ค่อย ๆ ย่นเข้าหากัน ปากเบะลงอย่างรุนแรง ก่อนทำท่าสำรอกทันที

“อุแหวะ! อุแหวะ!”

โม่ชิงเฟิงแข็งค้างอยู่ในท่ากางแขน

ทารกยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น นางยกมือขึ้นกุมลำคอ แล้วไอออกมาราวกับเพิ่งเห็นสิ่งซึ่งรับไม่ได้ที่สุดในชีวิต

“ค่อก ๆๆ! แค่ก! แค่ก!”

ทั่วทั้งบริเวณเงียบสนิท

ยูรันรีบดึงทารกกลับมากอดเอาไว้ ก่อนมองโม่ชิงเฟิงด้วยสีหน้าซับซ้อน

“อืม ดูเหมือนนางจะไม่ค่อยชอบอาเจ๊เท่าไร”

ฉึก!

โม่ชิงเฟิงยกมือกุมหน้าอก สีหน้าราวกับหัวใจเพิ่งแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ

“เหตุใดทารกของพวกเจ้าถึงได้เกลียดพี่สาวกันหมดเลย!”