คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 349 สมแล้วที่เป็นราชา7,505 ตัวอักษร

ตอนที่ 349 สมแล้วที่เป็นราชา

หลังต่อสู้กันอยู่นาน อสูรสุญญตายังโจมตีไม่ถูกเขาแม้แต่ครั้งเดียว

ยูรันยกมือขึ้นปิดปากหาว

“นี่ ๆ ข้ามีเรื่องอยากถาม”

อสูรสุญญตาหยุดชะงักไปเสี้ยวขณะ

“แกอยู่ยศทหารเลว แสดงว่ายังไม่มีชื่อเป็นของตนเองใช่หรือเปล่า?”

“……”

ยูรันมองมันด้วยแววตาสงสาร

“เกิดมาก็ถูกเรียกเพียงตามยศ แม้แต่ชื่อของตนเองยังไม่มี”

เขาส่ายหน้าช้า ๆ

“น่าสงสารจริง ๆ”

กรี๊สสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส!

คลื่นพลังสีม่วงดำระเบิดออกจากร่างของอสูรสุญญตาอย่างบ้าคลั่ง

“หุบปากกกกกก!”

แรงระเบิดกวาดพื้นที่รอบตัวจนพังทลาย แต่ยูรันกลับถอยออกมายืนอยู่นอกระยะได้อย่างพอดี

เขาพยักหน้ากับตนเอง

“อืม ดูเหมือนเรื่องไม่มีชื่อจะเป็นปมสินะ”

ยูรันมองอสูรสุญญตาซึ่งกำลังคลุ้มคลั่ง ก่อนหัวเราะออกมา

“ข้าสงสัยมานานแล้ว เหตุใดพวกแกถึงยึดติดกับเรื่องชื่อกันนัก?”

เขาหลบกรงเล็บซึ่งพุ่งผ่านศีรษะไปเพียงเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่ออย่างไม่ทุกข์ร้อน

“ขนาดพวกยศบารอน ก่อนเริ่มต่อสู้ยังต้องประกาศยศ ระดับ และชื่อตัวเองออกมาทุกครั้ง”

ยูรันหมุนตัวหลบปีกอีกข้าง แล้วสะบัดคมพลังสวนกลับไปหนึ่งครั้ง

ฉัวะ!

เปลือกบริเวณหน้าอกของอสูรสุญญตาแตกกระจาย

“ตอนแรกข้านึกว่าเป็นเพียงธรรมเนียมไร้สาระเสียอีก”

เขามองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเยาะ

“แต่ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว”

ยูรันชี้ไปยังใบหน้าไร้ดวงตาของมัน

“เพราะเจ้าพวกยศต่ำอย่างพวกแกไม่มีชื่อเป็นของตนเองนี่เอง”

“พอถูกถามว่าชื่ออะไร หรือเหตุใดจึงยังไม่มีชื่อ ก็เลยสติแตกกันทุกตัว”

“ฮ่า ๆๆๆ!”

กรี๊สสสสสสสสสสสสส!

อสูรสุญญตาระเบิดพลังออกมาอีกครั้ง ก่อนกระหน่ำโจมตียูรันอย่างไร้แบบแผน

“หุบปาก!”

“ข้าจะฉีกปากแก!”

ยูรันก้าวหลบหมัดซ้าย ก่อนเอียงตัวหลบกรงเล็บขวาอย่างง่ายดาย

“ไม่มีชื่อ”

“หุบปาก!”

“ทหารเลวไร้ชื่อ”

“ข้าจะฆ่าแก!”

“ถูกทอดทิ้งแล้วยังไม่มีชื่ออีก น่าสงสารจริง ๆ”

คลื่นพลังสีม่วงดำปะทุขึ้นจนทั่วทั้งนครสั่นสะเทือน

ทว่าการโจมตีของอสูรสุญญตากลับยิ่งปั่นป่วนและอ่านง่ายกว่าเดิม

ยูรันกวาดตามองเส้นพลังซึ่งวางเอาไว้ทั่วสนามรบ ก่อนพยักหน้ากับตนเอง

[อืม เตรียมมานานพอสมควรแล้ว ต้องรีบกำจัดมันเสียที]

เขาประกบฝ่ามือเข้าหากัน

แปะ!

“สุดยอดวิชาผนึก”

พลังมหาศาลรวมตัวขึ้นเหนือท้องฟ้า ก่อนประตูขนาดยักษ์หลายบานจะปรากฏขึ้นพร้อมกัน

“ประตูเทพพิชิต!”

ฟิ้ววววว!

ประตูเทพทั้งหมดทิ้งตัวลงมาจากท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง

ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!

บานแรกกดลงบนลำคอ บานที่สองกับสามคร่อมปีกทั้งสองข้าง ส่วนประตูที่เหลือตกลงปิดกั้นแขน ขา และลำตัวทุกส่วนอย่างแม่นยำ

อสูรสุญญตากระแทกพลังเข้าใส่ประตูเทพ ก่อนหัวเราะอย่างดูแคลน

“ผนึกกระจอกเช่นนี้ คิดว่าจะขังข้าเอาไว้ได้หรืออย่างไร?”

แกร๊ก!

รอยแตกร้าวเริ่มปรากฏขึ้นบนประตูเทพทีละน้อย

ยูรันกลับไม่ได้มีท่าทีกังวลแม้แต่น้อย

“อืม ก็คงขังแกเอาไว้ได้เพียงครู่เดียวเท่านั้นแหละ”

เขายกมือขึ้น ก่อนดีดนิ้วเบา ๆ

“แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว”

เสียงเคลื่อนไหวเล็ก ๆ พลันดังขึ้นทั่วซากนคร

กรอบแกรบ...กรอบแกรบ...

สัตว์ดินเหนียวจำนวนนับไม่ถ้วนคลานออกมาจากใต้เศษอาคารและรอยแตกบนพื้น มีทั้งนก แมลง ตะขาบ และสัตว์รูปร่างประหลาดนานาชนิด

บางส่วนเกาะอยู่ใต้ประตูเทพ

บางส่วนคลานขึ้นไปตามขาของอสูรสุญญตา

และอีกจำนวนมากแทรกซึมเข้าไปในรอยแตกของเปลือกโดยที่มันไม่ทันสังเกต

ยูรันยิ้มมุมปาก

“ได้เวลาจบเรื่องแล้ว”

เขากางมือออกให้มันมองเห็นสัตว์ดินเหนียวทั้งหมดซึ่งกำลังเปล่งแสง

“ข้าอุตส่าห์แอบปั้นเอาไว้ตั้งมากมาย ดูสิ”

อสูรสุญญตาก้มมองแสงซึ่งกำลังสว่างขึ้นทั่วร่าง ก่อนเสียงของมันจะเปลี่ยนไปทันที

“แกคิดจะทำอะไร?”

มันดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง ประตูเทพทุกบานแตกร้าวรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

“หยุดนะโว้ย!”

ยูรันยกนิ้วขึ้นตั้งตรง

ประกายแสงจากสัตว์ดินเหนียวทุกตัวสว่างวาบขึ้นพร้อมกัน

“ระเบิด”

วาบบบบบบบ!

แสงสีขาวกลืนกินนครหลวงทั้งเมือง

ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!

แรงระเบิดมหาศาลปะทุขึ้นทั้งจากภายนอกและภายในร่างของอสูรสุญญตา พื้นดินพลิกคว่ำ ท้องฟ้าสั่นสะเทือน และเมฆเหนือเมืองถูกคลื่นกระแทกกวาดหายไปจนหมด

เปลวเพลิงกับฝุ่นควันพวยพุ่งขึ้นเป็นเสาขนาดมหึมา มองเห็นได้จากระยะไกลหลายร้อยลี้

แสงจากแรงระเบิดเหนือมหานครสว่างเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นกลางค่ำคืน

แม้ขบวนอพยพจะอยู่ห่างออกมาหลายสิบลี้ แต่พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทุกคนยังคงสั่นสะเทือน คลื่นกระแทกรุนแรงพัดมาถึงจนม่านพลังรอบขบวนส่งเสียงครืนครั่น

ไป๋จิ้งเหวินเปิดใช้เนตรดาราพิสุทธิ์มองกลับไป

ภาพของนครหลวงทั้งเมืองถูกแสงระเบิดกลืนหายไปในพริบตา นางไม่อาจมองเห็นร่างหรือกลิ่นอายของยูรันได้อีก

หัวเข่าของนางอ่อนแรง ก่อนทรุดตัวลงกับพื้น

“รันเอ๋อร์...”

นางรีบพยายามลุกขึ้นอีกครั้ง

“แม่ต้องไป”

น้ำเสียงของไป๋จิ้งเหวินสั่นไหวอย่างชัดเจน

“แม่ต้องกลับไปหาเขาตอนนี้!”

ไป๋หลิงรีบเข้ามาประคองและกอดมารดาเอาไว้

“ท่านแม่ใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ!”

“ปล่อยแม่ หลิงเอ๋อร์! รันเอ๋อร์ยังอยู่กลางระเบิดนั่น!”

ไป๋หลิงส่ายหน้ารัว ๆ แม้ดวงตาของนางเองจะแดงก่ำไม่ต่างกัน

“ระเบิดนั่นเป็นวิชาของสามีเจ้าค่ะ เขาเป็นผู้สร้างมันขึ้นมาเอง”

หนานอวี้รีบเข้ามาช่วยยืนยัน

“ใช่ ท่านแม่ สามีรู้ระยะและพลังของวิชาตนเองดีที่สุด เขาไม่มีทางระเบิดตัวเองไปพร้อมกับศัตรูหรอก”

ลู่เหยียนหนิงเข้ามากุมมือไป๋จิ้งเหวินเอาไว้แน่น แม้ใบหน้าของนางจะซีดเผือด

“จิ้งเหวิน พวกเราต้องเชื่อใจรันเอ๋อร์”

ไป๋จิ้งเหวินมองนครหลวงซึ่งถูกเปลวไฟกับฝุ่นควันปกคลุม ก่อนกำมือของบุตรสาวไว้แน่น

“แต่แม่มองไม่เห็นเขา...”

ไป๋หลิงกอดนางแน่นขึ้น

“รออีกเพียงครู่เดียวเจ้าค่ะ”

นางเงยหน้ามองเสาควันเหนือเมือง

“สามีจะต้องออกมาแน่นอน”

ฝุ่นควันจากแรงระเบิดค่อย ๆ ถูกลมพัดกระจายออกไป

กลางหลุมขนาดมหึมา ร่างของอสูรสุญญตายังคงยืนอยู่

เปลือกทั่วร่างแตกกระจาย ปีกข้างหนึ่งขาดหาย แขนกับลำตัวเต็มไปด้วยบาดแผลลึกจนมองเห็นกลุ่มควันสีม่วงดำซึ่งไหลเวียนอยู่ภายใน

แม้สภาพจะบาดเจ็บสาหัส แต่มันกลับยังมีชีวิต

ปากซึ่งเต็มไปด้วยเขี้ยวฉีกกว้าง ก่อนหัวเราะออกมา

“ฮ่า ๆๆๆๆ!”

“พลังของราชามีเพียงเท่านี้เองหรือ?”

ยูรันยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกล อาภรณ์สีดำบนร่างฉีกขาดหลายแห่ง

“แค่ก!”

เขากระอักเลือดออกมา ก่อนรีบยกมือเช็ดมุมปาก

ยูรันลองกระตุ้นผนึกร้อยชีวิต ทว่าบาดแผลบนร่างกลับไม่สมานตัว แม้แต่พลังชีวิตซึ่งควรฟื้นฟูอย่างรวดเร็วยังถูกบางสิ่งกดเอาไว้

[ยังมีคุณสมบัติอีกอย่างหรือ?]

[ไม่น่าเป็นไปได้...แถมบาดแผลของข้ายังฟื้นฟูไม่ได้ด้วย]

พรึ่บ!

อสูรสุญญตาหายไปจากตำแหน่งเดิม ก่อนกรงเล็บจะกวาดเข้าหาลำคอของยูรัน

ยูรันเอียงศีรษะหลบ ปลายกรงเล็บเฉียดแก้มจนเกิดรอยแผลบาง ๆ

เขากระโดดถอย ขณะที่อีกฝ่ายไล่โจมตีอย่างต่อเนื่อง

ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!

ยูรันหลบหมัดกับกรงเล็บทุกครั้ง พลางใช้เนตรตรวจสอบการไหลเวียนของพลังภายในร่างศัตรูอย่างรวดเร็ว

[เจ้านี่จงใจซ่อนคุณสมบัตินี้เอาไว้]

[มันไม่ยอมใช้จนกระทั่งเผชิญการโจมตีซึ่งรุนแรงพอจะทำให้ตาย]

ยูรันก้มหลบปีกซึ่งฟันผ่านเหนือศีรษะ ก่อนใช้ฝ่ามือกระแทกสวนเข้าใส่หน้าอกของมัน

ตู้ม!

อสูรสุญญตาถอยไปหลายก้าว แต่บาดแผลอีกแห่งกลับปรากฏขึ้นบนร่างของยูรันในเวลาเดียวกัน

ดวงตาของเขาหรี่ลงทันที

[เกิดจากอะไรกันแน่?]

อสูรสุญญตาหัวเราะอีกครั้ง ก่อนพุ่งกลับเข้ามา

“หนีต่อไปสิ ราชา!”

ยูรันยกแขนขึ้นรับกรงเล็บ พร้อมจ้องการเปลี่ยนแปลงทุกส่วนของอีกฝ่ายโดยไม่กะพริบตา

[ต้องหากฎของคุณสมบัตินี้ให้พบ ก่อนที่บาดแผลจะสะสมมากกว่านี้]

ฉัวะ!

กรงเล็บสีดำเหลือบม่วงกวาดผ่านหัวไหล่ของยูรัน

แขนซ้ายของเขาขาดกระเด็นออกจากร่าง ก่อนร่วงลงบนซากพื้นถนน เลือดสีแดงสาดกระจายกลางอากาศ

ยูรันถอยออกไปหลายก้าว แต่สีหน้ากลับไม่แสดงความเจ็บปวดออกมาแม้แต่น้อย

เขาจ้องบาดแผลของตนเอง ก่อนลองกระตุ้นพลังฟื้นฟูอีกครั้ง

ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

แม้แต่แขนซึ่งขาดไปก็ไม่ยอมงอกกลับมา

[ไอ้เวรนี่...]

[ข้ายอมสละแขนให้มันโจมตีตรง ๆ แล้ว แต่ยังมองกฎของคุณสมบัตินั้นไม่ออก]

ยูรันใช้เนตรตรวจสอบอสูรสุญญตาอย่างละเอียด ความคิดนับไม่ถ้วนหมุนเวียนอยู่ภายในหัว

[หากเป็นการย้อนกลับ ก็ไม่น่าทำให้วิชาอื่นของข้าไร้ผลไปพร้อมกัน]

[ความตรงกันข้าม? ความเท่าเทียม? หรือการต่อต้านผลลัพธ์?]

[ไม่ใช่...ยังขาดอะไรไปบางอย่าง]

อสูรสุญญตาก้มลงหยิบแขนซ้ายของยูรันขึ้นมา ก่อนโยนเข้าปากอย่างไม่ลังเล

กร๊วม! กร๊วม!

เขี้ยวหลายชั้นบดแขนข้างนั้นจนเกิดเสียงกระดูกแตก ก่อนพลังจากกายเทพจะถูกมันกลืนเข้าไปทีละส่วน

อสูรสุญญตาหยุดเคี้ยวเล็กน้อย ราวกับกำลังลิ้มรสสิ่งที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

“อื้ม...”

ปากของมันฉีกกว้างขึ้น

“รสชาติของราชาไม่เลวจริง ๆ”

กลิ่นอายทั่วร่างของมันเริ่มปั่นป่วน ขณะที่บาดแผลบางส่วนค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปหลังกลืนกินเนื้อของยูรัน

“สมแล้วที่เป็นราชา”

มันหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“แต่เลิกเสียเวลาคิดเถอะ ต่อให้แกคิดไปทั้งชีวิตก็ไม่มีทางเข้าใจคุณสมบัตินี้หรอก!”

“ฮ่า ๆๆๆๆ!”