คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 345 ห้ามปล่อยให้พวกนางหนีรอด8,072 ตัวอักษร

ตอนที่ 345 ห้ามปล่อยให้พวกนางหนีรอด

ยูรันเงยหน้าสำรวจร่างของอสูรสุญญตาอย่างละเอียด

“อืม มีทั้งแขนขาและปีก หากปล่อยให้บินไปมาคงจัดการได้ไม่ถนัดเท่าไร”

เขายกมือทั้งสองขึ้น ก่อนประกบฝ่ามือเข้าหากัน

แปะ!

“ถ้าเช่นนั้น เริ่มด้วย สุดยอดผนึก”

พลังมหาศาลพลันรวมตัวขึ้นเหนือท้องฟ้า มิติรอบกายของอสูรสุญญตาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

“ประตูเทพพิชิต”

ครืนนนน!

ประตูขนาดมหึมาซึ่งมีรูปลักษณ์คล้ายเสาคู่กับคานยักษ์ปรากฏขึ้นเหนือเมฆ ก่อนตกลงมาด้วยความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว

ตู้ม!

ประตูแรกกระแทกลงบนลำคอของอสูรสุญญตา กดศีรษะของมันจนค้อมลงอย่างรุนแรง

ประตูที่สองและสามตกตามลงมา ครอบทับปีกเกราะทั้งสองข้างจนไม่อาจกางออกได้

ตู้ม! ตู้ม!

ประตูอีกหลายบานปรากฏขึ้นติดต่อกัน ก่อนกระแทกปิดกั้นแขนขาและลำตัวทุกส่วนอย่างแม่นยำ

แกร๊ก!

เปลือกสีดำเหลือบม่วงส่งเสียงแตกร้าว ขณะที่พลังผนึกแทรกซึมเข้าไปทั่วทั้งร่าง ทำให้มันไม่อาจกลืนกินประตูเหล่านั้นได้ในทันที

ปีกขนาดมหึมาหยุดกระพือกลางอากาศ

ร่างค้ำฟ้าของอสูรสุญญตาสูญเสียการทรงตัว ก่อนร่วงลงจากท้องฟ้าพร้อมประตูเทพทุกบานซึ่งกดทับอยู่

กรี๊สสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส!

ตู้มมมมมมมมมม!

ร่างยักษ์กระแทกลงกลางนครหลวงจนแผ่นดินสั่นสะเทือน อาคารที่ยังเหลืออยู่โดยรอบพังถล่ม ฝุ่นควันมหาศาลพวยพุ่งขึ้นปกคลุมท้องฟ้า

ยูรันยังคงลอยอยู่เหนือพื้นดิน มองอสูรสุญญตาซึ่งถูกประตูเทพกดตรึงเอาไว้ ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“อืม แบบนี้ค่อยสู้ได้สะดวกหน่อย”

ยูรันไม่ปล่อยให้อสูรสุญญตามีโอกาสตั้งตัว

เขายกมือทั้งสองขึ้น ก่อนสะบัดออกไปติดต่อกันอย่างรวดเร็ว

ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!

คมพลังที่มองไม่เห็นนับร้อยสายพุ่งลงจากท้องฟ้า กระหน่ำฟันใส่ร่างมหึมาอย่างต่อเนื่อง

เปลือกสีดำเหลือบม่วงถูกฟันจนสะเก็ดเกราะปลิวกระจาย รอยแผลจำนวนมากปรากฏขึ้นตามข้อต่อ ปีก และแขนขา

ยูรันไม่ได้โจมตีอย่างไร้ทิศทาง

ทุกคมพลังล้วนฟันซ้ำลงบนตำแหน่งเดิมอย่างแม่นยำ

ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!

เปลือกซึ่งหนาราวกับกำแพงเมืองค่อย ๆ ถูกเฉือนออกทีละชั้น จนของเหลวสีม่วงดำเริ่มไหลทะลักออกมาจากบาดแผล

กรี๊สสสสสสส!

แม้จะถูกประตูเทพพิชิตกดตรึงเอาไว้ แต่อสูรสุญญตากลับไม่ยอมถูกโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว

แขนขนาดมหึมาของมันกระชากขึ้นอย่างรุนแรง

ครืน!

ประตูเทพบานหนึ่งสั่นสะเทือน ก่อนพื้นดินโดยรอบจะแตกร้าวเป็นวงกว้าง

มันบิดส่วนหัวกลับมา แล้วอ้าปากซึ่งเต็มไปด้วยเขี้ยวคีมซ้อนกันหลายชั้น

กลุ่มควันสีม่วงดำพวยพุ่งออกมาราวกับคลื่นยักษ์ กวาดกลืนกินทุกสิ่งซึ่งขวางทางและพุ่งตรงเข้าหายูรัน

ยูรันเอียงตัวหลบเพียงเล็กน้อย

คลื่นควันเฉียดผ่านเสื้อคลุม ก่อนพุ่งขึ้นไปกลืนก้อนเมฆทั้งแถบจนหายไปจากท้องฟ้า

“โอ้ ยังตอบโต้ได้อีกหรือ?”

อสูรสุญญตากระชากแขนอีกครั้ง ก่อนกวาดกรงเล็บผ่านอากาศ

ฟ้าว!

เพียงแรงลมจากการโจมตีก็ฉีกอาคารด้านข้างจนแหลกละเอียด ยูรันหายไปจากตำแหน่งเดิม ก่อนปรากฏตัวขึ้นเหนือศีรษะของมัน

“แต่ตัวใหญ่เกินไปจริง ๆ นั่นแหละ”

เขาสะบัดมือพร้อมกันทั้งสองข้าง

ฉัวะ!

คมพลังขนาดมหึมาสองสายฟันไขว้ลงบนข้อต่อแขนซึ่งกำลังดิ้นรน

ตู้ม!

แขนข้างนั้นกระแทกกลับลงกับพื้น ขณะที่ประตูเทพบานใหม่ตกลงมาซ้ำเติมทันที

อสูรสุญญตาส่งเสียงกรีดร้อง ก่อนเปลือกทั่วร่างจะเริ่มเคลื่อนไหว ของเหลวสีม่วงดำไหลย้อนกลับเข้าไปตามบาดแผล รอยตัดจำนวนมากค่อย ๆ ปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว

ยูรันหรี่ตา

“คงต้องรีบจัดการแล้วสิ”

“โชคดีที่ยังเป็นเพียงยศเศษเดน”

ยูรันกวาดตามองเปลือกชั้นใหม่ซึ่งกำลังงอกขึ้นมา

“ดูเหมือนหลังจากถูกทอดทิ้ง มันจะสังเวยพันธะระหว่างตนเองกับราชินี เพื่อแลกกับคุณสมบัติเพิ่มเติม”

“การปรับตัว? ยุ่งยากแล้ว”

เขาหันไปมองคลื่นพลังสีม่วงดำซึ่งกำลังแผ่ขยายจากร่างของมันไปทั่วนคร

พื้นที่ซึ่งถูกคลื่นพลังครอบคลุมเริ่มบิดเบี้ยว ไม่ว่าผู้ใดจะเคลื่อนที่ไปไกลเพียงใด สุดท้ายก็จะวกกลับมาอยู่ยังจุดเดิมเสมอ

“แถมยังมีเขตแดนซึ่งทำให้ทุกสิ่งวนกลับมายังตำแหน่งเดิมอีก”

ยูรันลองกระตุ้นวิชาเคลื่อนย้าย ก่อนพบว่ามิติรอบตัวเริ่มปิดตายลงทีละน้อย

“ตอนนี้ก็เริ่มใช้วิชาเคลื่อนย้ายไม่ได้แล้ว หากเขตแดนขยายครอบคลุมทั่วทั้งเมืองเมื่อไร ทั้งเทพนภาเหินกับก้าวพริบตาคงถูกผนึกทั้งหมด”

เขาถอนหายใจอย่างรำคาญ

“ยุ่งยากชะมัด”

ยูรันสะบัดแขนเสื้อ เม็ดดินเหนียวจำนวนมากโปรยกระจายลงไปทั่วร่างของอสูรสุญญตา ก่อนเกาะติดตามรอยแตกและข้อต่อของเปลือก

เขาประกบฝ่ามือ

“ระเบิด”

ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!

แรงระเบิดปะทุขึ้นต่อเนื่องทั่วทั้งร่างยักษ์ เปลือกชั้นใหม่ซึ่งเพิ่งงอกขึ้นถูกระเบิดจนแตกกระจาย ของเหลวสีม่วงดำพุ่งออกจากบาดแผลราวกับน้ำพุ

อสูรสุญญตาดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง ประตูเทพทุกบานสั่นสะเทือนจนส่งเสียงครืนครั่น

ยูรันไม่ปล่อยให้มันมีเวลาปรับตัวกับแรงระเบิด

“ตามด้วยเจ้านี่”

เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นบนมือ ก่อนควบแน่นกลายเป็นคันธนูเพลิงขนาดใหญ่

ยูรันดึงสายธนูจนสุดกำลัง ลูกศรเพลิงสีแดงฉานก่อตัวขึ้นพร้อมความร้อนซึ่งทำให้อากาศรอบข้างบิดเบี้ยว

ฟ้าว!

ลูกศรพุ่งลงไปปักกลางแผ่นหลังซึ่งเปลือกถูกระเบิดเปิดออก

ช่วงเวลาถัดมา พลังทั้งหมดก็ปะทุขึ้นจากภายใน

ตู้มมมมม!

เสาเพลิงขนาดมหึมาทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า กลืนร่างของอสูรสุญญตาเข้าไปทั้งตัว

ยูรันขึ้นสายธนูอีกครั้ง

ฟ้าว! ฟ้าว! ฟ้าว!

ลูกศรเพลิงอีกหลายนัดพุ่งตามลงไป ปักตามข้อต่อ ปีก และบาดแผลซึ่งถูกเปิดออก ก่อนระเบิดกลายเป็นเสาเพลิงหลายต้นติดต่อกัน

ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!

เปลวไฟทั้งหมดเชื่อมเข้าหากัน จนพื้นที่กลางนครหลวงกลายเป็นทะเลเพลิงขนาดมหึมา

ตัดกลับมายังภพซ่อนเงา

พื้นที่ซึ่งเคยราบเรียบถูกทำลายจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม หลุมขนาดใหญ่กับรอยกระบี่กระจายอยู่ทั่วทุกแห่ง ซากของวิเศษและร่างผู้บำเพ็ญระดับแปลงเทพทั้งสามสิบคนนอนเกลื่อนอยู่บนพื้น

เฟิงซูหลานใช้แขนเสื้อเช็ดเลือดตรงมุมปาก ก่อนยกอาวุธชี้ไปยังตู้ฉางคง

“ยอมแพ้เสียเถอะ ไอ้แก่”

นางหอบหายใจอย่างหนัก แต่ยังคงยิ้มเยาะ

“ตอนนี้เหลือเพียงแกคนเดียวแล้ว”

หลิงเยวี่ย เหอหว่านชิง และเฟิงซูหลานต่างได้รับบาดเจ็บสาหัส อาภรณ์ของทั้งสามเปื้อนเลือด บาดแผลจากของวิเศษปรากฏอยู่ทั่วร่าง พลังปราณเองก็เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่ง

ทว่าสภาพของตู้ฉางคงกลับเลวร้ายยิ่งกว่า

แขนข้างหนึ่งของมันขาดหาย หน้าอกถูกคมกระบี่แทงทะลุ ส่วนลมหายใจก็อ่อนแรงราวกับพร้อมสิ้นใจได้ทุกเมื่อ

แต่แทนที่จะยอมแพ้ มันกลับเงยหน้าหัวเราะ

“ฮ่า ๆๆๆๆ!”

เลือดไหลออกจากปากทุกครั้งที่มันหัวเราะ

“ถึงพวกแกจะฆ่าคนของข้าจนหมดแล้วจะอย่างไร?”

มันจ้องหญิงสาวทั้งสามด้วยแววตาคลุ้มคลั่ง

“ดูสภาพของพวกแกเสียก่อน บาดเจ็บสาหัสจนใกล้ตายกันทุกตัว!”

ตู้ฉางคงยกมือซึ่งเหลืออยู่ขึ้น

“แค่พวกแกสามคน ข้ายังจัดการได้!”

มันกำวัตถุบางอย่างในมือจนแตกละเอียด ก่อนคำรามออกมาสุดเสียง

“ออกมา!”

ครืน! ครืนนนน!

ภพซ่อนเงาทั้งแห่งสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ท้องฟ้าเหนือศีรษะถูกฉีกกระชากออกจากกัน รอยแยกสีดำขยายตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนกลุ่มควันสีม่วงดำจะทะลักออกมาจากอีกด้าน

เฟิงซูหลานเงยหน้าขึ้น

“นั่นมันอะไร?”

ควันทั้งหมดรวมตัวเข้าหากัน ก่อนค่อย ๆ ควบแน่นกลายเป็นร่างเนื้อซึ่งบิดเบี้ยว เปลือกสีดำเหลือบม่วงงอกขึ้นปกคลุมทั่วร่าง ขณะที่กลิ่นอายกลืนกินแผ่ขยายออกไปอย่างเงียบงัน

แม้รูปร่างของมันจะไม่ใหญ่โตเท่าตัวซึ่งปรากฏเหนือนครหลวง แต่กลิ่นอายกลับอันตรายและเข้มข้นยิ่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด

มันคืออสูรสุญญตายศเศษเดน ระดับลืมตาตื่น

เพียงตัวเดียวก็เพียงพอจะสังหารผู้บำเพ็ญระดับหลอมสุญญตานับร้อยได้อย่างง่ายดาย

สีหน้าของหลิงเยวี่ยเปลี่ยนไปทันที

ทว่าตอนนี้พวกนางอยู่ในภพซ่อนเงาซึ่งไม่มีทางออก พลังปราณเหลือเพียงน้อยนิด ทั้งยังได้รับบาดเจ็บสาหัสกันทุกคน

หลิงเยวี่ยกำกระบี่ในมือแน่น ก่อนหลับตาลงเพียงชั่วขณะ

[รันเอ๋อร์...ข้าขอโทษ]

อสูรสุญญตาพลันหันส่วนหัวมาทางนาง

กลุ่มควันสีม่วงดำรวมตัวเป็นแขน ก่อนพุ่งเข้าหาหลิงเยวี่ยด้วยความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว

เหอหว่านชิงเบิกตากว้าง

“หลิงเยวี่ย เหม่ออะไรอยู่!”

นางตะโกนสุดเสียง

“หลบเร็ว!”

ตู้มมมมม!

แขนสีม่วงดำกระแทกลงตรงตำแหน่งซึ่งหลิงเยวี่ยเคยยืนอยู่ พื้นดินบริเวณนั้นหายวับไปทั้งแถบ ราวกับไม่เคยมีสิ่งใดอยู่ตรงนั้นมาก่อน

หลิงเยวี่ยใช้แรงเฮือกสุดท้ายกระโดดหลบออกมาได้อย่างหวุดหวิด ก่อนกลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ

เฟิงซูหลานรีบพุ่งเข้าไปประคองนาง

“ยัยบ้า เป็นอะไรของเจ้า!”

นางมองอสูรสุญญตาซึ่งกำลังหันกลับมา ก่อนรีบล้วงมือเข้าไปในแหวนมิติ

“ข้ายังมีของวิเศษสำหรับหลบหนีอยู่นะ รีบไปกันเถอะ!”

ลูกแก้วใสขนาดเท่ากำปั้นปรากฏขึ้นในมือของนาง ภายในมีประกายแสงนับไม่ถ้วนหมุนวนอยู่

เฟิงซูหลานบีบลูกแก้วทันที

เพล้ง!

แสงสีขาวเจิดจ้าห่อหุ้มร่างของหญิงสาวทั้งสาม

ตู้ฉางคงเห็นดังนั้นก็คำรามลั่น

“คิดจะหนีไปไหน!”

มันรวบรวมพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ ก่อนฟันกระบี่เข้าใส่กลุ่มแสง

ฉัวะ!

คมกระบี่พุ่งมาถึงในเสี้ยวพริบตา ทว่าก่อนจะสัมผัสร่างของหญิงสาวทั้งสาม แสงจากลูกแก้วก็ปะทุขึ้นเสียก่อน

วาบบบบบ!

ร่างของหลิงเยวี่ย เฟิงซูหลาน และเหอหว่านชิงหายไปพร้อมกัน

คมกระบี่จึงฟันผ่านเพียงความว่างเปล่า ก่อนระเบิดพื้นดินด้านหลังจนแยกออกเป็นทางยาว

ตู้ฉางคงเบิกตากว้าง

“หนีออกจากภพซ่อนเงาได้อย่างไร?!”

มันกัดฟัน ก่อนหันไปตวาดใส่อสูรสุญญตา

“รีบตามไป! ห้ามปล่อยให้พวกนางหนีรอด!”

อสูรสุญญตาส่งเสียงคำรามต่ำ

กลุ่มควันสีม่วงดำแผ่ขยายออกจากกรงเล็บ ก่อนกระชากห้วงมิติตรงหน้าออกจากกันอย่างรุนแรง

แควก!

รอยแยกมิติเปิดออก เผยให้เห็นเส้นทางซึ่งสมบัติหลบหนีทิ้งร่องรอยเอาไว้

อสูรสุญญตาพุ่งเข้าไปภายในรอยแยกทันที ส่วนตู้ฉางคงรีบฝืนร่างกายอันบาดเจ็บสาหัสตามเข้าไปโดยไม่ลังเล

วาบ!

ภพซ่อนเงากลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง