คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 325 เหตุใดต้องเล่าเรื่องนั้นด้วย7,323 ตัวอักษร

ตอนที่ 325 เหตุใดต้องเล่าเรื่องนั้นด้วย

ยูรันมองโม่ชิงเฟิงซึ่งยังคงกุมหน้าอกด้วยความสะเทือนใจ ก่อนส่ายหน้าอย่างเวทนา

“น่าสงสารจริง ๆ”

“สามีหมายถึงพี่สาวใช่ไหม?”

ยูรันไม่ตอบ เขาหันไปมองมารดาทั้งสองแทน

“ถ้าเป็นเช่นนี้ แสดงว่านางก็น่าจะชอบท่านแม่เหมือนกับทารกของข้าหรือเปล่า?”

เขายกทารกขึ้นเล็กน้อย

“เอ้า ท่านแม่ลองดู”

ทันทีที่ทารกน้อยหันไปเห็นไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิง ดวงตาก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที

“แบะ!”

นางดิ้นออกจากอ้อมแขนของยูรัน ก่อนลอยตรงไปหามารดาทั้งสองด้วยรอยยิ้มกว้าง ต่างจากท่าทีเมื่อเผชิญหน้าโม่ชิงเฟิงราวฟ้ากับเหว

ไป๋จิ้งเหวินยื่นมือออกไปรับ ขณะที่ลู่เหยียนหนิงขยับเข้ามาลูบศีรษะเล็ก ๆ อย่างเอ็นดู

ทารกหัวเราะคิกคัก ก่อนส่งเสียงเรียกอย่างร่าเริง

“แบะ! แบะ!”

ลู่ชิงถานมองภาพนั้นด้วยสีหน้าซับซ้อน ก่อนชี้นิ้วเข้าหาตนเอง

“ทำไม ๆๆๆ! เหตุใดกายเทพถึงได้เลือกปฏิบัติกันเช่นนี้เจ้าคะ?”

นางเริ่มลังเล ไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้เหมือนคนอื่น

“คงไม่ใช่ว่าพอข้าเสนอหน้าเข้าไปแล้ว นางจะมองข้าก่อนร้องว่า ‘อี๋’ เหมือนกายเทพของท่านพี่อีกหรอกนะ?”

ยูรันกวักมือเรียกทารกกลับมา ก่อนอุ้มนางหันไปทางลู่ชิงถาน

“นี่ ลองดูชิงถานหน่อยสิ เจ้าว่านางเป็นอย่างไร?”

ทารกน้อยจ้องลู่ชิงถานอยู่ครู่หนึ่ง

นางเอียงคอไปทางซ้าย

จากนั้นเอียงไปทางขวา

แล้วเอียงกลับไปกลับมาอีกหลายรอบ ราวกับกำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่สุด

ลู่ชิงถานยืนตัวแข็ง รอยยิ้มบนใบหน้าเริ่มกระตุก

“คงไม่ใช่อย่างที่ข้าคิดหรอกนะ...”

ทารกน้อยหยุดเอียงคอ ก่อนใบหน้าจะย่นเข้าหากัน

“อี๋”

ฉึก!

ลู่ชิงถานยกมือกุมหน้าอก ก่อนเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว

“เหมือนกันจริง ๆ ด้วย!”

โม่ชิงเฟิงรีบเข้ามาตบไหล่นางอย่างเห็นอกเห็นใจ

“ไม่เป็นไร อย่างน้อยนางก็ไม่ได้ทำท่าสำรอกใส่เจ้า”

“คำปลอบใจของพี่หญิงไม่ได้ช่วยให้ข้ารู้สึกดีขึ้นเลยเจ้าค่ะ!”

ยูรันมองทารกน้อยสลับกับลู่ชิงถาน ก่อนพยักหน้าอย่างสนใจ

“อืม นิสัยของกายเทพแต่ละตนดูจะคล้ายคลึงกันจริง ๆ นี่มันสุดยอดมาก”

จากนั้นสายตาของเขาก็ค่อย ๆ เลื่อนไปหยุดอยู่ที่อ๋องหมิง

“ถ้าเช่นนั้น แล้วท่านอ๋องหมิงผู้เคยถูกหญิงสาวหลอกเอาเงินไปลงทุนเล่า?”

อ๋องหมิงชะงักทันที

ยูรันยกทารกเพศหญิงขึ้นเล็กน้อย ก่อนยิ้มมุมปาก

“กายเทพตนนี้ดันเป็นเด็กผู้หญิงเสียด้วย ไม่ใช่ว่านางจะยิ่งรังเกียจท่านมากเป็นพิเศษหรอกหรือ?”

พรึ่บ!

ทุกคนหันไปมองอ๋องหมิงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

แม้แต่ทารกในมือของยูรันก็หันตามสายตาของคนทั้งหมดไปด้วย

อ๋องหมิงเบิกตากว้าง ก่อนชี้นิ้วเข้าหาตนเอง

“อะไร!!”

ทารกน้อยจ้องหน้าอ๋องหมิงอยู่สองอึดใจ

ริมฝีปากเล็ก ๆ เริ่มเบะลง ใบหน้าย่นเข้าหากัน ก่อนดวงตาจะมีน้ำใส ๆ เอ่อขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

อ๋องหมิงเริ่มรู้สึกถึงลางร้าย

“เดี๋ยวก่อน เหตุใดนางจึงทำหน้าเช่นนั้น...”

“อุแงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!”

เสียงร้องไห้ดังสนั่นไปทั่วพื้นที่โล่ง

ฟู่ววววววววว!

คลื่นความร้อนมหาศาลระเบิดออกจากร่างเล็กอย่างต่อเนื่อง อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า พื้นดินซึ่งยังมีเกล็ดน้ำแข็งจากพิธีกรรมก่อนหน้าพลันละลายและแห้งเหือดในพริบตา

“ร้อน!”

ทุกคนรีบปลดปล่อยพลังออกมาป้องกันตนเอง บางคนถอยหลังไปหลายก้าว ขณะที่ผู้มีตบะต่ำกว่าต้องรีบหลบไปอยู่หลังผู้อื่น

อ๋องหมิงซึ่งยืนรับคลื่นความร้อนอยู่ตรงหน้าถูกซัดจนเสื้อคลุมสะบัดกระพือ เส้นผมยุ่งเหยิงไปหมด

“เหตุใดเล่า! ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!”

ทารกยิ่งมองหน้าเขาก็ยิ่งร้องดังขึ้น

“อุแงงงงงงงงงงงงง!”

ครืน!

คลื่นความร้อนอีกระลอกพุ่งออกมา จนอ๋องหมิงต้องรีบยกแขนขึ้นบังใบหน้า

เซี่ยหลานอิงกับเซี่ยเยว่หลีมองท่านอาของตน ก่อนถอนหายใจพร้อมกัน

ยูรันรีบยื่นทารกน้อยกลับไปให้มารดาทั้งสอง

“ท่านแม่ ช่วยโอ๋นางหน่อย”

ไป๋จิ้งเหวินรับทารกเข้ามาอุ้ม ก่อนลูบหลังเบา ๆ ขณะที่ลู่เหยียนหนิงช่วยเช็ดน้ำตาบนใบหน้าเล็ก

“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะเด็กดี ไม่มีอะไรแล้ว”

เสียงร้องไห้ซึ่งดังสะเทือนไปทั่วบริเวณเมื่อครู่พลันเบาลงอย่างรวดเร็ว คลื่นความร้อนรอบตัวค่อย ๆ สงบลง

ทารกน้อยซุกหน้าเข้ากับอ้อมแขนของไป๋จิ้งเหวิน ก่อนส่งเสียงสะอื้นเบา ๆ

“แบะ...”

อ๋องหมิงยืนมองภาพนั้นด้วยสีหน้าแข็งค้าง

เซี่ยหลานอิงถอนหายใจ ก่อนส่ายหน้าอย่างสมเพช

“เฮ้อ ท่านอา ช่างน่าสมเพชจริง ๆ ขนาดทารกเพิ่งถือกำเนิดยังรังเกียจท่านถึงเพียงนี้”

เซี่ยเยว่หลีพยักหน้าเห็นด้วย

“อืม น่าสมเพช”

ฉึก! ฉึก!

อ๋องหมิงยกมือกุมหน้าอก ร่างกายเซถอยหลังไปสองก้าว

“พวกเจ้าเป็นหลานของข้าจริงหรือไม่ เหตุใดจึงไม่คิดปลอบใจกันบ้างเลย!”

หลังจากทารกสงบลง ทุกคนต่างผลัดกันเข้าไปพิสูจน์ด้วยตนเอง

ผลลัพธ์ที่ได้กลับแทบไม่ต่างจากกายเทพของยูรัน

เมื่ออยู่กับไป๋จิ้งเหวินและลู่เหยียนหนิง ทารกน้อยจะยิ้มแป้น หัวเราะคิกคัก และยอมให้อุ้มแต่โดยดี ราวกับมารดาทั้งสองเป็นคนโปรดที่สุดในโลก

เมื่อหนานอวี้ยื่นมือออกไป นางก็รีบลอยเข้าไปซุกอกเจ้าของครรภ์แห่งดวงดาวทันที

“แบะ!”

หนานอวี้หัวเราะอย่างพึงพอใจ

“เห็นไหม นางรู้ว่าใครเป็นเจ้าของ!”

ส่วนยูรันเพียงกวักมือครั้งเดียว ทารกก็รีบลอยกลับไปหาอย่างว่าง่ายเช่นกัน

หลิงเยวี่ยได้รับรอยยิ้มเล็ก ๆ พร้อมยอมให้ลูบศีรษะ แต่พอไป๋หลิงขยับเข้าใกล้ ทารกกลับหรี่ตามอง ก่อนเบือนหน้าหนีอย่างไร้เยื่อใย

“……”

เส้นเลือดบนหน้าผากของไป๋หลิงปูดขึ้นเล็กน้อย

หลานชิงอวี้ได้เพียงเสียงสงสัยหนึ่งคำ

“แบะ?”

จากนั้นทารกก็หมดความสนใจ

มู่เสวี่ยหนิง มู่หรงฉิน ซูเม่ยเหยา และเซียวซินเยวี่ยได้รับปฏิกิริยาค่อนข้างปกติ บ้างถูกจ้อง บ้างถูกจับปลายผม แต่ไม่มีผู้ใดได้รับรอยยิ้มกว้างเหมือนมารดาทั้งสอง

เมื่อถึงคราวหลัวจินหยางกับหลัวจินเยว่ ทารกมองทั้งสองสลับกันไปมา เอียงคอซ้ายทีขวาที ก่อนทำหน้าหงุดหงิดราวกับรำคาญที่ต้องแยกฝาแฝดอีกแล้ว

ลู่ชิงถานยังคงได้รับคำเดิมอย่างมั่นคง

“อี๋”

ส่วนโม่ชิงเฟิงนั้น เพียงยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ทารกก็ทำท่าสำรอกขึ้นมาอีกครั้ง

“อุแหวะ!”

“เหตุใดต้องเป็นพี่สาวทุกครั้งเลย!”

เฟิงซูหลานพยายามยิ้มหวานและเรียกตนเองว่าพี่สาว ทารกกลับมองนางนิ่ง ๆ ก่อนหันหนี ส่วนเหอหว่านชิงได้รับอนุญาตให้แตะแก้มหนึ่งครั้งแล้วถูกปัดมือออก

แต่ผู้ที่ได้รับปฏิกิริยารุนแรงที่สุดยังคงเป็นอ๋องหมิง

เพียงเขาขยับเข้าใกล้ไม่ถึงสามก้าว ริมฝีปากของทารกก็เริ่มเบะ คลื่นความร้อนรอบตัวปะทุขึ้นมาทันที

“พอแล้ว! ข้าไม่ลองแล้วก็ได้!”

อ๋องหมิงรีบถอยหนีด้วยสีหน้าเจ็บปวด

หลังจากทดลองจนครบทุกคน ข้อสรุปก็ปรากฏชัดเจน

ทารกกายเทพตนนี้เลือกปฏิบัติอย่างรุนแรงไม่ต่างจากกายเทพของยูรันแม้แต่น้อย

คนที่ชอบก็ยอมให้อุ้มอย่างว่าง่าย

คนที่ไม่ชอบ แค่เห็นหน้าก็พร้อมร้องไห้ สำรอก หรือปล่อยคลื่นความร้อนใส่ทันทีโดยไม่มีการไว้หน้าใด ๆ ทั้งสิ้น

และแน่นอนว่า การตัดสินของกายเทพมาจากหลายปัจจัย แต่ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับระดับสติปัญญาของผู้ที่อยู่ตรงหน้า

ยูรันพลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนหันไปมองอ๋องหมิงซึ่งยังคงนั่งกุมหน้าอกอยู่บนพื้น

“โอ๊ะ ท่านอ๋องยังไม่เคยเห็นกายเทพของข้านี่”

อ๋องหมิงเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างระแวดระวัง

“แล้วอย่างไร?”

ยูรันลูบคาง ก่อนหันไปมองทารกเพศหญิงในอ้อมแขนของไป๋จิ้งเหวิน

“กายเทพตนนี้เป็นเด็กผู้หญิง นางอาจไม่ชอบท่านเพราะเหตุผลบางอย่างก็ได้”

สายตาของเขากลับมาหยุดอยู่บนอ๋องหมิงอีกครั้ง

“แต่ถ้าเป็นเด็กผู้ชายเล่า ปฏิกิริยาจะเหมือนกันหรือไม่?”

ยูรันยิ้มมุมปาก

“น่าสนใจ”

อ๋องหมิงรู้สึกถึงลางร้ายขึ้นมาทันที

“เดี๋ยวก่อน เหตุใดเจ้าจึงมองข้าด้วยสายตาเช่นนั้น?”

ยูรันไม่ได้ตอบ เขาเพียงยกมือขึ้นเตรียมเปิดดาราจักรของตนเอง ขณะที่คนอื่นรีบขยับเข้ามาล้อมวงด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“เอ้า ลองดูท่านอ๋องหมิงหน่อย เขาเคยถูกผู้หญิงหลอกเอาเงินไปลงทุนจนแทบหมดตัว”

ทารกออกมา ก่อนหันร่างเล็กไปทางอ๋องหมิง

“เหตุใดต้องเล่าเรื่องนั้นด้วย!”

อ๋องหมิงร้องประท้วงทันที แต่ไม่มีผู้ใดสนใจ

ทารกน้อยมองใบหน้าของอ๋องหมิงอยู่พักใหญ่ สายตาค่อย ๆ ไล่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับกำลังประเมินอะไรบางอย่างอย่างละเอียด

จากนั้นร่างเล็กก็กอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วมองอ๋องหมิงด้วยสายตาเหยียดหยามอย่างไม่คิดปิดบัง

“หึ”

อ๋องหมิงยืนแข็งค้าง

เซี่ยหลานอิงรีบยกมือปิดปากกลั้นหัวเราะ ส่วนเซี่ยเยว่หลีหันหน้าหนี แต่หัวไหล่กลับสั่นไม่หยุด

ท้ายที่สุด หนานอวี้ก็เป็นคนแรกที่ทนไม่ไหว

“ฮ่า ๆๆๆๆ! แม้แต่ทารกผู้ชายยังดูถูกท่านเลย!”

เสียงหัวเราะพลันระเบิดขึ้นรอบบริเวณ

อ๋องหมิงชี้นิ้วไปยังทารกด้วยมืออันสั่นเทา

“มันเพิ่งเกิดได้ไม่นาน เหตุใดจึงมองคนด้วยสายตาเช่นนั้นเป็นแล้ว!”

ทารกน้อยเหลือบมองเขาอีกครั้ง ก่อนเบือนหน้าหนีอย่างเย็นชา

“หึ”

ฉึก!

อ๋องหมิงยกมือกุมหน้าอก

การถูกดูถูกซ้ำเป็นครั้งที่สองกลับเจ็บปวดยิ่งกว่าเสียงร้องไห้กับคลื่นความร้อนเสียอีก