คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 326 นี่มันหนักกว่าที่ข้าคิดเอาไว้อีกนะ7,107 ตัวอักษร

ตอนที่ 326 นี่มันหนักกว่าที่ข้าคิดเอาไว้อีกนะ

หนานอวี้ซึ่งกำลังหัวเราะอ๋องหมิงอยู่พลันชะงัก ก่อนหันไปมองทารกกายเทพทั้งสองตน

“เดี๋ยวก่อน แล้วถ้าทารกของข้าได้พบกับกายเทพของสามีเล่า?”

ดวงตาของนางเป็นประกายขึ้นมาด้วยความอยากรู้ ก่อนรีบเข้าไปอุ้มทารกเพศหญิงจากไป๋จิ้งเหวิน

“นี่ เจ้าเปี๊ยก ลองดูกายเทพของสามีหน่อยสิ”

หนานอวี้ยกทารกน้อยให้หันไปทางทารกกายเทพของยูรัน

ทารกทั้งสองสบตากันเป็นครั้งแรก

มู่เสวี่ยหนิงมองทารกฝ่ายหญิงซึ่งยังจ้องอีกฝ่ายจนน้ำลายยืด ก่อนกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าซับซ้อน

“ข้าคิดว่าพอจะรู้แล้วนะเจ้าคะ ว่านางกำลังพูดว่าอะไร”

หนานอวี้หันขวับมาทันที

“อะไร?”

มู่หรงฉินซึ่งยืนอยู่ข้างน้องสาวมองภาพตรงหน้า ก่อนช่วยตอบอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก

“น่าจะเป็นคำว่า...‘สามี’ กระมัง?”

“……”

ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบ

หนานอวี้ก้มมองทารกในอ้อมแขนของตน ก่อนหันไปมองทารกฝ่ายชายซึ่งกำลังนั่งอย่างสงบอยู่กับมารดาทั้งสอง

“เจ้าเพิ่งถือกำเนิดได้ไม่ถึงหนึ่งเค่อ ก็รู้จักหาสามีแล้วหรือ!”

ทารกฝ่ายหญิงชูมือไปทางอีกฝ่ายอย่างกระตือรือร้น

“แบะ!”

มู่เสวี่ยหนิงพยักหน้ายืนยัน

“อืม คราวนี้ข้ายิ่งมั่นใจเจ้าค่ะ”

ส่วนทารกฝ่ายชายเพียงเหลือบกลับมามองแวบหนึ่ง ก่อนซุกตัวเข้าหาไป๋จิ้งเหวินโดยไม่คิดตอบสนอง

ยูรันมองกายเทพทั้งสองสลับกัน

“อืม ฝ่ายหนึ่งจ้องจนตาแทบถลน ส่วนอีกฝ่ายไม่สนใจแม้แต่น้อย”

เขาหันไปทางหนานอวี้

“เหมือนอาเจ๊ตอนตามข้าครั้งแรกไม่มีผิด”

โม่ชิงเฟิงซึ่งยืนดูอยู่ดี ๆ ถึงกับสะดุ้ง

“เหตุใดพี่สาวจึงโดนพาดพิงอีกแล้ว!”

ยูรันนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า

“ไม่สิ ข้าพูดผิดไปหน่อย”

โม่ชิงเฟิงเลิกคิ้ว

“เห็นไหม พี่สาวไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสียหน่อย”

ยูรันกวาดตามองหญิงสาวรอบตัว

“นางเหมือนพวกเจ้าทุกคนตอนปีนขึ้นเตียงข้าครั้งแรกไม่มีผิด ฝ่ายหนึ่งกระตือรือร้นเสียจนแทบกลืนกินข้า ส่วนข้ายังไม่ทันพูดอะไรก็ถูกผลักลงไปแล้ว”

ใบหน้าของหญิงสาวหลายคนแดงขึ้นพร้อมกัน

ไป๋หลิงกำด้ามดาบแน่นจนเกิดเสียงกร๊อบ

หนานอวี้รีบเถียง

“สามีจะพูดรวมทั้งหมดไม่ได้ ข้าจำได้ว่าตอนนั้นท่านยินยอมเอง!”

เซี่ยเยว่หลีแค่นเสียง

“แล้วสามีเคยผลักพวกเราออกจริง ๆ หรือ?”

ยูรันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ไม่เคย”

“เช่นนั้นก็อย่าบ่น”

เซี่ยหลานอิงรีบยกมือขึ้นประท้วง

“เดี๋ยวก่อน ข้ายังไม่เคยปีนขึ้นเตียงสามีเลยนะ!”

มู่หรงฉินพยักหน้ารัว ๆ

“ข้าเองก็ยังไม่เคยเจ้าค่ะ อย่าเพิ่งนับข้ารวมไปด้วย!”

หลิงเยวี่ยปล่อยไอเย็นออกมาจาง ๆ ก่อนปรายตามองศิษย์ของตน

“คำว่า ‘ทุกคน’ ของเจ้า หมายรวมถึงผู้ใดบ้าง?”

ยูรันตอบทันที

“ไม่รวมอาจารย์แน่นอน”

“หึ”

ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเหตุใดสีหน้าของหลิงเยวี่ยจึงยิ่งดูไม่พอใจมากกว่าเดิมอีกเล็กน้อย

หนานอวี้พลันชะงัก ก่อนดวงตาจะเป็นประกายราวกับค้นพบความจริงบางอย่าง

“ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่า...”

นางมองทารกฝ่ายหญิงในอ้อมแขนของตน ก่อนหันไปมองทารกฝ่ายชายซึ่งยังคงนั่งอยู่กับมารดาทั้งสอง

“หากข้าโยนเจ้าเปี๊ยกนี่ไปหา กายเทพของสามีก็คงไม่ผลักนางออกใช่ไหม?”

ยูรันเลิกคิ้ว

“ตรรกะอะไรของเจ้า?”

“ก็สามีบอกเองว่าไม่เคยผลักพวกเราออกนี่!”

หนานอวี้ยกทารกฝ่ายหญิงขึ้นด้วยสองมือ รอยยิ้มเริ่มมีพิรุธขึ้นเรื่อย ๆ

“ต้องลองดู!”

ทารกฝ่ายหญิงเข้าใจทันทีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น นางยื่นแขนทั้งสองไปทางทารกฝ่ายชายด้วยดวงตาเป็นประกาย

“แบะ!”

ส่วนทารกฝ่ายชายหันมามอง ก่อนใบหน้าเรียบเฉยจะเริ่มเผยความระแวดระวังเป็นครั้งแรก

ยูรันยกมือขึ้นทันที

“เดี๋ยวก่อน อวี้เอ๋อร์ อย่าเพิ่งโยน—”

ไม่ทันแล้ว

หนานอวี้โยนทารกฝ่ายหญิงออกไปเรียบร้อย

“ไปเลย เจ้าเปี๊ยก!”

“แบะ!”

ทารกฝ่ายหญิงลอยตรงเข้าหาอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มกว้าง แขนทั้งสองกางออก เตรียมโผเข้าไปกอดอย่างเต็มที่

ทารกฝ่ายชายมองนางที่กำลังพุ่งเข้ามา ก่อนยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นอย่างสงบนิ่ง

แปะ!

ฝ่าเท้าเล็ก ๆ ยันเข้ากลางใบหน้าของทารกฝ่ายหญิงพอดี หยุดนางเอาไว้ในระยะสุดแขนขา

“แบะ?”

ทารกฝ่ายหญิงยังคงพยายามตะกายไปข้างหน้า ทว่าทารกฝ่ายชายเหยียดขาตรง ยันใบหน้าของนางเอาไว้ไม่ยอมให้เข้าใกล้แม้แต่น้อย

“บุ่”

“……”

ทุกคนมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าซับซ้อน

หนานอวี้อ้าปากค้าง

“นางเป็นเด็กผู้หญิงน่ารักขนาดนี้ เจ้ายังกล้าถีบหน้าได้อย่างไร!”

ไป๋จิ้งเหวินกลับยกมือปิดปาก ก่อนหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู

“แหม น่ารักจริง ๆ รู้จักรักนวลสงวนตัวเสียด้วย”

ลู่เหยียนหนิงพยักหน้าอย่างชื่นชม

“ใช่ ยังไม่ยอมให้ผู้ใดเข้ามากอดง่าย ๆ ช่างเป็นเด็กดีจริง ๆ”

ยูรันมองทารกฝ่ายชาย ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“อืม มีหลักการดี”

ไป๋หลิงเหลือบมองเขาทันที

“ต่างจากท่านลิบลับเลยนะสามี”

“อันนั้นไม่เกี่ยวกัน”

ยูรันมองทารกฝ่ายชาย ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“อืม มีหลักการดี”

ไป๋หลิงเหลือบมองเขาทันที

“ต่างจากท่านลิบลับเลยนะสามี”

ยูรันหันกลับมามองนางด้วยสีหน้าจริงจัง

“ข้าโตแล้ว จะผลักออกไปทำไมเล่า? ข้าย่อมพูดคุยกันก่อนตามปกติ”

เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนกวาดตามองหญิงสาวรอบตัวทีละคน

“แต่ช่วงหลังมานี้ หลักการดังกล่าวดูเหมือนจะใช้ไม่ได้แล้ว”

“เหตุใด?”

“เพราะแต่ละคนพุ่งเข้ามาหาข้ากันหมด ข้ายังไม่ทันได้พูดอะไรด้วยซ้ำ”

หญิงสาวหลายคนพร้อมใจกันหลบสายตา

ยูรันเดินเข้าไปหาทารกฝ่ายชาย ก่อนย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน

“นี่ ร่างต้นของนางเป็นภรรยาข้าแล้ว เจ้าอย่ารังเกียจนางนักเลย”

ทารกฝ่ายชายเหลือบมองยูรัน ก่อนหันกลับไปมองทารกฝ่ายหญิงซึ่งยังคงพยายามตะกายเข้าหาทั้งที่ถูกฝ่าเท้ายันหน้าเอาไว้

“แบะ! แบะ!”

เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนเท้ากลับอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

ทันทีที่ไร้สิ่งกีดขวาง ทารกฝ่ายหญิงก็พุ่งเข้าไปกอดเขาเต็มแรง

หมับ!

“แบะ!”

นางกอดอีกฝ่ายแน่น ก่อนเอาแก้มถูไปมาอย่างมีความสุข

ส่วนทารกฝ่ายชายยังคงนั่งตัวแข็ง สีหน้าว่างเปล่า แขนทั้งสองยกค้างอยู่กลางอากาศโดยไม่คิดกอดตอบแม้แต่น้อย

จากนั้นเขาจึงหันมามองยูรันด้วยสายตาเหมือนกำลังถามว่าเหตุใดต้องทำเช่นนี้กับตน

ยูรันยกมือขึ้นตบไหล่เล็ก ๆ เบา ๆ

“อดทนเอาหน่อย ข้าเองก็เจอแบบนี้อยู่ทุกวัน ทุกคน”

เฟิงซูหลานรีบแทรกตัวเข้ามา ดวงตาเปล่งประกายพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“คำว่าทุกคน หมายความว่ารวมถึงข้าด้วยสินะ ฮี่ ๆ”

“ไม่รวม”

ยูรันตอบทันทีโดยไม่เสียเวลาคิด

รอยยิ้มของเฟิงซูหลานแข็งค้าง

ลู่ชิงถานแค่นเสียงอย่างสะใจ

“ป้ายังไม่ได้เป็นภรรยาของท่านพี่เสียหน่อยเจ้าค่ะ อย่ารีบนับตนเองรวมเข้าไปสิ”

เฟิงซูหลานยกมือกุมหน้าอก

“ตอนนี้ยังไม่เป็น แต่ภายหน้าก็ไม่แน่นี่!”

หลิงเยวี่ยปรายตามองอดีตสหาย

“ไม่มีภายหน้า ไสหัวออกไป”

“เหตุใดเจ้าจึงชอบขัดขวางความรักของข้านัก!”

ยูรันชี้ไปยังอ๋องหมิงซึ่งยังยืนหมดอาลัยอยู่ใกล้ ๆ

“ถ้าอยากมีคนรักมากนัก ลองไปถามท่านอ๋องดูสิ เขาน่าจะว่าง”

อ๋องหมิงกับเฟิงซูหลานหันมามองหน้ากัน

“ไม่เอา!”

ทั้งสองปฏิเสธพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ก่อนแยกออกจากกันคนละทางทันที

ยูรันมองความวุ่นวายตรงหน้า ก่อนถอนหายใจ

“ช่างเถอะ เก็บกายเทพกลับเข้าไปก่อน พวกเราต้องไปแล้ว”

หนานอวี้พยักหน้า ก่อนเรียกทารกฝ่ายหญิงกลับเข้าสู่ครรภ์แห่งดวงดาว แม้นางจะยังเกาะทารกฝ่ายชายแน่นไม่ยอมปล่อยก็ตาม

“แบะ!”

“เอาไว้ค่อยออกมาเล่นใหม่”

ยูรันเองก็เก็บกายเทพกลับเข้าสู่ดาราจักร ก่อนหันไปมองคนทั้งหมด

“ไปแข่งให้เสร็จ แล้วค่อยกลับมาเล่นเกมเหมือนเดิม”

ดวงตาของอ๋องหมิงซึ่งยังหมดอาลัยจากการถูกทารกดูถูกพลันสว่างขึ้นทันที

“โอ้! นั่นเป็นความคิดที่ดี ข้ากำลังอยากลองเล่นเกมใหม่พอดี!”

ยูรันเหลือบมองเขาอย่างหมดคำจะพูด

“ไอ้อ๋องติดเกมเอ๊ย”

อ๋องหมิงกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย

“จะว่าอย่างไรก็ว่าไป วันนี้ข้าจะเอาชนะพวกเจ้าให้ได้!”

“ท่านพูดประโยคนี้มาตลอดแปดวันแล้วนะ”

“วันนี้ไม่เหมือนเดิมแน่นอน!”

หลังจากนั้น ทุกอย่างก็กลับเข้าสู่วงจรเดิมอีกครั้ง

คราวนี้ทุกคนตัดสินใจเปลี่ยนจากเกมสงครามมาเล่นเกมแวร์วูฟ

เสียงโต้เถียง กล่าวหา และแก้ตัวดังสนั่นอยู่ภายในโลกกระจกตลอดทั้งคืน ไม่มีผู้ใดยอมเชื่อใคร แม้กระทั่งมารดาทั้งสองยังถูกลากเข้าไปอยู่ท่ามกลางสงครามประสาทจนได้

เมื่อเกมจบรอบหนึ่ง อ๋องหมิงก็ตบมือลงบนโต๊ะดังปัง ดวงตาแดงก่ำจากความตื่นเต้น

“เกมแวร์วูฟนี่มันสุดยอดจริง ๆ! เอาใหม่อีกรอบ!”

หลายคนซึ่งกำลังจะลุกไปพักชะงัก ก่อนกลับมานั่งประจำตำแหน่งอย่างพร้อมเพรียง

ยูรันมองภาพตรงหน้า แล้วถอนหายใจยาว

“นี่มันหนักกว่าที่ข้าคิดเอาไว้อีกนะ”

เขาเคยคิดว่าอ๋องหมิงเพียงติดเกมสงคราม

แต่ดูเหมือนว่าท่านอ๋องผู้นี้จะติดทุกเกมที่ได้ลองเล่นโดยไม่มีข้อยกเว้นเลยสักเกมเดียว