คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 344 มาซัดกันดีกว่า7,455 ตัวอักษร

ตอนที่ 344 มาซัดกันดีกว่า

ตัดกลับมายังนครหลวงเทียนอู่

เย่อ้าวเทียนมองกลุ่มควันซึ่งกำลังก่อตัวเหนือขบวนผู้อพยพผ่านภาพที่ฉายอยู่กลางอากาศ ก่อนหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“ฮ่า ๆๆๆ! เห็นหรือยัง?”

มันชี้หน้ายูรัน

“ต่อให้แกเก่งกาจเพียงใด ก็ไม่มีทางช่วยคนสองแห่งพร้อมกันได้หรอก!”

ยูรันมองภาพหญิงสาวทั้งสี่ซึ่งกำลังเตรียมรับมือ ก่อนหันกลับมาหาเย่อ้าวเทียนอย่างสงบ

“ศิษย์พี่เย่ ข้าจะบอกอะไรให้”

“มีเรื่องหนึ่งที่ท่านยังไม่รู้”

“อะไร?”

“พวกนางทั้งสี่มีอาวุธซึ่งสร้างขึ้นจากกายเทพของข้า”

เย่อ้าวเทียนชะงัก

“กายเทพ?”

“ใช่แล้ว”

ยูรันยกนิ้วขึ้นชี้สิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาบนท้องฟ้า

“พลังจากกายเทพของข้าสามารถต้านและกำจัดเจ้าพวกนี้ได้”

“อะไรนะ?!”

ใบหน้าของเย่อ้าวเทียนเปลี่ยนไปทันที

“เป็นไปไม่ได้!”

“เป็นไปได้หรือไม่ อีกเดี๋ยวท่านก็จะได้เห็นเอง”

ยูรันยกมือขวาขึ้นเหนือศีรษะ

“แต่พวกนางยังควบคุมอาวุธได้ไม่สมบูรณ์ ข้าคงต้องช่วยสักหน่อย”

พลังลมมหาศาลเริ่มหมุนรวมกันเหนือฝ่ามือของเขา

วิ้งงงงงงงงงงงง!

เสียงแหลมสูงดังก้องไปทั่วนคร พลังที่หมุนด้วยความเร็วสุดขีดค่อย ๆ แปรสภาพเป็นวงจักรดาวกระจายขนาดใหญ่ คมทั้งสี่ด้านเกิดจากสายลมซึ่งถูกบีบอัดจนแทบฉีกกระชากห้วงอากาศ

ทันใดนั้น เปลวเพลิงสีฟ้าครามก็ลุกโชนขึ้นรอบวงจักร ก่อนถูกดูดเข้าไปผสานกับคมวายุทุกส่วน

เย่อ้าวเทียนจ้องวิชาเหนือฝ่ามือนั้นตาค้าง

[นั่นมันวิชาอะไรกัน?!]

[ดาวกระจายกำลังหมุนด้วยความเร็วมหาศาล แถมยังมีเปลวเพลิงสีฟ้าอีก...]

[หากข้าถูกมันโจมตีเข้า ตายแน่!]

ยูรันเหลือบมองสีหน้าของอีกฝ่าย ก่อนยิ้มมุมปาก

“ชื่อของมันคือ...”

“คาถาลม ดาวกระจายวงจักรเพลิงคราม”

เสียงหมุนของวงจักรยิ่งแหลมสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนมิติรอบข้างเกิดรอยบิดเบี้ยว

“เมื่อมันระเบิด ใบมีดวายุขนาดเล็กนับล้านจะกระจายออกไป ฉีกทำลายเนื้อเยื่อทุกส่วนจากภายใน”

เขามองเปลวเพลิงสีครามซึ่งลุกโชนอยู่รอบคมจักร

“แล้วยังมีเปลวเพลิงครามช่วยเผาซ้ำอีกชั้นหนึ่งด้วย”

ยูรันพยักหน้ากับผลงานของตนเองอย่างพึงพอใจ

“อืม ศิษย์พี่คงไม่อยากถูกมันโจมตีหรอก”

เย่อ้าวเทียนรีบยกกระบี่ขึ้นเตรียมป้องกัน ทว่ายูรันกลับส่ายหน้า

“ไม่ต้องกลัว วิชานี้ไม่ได้มีไว้สำหรับท่าน”

สายตาของเขาเลื่อนไปยังทิศทางซึ่งขบวนผู้อพยพกำลังเคลื่อนที่

“มันมีไว้สำหรับตัวที่อยู่ทางโน้นต่างหาก”

ยูรันสะบัดแขนออกไปทันที

ฟิ้ววววววววว!

ดาวกระจายวงจักรเพลิงครามฉีกอากาศพุ่งออกจากนครด้วยความเร็วสูง ทิ้งเส้นแสงสีฟ้ายาวพาดผ่านท้องฟ้า

“น่าเสียดายนะศิษย์พี่เย่”

ยูรันลดมือลง ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา

“ท่านหยุดมันไม่ได้หรอก”

เขามองเส้นแสงซึ่งหายลับไปจากสายตา

“ส่วนทางนั้น ข้าคงช่วยพวกนางได้เพียงเท่านี้”

ทางด้านขบวนผู้อพยพ

หนานอวี้ ไป๋หลิง หลานชิงอวี้ และเซี่ยเยว่หลียืนล้อมกลุ่มควันสีม่วงดำเอาไว้จากสี่ทิศ

ทันใดนั้น เสียงแหลมสูงพลันดังมาจากทิศทางของนครหลวง

วิ้งงงงงงงงงงงงงงงง!

เสียงนั้นดังกระหึ่มขึ้นทุกขณะ จนอากาศโดยรอบสั่นสะเทือน

หนานอวี้หันกลับไปมอง

“เสียงอะไรน่ะ?”

ไป๋หลิงหรี่ตาลง ก่อนเห็นจุดแสงสีฟ้ากำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง

“นั่นมันอะไร?”

หลานชิงอวี้มองเส้นแสงยาวซึ่งพาดผ่านท้องฟ้า

“มันลอยมาจากทางนครหลวง ท่านพี่เป็นคนปล่อยมาแน่นอนเจ้าค่ะ!”

เซี่ยเยว่หลีเพ่งมองวงจักรดาวกระจายซึ่งกำลังหมุนด้วยความเร็วสุดขีด ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไปทันที

“ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ช่าง ดูเหมือนมันจะพุ่งเข้าหาเจ้าตัวนี้!”

นางตะโกนสุดเสียง

“หลบเร็ว!”

หญิงสาวทั้งสี่พุ่งถอยออกจากบริเวณนั้นพร้อมกัน

เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ดาวกระจายวงจักรเพลิงครามก็พุ่งทะลุเข้าไปกลางกลุ่มควันสีม่วงดำอย่างแม่นยำ

วิ้งงงงง!

ช่วงเวลาหนึ่ง ทุกสิ่งพลันเงียบสงัด

ก่อนพลังซึ่งถูกบีบอัดเอาไว้ภายในจะระเบิดออก

ตู้มมมมมมมมมมมมมม!

ทรงกลมวายุขนาดมหึมาขยายตัวกลางท้องฟ้า ใบมีดสายลมนับล้านหมุนกวาดอยู่ภายใน ฉีกกลุ่มควันสีม่วงดำออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างต่อเนื่อง

เปลวเพลิงสีฟ้าครามปะทุตามขึ้นมา เผาผลาญทุกส่วนซึ่งถูกคมวายุตัดขาด ไม่เปิดโอกาสให้ควันเหล่านั้นกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

กรี๊ยยยยยยยย!

เสียงกรีดร้องซึ่งไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตใดดังสะเทือนออกมาจากใจกลางการระเบิด

แรงกระแทกแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ จนอ๋องหมิงกับเหล่าผู้อาวุโสต้องร่วมกันกางม่านพลังปกป้องขบวนผู้อพยพ

หนานอวี้ใช้สนับมือป้องกันใบหน้า ก่อนจ้องเปลวเพลิงครามบนท้องฟ้าด้วยดวงตาเป็นประกาย

“สามีส่งมาช่วยพวกเรา!”

ไป๋หลิงมองกลุ่มควันซึ่งกำลังถูกบดขยี้อยู่ภายในทรงกลมวายุ

“ทั้งที่อยู่ไกลขนาดนั้น เขายังโจมตีมาถึงที่นี่ได้...”

เซี่ยเยว่หลีถอนหายใจอย่างโล่งอก

“อย่างน้อยเจ้าตัวนี้ก็ไม่อาจไล่ตามขบวนได้แล้ว”

หลานชิงอวี้กลับยังคงจับจ้องใจกลางการระเบิด

“อย่าเพิ่งวางใจเจ้าค่ะ ท่านพี่บอกว่าพวกมันกลืนกินและวิวัฒนาการได้”

นางขยับเส้นไหมทั้งหมดเข้าปิดล้อมพื้นที่ทันที

“รอดูให้แน่ใจก่อนว่ามันถูกกำจัดแล้วจริง ๆ”

เมื่อเสียงระเบิดค่อย ๆ สงบลง เปลวเพลิงสีครามกับคมวายุซึ่งปกคลุมท้องฟ้าก็เริ่มสลายหายไป

ภายในจุดศูนย์กลาง กลุ่มควันสีม่วงดำถูกฉีกกระจายจนเหลือเพียงเศษเสี้ยว ร่างซึ่งกำลังก่อกำเนิดพังทลายไปเกือบทั้งหมด

ทว่ามันยังคงดิ้นรนรวบรวมควันกลับเข้าหากัน

หนานอวี้จ้องมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกระแทกสนับมือเข้าหากัน

กร๊อบ!

“มันยังไม่ตาย!”

เปลวเพลิงหงส์ปะทุขึ้นรอบกายของนาง

“พวกเรารุมมันเลย!”

ไป๋หลิง หลานชิงอวี้ และเซี่ยเยว่หลียกอาวุธขึ้นพร้อมกัน

“รับทราบ!”

หญิงสาวทั้งสี่พุ่งเข้าใส่อสูรสุญญตาซึ่งกำลังอ่อนแรงทันที

ตัดกลับมายังนครหลวงเทียนอู่

เย่อ้าวเทียนยังคงจ้องเส้นแสงซึ่งพุ่งออกไปทางขบวนผู้อพยพด้วยสีหน้าตกตะลึง

ยูรันมองมัน ก่อนกล่าวเตือนอย่างใจเย็น

“อย่าเหม่อสิ ศิษย์พี่เย่”

เย่อ้าวเทียนหันขวับกลับมา

“แก...แกทำแบบนั้นได้อย่างไร?!”

ยูรันเพียงสะบัดมือขวาออกไปเบา ๆ

ฉัวะ!

ไม่มีชื่อวิชา ไม่มีแสงสว่าง และแทบไม่มีกลิ่นอายพลังปราณ

แขนซ้ายของเย่อ้าวเทียนพลันขาดหายไปตั้งแต่หัวไหล่ เลือดพุ่งกระจายออกมากลางอากาศ

“อ๊ากกกกกกกกก!”

มันทรุดตัวลงพร้อมคว้าบาดแผลเอาไว้

“แขนข้า! แขนของข้า!”

ยูรันเอียงคอมอง

“หืม? ศิษย์พี่คงไม่ได้คิดจริง ๆ หรอกนะว่าจะรับมือข้าได้”

เขายกมือขวาขึ้นมองเล็กน้อย

“ที่ผ่านมาท่านเห็นข้าประสานมุทรา ตะโกนชื่อวิชา แล้วรอให้ศัตรูเตรียมรับมือตลอด เพราะข้ากำลังเล่นสนุกอยู่เท่านั้นแหละ”

แววตาของยูรันเย็นชาลง

“แต่นี่กำลังจะฆ่ากันจริง ๆ ข้าคงไม่เสียเวลาทำเรื่องเช่นนั้นหรอก”

เย่อ้าวเทียนกัดฟันจนเลือดไหลออกจากมุมปาก

“บัดซบ! เมื่อครู่มันคือวิชาอะไร?!”

“อยากรู้หรือ?”

ยูรันส่ายหน้า

“ไม่มีชื่อหรอก ข้าก็แค่ฟันทุกอย่างในแนวเดียวกันทิ้งไปทั้งแถบเท่านั้นเอง”

เขาชี้ผ่านไหล่ของเย่อ้าวเทียน

“ลองดูข้างหลังสิ”

เย่อ้าวเทียนค่อย ๆ หันกลับไป

อาคารหลายสิบหลังซึ่งตั้งเรียงรายอยู่ด้านหลังถูกตัดขาดในแนวเดียวกันทั้งหมด รอยตัดราบเรียบทอดยาวผ่านกำแพง ถนน และหอคอย ไปจนสุดขอบนคร

ครืน...

ส่วนบนของอาคารทุกหลังค่อย ๆ เลื่อนออกจากรอยตัด ก่อนพังถล่มลงพร้อมกันเป็นทางยาว

ยูรันมองภาพนั้น ก่อนกล่าวอย่างไม่ทุกข์ร้อน

“แขนของท่านเพียงบังอยู่ในเส้นทางพอดีเท่านั้นเอง”

เย่อ้าวเทียนมองแนวรอยตัดซึ่งทอดยาวไปจนสุดขอบนคร ก่อนความหวาดกลัวจะเข้าครอบงำจิตใจอย่างสมบูรณ์

[ปีศาจ...เจ้านี่มันเป็นปีศาจชัด ๆ!]

[ข้าต้องรีบหนี! หลิงเยวี่ยไม่เอาแล้วก็ได้ ขอเพียงไม่ตาย สตรีค่อยหาใหม่ภายหลังก็ยังทัน!]

ยูรันเหลือบมองสีหน้าของมัน ก่อนกล่าวอย่างสบายอารมณ์

“ที่จริงข้าไม่ค่อยชอบฆ่าผู้ใดเท่าไร”

ความหวังพลันปรากฏขึ้นในดวงตาของเย่อ้าวเทียน

ทว่ายูรันกลับกล่าวต่อ

“ดังนั้นข้าจะเพียงตัดแขนขาของท่านทิ้ง แล้วทำลายตบะทั้งหมดก็แล้วกัน”

“อะไรนะ?!”

ยูรันสะบัดมือออกไปอีกครั้ง

ฉัวะ!

คมพลังที่มองไม่เห็นกวาดผ่านอากาศตรงเข้าหาเย่อ้าวเทียน

มันไม่กล้ารับมือแม้แต่น้อย รีบหยิบยันต์สีทองออกมาฉีกทิ้งทันที

แควก!

“ยันต์เคลื่อนย้ายหมื่นลี้ ทำงาน!”

วาบ!

แสงสีทองห่อหุ้มร่างของเย่อ้าวเทียน ก่อนมันจะหายไปจากตำแหน่งเดิมในเสี้ยวพริบตา

คมพลังจึงพุ่งผ่านจุดที่มันเคยอยู่ แล้วกวาดเข้าใส่อาคารด้านหลังแทน

ตู้มมมมม!

อาคารทั้งแถบหายไปจากพื้นดินในพริบตา เหลือเพียงร่องลึกขนาดมหึมาซึ่งทอดยาวออกไป

ยูรันมองตำแหน่งว่างเปล่าตรงหน้า

“ยังมีของสำหรับหนีอยู่อีกหรือ?”

เขาเพ่งมองอยู่ครู่หนึ่ง

“อืม...เคลื่อนย้ายไปไกลกว่าสองหมื่นลี้แล้ว หากตามไปตอนนี้คงกลับมาไม่ทัน”

ยูรันถอนหายใจอย่างเสียดาย

“น่าเสียดายจริง ๆ”

เสียงกระพือปีกดังสนั่นขึ้นเหนือศีรษะ

ครืนนนน!

เงาขนาดมหึมาปกคลุมทั่วทั้งนคร อสูรสุญญตาไร้ดวงตาก้มศีรษะลงมา เขี้ยวคีมซ้อนกันหลายชั้นค่อย ๆ อ้าออก ขณะที่กลิ่นอายสีม่วงดำเริ่มกลืนกินอากาศรอบตัว

ยูรันเงยหน้าขึ้นมองมัน ก่อนขยับลำคอไปมา

กร๊อบ! กร๊อบ!

“ทีนี้ก็เหลือแกแล้ว”

เขายกมือขึ้นกวักเรียกสิ่งมีชีวิตค้ำฟ้า

“มาซัดกันดีกว่า”