คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 351 พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ เดี๋ยวข้ากลับมา7,364 ตัวอักษร

ตอนที่ 351 พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ เดี๋ยวข้ากลับมา

อสูรสุญญตาแค่นเสียงอย่างดูแคลน

“หึ ตราบใดที่ข้าไม่โง่พอจะเข้าใกล้แก และจับตามองแกเอาไว้ตลอดเวลา แกก็ไม่มีทางทำอะไรข้าได้!”

มันกางปีกทั้งสองออก ก่อนบินขึ้นสู่ท้องฟ้า

“ภายใต้เขตแดนนี้ แกใช้วิชาเคลื่อนย้ายไม่ได้!”

เสียงหัวเราะของมันดังก้องไปทั่วนคร

“ฮ่า ๆๆๆๆ!”

ยูรันเงยหน้ามองอีกฝ่าย ก่อนถอนหายใจ

[ก็จริงของมัน เวลาเช่นนี้ดันฉลาดขึ้นมาเสียได้]

[ช่างเถอะ]

กระแสสายฟ้าเริ่มไหลออกจากฝ่ามือขวา ก่อนยืดยาวและควบแน่นกลายเป็นหอกสีฟ้ารูปทรงเรียบง่าย ไม่มีลวดลายหรือการตกแต่งใด ๆ

ทว่าพลังซึ่งถูกบีบอัดอยู่ภายในกลับทำให้อากาศรอบคมหอกฉีกขาดอย่างต่อเนื่อง

เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!

ยูรันกำด้ามหอกแน่น ก่อนชี้ปลายขึ้นไปบนท้องฟ้า

“หอกแห่งจ้าวอัสนี”

อสูรสุญญตาจ้องอาวุธในมือเขาอย่างระมัดระวัง

ยูรันย่อตัวลงเล็กน้อย

“รอบนี้ข้าจะจัดการแกให้จอดเลย”

ตู้ม!

พื้นดินใต้ฝ่าเท้าระเบิดออก ร่างของยูรันพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง

อสูรสุญญตาฟาดกรงเล็บเข้าใส่ทันที

ยูรันใช้ด้ามหอกปัดการโจมตีออก ก่อนแทงสวนไปยังลำคอ ทว่าเมื่อส่วนหน้าของอสูรยังหันมาทางเขา ปลายหอกกลับหยุดลงก่อนสัมผัสเปลือกเพียงเล็กน้อย

อสูรสุญญตากวาดปีกตามมา

ฟ้าว!

ยูรันเอนตัวหลบ ก่อนถอยออกจากระยะ

ทั้งสองพุ่งไล่ปะทะกันไปมาบนท้องฟ้า

ทุกครั้งที่ยูรันพยายามอ้อมไปด้านหลัง อสูรสุญญตาจะรีบหมุนตัวตามและหันใบหน้ามาทางเขา

เมื่อมันหันมาสบหน้า ยูรันก็จะหยุดการแทงแล้วถอยออกทันที

แต่พอมันหันหลังเตรียมทิ้งระยะ ยูรันก็จะพุ่งตามเข้าไปพร้อมปลายหอกซึ่งเล็งตรงไปยังศีรษะ

อสูรสุญญตาจึงต้องหันกลับมาป้องกันอีกครั้ง

รุก ถอย หันกลับ และหยุดโจมตี

การประลองจังหวะเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีฝ่ายใดยอมเปิดช่องว่างให้อีกฝ่ายแม้แต่เสี้ยววินาที

อสูรสุญญตาหัวเราะเยาะ

“เป็นอะไรไป? เหตุใดไม่แทงเข้ามาเล่า!”

ยูรันไม่ตอบ เขายังคงเฝ้ามองการเคลื่อนไหวของปีก ลำคอ และส่วนหัวทุกจังหวะ

[ต้องแทงเพียงครั้งเดียวให้จอด โดยเล็งทำลายศีรษะกับแก่นแท้พร้อมกัน]

เขากำหอกแน่นขึ้น

[แต่ใช้ก้าวพริบตาไม่ได้เช่นนี้ ยุ่งยากชะมัด]

ยูรันเหลือบมองเส้นขอบฟ้าซึ่งเริ่มมีแสงสว่างรำไร

“ข้าเสียเวลากับแกมามากพอแล้ว นี่ก็ใกล้เช้าเต็มที”

เขากระชับหอกแห่งจ้าวอัสนีในมือ

“ได้เวลาปิดเกมเสียที”

[ทัศนะศูนย์]

ภาพร่างของยูรันพลันหายไปจากอสูรสุญญตา ก่อนพุ่งอ้อมไปทางด้านหลังของอสูรสุญญตา

อีกฝ่ายหันตามการเคลื่อนไหว ก่อนหัวเราะออกมา

“ฮ่า ๆๆ! คิดว่าข้าไม่รู้หรืออย่างไร?”

มันจับรับรู้ได้ ก่อนรีบหันกลับไปเผชิญหน้า

“วิชาลวงตากระจอก ๆ!”

ทว่าทันทีที่มันหันกลับไป เบื้องหน้ากลับว่างเปล่า

[ทัศนะบูรณา]

ฉึก!

หอกแห่งจ้าวอัสนีแทงทะลุเข้าจากด้านหลัง ก่อนทะลวงออกกลางหน้าอกของอสูรสุญญตา

สายฟ้าสีฟ้าปะทุไปทั่วร่าง ทำให้ปีกและแขนขาของมันแข็งค้าง

“อ๊ากกกกก!”

ยูรันยืนอยู่ด้านหลัง ก่อนยิ้มมุมปาก

“สองชั้นเป็นยังไง? แล้วก็นี่ไม่ใช่ภาพลวงตาซะหน่อย”

ทว่าเมื่อมองตำแหน่งของหอก เขากลับกระตุกมุมปากเล็กน้อย

[ชิ พลาดเสียได้]

[แทงได้เพียงกลางอก ไม่ถึงศีรษะกับแก่นแท้]

อสูรสุญญตาพยายามหันกลับมา

“แก...แก!”

“เอาละ กินระเบิดให้อร่อยนะ”

ยูรันกำด้ามหอกแน่น ก่อนยกทั้งร่างของมันขึ้น

“ฮึบ!”

เขาขว้างหอกแห่งจ้าวอัสนีพร้อมอสูรสุญญตาขึ้นสู่ท้องฟ้าสุดกำลัง

ฟิ้ววววว!

ร่างของมันพุ่งสูงขึ้นไปเหนือกลุ่มเมฆ โดยมีหอกสายฟ้าแทงคาอยู่กลางหน้าอก

“อ๊ากกกกกกก!”

อสูรสุญญตาดิ้นรนอยู่กลางอากาศ

“ราชาาาาาา! แกคิดว่าเรื่องนี้จะจบเพียงเท่านี้หรือ?!”

ยูรันยกมือขึ้นเตรียมดีดนิ้ว

“ฮ่า ๆ ดูจากที่ยังมีแรงพูด เก็บแรงเอาไว้กินระเบิดเถอะ”

เปรี๊ยะ!

หอกแห่งจ้าวอัสนีเปล่งแสงสว่างเจิดจ้า พลังซึ่งถูกบีบอัดอยู่ภายในเริ่มพองตัวอย่างรวดเร็ว

วูบบบบบบบบ!

อสูรสุญญตาคำรามออกมาสุดเสียง

“คิดว่าข้าจะยอมจบเพียงเท่านี้หรือ!”

ยูรันสัมผัสได้ถึงความผิดปกติทันที

“หืม?”

เขารีบปลดผนึกร้อยชีวิต พลังฟื้นฟูจำนวนมหาศาลไหลไปตามร่างกาย บาดแผลบนช่องท้องเริ่มสมาน กระดูกและอวัยวะภายในฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

ทว่าแขนซ้ายยังไม่ทันงอกกลับมา

[มันกำลังจะทำอะไร?]

อสูรสุญญตาฝืนร่างกายซึ่งถูกสายฟ้าช็อตจนแทบขยับไม่ได้ ก่อนใช้มือทั้งสองจับศีรษะของตนเอง

มันบิดศีรษะกลับมาทางยูรันจนเกินขีดจำกัดของร่างกาย

กร๊อบ!

ใบหน้าไร้ดวงตาหันมาจับจ้องยูรันอีกครั้ง

“แกต้องตายไปพร้อมกับข้า!”

แก่นแท้ภายในร่างของมันแตกร้าว

วูบบบบบบบบ!

ยูรันเบิกตากว้าง

“ไอ้เวร...”

ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!

แสงระเบิดกลืนกินท้องฟ้าทั้งผืน คลื่นพลังสีฟ้ากับม่วงดำปะทะกันก่อนขยายตัวออกไปไกลหลายสิบลี้

ในเสี้ยววินาทีเดียวกัน ความเสียหายจากการทำลายตนเองของอสูรสุญญตาก็ไหลมาที่ร่างของยูรัน

ร่างของเขาถูกอแรงระเบิด

เสียงตะโกนด่าดังออกมา

“ไอ้เวรตะไลเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!”

กลางซากนครหลวงเทียนอู่

หลังแสงจากแรงระเบิดจางลง ร่างของยูรันร่วงจากท้องฟ้า ก่อนกระแทกลงกลางหลุมขนาดมหึมา

ตึง!

เขานอนแน่นิ่งอยู่ท่ามกลางพื้นดินซึ่งหลอมละลายจากความร้อน

แขนซ้ายขาดหายตั้งแต่หัวไหล่ ขาขวาหายไปเกือบทั้งข้าง ส่วนผิวหนังและกล้ามเนื้อทั่วร่างปริแตกจากแรงระเบิด เลือดไหลออกจากบาดแผลนับไม่ถ้วน

อวัยวะภายในเสียหายอย่างหนัก เส้นลมปราณแทบทั้งหมดฉีกขาด พลังชีวิตเหลือเพียงริบหรี่

ยูรันหมดสติไปแล้วโดยสมบูรณ์

กลางซากนครหลวงเทียนอู่

หลังแสงจากแรงระเบิดจางลง ร่างของยูรันร่วงจากท้องฟ้า ก่อนกระแทกลงกลางหลุมขนาดมหึมา

ตึง!

เขานอนแน่นิ่งอยู่ท่ามกลางพื้นดินซึ่งหลอมละลายจากความร้อน

แขนซ้ายขาดหายตั้งแต่หัวไหล่ ขาขวาหายไปเกือบทั้งข้าง ส่วนผิวหนังและกล้ามเนื้อทั่วร่างปริแตกจากแรงระเบิด เลือดไหลซึมออกมาจากบาดแผลนับไม่ถ้วน

อวัยวะภายในเสียหายอย่างหนัก เส้นลมปราณแทบทั้งหมดฉีกขาด ขณะที่พลังชีวิตเหลือเพียงริบหรี่

ยูรันพยายามขยับนิ้วมือขวา ทว่าร่างกายกลับไม่ตอบสนอง

แม้แต่ผนึกร้อยชีวิตก็เงียบสนิท ไม่เหลือพลังมากพอให้เปิดใช้งานอีกครั้ง

มีเพียงหน้าอกซึ่งยังขยับขึ้นลงอย่างแผ่วเบา บ่งบอกว่าเขายังมีลมหายใจอยู่

อีกด้านหนึ่ง

ตู้มมมมมม!

คลื่นกระแทกจากแรงระเบิดเดินทางมาถึงขบวนผู้อพยพ ม่านพลังของเหล่าผู้อาวุโสสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ขณะที่ทุกคนต้องยกแขนขึ้นป้องกันลมพายุ

แสงสว่างเหนือท้องฟ้าค่อย ๆ จางลง

กลุ่มควันและเขตแดนสีม่วงดำซึ่งปกคลุมนครหลวงหายไปอย่างสมบูรณ์ ท้องฟ้ายามใกล้รุ่งกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง

ทว่าหัวใจของไป๋จิ้งเหวินกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง

นางยกมือขึ้นกุมหน้าอก ก่อนขาอ่อนแรงจนแทบทรุดลงกับพื้น

“รันเอ๋อร์...”

เนตรดาราพิสุทธิ์พยายามค้นหากลิ่นอายของบุตรชาย แต่ภายในนครกลับเหลือเพียงความปั่นป่วนจากแรงระเบิด นางมองไม่เห็นแม้แต่ประกายชีวิตของเขา

น้ำตาเริ่มไหลออกมาโดยไม่อาจควบคุม

“ไม่...”

ลู่เหยียนหนิงรีบเข้ามาประคอง

“จิ้งเหวิน!”

ไป๋จิ้งเหวินคว้าแขนของนางเอาไว้แน่น

“เหยียนหนิง พวกเราต้องกลับไป!”

เสียงของนางสั่นสะท้านไปทั้งประโยค

“ต้องกลับไปเดี๋ยวนี้!”

จากนั้นนางก็ตะโกนออกมาสุดเสียง

“ม่ายยยยย!”

ไป๋หลิงรีบเข้ามาจับไหล่มารดาเอาไว้

“ท่านแม่ ใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ!”

ไป๋จิ้งเหวินส่ายหน้ารัว ๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม

“ไม่ทันแล้ว!”

“หลิงเอ๋อร์ เขา...เขา...”

นางพยายามกล่าวต่อ แต่เสียงกลับติดอยู่ภายในลำคอ

ไป๋หลิงกำแขนมารดาแน่น

“สามีเป็นอะไร ท่านแม่มองเห็นอะไร?”

ไป๋จิ้งเหวินหันกลับไปมองนครหลวง เนตรดาราพิสุทธิ์สั่นไหวอย่างรุนแรง

“แม่มองไม่เห็นเขาแล้ว”

“ประกายพลังของรันเอ๋อร์หายไป เขา...เขาอาจจะ...”

“ไม่!”

ไป๋หลิงตวาดแทรกทันที แม้ใบหน้าของนางจะซีดเผือดลงเช่นกัน

“มองไม่เห็นไม่ได้หมายความว่าเขาตายแล้ว สามีไม่มีทางตายง่าย ๆ เช่นนั้น!”

ลู่เหยียนหนิงกอดไป๋จิ้งเหวินเอาไว้ ก่อนหันไปทางอ๋องหมิง

“เขตแดนสีม่วงหายไปแล้ว พวกเรากลับเข้าเมืองได้หรือยัง?”

อ๋องหมิงตรวจสอบคลื่นพลังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างเคร่งเครียด

“อสูรนั่นน่าจะถูกกำจัดแล้ว ไปได้!”

ลู่เหยียนหนิงไม่รอช้า นางโอบเอวไป๋จิ้งเหวินเอาไว้ ก่อนเร่งพลังทั้งหมด

พรึ่บ!

ร่างของมารดาทั้งสองพุ่งกลับไปทางนครหลวงทันที

ไป๋หลิง หนานอวี้ และคนอื่น ๆ รีบตามไปโดยไม่ลังเล เฟิงซูหลานแบกหลิงเยวี่ยขึ้นหลังอีกครั้ง ก่อนใช้ก้าวพริบตาไล่ตามกลุ่มไปพร้อมเหอหว่านชิง

อ๋องหมิงหันกลับไปทางขบวนผู้อพยพ ก่อนออกคำสั่งด้วยพลังปราณ

“ทุกคนหยุดอยู่ที่นี่ก่อน!”

เขาชี้ไปยังเหล่าผู้อาวุโสจากสำนักต่าง ๆ

“กางม่านป้องกันและคุ้มครองประชาชนเอาไว้ ห้ามผู้ใดกลับเข้าเมืองจนกว่าข้าจะส่งสัญญาณ!”

ผู้อาวุโสหลายคนรีบประสานมือรับคำ

“ขอรับ ท่านอ๋อง!”

อ๋องหมิงหันกลับไปมองกลุ่มของยูรันซึ่งกำลังหายลับไปจากสายตา

“พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ เดี๋ยวข้ากลับมา!”

กล่าวจบ เขาก็ทะยานตามทุกคนกลับไปยังนครหลวงด้วยความเร็วสูงสุด.