คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 355 ไอ้พวกสมุนเวร7,338 ตัวอักษร

ตอนที่ 355 ไอ้พวกสมุนเวร

เซี่ยหลานอิงหรี่ตามองเขา

“ท่านอาจัดการเรื่องนครหลวงเสร็จแล้วหรือเพคะ?”

“เรียบร้อย!”

อ๋องหมิงตบอกอย่างภาคภูมิใจ

“ข้าใช้อำนาจสั่งให้ผู้บำเพ็ญทุกคนช่วยกันสร้างนครขึ้นมาใหม่ภายในห้าวัน หลังจากตรวจสอบทุกอย่างเสร็จ ข้าก็มาที่นี่ทันที”

เขากล่าวต่ออย่างหน้าตาเฉย

“ส่วนงานที่เหลือ ข้าโยนให้ลูกน้องจัดการหมดแล้ว”

“เอาละ หลานรัก พาอาไปเดินดูรอบ ๆ หน่อยสิ”

“ไม่ได้เพคะ”

เซี่ยหลานอิงปฏิเสธทันที

อ๋องหมิงชะงัก

“เพราะเหตุใด?”

“ท่านอาไม่มีป้ายประจำห้อง”

นางมองเท้าของเขา ก่อนกล่าวเสริมอย่างจริงจัง

“และข้าไม่อยากให้ห้องของตัวเองเปื้อนเท้าท่านอาด้วย”

ฉึก!

อ๋องหมิงยกมือกุมหน้าอก

“นี่หลานรังเกียจอาหรือ?”

“เปล่าเพคะ ข้าเพียงไม่อยากให้ท่านเข้าเท่านั้น”

“มันต่างกันตรงไหน?!”

เซี่ยหลานอิงไม่สนใจสีหน้าปวดร้าวของเขา

“ป้ายประจำห้องเป็นของที่สามีสร้างขึ้น ท่านอาลืมแล้วหรือ? หากต้องการห้องของตนเองก็ต้องรอให้สามีฟื้น แล้วให้เขาสร้างป้ายให้”

นางชี้ไปยังคนอื่น ๆ รอบโต๊ะ

“ตอนนี้ท่านแม่ไป๋ยังต้องนอนกับไป๋หลิง ส่วนผู้ที่ไม่มีป้ายคนอื่นก็อาศัยนอนในห้องของผู้ที่มีป้าย บางคนถึงกับรวมตัวกันนอนอยู่บนดาดฟ้าด้วยซ้ำ”

“ดังนั้นท่านอาไม่มีสิทธิ์บ่นเพคะ”

หนานอวี้วางตะเกียบลง ก่อนหันไปหาอ๋องหมิง

“ท่านอ๋อง หากอยากเดินชมจริง ๆ ท่านไปดูสถานที่รอบตำหนักแทนก็ได้นะ”

นางเริ่มนับนิ้วทีละอย่าง

“มีทั้งบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ เขตเลี้ยงสัตว์บก สวนสมุนไพร โรงหลอม โรงโอสถ โรงหมักสุรา และสถานที่อื่นอีกมากมาย”

“แต่สิ่งที่ข้าอยากนำเสนอที่สุดก็คือ...”

หนานอวี้สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนตะโกนเสียงดัง

“สมุน!!!!”

เสียงของนางดังก้องไปทั่วทั้งยอดเขา

ตึก ๆๆๆๆๆๆๆๆ!

ไม่กี่อึดใจต่อมา เสียงฝีเท้าจำนวนมหาศาลก็ดังขึ้นจากด้านล่าง ก่อนเหล่ารากควรวิญญาณยี่สิบต้นจะกรูกันขึ้นมาบนดาดฟ้าอย่างบ้าคลั่ง

บางต้นวิ่งจนใบไม้บนศีรษะปลิวไปด้านหลัง บางต้นสะดุดกลิ้งไปกับพื้นก่อนรีบลุกขึ้นมาวิ่งต่อ ไม่มีต้นใดกล้าชักช้าแม้แต่น้อย

เมื่อมาถึง พวกมันก็รีบยืนเรียงหน้ากระดานอย่างเป็นระเบียบ แม้แต่ละต้นจะหอบจนลิ้นห้อยก็ตาม

“แฮ่ก ๆๆๆ...”

หนานอวี้ผายมือไปทางกองทัพสมุนด้วยความภาคภูมิใจ

“นี่ไงท่านอ๋อง พวกสมุนที่ข้าเคยเล่าให้ฟัง”

“แค่หัวหน้าหมวดยี่สิบต้นก็เรียกใช้งานง่ายกว่าพวกขุนนางขี้เปียกของท่านตั้งเยอะ”

นางยิ้มกว้าง

“ลองใช้ดูสิ!”

อ๋องหมิงเบิกตากว้างเมื่อเห็นกล้ามเนื้อแน่นเป็นมัดทั่วร่างของเหล่ารากครวญวิญญาณ

“ว้าว ๆๆๆ! รากครวญวิญญาณมีกล้ามจริง ๆ ด้วย!”

เขารีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนเดินวนสำรวจหัวหน้าหมวดทั้งยี่สิบต้นด้วยความตื่นเต้น

“ไหนลอง...อืม...”

อ๋องหมิงชี้นิ้วลงพื้น

“วิดพื้นสิบครั้ง ปฏิบัติ!”

เหล่าหัวหน้าหมวดทิ้งตัวลงพร้อมกันทันที

ตุบ!

“หนึ่ง!”

ตึง!

“สอง!”

ตึง! ตึง! ตึง!

รากครวญวิญญาณทั้งยี่สิบต้นวิดพื้นอย่างพร้อมเพรียง กล้ามเนื้อบนแขนและลำตัวขยับเป็นมัดทุกครั้งที่ยกตัวขึ้นลง ไม่มีต้นใดช้ากว่าต้นอื่นแม้แต่จังหวะเดียว

“สิบ!”

ตุบ!

เมื่อเสร็จสิ้น ทั้งหมดก็กระโดดกลับขึ้นมายืนตรงพร้อมกันทันที

อ๋องหมิงมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาเป็นประกาย

“ยอดเยี่ยม!”

“เชื่อฟังยิ่งกว่าทหารหลวงของข้าเสียอีก!”

หนานอวี้ขยับเข้าไปยืนข้างอ๋องหมิง ก่อนเริ่มเป่าหูด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ไม่ว่าจะเป็นงานหนัก งานยาก งานท้าทาย หรืองานลาดตระเวน พวกมันล้วนทำได้ทั้งนั้น”

นางชี้ลงไปยังพื้นที่ด้านล่างของยอดเขา

“ท่านอ๋องลองดูตรงนั้นสิ เห็นกองร้อยหนึ่งกำลังเดินลาดตระเวนอยู่หรือไม่?”

อ๋องหมิงรีบชะโงกหน้ามองตาม

ด้านล่างมีกองร้อยรากครวญวิญญาณกำลังเดินเป็นแถวตรวจตราไปตามเส้นทาง ท่าทางเป็นระเบียบเสียยิ่งกว่ากองทหารจริง

หนานอวี้เลื่อนนิ้วไปอีกทาง

“ส่วนกลุ่มนั้นกำลังตรวจสอบคลังสินค้า”

“ทางนั้นกำลังเก็บน้ำผึ้ง”

“ตรงบ่อกำลังนับจำนวนสัตว์น้ำ”

“อีกฝั่งกำลังให้อาหารสัตว์บก”

“ส่วนในสวนสมุนไพรก็กำลังใส่ปุ๋ย...”

นางชี้ไปยังลานกว้างอีกแห่ง

“และทางนั้นกำลังเปิดสนามต่อยมวย...”

หนานอวี้ชะงัก

กลางลานมีรากครวญวิญญาณสองต้นกำลังสาวหมัดใส่กันอย่างเมามัน ขณะที่สมุนอีกหลายสิบต้นยืนล้อมวงส่งเสียงเชียร์ บางต้นถึงขั้นกำลังรับพนันอยู่ด้านข้าง

“……”

ใบหน้าของหนานอวี้กระตุก

“เฮ้ย!”

นางตะโกนลงไปจนทั่วทั้งยอดเขาสั่นสะเทือน

“หยุดเดี๋ยวนี้นะโว้ย!”

วงพนันแตกกระเจิงในพริบตา เหล่ารากครวญวิญญาณพากันวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง

หนานอวี้กระแอมเบา ๆ พยายามทำเหมือนไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้น

“อะแฮ่ม...ท่านอ๋อง ดูตรงนั้นนะ เห็นบ้านหลังนั้นหรือไม่?”

นางชี้ไปยังเรือนขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ใกล้บ่อน้ำพุร้อน

“นั่นแหละ สามีสร้างเอาไว้ให้พวกมันแช่น้ำร้อนและนอนดูดาว เวลาว่างก็กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่แถวนั้น”

หนานอวี้กวาดตามองกล้ามเนื้อของหัวหน้าหมวดทั้งยี่สิบต้น

“อืม อย่างที่ข้าเคยเล่า พวกมันอยู่สบายเกินไป จึงหันไปบำเพ็ญเพียรจนมีกล้าม สามีก็เลยรวบรวมพวกมันมาตั้งเป็นหมวดงานเบ็ดเตล็ด”

นางชะงัก ก่อนหันไปถามไป๋หลิง

“เรียกว่าอะไรนะ?”

ไป๋หลิงตอบโดยไม่ต้องคิด

“เรียกสั้น ๆ ว่าเบ๊ หากจะกล่าวให้ต่ำกว่านั้นก็ทาส”

“ใช่ ๆ!”

หนานอวี้ตบมือ

“แต่สามีชอบเรียกพวกมันว่า ‘สมุน’”

นางหันกลับมาหาอ๋องหมิง

“นี่ข้าเล่าให้ท่านอ๋องฟังเป็นรอบที่สองแล้วนะ แค่สร้างบ้านดี ๆ ให้พวกมันอยู่ ก็ได้สมุนที่ทั้งขยันและเชื่อฟังมาใช้งาน”

“แถมยังนวดเท้าได้ดีมากด้วย เพราะพวกมันเป็นรากไม้ นิ้วแข็งแรงสุด ๆ”

หนานอวี้หันไปตะโกนสั่งทันที

“สมุน!”

หัวหน้าหมวดทั้งยี่สิบต้นยืนตรงพร้อมกัน

“ไปเอาน้ำล้างเท้า แล้วเตรียมนวดเท้าให้ท่านอ๋อง!”

ตึก ๆๆๆๆๆ!

สมุนหลายต้นรีบวิ่งออกไปทันที ไม่นานก็กลับมาพร้อมอ่างน้ำร้อน ผ้าสะอาด เก้าอี้รองขา และน้ำมันสมุนไพรอย่างครบครัน

อ๋องหมิงมองอุปกรณ์ตรงหน้าด้วยดวงตาเป็นประกาย

“บริการครบถ้วนยิ่งกว่าข้ารับใช้ในวังอีก!”

เซี่ยเยว่หลีวางตะเกียบลงบนโต๊ะดังปัง ก่อนตะโกนขัดขึ้นมาทันที

“ไม่ให้!”

อ๋องหมิงสะดุ้งจนเกือบเตะอ่างน้ำคว่ำ

“ข้ายังไม่ได้ขอเลยนะ!”

“สีหน้าท่านเขียนเอาไว้หมดแล้วว่ากำลังคิดจะขโมยสมุนกลับไปใช้งานที่ราชสำนัก”

เซี่ยเยว่หลีชี้ไปยังหัวหน้าหมวดทั้งยี่สิบต้น

“พวกนี้เป็นแรงงานของยอดเขาจันทรา ขาดไปแม้แต่ต้นเดียว งานทั้งหมดก็จะตกมาอยู่ที่ข้า”

นางหรี่ตามองอ๋องหมิงอย่างไม่ไว้ใจ

“ดังนั้น แม้แต่ต้นเดียวก็ไม่ให้เพคะ!”

เซี่ยหลานอิงถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ

“ท่านอา ขอร้องเถอะ ท่านควบคุมพวกมันไม่อยู่หรอก”

อ๋องหมิงหันมามองอย่างไม่พอใจ

“เหตุใดข้าจะควบคุมไม่ได้?”

“เพราะท่านไม่รู้วิธีทรมานพวกมันอย่างไรเล่าเพคะ”

เซี่ยหลานอิงชี้ไปยังเหล่าสมุน

“สามีทั้งกระทืบ ทั้งข่มขู่ จนพวกมันไม่กล้าร้องแม้แต่แอะเดียว ท่านอาใจอ่อนกับพวกมันไม่กี่วัน พวกมันคงเปิดเวทีมวยกับวงพนันทั่ววังหลวงแน่”

หัวหน้าหมวดทั้งยี่สิบต้นยืนตัวแข็งทื่อ พยายามทำเหมือนไม่ได้ยินสิ่งใด

จากนั้นเซี่ยหลานอิงก็หันไปหาหนานอวี้

“ส่วนเจ้า เลิกใส่ไฟได้แล้ว”

“แทนที่จะยกสมุนให้ท่านอา ไม่สู้นำเกมของสามีไปให้พวกขุนนางเล่น แล้วใช้มันจับพวกคดโกงยังจะมีประโยชน์กว่าอีก”

อ๋องหมิงชะงัก ก่อนดวงตาจะค่อย ๆ เป็นประกาย

“เดี๋ยวก่อนนะ...”

“ใช้เกมจับขุนนางคดโกงได้ด้วยหรือ?”

เซี่ยหลานอิงพยักหน้า

“ได้เพคะ”

ก่อนอ๋องหมิงจะทันได้ดีใจ นางก็กล่าวต่อทันที

“แต่ท่านอาห้ามเล่น”

รอยยิ้มบนใบหน้าของอ๋องหมิงแข็งค้าง

“เหตุใดเล่า?!”

เซี่ยหลานอิงมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า

“เพราะท่านอาติดเกมจนกู่ไม่กลับแล้วเพคะ”

“หากปล่อยให้เล่นด้วย แทนที่จะจับขุนนางคดโกง สุดท้ายท่านคงโยนงานทั้งหมดทิ้ง แล้วเล่นต่อเนื่องเจ็ดวันเจ็ดคืนอีก”

ฉึก!

อ๋องหมิงยกมือกุมหน้าอก

“หลานรัก เจ้ามองอาเป็นคนเช่นนั้นหรือ?”

ทุกคนรอบโต๊ะตอบขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

“ใช่”

ระหว่างที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เสียงตะโกนและฝีเท้าของเหล่าสมุนก็ดังลอดเข้าไปถึงห้องพักด้านใน

บนเตียง ยูรันพลันสะดุ้งลืมตาขึ้น

“แม่งเอ๊ย...”

เขาขมวดคิ้วด้วยสีหน้าหงุดหงิด

“อุตส่าห์ได้นอนเงียบ ๆ ตั้งเจ็ดวัน ไอ้พวกสมุนเวรนี่จะเสียงดังกันไปถึงไหน”

ยูรันก้มมองแขนซ้ายกับขาขวาซึ่งขาดหาย ก่อนถอนหายใจอย่างรำคาญ

“สภาพดูไม่ได้เลยแฮะ”

เขาปิดผนึกร้อยชีวิต

พลังชีวิตอันมหาศาลปะทุออกจากร่าง บาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่างเริ่มสมานตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า กระดูก เส้นลมปราณ และอวัยวะภายในซึ่งเสียหายถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด

บริเวณหัวไหล่ซ้ายกับต้นขาขวาเกิดเนื้อเยื่อใหม่ ก่อนแขนและขาที่ขาดหายจะงอกกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ภายในเวลาไม่กี่อึดใจ

ยูรันขยับแขนขาทดสอบเล็กน้อย ก่อนลุกลงจากเตียงราวกับไม่เคยบาดเจ็บมาก่อน

เขาสะบัดมือหนึ่งครั้ง

พรึ่บ!

คราบเลือด ผ้าพันแผล และสิ่งสกปรกทั่วร่างสลายหายไปในพริบตา เสื้อผ้าชุดใหม่ปรากฏขึ้นแทนที่ ทำให้ทั่วทั้งร่างกลับมาสะอาดหมดจดดังเดิม.