คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 346 ไปได้แล้ว7,221 ตัวอักษร

ตอนที่ 346 ไปได้แล้ว

ตัดกลับมายังนครหลวงเทียนอู่

ยูรันลอยอยู่เหนือร่างมหึมาของอสูรสุญญตา ตรวจสอบทุกส่วนของมันอย่างละเอียด

“อืม...โจมตีไปถึงขนาดนี้แล้ว แต่แก่นแท้ยังไม่ยอมปรากฏออกมา”

เขากวาดสายตามองผ่านเปลือก เนื้อเยื่อ และกลุ่มควันซึ่งไหลเวียนอยู่ทั่วร่าง

“ซ่อนอยู่ที่ใดกันแน่?”

ยูรันสะบัดมือออกไปอีกครั้ง

วูบ!

คมพลังขนาดมหึมาฟันผ่านลำตัวของอสูรสุญญตา ก่อนระเบิดเปลือกชั้นนอกออกเป็นทางยาว

ตู้ม!

กรี๊สสสสสสสสส!

อสูรสุญญตาดิ้นรนอยู่ใต้ประตูเทพ ทว่ารอยฟันซึ่งควรฉีกเข้าไปถึงภายในกลับตื้นลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด เปลือกชั้นใหม่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อรับแรงโจมตี

ยูรันขมวดคิ้ว

“แถมยังเริ่มปรับตัวกับการฟันแล้วด้วย”

ทันใดนั้น เขาจับสัมผัสความผันผวนของมิติบริเวณลานประลองได้

ยูรันหันขวับไปทันที

“หืม นั่นมัน...”

แสงสีขาวปะทุขึ้นกลางอากาศ

“อาจารย์?”

พรึ่บ!

ร่างของหลิงเยวี่ย เฟิงซูหลาน และเหอหว่านชิงร่วงออกจากรอยแยกมิติ ก่อนตกลงบนพื้นใกล้ลานประลอง

ทั้งสามมองไปรอบตัวด้วยความสับสน เมื่อเห็นอาคารและสนามประลองอันคุ้นเคยจึงรู้ว่าตนเองกลับมาถึงนครหลวงแล้ว

เฟิงซูหลานทรุดตัวลงคุกเข่า ก่อนหอบหายใจอย่างรุนแรง

“แฮ่ก...แฮ่ก...เกือบไม่รอด”

นางหันกลับไปมองรอยแยกซึ่งกำลังปิดตัวลง

“เจ้าตัวนั้นมันอะไรกันแน่?”

“แค่ก ๆ!”

หลิงเยวี่ยไออย่างรุนแรง ก่อนกระอักเลือดสีคล้ำออกมาคำใหญ่ ร่างของนางทรุดลงอย่างไร้เรี่ยวแรง

เหอหว่านชิงรีบรับตัวนางเอาไว้

“ซูหลาน นางบาดเจ็บ!”

เฟิงซูหลานหันขวับ ก่อนคลานเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว

“ว่าอย่างไรนะ? บาดเจ็บตรงไหน?”

หลิงเยวี่ยกุมท้องน้อยเอาไว้แน่น ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด

“ตันเถียน...”

“อะไรนะ?!”

เฟิงซูหลานรีบส่งสัมผัสวิญญาณเข้าไปตรวจสอบ ก่อนดวงตาจะเบิกกว้าง

“แต่เมื่อครู่เจ้าหลบพ้นแล้วนี่ เหตุใดจึงยังถูกมันโจมตีได้?”

หลิงเยวี่ยส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง

“ข้าไม่รู้...”

ภายในตันเถียนของนาง มีกลุ่มควันสีม่วงดำขนาดเล็กเกาะติดอยู่ มันกำลังกัดกินพลังปราณ เส้นลมปราณ และทะเลพลังอย่างช้า ๆ

ไม่ว่าหลิงเยวี่ยจะพยายามใช้พลังขับไล่เพียงใด ควันเหล่านั้นกลับกลืนกินพลังของนาง แล้วขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

เหอหว่านชิงมองสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนสีหน้าจะซีดลง

“มันกำลังกินตันเถียนของนาง...”

กรี๊สสสสสสสสสสสส!

เสียงกรีดร้องแหลมสูงพลันดังสะเทือนไปทั่วนครหลวง แรงสั่นสะเทือนทำให้พื้นลานประลองแตกร้าวและเศษหินกระเด็นขึ้นจากพื้น

เฟิงซูหลานสะดุ้ง ก่อนรีบหันไปตามต้นเสียง

“มีอะไรอีก?!”

เมื่อมองผ่านซากอาคารออกไป นางก็เห็นร่างของอสูรสุญญตาขนาดมหึมากำลังดิ้นรนอยู่กลางนคร ปีก แขนขา และลำตัวของมันถูกประตูเทพขนาดยักษ์หลายบานกดตรึงเอาไว้กับพื้น

เสาเพลิงยังคงลุกโชนอยู่ทั่วร่าง ขณะที่รอยระเบิดกับรอยฟันจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏอยู่บนเปลือกสีดำเหลือบม่วง

เฟิงซูหลานอ้าปากค้าง

“นั่นมันตัวอะไรน่ะ?”

นางชี้ไปยังประตูขนาดมหึมา

“แล้วเหตุใดจึงถูกเสาพวกนั้นล็อกเอาไว้อยู่?”

เหอหว่านชิงยังไม่ทันตอบ มิติด้านข้างก็สั่นไหวขึ้นอย่างกะทันหัน

พรึ่บ!

ยูรันปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าหญิงสาวทั้งสาม

สายตาของเขากวาดผ่านเฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิงเพียงครู่เดียว ก่อนหยุดลงบนร่างของหลิงเยวี่ย

เมื่อมองเห็นควันสีม่วงดำซึ่งกำลังกัดกินตันเถียนของนาง ยูรันก็หรี่ตาลง

“อืม บาดเจ็บนี่”

เขาเหลือบมองอสูรสุญญตาซึ่งถูกผนึกอยู่ไกลออกไป

“ช่างเถอะ ตอนนี้ไม่มีเวลามากนัก”

ทันใดนั้น ยูรันพลันสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง

“หืม?”

กรี๊สสสสสสส!

อสูรสุญญตาอ้าปาก ก่อนปล่อยคลื่นพลังสีม่วงดำพุ่งตรงเข้ามา ทุกพื้นที่ซึ่งการโจมตีเคลื่อนผ่านต่างถูกกลืนหายไปจนหมด

ยูรันยกมือข้างหนึ่งขึ้น

“ชำแหละ”

พรึ่บ!

พื้นที่เบื้องหน้าพลันถูกแบ่งออกเป็นเส้นตารางนับไม่ถ้วน

คลื่นพลังสีม่วงดำซึ่งกำลังพุ่งเข้ามาถูกหั่นออกเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ราวกับถูกคมมีดที่มองไม่เห็นนับล้านเล่มตัดผ่าน

แม้แต่กรงเล็บกับเปลือกส่วนหน้าของอสูรสุญญตาก็ถูกหั่นเป็นชิ้นเต๋า ก่อนร่วงกระจายลงกับพื้น

กรี๊สสสสสสสสสสสสสสสสส!

เสียงกรีดร้องของมันดังก้องไปทั่วนครอีกครั้ง

ยูรันไม่เสียเวลามองผลงาน เขารีบหันกลับมาหาหญิงสาวทั้งสาม

“ข้าจะรักษาบาดแผลให้ก่อน”

วาบ!

อักขระจำนวนมากออกมาจากหนึกบนหน้าผาก ก่อนห่อหุ้มหลิงเยวี่ย เฟิงซูหลาน และเหอหว่านชิงพร้อมกัน

บาดแผลบนร่างของทั้งสามสมานตัวอย่างรวดเร็ว กระดูกซึ่งแตกร้าวกลับเข้าที่ พลังชีวิตที่เกือบแห้งเหือดถูกเติมเต็มในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ

เฟิงซูหลานมองบาดแผลของตนเองซึ่งหายไปต่อหน้าต่อตา

“นี่มันวิชาอะไรกัน?”

เหอหว่านชิงหันไปมองนาง

“ตอนนี้ใช่เวลาสงสัยหรือ?”

หลิงเยวี่ยพยายามพยุงตัวลุกขึ้น

“รันเอ๋อร์ ข้า...”

“ข้าจะพาท่านไปรวมกับคนอื่นก่อน เรื่องที่เหลือค่อยว่ากันทีหลัง”

ยูรันมองผ่านร่างของนางเข้าไปยังตันเถียน

แม้บาดแผลทั้งหมดจะหายไปแล้ว แต่กลุ่มควันสีม่วงดำยังคงเกาะติดอยู่ภายใน และกำลังกัดกินพลังของนางอย่างต่อเนื่อง

“ถึงร่างกายจะได้รับการรักษาแล้ว แต่ตันเถียนของท่านยังถูกกลืนกินอยู่ ต้องรีบจัดการต้นเหตุ”

หลิงเยวี่ยรีบกล่าว

“มันยังมีอีกตัวอยู่ในมิติพิเศษ ตู้ฉางคงเองก็บาดเจ็บสาหัสอยู่ในนั้น”

ยูรันพยักหน้า

“ข้าเข้าใจแล้ว”

เขาวางมือบนไหล่ของหญิงสาวทั้งสาม

“ไปกันเถอะ”

พรึ่บ!

ร่างของทั้งสี่หายไปจากบริเวณลานประลองทันที

เพียงไม่กี่ลมหายใจต่อมา มิติกลางอากาศก็ถูกฉีกกระชากออกอย่างรุนแรง

แควก!

ตู้ฉางคงพุ่งออกมาจากรอยแยกพร้อมอสูรสุญญตาระดับลืมตาตื่น

มันกวาดตามองรอบตัว ก่อนตวาดอย่างหงุดหงิด

“ยัยสามตัวนั้นหายไปไหนแล้ว?!”

ทันใดนั้น มันก็เห็นร่างอสูรสุญญตาขนาดมหึมาซึ่งถูกประตูเทพหลายบานกดตรึงอยู่กลางนคร

“หืม?”

ตู้ฉางคงมองประตูยักษ์เหล่านั้นอย่างตกตะลึง

“เหตุใดเจ้าตัวนี้จึงถูกเสาพวกนั้นล็อกเอาไว้?”

มันรวบรวมพลังไว้ในกระบี่ ก่อนฟันเข้าใส่ประตูเทพเต็มกำลัง

เคร้ง!

คมกระบี่แตกกระจายทันทีที่สัมผัสประตู ขณะที่ตัวประตูกลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน

ตู้ฉางคงกัดฟัน ก่อนหันไปสั่งอสูรสุญญตาระดับตื่นรู้

“แก! ไปช่วยมันทำลายเสาพวกนั้นเดี๋ยวนี้!”

อสูรสุญญตาหันส่วนหัวอันไร้ดวงตาไปทางประตูเทพ ก่อนกลุ่มควันสีม่วงดำทั่วร่างจะเริ่มปะทุออกมาอีกครั้ง

ทางด้านหนานอวี้ ไป๋หลิง หลานชิงอวี้ และเซี่ยเยว่หลี

หลังจากร่วมมือกันโจมตีอย่างต่อเนื่อง ร่างเนื้อของอสูรสุญญตาก็ถูกทำลายไปจนหมดแล้ว ทว่ายังคงมีกลุ่มควันสีม่วงดำรวมตัวอยู่กลางวงล้อม

ไม่ว่าทั้งสี่จะฟัน เผา แช่แข็ง หรือใช้ของวิเศษโจมตีเพียงใด ควันเหล่านั้นก็ยังไม่ยอมสลายหายไปอย่างสมบูรณ์

หนานอวี้กระแทกสนับมือเข้าใส่อีกครั้ง

ตู้ม!

“บ้าเอ๊ย! เหตุใดมันยังไม่ตายสักที!”

นางหอบหายใจอย่างหนัก

“ตอนนี้มันไม่มีแม้แต่ร่างแล้ว แต่กลับยังไม่ยอมตาย!”

ไป๋หลิงใช้ดาบยันพื้นเอาไว้ ใบหน้าซีดลงจากการสูญเสียพลังปราณจำนวนมาก

“แฮ่ก...นี่ขนาดเป็นเพียงยศต่ำสุดนะ”

นางมองกลุ่มควันซึ่งใกล้แตกสลายเต็มที

“มันอยู่ในสภาพใกล้ตายถึงเพียงนี้ แต่พวกเราสี่คนยังจัดการไม่ได้”

หลานชิงอวี้ควบคุมเส้นไหมให้พันรอบกลุ่มควันไว้อย่างแน่นหนา

“ท่านพี่ต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตแบบนี้ได้อย่างไรกัน?”

เซี่ยเยว่หลี่สั่นกระดิ่งในมืออีกครั้ง คลื่นพลังจิตมารแผ่เข้าไปในควัน ทว่ากลับถูกกลืนหายไปแทบทั้งหมด

“ทั้งจิตมารและกระดิ่งของข้าแทบทำอะไรมันไม่ได้เลย”

ทันใดนั้น

พรึ่บ!

ยูรันปรากฏตัวขึ้นพร้อมหลิงเยวี่ย เฟิงซูหลาน และเหอหว่านชิง

เขามองสภาพของหญิงสาวทั้งสี่ ก่อนพยักหน้าเล็กน้อย

“หืม ต้านมันได้นานเหมือนกันนี่”

หนานอวี้หันขวับ

“สามี รีบช่วยที! เจ้าตัวนี้ไม่ยอมตายสักที!”

ยูรันก้าวออกไปด้านหน้า ก่อนยกมือขึ้นตั้งท่า

“ตราทมิฬ”

“พลิกผัน”

“ไร้เงา”

“ใต้วิถี”

วูบ!

เส้นสีดำกวาดผ่านกลุ่มควันเป็นแนวตรง

ไม่มีเสียงระเบิดและไม่มีคลื่นพลังรุนแรง มีเพียงความเงียบงันชั่วขณะหนึ่ง

พรึ่บ!

กลุ่มควันสีม่วงดำแยกออกเป็นสองส่วนอย่างสมบูรณ์ ก่อนพลังภายในจะพังทลายและสลายกลับคืนสู่ความว่างเปล่า

แก่นแท้ขนาดเล็กแสดงออกมาให้เห็น ทว่ายูรันยื่นมือออกไปคว้ามันเอาไว้ทันที

หญิงสาวทั้งสี่มองภาพตรงหน้าตาค้าง

สิ่งที่พวกนางรุมโจมตีอยู่นาน กลับถูกยูรันจัดการด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว

ยูรันเก็บแก่นแท้ ก่อนหันไปหาทุกคน

“รีบไปรวมตัวกับคนอื่นก่อน”

เขามองกลับไปทางนครหลวง

“ตัวในเมืองยังไม่ตาย และอีกตัวกำลังตามออกมา”

ยูรันชูนิ้วขึ้นนับ

“รวมกับตัวที่เพิ่งตายเมื่อครู่ ก็ครบสามตัวพอดีเป๊ะ”

หลิงเยวี่ยกุมท้องน้อยของตนเอง ขณะที่ควันสีม่วงดำภายในตันเถียนยังคงกัดกินพลังอย่างต่อเนื่อง

ยูรันเหลือบมองนาง

“ส่วนควันที่อยู่ในตันเถียนของอาจารย์ ข้าจะจัดการให้ภายหลัง”

เขาหันกลับไปทางนครหลวงอีกครั้ง

“ไปได้แล้ว”