ตอนที่ 347 ต่อไปก็พวกแก
ยูรันหันกลับไปทางนครหลวง
พรึ่บ!
ร่างของเขาหายไปจากพื้นที่ในทันที
เฟิงซูหลานรีบย่อตัวลงตรงหน้าหลิงเยวี่ย
“พวกเจ้ารีบไปก่อน เดี๋ยวข้าแบกนางเอง”
นางดึงหลิงเยวี่ยขึ้นมาบนหลัง ก่อนตะโกนเร่งคนอื่น
“เร็วเข้า! อย่าปล่อยให้เจ้าพวกนั้นตามมาทัน!”
หญิงสาวทั้งเจ็ดรีบออกเดินทาง ก่อนตามไปสมทบกับขบวนผู้อพยพซึ่งเคลื่อนออกห่างจากนครหลวงอย่างต่อเนื่อง
ทันทีที่พวกนางมาถึง ไป๋จิ้งเหวินก็รีบเข้ามาหาไป๋หลิง
“หลิงเอ๋อร์ พวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
นางกวาดสายตามองหาบุตรชาย
“แล้วรันเอ๋อร์เล่า? เขาเป็นอย่างไรบ้าง?”
ไป๋หลิงรีบจับมือมารดาเอาไว้
“ท่านแม่ใจเย็นก่อน สามียังไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ”
ไป๋จิ้งเหวินยังไม่ทันถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก็เห็นเฟิงซูหลานกำลังแบกหลิงเยวี่ยซึ่งมีใบหน้าซีดเผือดเข้ามา
“หลิงเยวี่ยบาดเจ็บหรือ?”
เฟิงซูหลานวางนางลงอย่างระมัดระวัง
“บาดแผลภายนอกถูกรักษาแล้ว แต่ตันเถียนยังมีปัญหาอยู่”
ทุกคนรอบข้างรีบเข้ามาล้อมด้วยความกังวล
หลิงเยวี่ยฝืนยืนขึ้น ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“อสูรสุญญตาถูกกำจัดไปแล้วหนึ่งตัว”
อ๋องหมิงรีบถาม
“แล้วที่เหลือเล่า?”
หลิงเยวี่ยหันกลับไปมองนครหลวง
“ยังเหลืออีกสองตัวอยู่ภายในเมือง”
“อะไรนะ?!”
เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกันทั่วบริเวณ
ทุกคนเงยหน้ามองเงาร่างขนาดมหึมาซึ่งถูกประตูเทพกดตรึงอยู่เหนือซากนคร
เพียงตัวเดียวก็ทำให้ฟ้าดินสั่นสะเทือนถึงเพียงนี้
แต่ตอนนี้ภายในเมืองกลับมีอสูรสุญญตาอยู่พร้อมกันถึงสองตัว
อ๋องหมิงขมวดคิ้วแน่น
“เหตุใดจึงมีพวกมันถึงสามตัวได้?”
หลิงเยวี่ยพยายามตอบ
“ตู้ฉางคงร่วมมือกับคนนอกสำนัก พวกมัน...แค่ก ๆ!”
นางไอออกมาอย่างรุนแรง ก่อนเลือดสีคล้ำจะไหลออกจากมุมปาก
ซูเม่ยเหยารีบเข้ามาประคอง
“อย่าเพิ่งพูดอะไร ให้ข้าตรวจดูอาการก่อน”
นางวางฝ่ามือลงบนหลังของหลิงเยวี่ย ก่อนส่งพลังเข้าไปอย่างระมัดระวัง
เฟิงซูหลานจึงกล่าวต่อแทน
“เดี๋ยวข้าอธิบายเอง”
นางสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
“ไอ้แก่ตู้ฉางคงเตรียมกับดักเอาไว้ในภพซ่อนเงา ภายในมีผู้บำเพ็ญระดับแปลงเทพประมาณสามสิบคน ทุกคนถือของวิเศษและร่วมกันสร้างค่ายกล”
“พวกเราฆ่าคนเหล่านั้นได้หมด เหลือเพียงตู้ฉางคงคนเดียว”
เฟิงซูหลานกำหมัดแน่น
“แต่ตอนสุดท้ายมันเรียกอสูรสุญญตาออกมา พวกเราจึงต้องใช้สมบัติหลบหนีออกจากภพซ่อนเงา”
นางหันกลับไปทางนครหลวง
“พวกมันเตรียมอสูรเอาไว้ทั้งหมดสามตัว เพื่อแยกพวกเราออกเป็นสามพื้นที่”
“ตัวหนึ่งถูกส่งมาทางขบวนอพยพ แต่เมื่อครู่สามีร์กำจัดมันไปแล้ว”
“อีกตัวอยู่ภายในนครตั้งแต่แรก ส่วนตัวที่ไล่ตามพวกเราออกมาจากภพซ่อนเงา ตอนนี้ก็คงเข้าไปรวมกับตัวในนครแล้ว”
เหอหว่านชิงพยักหน้า
“ดังนั้นจึงเหลืออสูรอีกสองตัวกับไอ้แก่ตู้ฉางคงซึ่งบาดเจ็บสาหัส”
นางมองทุกคน ก่อนถามอย่างจริงจัง
“พวกเราควรกลับไปช่วยเขาหรือไม่?”
หนานอวี้กับไป๋หลิงทำท่าจะตอบรับ ทว่าซูเม่ยเหยากลับกล่าวขึ้นก่อน
“ไม่ได้”
ทุกคนหันไปมองนาง
ซูเม่ยเหยายังคงวางมืออยู่บนหลังหลิงเยวี่ย สีหน้าของนางเคร่งเครียด
“พวกเจ้าสี่คนใช้พลังไปเกือบหมดแล้ว ส่วนพวกเราที่เหลือไม่มีสิ่งใดรับมือคุณสมบัติกลืนกินของมันได้อย่างปลอดภัย”
นางมองควันสีม่วงดำภายในตันเถียนของหลิงเยวี่ย
“และหลิงเยวี่ยห้ามใช้พลังอีก หากยิ่งหมุนเวียนปราณ ควันพวกนี้ก็จะยิ่งกลืนกินเร็วขึ้น”
อ๋องหมิงพยักหน้าช้า ๆ
“เจ้าหนูนั่นสั่งให้พวกเรารวมกลุ่มและอพยพออกมา หากย้อนกลับไปตอนนี้ มีแต่จะทำให้มันต้องแบ่งกำลังมาปกป้องพวกเรา”
ไป๋จิ้งเหวินกำมือแน่น แม้แววตาจะเต็มไปด้วยความกังวล แต่สุดท้ายก็กล่าวออกมา
“เดินหน้าต่อ”
นางหันกลับไปมองนครหลวง
“พวกเราต้องเชื่อใจรันเอ๋อร์”
ภายในนครหลวงเทียนอู่
ตู้ฉางคงยังคงพยายามทำลายประตูเทพซึ่งกดตรึงอสูรสุญญตาขนาดมหึมาเอาไว้ ขณะที่อสูรอีกตัวกำลังใช้กลุ่มควันสีม่วงดำกัดกร่อนพลังผนึกอย่างต่อเนื่อง
ทันใดนั้น เสียงคุ้นเคยพลันดังขึ้นจากด้านหลัง
“โอ้โห ดูสิว่านี่ใครกัน”
ตู้ฉางคงหันขวับ
ยูรันยืนอยู่บนซากอาคารไม่ไกลออกไป ก่อนยกมือขึ้นทักทายด้วยรอยยิ้ม
“ผู้อาวุโสตู้ฉางคงนี่นา”
ตู้ฉางคงกำกระบี่แน่น
“แกเป็นคนสร้างเสาพวกนี้ขึ้นมาอย่างนั้นหรือ?”
ยูรันกระตุกมุมปาก
“มันเรียกว่าประตูเทพพิชิต ไม่ใช่เสา”
เขาชี้ไปยังประตูขนาดมหึมาซึ่งกดทับแขนขากับปีกของอสูรสุญญตา
“อืม แต่อีกเดี๋ยวผู้อาวุโสเองก็คงได้ลองถูกมันกดดูเหมือนกัน”
ยูรันก้าวลงจากซากอาคารอย่างไม่รีบร้อน
“เมื่อครู่ข้าเกือบจัดการศิษย์พี่เย่ได้แล้ว แต่น่าเสียดายที่เขายังมียันต์หลบหนี จึงหนีไปได้เสียก่อน”
ตู้ฉางคงหรี่ตาลง
“เย่อ้าวเทียนหนีไปแล้ว?”
“ถูกต้อง”
ยูรันยกมือขวาขึ้น
“ดังนั้นข้าจะจัดการผู้อาวุโสแทน ตัดแขนขาทิ้งแล้วทำลายตบะเสียตอนนี้เลยก็แล้วกัน”
นิ้วของเขาสะบัดออกไปเบา ๆ
“แยกส่วน”
ฟิ้ว!
คมพลังที่มองไม่เห็นสี่สายพุ่งเข้าหาตู้ฉางคงจากคนละทิศทาง
ตู้ฉางคงเบิกตากว้าง ก่อนฝืนร่างกายอันบาดเจ็บพุ่งหลบออกไปสุดกำลัง
วูบ!
คมพลังทั้งสี่เฉียดผ่านอาภรณ์ของมันไปเพียงเล็กน้อย ก่อนฟันเข้าใส่พื้นที่ด้านหลัง
ตู้มมมมมมมม!
อาคารและพื้นดินทั้งแถบถูกผ่าออกเป็นสี่ส่วน รอยตัดขนาดมหึมาทอดยาวออกไปจนแทบมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
ยูรันเลิกคิ้ว
“หืม หลบได้ด้วยหรือ?”
เขามองตู้ฉางคงด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
“ศิษย์พี่เย่ยังหลบไม่พ้นเลยนะ”
ตู้ฉางคงมองรอยตัดทั้งสี่ด้านหลัง ก่อนเหงื่อเย็นจะไหลลงมาตามขมับ
แม้จะหลบพ้น แต่เพียงเห็นผลลัพธ์ของการโจมตี มันก็รู้ทันทีว่าหากถูกเข้าแม้แต่สายเดียว ร่างกายย่อมถูกแยกออกเป็นชิ้นอย่างแน่นอน
ยูรันประกบฝ่ามือเข้าหากัน
แปะ!
พลังมหาศาลพลันรวมตัวขึ้นเหนือศีรษะของตู้ฉางคง ก่อนเงาขนาดใหญ่สี่เงาจะปกคลุมพื้นที่โดยรอบ
“สุดยอดวิชาผนึก”
ตู้ฉางคงเงยหน้าขึ้น สีหน้าพลันเปลี่ยนไป
“ประตูเทพพิชิต!”
ฟิ้ววววว!
ประตูเทพสี่บานตกลงมาจากท้องฟ้าด้วยความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว
ตู้ฉางคงกัดฟัน ก่อนพุ่งหลบไปทางด้านข้าง
ทว่าประตูทั้งหมดกลับเปลี่ยนทิศทางตามร่างของมันราวกับถูกกำหนดเป้าหมายเอาไว้แล้ว
“บัดซบ!”
ตู้ม!
ประตูบานแรกกระแทกลงบนแผ่นหลัง กดร่างของตู้ฉางคงร่วงจากท้องฟ้า
ตู้ม! ตู้ม!
บานที่สองและสามตกคร่อมแขนกับขาทั้งสองข้าง ตรึงมันแนบอยู่กับพื้นจนไม่อาจขยับได้
ประตูบานสุดท้ายทิ้งตัวลงมาทับกลางลำตัว
ตู้มมมม!
“อ๊ากกกกกก!”
ตู้ฉางคงกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ กระดูกทั่วร่างส่งเสียงแตกร้าว ขณะที่พลังผนึกแทรกซึมเข้าไปปิดกั้นเส้นลมปราณและทะเลพลังอย่างรวดเร็ว
มันดิ้นรนสุดกำลัง ทว่าประตูทั้งสี่กลับไม่ขยับแม้แต่น้อย
ยูรันเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า ก่อนก้มลงมองอีกฝ่าย
“เป็นอย่างไรบ้าง?”
เขาเคาะคานของประตูเบา ๆ
“ตอนนี้คงรู้แล้วนะว่ามันคือประตู ไม่ใช่เสา”
ตู้ฉางคงดิ้นรนอยู่ใต้ประตูเทพ ก่อนตะโกนสั่งอสูรสุญญตาทั้งสอง
“พวกแกมัวทำอะไรอยู่?! รีบโจมตีมันสิ!”
ทว่าอสูรทั้งสองกลับไม่ตอบสนองต่อคำสั่ง
ตัวระดับลืมตาตื่นเคลื่อนเข้าไปใกล้ร่างมหึมาซึ่งถูกผนึก ก่อนร่างของมันจะสลายกลายเป็นกลุ่มควันสีม่วงดำ แล้วไหลเข้าสู่บาดแผลทั่วร่างของอีกตัวอย่างรวดเร็ว
ยูรันหรี่ตาลง
“ไม่ใช่ว่าพวกมันไม่ขยับ...”
“พวกมันกำลังรวมร่างกันต่างหาก”
เปลือกของอสูรขนาดมหึมาเริ่มแตกออก ก่อนพลังภายในจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประตูเทพทุกบานสั่นสะเทือนจนเกิดเสียงครืนครั่น
“หืม...มันกำลังเลื่อนจากยศเศษเดนระดับสมบูรณ์ ไปเป็นยศทหารเลวระดับลืมตาตื่น ด้วยการกลืนกินอีกตัว”
ยูรันขมวดคิ้ว
“อืม ต้องรีบแล้ว”
เขาหันกลับมาหาตู้ฉางคง
“เอาละนะผู้อาวุโส ข้าขอแขนขากับตบะของท่านไปเลยแล้วกัน”
ยูรันยิ้มให้อย่างสุภาพ
“รับรองว่าท่านไม่ตายแน่นอน”
ตู้ฉางคงเบิกตากว้าง
“อย่านะโว้ยยยยยย!”
ยูรันสะบัดมือ
ฉัวะ!
แขนขาทั้งหมดของตู้ฉางคงถูกตัดขาดออกจากลำตัวพร้อมกัน เลือดพุ่งกระจายไปทั่วพื้น
“อ๊ากกกกกกกกก!”
ยูรันสะบัดมืออีกครั้ง
วูบ!
คมพลังขนาดเล็กแทงทะลุเข้าไปในท้องน้อย ก่อนตัดผ่านตันเถียนและเส้นลมปราณหลักทั้งหมดอย่างแม่นยำ
เพล้ง!
เสียงคล้ายแก้วแตกดังขึ้นจากภายในร่าง ก่อนสลายหายไปในอากาศ
“ตันเถียนข้า!”
ตู้ฉางคงกรีดร้องจนเสียงแหบพร่า
“ตบะของข้าาาาา!”
ยูรันไม่สนใจมันอีก เขาหันกลับไปทางอสูรสุญญตาทั้งสอง
“ต่อไปก็พวกแก”
เป๊าะ!
เมื่อยูรันดีดนิ้ว กำแพงน้ำแข็งขนาดมหึมาก็พุ่งขึ้นจากพื้น แยกร่างอสูรทั้งสองออกจากกันอย่างฉับพลัน
ครืนนนน!
กำแพงน้ำแข็งทอดสูงขึ้นไปจนถึงท้องฟ้า ทั้งยังแผ่ไอเย็นซึ่งแช่แข็งทุกสิ่งในบริเวณโดยรอบ
ทว่ากลุ่มควันสีม่วงดำกลับไหลทะลุผ่านรอยต่อของมิติ โดยไม่สนใจกำแพงซึ่งขวางกั้นอยู่
แก่นแท้ทั้งสองยังคงดึงดูดและหลอมรวมเข้าหากันอย่างต่อเนื่อง
ประตูเทพทั้งหมดเริ่มสั่นสะเทือนรุนแรงกว่าเดิม
ภายในร่างอสูรขนาดมหึมา กลิ่นอายของยศทหารเลวระดับเศษเสี้ยวกำลังถือกำเนิดขึ้นอย่างรวดเร็ว