คลังนิยายสัตย์สาบานแห่งดวงดาวอ่านล่าสุด

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 325 นี่มันหนักกว่าที่ข้าคิดเอาไว้อีกนะ6,963 ตัวอักษร

ตอนที่ 325 นี่มันหนักกว่าที่ข้าคิดเอาไว้อีกนะ

หนานอวี้ซึ่งกำลังหัวเราะอ๋องหมิงอยู่พลันชะงัก ก่อนหันไปมองทารกกายเทพทั้งสองตน

“เดี๋ยวก่อน แล้วถ้าทารกของข้าได้พบกับกายเทพของสามีเล่า?”

ดวงตาของนางเป็นประกายขึ้นมาด้วยความอยากรู้ ก่อนรีบเข้าไปอุ้มทารกเพศหญิงจากไป๋จิ้งเหวิน

“นี่ เจ้าเปี๊ยก ลองดูกายเทพของสามีหน่อยสิ”

หนานอวี้ยกทารกน้อยให้หันไปทางทารกกายเทพของยูรัน

ทารกทั้งสองสบตากันเป็นครั้งแรก

มู่เสวี่ยหนิงมองทารกฝ่ายหญิงซึ่งยังจ้องอีกฝ่ายจนน้ำลายยืด ก่อนกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าซับซ้อน

“ข้าคิดว่าพอจะรู้แล้วนะเจ้าคะ ว่านางกำลังพูดว่าอะไร”

หนานอวี้หันขวับมาทันที

“อะไร?”

มู่หรงฉินซึ่งยืนอยู่ข้างน้องสาวมองภาพตรงหน้า ก่อนช่วยตอบอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก

“น่าจะเป็นคำว่า...‘สามี’ กระมัง?”

“……”

ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบ

หนานอวี้ก้มมองทารกในอ้อมแขนของตน ก่อนหันไปมองทารกฝ่ายชายซึ่งกำลังนั่งอย่างสงบอยู่กับมารดาทั้งสอง

“เจ้าเพิ่งถือกำเนิดได้ไม่ถึงหนึ่งเค่อ ก็รู้จักหาสามีแล้วหรือ!”

ทารกฝ่ายหญิงชูมือไปทางอีกฝ่ายอย่างกระตือรือร้น

“แบะ!”

มู่เสวี่ยหนิงพยักหน้ายืนยัน

“อืม คราวนี้ข้ายิ่งมั่นใจเจ้าค่ะ”

ส่วนทารกฝ่ายชายเพียงเหลือบกลับมามองแวบหนึ่ง ก่อนซุกตัวเข้าหาไป๋จิ้งเหวินโดยไม่คิดตอบสนอง

ยูรันมองกายเทพทั้งสองสลับกัน

“อืม ฝ่ายหนึ่งจ้องจนตาแทบถลน ส่วนอีกฝ่ายไม่สนใจแม้แต่น้อย”

เขาหันไปทางหนานอวี้

“เหมือนอาเจ๊ตอนตามข้าครั้งแรกไม่มีผิด”

โม่ชิงเฟิงซึ่งยืนดูอยู่ดี ๆ ถึงกับสะดุ้ง

“เหตุใดพี่สาวจึงโดนพาดพิงอีกแล้ว!”

ยูรันนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า

“ไม่สิ ข้าพูดผิดไปหน่อย”

โม่ชิงเฟิงเลิกคิ้ว

“เห็นไหม พี่สาวไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสียหน่อย”

ยูรันกวาดตามองหญิงสาวรอบตัว

“นางเหมือนพวกเจ้าทุกคนตอนปีนขึ้นเตียงข้าครั้งแรกไม่มีผิด ฝ่ายหนึ่งกระตือรือร้นเสียจนแทบกลืนกินข้า ส่วนข้ายังไม่ทันพูดอะไรก็ถูกผลักลงไปแล้ว”

ใบหน้าของหญิงสาวหลายคนแดงขึ้นพร้อมกัน

ไป๋หลิงกำด้ามดาบแน่นจนเกิดเสียงกร๊อบ

หนานอวี้รีบเถียง

“สามีจะพูดรวมทั้งหมดไม่ได้ ข้าจำได้ว่าตอนนั้นท่านยินยอมเอง!”

เซี่ยเยว่หลีแค่นเสียง

“แล้วสามีเคยผลักพวกเราออกจริง ๆ หรือ?”

ยูรันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ไม่เคย”

“เช่นนั้นก็อย่าบ่น”

เซี่ยหลานอิงรีบยกมือขึ้นประท้วง

“เดี๋ยวก่อน ข้ายังไม่เคยปีนขึ้นเตียงสามีเลยนะ!”

มู่หรงฉินพยักหน้ารัว ๆ

“ข้าเองก็ยังไม่เคยเจ้าค่ะ อย่าเพิ่งนับข้ารวมไปด้วย!”

หลิงเยวี่ยปล่อยไอเย็นออกมาจาง ๆ ก่อนปรายตามองศิษย์ของตน

“คำว่า ‘ทุกคน’ ของเจ้า หมายรวมถึงผู้ใดบ้าง?”

ยูรันตอบทันที

“ไม่รวมอาจารย์แน่นอน”

“หึ”

ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเหตุใดสีหน้าของหลิงเยวี่ยจึงยิ่งดูไม่พอใจมากกว่าเดิมอีกเล็กน้อย

หนานอวี้พลันชะงัก ก่อนดวงตาจะเป็นประกายราวกับค้นพบความจริงบางอย่าง

“ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่า...”

นางมองทารกฝ่ายหญิงในอ้อมแขนของตน ก่อนหันไปมองทารกฝ่ายชายซึ่งยังคงนั่งอยู่กับมารดาทั้งสอง

“หากข้าโยนเจ้าเปี๊ยกนี่ไปหา กายเทพของสามีก็คงไม่ผลักนางออกใช่ไหม?”

ยูรันเลิกคิ้ว

“ตรรกะอะไรของเจ้า?”

“ก็สามีบอกเองว่าไม่เคยผลักพวกเราออกนี่!”

หนานอวี้ยกทารกฝ่ายหญิงขึ้นด้วยสองมือ รอยยิ้มเริ่มมีพิรุธขึ้นเรื่อย ๆ

“ต้องลองดู!”

ทารกฝ่ายหญิงเข้าใจทันทีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น นางยื่นแขนทั้งสองไปทางทารกฝ่ายชายด้วยดวงตาเป็นประกาย

“แบะ!”

ส่วนทารกฝ่ายชายหันมามอง ก่อนใบหน้าเรียบเฉยจะเริ่มเผยความระแวดระวังเป็นครั้งแรก

ยูรันยกมือขึ้นทันที

“เดี๋ยวก่อน อวี้เอ๋อร์ อย่าเพิ่งโยน—”

ไม่ทันแล้ว

หนานอวี้โยนทารกฝ่ายหญิงออกไปเรียบร้อย

“ไปเลย เจ้าเปี๊ยก!”

“แบะ!”

ทารกฝ่ายหญิงลอยตรงเข้าหาอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มกว้าง แขนทั้งสองกางออก เตรียมโผเข้าไปกอดอย่างเต็มที่

ทารกฝ่ายชายมองนางที่กำลังพุ่งเข้ามา ก่อนยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นอย่างสงบนิ่ง

แปะ!

ฝ่าเท้าเล็ก ๆ ยันเข้ากลางใบหน้าของทารกฝ่ายหญิงพอดี หยุดนางเอาไว้ในระยะสุดแขนขา

“แบะ?”

ทารกฝ่ายหญิงยังคงพยายามตะกายไปข้างหน้า ทว่าทารกฝ่ายชายเหยียดขาตรง ยันใบหน้าของนางเอาไว้ไม่ยอมให้เข้าใกล้แม้แต่น้อย

“บุ่”

“……”

ทุกคนมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าซับซ้อน

หนานอวี้อ้าปากค้าง

“นางเป็นเด็กผู้หญิงน่ารักขนาดนี้ เจ้ายังกล้าถีบหน้าได้อย่างไร!”

ไป๋จิ้งเหวินกลับยกมือปิดปาก ก่อนหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู

“แหม น่ารักจริง ๆ รู้จักรักนวลสงวนตัวเสียด้วย”

ลู่เหยียนหนิงพยักหน้าอย่างชื่นชม

“ใช่ ยังไม่ยอมให้ผู้ใดเข้ามากอดง่าย ๆ ช่างเป็นเด็กดีจริง ๆ”

ยูรันมองทารกฝ่ายชาย ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“อืม มีหลักการดี”

ไป๋หลิงเหลือบมองเขาทันที

“ต่างจากท่านลิบลับเลยนะสามี”

ยูรันหันกลับมามองนางด้วยสีหน้าจริงจัง

“ข้าโตแล้ว จะผลักออกไปทำไมเล่า? ข้าย่อมพูดคุยกันก่อนตามปกติ”

เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนกวาดตามองหญิงสาวรอบตัวทีละคน

“แต่ช่วงหลังมานี้ หลักการดังกล่าวดูเหมือนจะใช้ไม่ได้แล้ว”

“เหตุใด?”

“เพราะแต่ละคนพุ่งเข้ามาหาข้ากันหมด ข้ายังไม่ทันได้พูดอะไรด้วยซ้ำ”

หญิงสาวหลายคนพร้อมใจกันหลบสายตา

ยูรันเดินเข้าไปหาทารกฝ่ายชาย ก่อนย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน

“นี่ ร่างต้นของนางเป็นภรรยาข้าแล้ว เจ้าอย่ารังเกียจนางนักเลย”

ทารกฝ่ายชายเหลือบมองยูรัน ก่อนหันกลับไปมองทารกฝ่ายหญิงซึ่งยังคงพยายามตะกายเข้าหาทั้งที่ถูกฝ่าเท้ายันหน้าเอาไว้

“แบะ! แบะ!”

เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนเท้ากลับอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

ทันทีที่ไร้สิ่งกีดขวาง ทารกฝ่ายหญิงก็พุ่งเข้าไปกอดเขาเต็มแรง

หมับ!

“แบะ!”

นางกอดอีกฝ่ายแน่น ก่อนเอาแก้มถูไปมาอย่างมีความสุข

ส่วนทารกฝ่ายชายยังคงนั่งตัวแข็ง สีหน้าว่างเปล่า แขนทั้งสองยกค้างอยู่กลางอากาศโดยไม่คิดกอดตอบแม้แต่น้อย

จากนั้นเขาจึงหันมามองยูรันด้วยสายตาเหมือนกำลังถามว่าเหตุใดต้องทำเช่นนี้กับตน

ยูรันยกมือขึ้นตบไหล่เล็ก ๆ เบา ๆ

“อดทนเอาหน่อย ข้าเองก็เจอแบบนี้อยู่ทุกวัน ทุกคน”

เฟิงซูหลานรีบแทรกตัวเข้ามา ดวงตาเปล่งประกายพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“คำว่าทุกคน หมายความว่ารวมถึงข้าด้วยสินะ ฮี่ ๆ”

“ไม่รวม”

ยูรันตอบทันทีโดยไม่เสียเวลาคิด

รอยยิ้มของเฟิงซูหลานแข็งค้าง

ลู่ชิงถานแค่นเสียงอย่างสะใจ

“ป้ายังไม่ได้เป็นภรรยาของท่านพี่เสียหน่อยเจ้าค่ะ อย่ารีบนับตนเองรวมเข้าไปสิ”

เฟิงซูหลานยกมือกุมหน้าอก

“ตอนนี้ยังไม่เป็น แต่ภายหน้าก็ไม่แน่นี่!”

หลิงเยวี่ยปรายตามองอดีตสหาย

“ไม่มีภายหน้า ไสหัวออกไป”

“เหตุใดเจ้าจึงชอบขัดขวางความรักของข้านัก!”

ยูรันชี้ไปยังอ๋องหมิงซึ่งยังยืนหมดอาลัยอยู่ใกล้ ๆ

“ถ้าอยากมีคนรักมากนัก ลองไปถามท่านอ๋องดูสิ เขาน่าจะว่าง”

อ๋องหมิงกับเฟิงซูหลานหันมามองหน้ากัน

“ไม่เอา!”

ทั้งสองปฏิเสธพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ก่อนแยกออกจากกันคนละทางทันที

ยูรันมองความวุ่นวายตรงหน้า ก่อนถอนหายใจ

“ช่างเถอะ เก็บกายเทพกลับเข้าไปก่อน พวกเราต้องไปแล้ว”

หนานอวี้พยักหน้า ก่อนเรียกทารกฝ่ายหญิงกลับเข้าสู่ครรภ์แห่งดวงดาว แม้นางจะยังเกาะทารกฝ่ายชายแน่นไม่ยอมปล่อยก็ตาม

“แบะ!”

“เอาไว้ค่อยออกมาเล่นใหม่”

ยูรันเองก็เก็บกายเทพกลับเข้าสู่ดาราจักร ก่อนหันไปมองคนทั้งหมด

“ไปแข่งให้เสร็จ แล้วค่อยกลับมาเล่นเกมเหมือนเดิม”

ดวงตาของอ๋องหมิงซึ่งยังหมดอาลัยจากการถูกทารกดูถูกพลันสว่างขึ้นทันที

“โอ้! นั่นเป็นความคิดที่ดี ข้ากำลังอยากลองเล่นเกมใหม่พอดี!”

ยูรันเหลือบมองเขาอย่างหมดคำจะพูด

“ไอ้อ๋องติดเกมเอ๊ย”

อ๋องหมิงกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย

“จะว่าอย่างไรก็ว่าไป วันนี้ข้าจะเอาชนะพวกเจ้าให้ได้!”

“ท่านพูดประโยคนี้มาตลอดแปดวันแล้วนะ”

“วันนี้ไม่เหมือนเดิมแน่นอน!”

หลังจากนั้น ทุกอย่างก็กลับเข้าสู่วงจรเดิมอีกครั้ง

คราวนี้ทุกคนตัดสินใจเปลี่ยนจากเกมสงครามมาเล่นเกมแวร์วูฟ

เสียงโต้เถียง กล่าวหา และแก้ตัวดังสนั่นอยู่ภายในโลกกระจกตลอดทั้งคืน ไม่มีผู้ใดยอมเชื่อใคร แม้กระทั่งมารดาทั้งสองยังถูกลากเข้าไปอยู่ท่ามกลางสงครามประสาทจนได้

เมื่อเกมจบรอบหนึ่ง อ๋องหมิงก็ตบมือลงบนโต๊ะดังปัง ดวงตาแดงก่ำจากความตื่นเต้น

“เกมแวร์วูฟนี่มันสุดยอดจริง ๆ! เอาใหม่อีกรอบ!”

หลายคนซึ่งกำลังจะลุกไปพักชะงัก ก่อนกลับมานั่งประจำตำแหน่งอย่างพร้อมเพรียง

ยูรันมองภาพตรงหน้า แล้วถอนหายใจยาว

“นี่มันหนักกว่าที่ข้าคิดเอาไว้อีกนะ”

เขาเคยคิดว่าอ๋องหมิงเพียงติดเกมสงคราม

แต่ดูเหมือนว่าท่านอ๋องผู้นี้จะติดทุกเกมที่ได้ลองเล่นโดยไม่มีข้อยกเว้นเลยสักเกมเดียว