ตอนที่ 351 พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ เดี๋ยวข้ากลับมา
อสูรสุญญตาแค่นเสียงอย่างดูแคลน
“หึ ตราบใดที่ข้าไม่โง่พอจะเข้าใกล้แก และจับตามองแกเอาไว้ตลอดเวลา แกก็ไม่มีทางทำอะไรข้าได้!”
มันกางปีกทั้งสองออก ก่อนบินขึ้นสู่ท้องฟ้า
“ภายใต้เขตแดนนี้ แกใช้วิชาเคลื่อนย้ายไม่ได้!”
เสียงหัวเราะของมันดังก้องไปทั่วนคร
“ฮ่า ๆๆๆๆ!”
ยูรันเงยหน้ามองอีกฝ่าย ก่อนถอนหายใจ
[ก็จริงของมัน เวลาเช่นนี้ดันฉลาดขึ้นมาเสียได้]
[ช่างเถอะ]
กระแสสายฟ้าเริ่มไหลออกจากฝ่ามือขวา ก่อนยืดยาวและควบแน่นกลายเป็นหอกสีฟ้ารูปทรงเรียบง่าย ไม่มีลวดลายหรือการตกแต่งใด ๆ
ทว่าพลังซึ่งถูกบีบอัดอยู่ภายในกลับทำให้อากาศรอบคมหอกฉีกขาดอย่างต่อเนื่อง
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
ยูรันกำด้ามหอกแน่น ก่อนชี้ปลายขึ้นไปบนท้องฟ้า
“หอกแห่งจ้าวอัสนี”
อสูรสุญญตาจ้องอาวุธในมือเขาอย่างระมัดระวัง
ยูรันย่อตัวลงเล็กน้อย
“รอบนี้ข้าจะจัดการแกให้จอดเลย”
ตู้ม!
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าระเบิดออก ร่างของยูรันพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง
อสูรสุญญตาฟาดกรงเล็บเข้าใส่ทันที
ยูรันใช้ด้ามหอกปัดการโจมตีออก ก่อนแทงสวนไปยังลำคอ ทว่าเมื่อส่วนหน้าของอสูรยังหันมาทางเขา ปลายหอกกลับหยุดลงก่อนสัมผัสเปลือกเพียงเล็กน้อย
อสูรสุญญตากวาดปีกตามมา
ฟ้าว!
ยูรันเอนตัวหลบ ก่อนถอยออกจากระยะ
ทั้งสองพุ่งไล่ปะทะกันไปมาบนท้องฟ้า
ทุกครั้งที่ยูรันพยายามอ้อมไปด้านหลัง อสูรสุญญตาจะรีบหมุนตัวตามและหันใบหน้ามาทางเขา
เมื่อมันหันมาสบหน้า ยูรันก็จะหยุดการแทงแล้วถอยออกทันที
แต่พอมันหันหลังเตรียมทิ้งระยะ ยูรันก็จะพุ่งตามเข้าไปพร้อมปลายหอกซึ่งเล็งตรงไปยังศีรษะ
อสูรสุญญตาจึงต้องหันกลับมาป้องกันอีกครั้ง
รุก ถอย หันกลับ และหยุดโจมตี
การประลองจังหวะเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีฝ่ายใดยอมเปิดช่องว่างให้อีกฝ่ายแม้แต่เสี้ยววินาที
อสูรสุญญตาหัวเราะเยาะ
“เป็นอะไรไป? เหตุใดไม่แทงเข้ามาเล่า!”
ยูรันไม่ตอบ เขายังคงเฝ้ามองการเคลื่อนไหวของปีก ลำคอ และส่วนหัวทุกจังหวะ
[ต้องแทงเพียงครั้งเดียวให้จอด โดยเล็งทำลายศีรษะกับแก่นแท้พร้อมกัน]
เขากำหอกแน่นขึ้น
[แต่ใช้ก้าวพริบตาไม่ได้เช่นนี้ ยุ่งยากชะมัด]
ยูรันเหลือบมองเส้นขอบฟ้าซึ่งเริ่มมีแสงสว่างรำไร
“ข้าเสียเวลากับแกมามากพอแล้ว นี่ก็ใกล้เช้าเต็มที”
เขากระชับหอกแห่งจ้าวอัสนีในมือ
“ได้เวลาปิดเกมเสียที”
[ทัศนะศูนย์]
ภาพร่างของยูรันพลันหายไปจากอสูรสุญญตา ก่อนพุ่งอ้อมไปทางด้านหลังของอสูรสุญญตา
อีกฝ่ายหันตามการเคลื่อนไหว ก่อนหัวเราะออกมา
“ฮ่า ๆๆ! คิดว่าข้าไม่รู้หรืออย่างไร?”
มันจับรับรู้ได้ ก่อนรีบหันกลับไปเผชิญหน้า
“วิชาลวงตากระจอก ๆ!”
ทว่าทันทีที่มันหันกลับไป เบื้องหน้ากลับว่างเปล่า
[ทัศนะบูรณา]
ฉึก!
หอกแห่งจ้าวอัสนีแทงทะลุเข้าจากด้านหลัง ก่อนทะลวงออกกลางหน้าอกของอสูรสุญญตา
สายฟ้าสีฟ้าปะทุไปทั่วร่าง ทำให้ปีกและแขนขาของมันแข็งค้าง
“อ๊ากกกกก!”
ยูรันยืนอยู่ด้านหลัง ก่อนยิ้มมุมปาก
“สองชั้นเป็นยังไง? แล้วก็นี่ไม่ใช่ภาพลวงตาซะหน่อย”
ทว่าเมื่อมองตำแหน่งของหอก เขากลับกระตุกมุมปากเล็กน้อย
[ชิ พลาดเสียได้]
[แทงได้เพียงกลางอก ไม่ถึงศีรษะกับแก่นแท้]
อสูรสุญญตาพยายามหันกลับมา
“แก...แก!”
“เอาละ กินระเบิดให้อร่อยนะ”
ยูรันกำด้ามหอกแน่น ก่อนยกทั้งร่างของมันขึ้น
“ฮึบ!”
เขาขว้างหอกแห่งจ้าวอัสนีพร้อมอสูรสุญญตาขึ้นสู่ท้องฟ้าสุดกำลัง
ฟิ้ววววว!
ร่างของมันพุ่งสูงขึ้นไปเหนือกลุ่มเมฆ โดยมีหอกสายฟ้าแทงคาอยู่กลางหน้าอก
“อ๊ากกกกกกก!”
อสูรสุญญตาดิ้นรนอยู่กลางอากาศ
“ราชาาาาาา! แกคิดว่าเรื่องนี้จะจบเพียงเท่านี้หรือ?!”
ยูรันยกมือขึ้นเตรียมดีดนิ้ว
“ฮ่า ๆ ดูจากที่ยังมีแรงพูด เก็บแรงเอาไว้กินระเบิดเถอะ”
เปรี๊ยะ!
หอกแห่งจ้าวอัสนีเปล่งแสงสว่างเจิดจ้า พลังซึ่งถูกบีบอัดอยู่ภายในเริ่มพองตัวอย่างรวดเร็ว
วูบบบบบบบบ!
อสูรสุญญตาคำรามออกมาสุดเสียง
“คิดว่าข้าจะยอมจบเพียงเท่านี้หรือ!”
ยูรันสัมผัสได้ถึงความผิดปกติทันที
“หืม?”
เขารีบปลดผนึกร้อยชีวิต พลังฟื้นฟูจำนวนมหาศาลไหลไปตามร่างกาย บาดแผลบนช่องท้องเริ่มสมาน กระดูกและอวัยวะภายในฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
ทว่าแขนซ้ายยังไม่ทันงอกกลับมา
[มันกำลังจะทำอะไร?]
อสูรสุญญตาฝืนร่างกายซึ่งถูกสายฟ้าช็อตจนแทบขยับไม่ได้ ก่อนใช้มือทั้งสองจับศีรษะของตนเอง
มันบิดศีรษะกลับมาทางยูรันจนเกินขีดจำกัดของร่างกาย
กร๊อบ!
ใบหน้าไร้ดวงตาหันมาจับจ้องยูรันอีกครั้ง
“แกต้องตายไปพร้อมกับข้า!”
แก่นแท้ภายในร่างของมันแตกร้าว
วูบบบบบบบบ!
ยูรันเบิกตากว้าง
“ไอ้เวร...”
ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!
แสงระเบิดกลืนกินท้องฟ้าทั้งผืน คลื่นพลังสีฟ้ากับม่วงดำปะทะกันก่อนขยายตัวออกไปไกลหลายสิบลี้
ในเสี้ยววินาทีเดียวกัน ความเสียหายจากการทำลายตนเองของอสูรสุญญตาก็ไหลมาที่ร่างของยูรัน
ร่างของเขาถูกอแรงระเบิด
เสียงตะโกนด่าดังออกมา
“ไอ้เวรตะไลเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!”
กลางซากนครหลวงเทียนอู่
หลังแสงจากแรงระเบิดจางลง ร่างของยูรันร่วงจากท้องฟ้า ก่อนกระแทกลงกลางหลุมขนาดมหึมา
ตึง!
เขานอนแน่นิ่งอยู่ท่ามกลางพื้นดินซึ่งหลอมละลายจากความร้อน
แขนซ้ายขาดหายตั้งแต่หัวไหล่ ขาขวาหายไปเกือบทั้งข้าง ส่วนผิวหนังและกล้ามเนื้อทั่วร่างปริแตกจากแรงระเบิด เลือดไหลออกจากบาดแผลนับไม่ถ้วน
อวัยวะภายในเสียหายอย่างหนัก เส้นลมปราณแทบทั้งหมดฉีกขาด พลังชีวิตเหลือเพียงริบหรี่
ยูรันหมดสติไปแล้วโดยสมบูรณ์
กลางซากนครหลวงเทียนอู่
หลังแสงจากแรงระเบิดจางลง ร่างของยูรันร่วงจากท้องฟ้า ก่อนกระแทกลงกลางหลุมขนาดมหึมา
ตึง!
เขานอนแน่นิ่งอยู่ท่ามกลางพื้นดินซึ่งหลอมละลายจากความร้อน
แขนซ้ายขาดหายตั้งแต่หัวไหล่ ขาขวาหายไปเกือบทั้งข้าง ส่วนผิวหนังและกล้ามเนื้อทั่วร่างปริแตกจากแรงระเบิด เลือดไหลซึมออกมาจากบาดแผลนับไม่ถ้วน
อวัยวะภายในเสียหายอย่างหนัก เส้นลมปราณแทบทั้งหมดฉีกขาด ขณะที่พลังชีวิตเหลือเพียงริบหรี่
ยูรันพยายามขยับนิ้วมือขวา ทว่าร่างกายกลับไม่ตอบสนอง
แม้แต่ผนึกร้อยชีวิตก็เงียบสนิท ไม่เหลือพลังมากพอให้เปิดใช้งานอีกครั้ง
มีเพียงหน้าอกซึ่งยังขยับขึ้นลงอย่างแผ่วเบา บ่งบอกว่าเขายังมีลมหายใจอยู่
อีกด้านหนึ่ง
ตู้มมมมมม!
คลื่นกระแทกจากแรงระเบิดเดินทางมาถึงขบวนผู้อพยพ ม่านพลังของเหล่าผู้อาวุโสสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ขณะที่ทุกคนต้องยกแขนขึ้นป้องกันลมพายุ
แสงสว่างเหนือท้องฟ้าค่อย ๆ จางลง
กลุ่มควันและเขตแดนสีม่วงดำซึ่งปกคลุมนครหลวงหายไปอย่างสมบูรณ์ ท้องฟ้ายามใกล้รุ่งกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง
ทว่าหัวใจของไป๋จิ้งเหวินกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง
นางยกมือขึ้นกุมหน้าอก ก่อนขาอ่อนแรงจนแทบทรุดลงกับพื้น
“รันเอ๋อร์...”
เนตรดาราพิสุทธิ์พยายามค้นหากลิ่นอายของบุตรชาย แต่ภายในนครกลับเหลือเพียงความปั่นป่วนจากแรงระเบิด นางมองไม่เห็นแม้แต่ประกายชีวิตของเขา
น้ำตาเริ่มไหลออกมาโดยไม่อาจควบคุม
“ไม่...”
ลู่เหยียนหนิงรีบเข้ามาประคอง
“จิ้งเหวิน!”
ไป๋จิ้งเหวินคว้าแขนของนางเอาไว้แน่น
“เหยียนหนิง พวกเราต้องกลับไป!”
เสียงของนางสั่นสะท้านไปทั้งประโยค
“ต้องกลับไปเดี๋ยวนี้!”
จากนั้นนางก็ตะโกนออกมาสุดเสียง
“ม่ายยยยย!”
ไป๋หลิงรีบเข้ามาจับไหล่มารดาเอาไว้
“ท่านแม่ ใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ!”
ไป๋จิ้งเหวินส่ายหน้ารัว ๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม
“ไม่ทันแล้ว!”
“หลิงเอ๋อร์ เขา...เขา...”
นางพยายามกล่าวต่อ แต่เสียงกลับติดอยู่ภายในลำคอ
ไป๋หลิงกำแขนมารดาแน่น
“สามีเป็นอะไร ท่านแม่มองเห็นอะไร?”
ไป๋จิ้งเหวินหันกลับไปมองนครหลวง เนตรดาราพิสุทธิ์สั่นไหวอย่างรุนแรง
“แม่มองไม่เห็นเขาแล้ว”
“ประกายพลังของรันเอ๋อร์หายไป เขา...เขาอาจจะ...”
“ไม่!”
ไป๋หลิงตวาดแทรกทันที แม้ใบหน้าของนางจะซีดเผือดลงเช่นกัน
“มองไม่เห็นไม่ได้หมายความว่าเขาตายแล้ว สามีไม่มีทางตายง่าย ๆ เช่นนั้น!”
ลู่เหยียนหนิงกอดไป๋จิ้งเหวินเอาไว้ ก่อนหันไปทางอ๋องหมิง
“เขตแดนสีม่วงหายไปแล้ว พวกเรากลับเข้าเมืองได้หรือยัง?”
อ๋องหมิงตรวจสอบคลื่นพลังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างเคร่งเครียด
“อสูรนั่นน่าจะถูกกำจัดแล้ว ไปได้!”
ลู่เหยียนหนิงไม่รอช้า นางโอบเอวไป๋จิ้งเหวินเอาไว้ ก่อนเร่งพลังทั้งหมด
พรึ่บ!
ร่างของมารดาทั้งสองพุ่งกลับไปทางนครหลวงทันที
ไป๋หลิง หนานอวี้ และคนอื่น ๆ รีบตามไปโดยไม่ลังเล เฟิงซูหลานแบกหลิงเยวี่ยขึ้นหลังอีกครั้ง ก่อนใช้ก้าวพริบตาไล่ตามกลุ่มไปพร้อมเหอหว่านชิง
อ๋องหมิงหันกลับไปทางขบวนผู้อพยพ ก่อนออกคำสั่งด้วยพลังปราณ
“ทุกคนหยุดอยู่ที่นี่ก่อน!”
เขาชี้ไปยังเหล่าผู้อาวุโสจากสำนักต่าง ๆ
“กางม่านป้องกันและคุ้มครองประชาชนเอาไว้ ห้ามผู้ใดกลับเข้าเมืองจนกว่าข้าจะส่งสัญญาณ!”
ผู้อาวุโสหลายคนรีบประสานมือรับคำ
“ขอรับ ท่านอ๋อง!”
อ๋องหมิงหันกลับไปมองกลุ่มของยูรันซึ่งกำลังหายลับไปจากสายตา
“พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ เดี๋ยวข้ากลับมา!”
กล่าวจบ เขาก็ทะยานตามทุกคนกลับไปยังนครหลวงด้วยความเร็วสูงสุด.