คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 357 ข้าก็แค่จะช่วยตรวจดูว่ามันวางมั่นคงหรือไม่เท่านั้นเอง...6,847 ตัวอักษร

ตอนที่ 357 ข้าก็แค่จะช่วยตรวจดูว่ามันวางมั่นคงหรือไม่เท่านั้นเอง...

ยูรันตบมือหนึ่งครั้ง

“เอาละ เรื่องของศิษย์พี่เย่ช่างหัวมันไปก่อน”

“คราวหน้าหากข้าเจอเขา ข้าจะหั่นแขนขาและทำลายตบะทันที ไม่เปิดโอกาสให้หยิบยันต์ออกมาอีก”

เขาพยักหน้าให้กับตนเอง

“แค่นี้ จบเรื่อง ต่อไป”

ยูรันกวาดตามองใบหน้าของทุกคน ดวงตาหลายคู่ยังคงแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมาไม่มีผู้ใดพักผ่อนได้อย่างเต็มที่

“เอาละ ข้ารู้ว่าพวกเจ้าคงร้องไห้กันทุกวันแน่ ๆ”

เขาลุกขึ้นยืน ก่อนอ้าแขนออกทั้งสองข้าง

“มาสิ”

ทุกคนชะงักไปเพียงเสี้ยวลมหายใจ

จากนั้นจึงพุ่งเข้าหาเขาพร้อมกัน

“สามี!”

“ท่านพี่!”

“รันเอ๋อร์!”

ยูรันถูกหญิงสาวนับสิบโถมเข้ากอดจากทุกทิศทางในพริบตา บางคนกอดเอว บางคนเกาะแขน ส่วนผู้ที่เข้าไม่ถึงก็โอบคนด้านหน้าเอาไว้อีกชั้น

ยูรันแทบหายใจไม่ออก

“เดี๋ยว ๆ ค่อย ๆ เข้ามาสิ!”

“ข้าเพิ่งรักษาตัวเสร็จ พวกเจ้าคิดจะทำให้กระดูกข้าหักอีกรอบหรือไง!”

ไม่มีผู้ใดยอมปล่อยมือ

เสียงร้องไห้ซึ่งถูกอดกลั้นมาตลอดหลายวันดังขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันไม่ได้เกิดจากความหวาดกลัวหรือสิ้นหวัง

ยูรันถอนหายใจ ก่อนยกแขนโอบทุกคนเท่าที่จะทำได้

“ข้ากลับมาแล้ว”

“ไม่ต้องร้องไห้กันอีก”

หลังจากปลอบทุกคนอยู่นาน ในที่สุดยูรันก็สามารถแยกตัวออกมาจากวงกอดได้สำเร็จ

เขากลับไปนั่งลงข้างมารดาทั้งสอง ก่อนสีหน้าจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นจริงจัง

“อืม ต่อไปเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด”

ยูรันหันไปมองหลิงเยวี่ย สายตาหยุดอยู่บริเวณตันเถียนของนาง

“ทุกคนคงอยากรู้ว่าพวกเราจะกำจัดหมอกสีม่วงดำซึ่งอยู่ภายในร่างของอาจารย์ได้อย่างไร”

บรรยากาศผ่อนคลายบนดาดฟ้าพลันเงียบลง

หลิงเยวี่ยยังคงนั่งนิ่ง แม้ยูรันจะใช้ผนึกร้อยชีวิตรักษาบาดแผลภายนอกให้นางแล้ว แต่พลังกลืนกินภายในตันเถียนกลับยังคงอยู่ เพียงถูกผนึกเอาไว้ชั่วคราวเท่านั้น

สายตาของทุกคนจึงหันมารวมอยู่ที่ยูรันอีกครั้ง

ยูรันสะบัดมือ ก่อนผลึกสีม่วงดำก้อนหนึ่งจะปรากฏขึ้นเหนือฝ่ามือ

กลิ่นอายแห่งความว่างเปล่าแผ่ซ่านออกมาทันทีที่มันปรากฏ ทำให้ทุกคนรอบข้างรู้สึกหนาวเยือกไปถึงวิญญาณ

“นี่คือผลึกแก่นแท้ของอสูรสุญญตา”

ยูรันยกมันขึ้นให้ทุกคนมองเห็นชัด ๆ

“หากสามารถบังคับให้ผลึกแก่นแท้ปรากฏขึ้นมา แล้วกระชากออกจากร่างหรือทำลายมันจนแตก อสูรสุญญตาตัวนั้นก็จะตายทันที”

“แต่วิธีบังคับให้มันปรากฏออกมามีเพียงวิธีที่ข้าเคยอธิบายไปก่อนหน้านี้เท่านั้น”

เขาหันไปหาหลิงเยวี่ย

“เอาละ เริ่มกันเถอะ”

ยูรันวางผลึกแก่นแท้ไว้ตรงหน้าตันเถียนของนาง ก่อนประสานมุทราด้วยมือเดียว

“ดึงกลับ”

วูบ!

ผลึกสีม่วงดำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หมอกซึ่งกัดกินอยู่ภายในตันเถียนของหลิงเยวี่ยพลันถูกกระชากออกมาทั้งหมด ก่อนถูกดูดเข้าไปในผลึกแก่นแท้อย่างรวดเร็ว

กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ

หลิงเยวี่ยหลับตาตรวจสอบร่างกาย ก่อนพบว่าตันเถียนและเส้นลมปราณกลับคืนสู่สภาพปกติอย่างสมบูรณ์ ไม่มีพลังสีม่วงดำหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย

“หายแล้ว...”

แก้เป็น ทารกกายเทพของยูรัน ไม่ใช่ของหนานอวี้:

ทุกคนยังไม่ทันได้โล่งอก ยูรันก็เปิดดาราจักรภายในร่างของตนเอง

วาบ!

ทารกกายเทพฝ่ายชายลอยออกมา ก่อนมองผลึกแก่นแท้ในมือของยูรันด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“เอ้า กินซะสิ”

ยูรันโยนผลึกแก่นแท้ไปให้

ทารกน้อยรับเอาไว้ ก่อนอ้าปากกัดลงไปทันที

กร๊วบ!

ผลึกแก่นแท้แตกละเอียดอยู่ภายในปาก พลังสุญญตาอันเข้มข้นถูกกายเทพดูดกลืนและเปลี่ยนเป็นพลังของตนเองอย่างรวดเร็ว

วูบ!

กลิ่นอายรอบร่างของทารกน้อยเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย ก่อนเจ้าตัวจะลูบท้องแล้วลอยกลับเข้าไปในดาราจักรของยูรันตามเดิม

ยูรันปัดมือ

“เสร็จแล้ว”

“ง่าย ๆ แบบนี้แหละ”

“……”

ทุกคนมองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า

เรื่องที่ทำให้พวกนางหวาดกลัวมาตลอดเจ็ดวัน ถูกจัดการเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่ถึงครึ่งถ้วยชา

อ่านแล้ว ข้อมูลจริงคือ หงส์ฟ้า 28 ตัว แบ่งเป็น 14 สายธาตุอย่างละหนึ่งคู่ ตอนนี้มี 22 ตัว หรือ 11 คู่ อาศัยรวมกันในสวนสมุนไพร ไม่มีผลึกหรือผนึกใด ๆ พวกมันบินขึ้นมาเอง

ยูรันกวาดตามองทุกคนรอบโต๊ะ

“มีอะไรจะเล่าหรือเปล่า? ถ้าไม่มีก็ช่างเถอะ ข้าจะไปหาเจ้าสำนักสักหน่อย”

เขาเดินไปยังขอบดาดฟ้า ก่อนตะโกนลงไปทางสวนสมุนไพร

“ลูกเจี๊ยบ!!!”

พรึ่บ ๆๆๆๆๆ!

เสียงกระพือปีกดังขึ้นจากด้านล่าง ก่อนหงส์ฟ้าทั้งยี่สิบสองตัวจะบินขึ้นมาจากสวนสมุนไพรและร่อนลงบนดาดฟ้า

พวกมันเป็นหงส์ฟ้าสิบเอ็ดคู่จากสิบเอ็ดสายธาตุ รูปลักษณ์และกลิ่นอายแตกต่างกันไปตามธาตุของตนเอง แต่ทุกตัวยังคงจับคู่อยู่ข้างคู่กำเนิดโดยไม่แยกจากกัน

ทันทีที่เห็นพวกมัน อ๋องหมิงก็วิ่งเข้ามากอดขาของยูรัน

“โอ้ ๆๆๆๆ! ข้าขอสักคู่หนึ่งได้หรือไม่?!”

ยูรันพยายามสะบัดขาออก

“โอ๊ย ท่านอ๋อง! เป็นถึงอ๋องแล้วมากอดขาข้าทำไม!”

“ถ้าลูกเจี๊ยบคู่ไหนเลือกท่าน ข้าก็ไม่ขัดข้องหรอก”

ดวงตาของอ๋องหมิงเปล่งประกาย เขารีบวิ่งไปยืนตรงหน้าหงส์ฟ้าทั้งสิบเอ็ดคู่ ก่อนผายแขนออกกว้าง

“มาเลย!”

หงส์ฟ้าทั้งยี่สิบสองตัวนิ่งสงัด

ไม่มีคู่ใดขยับเข้าไปหาเขาแม้แต่ก้าวเดียว

เซี่ยหลานอิงยกมือปิดหน้าอย่างอับอายแทน

“ท่านอา ยอมแพ้เถอะเพคะ”

นางมองหงส์ฟ้าทั้งสิบเอ็ดคู่ซึ่งไม่มีแม้แต่ตัวเดียวสนใจเขา

“ดูเหมือนท่านจะไม่มีโอกาสแล้วละ”

เซี่ยเยว่หลีพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“ข้าเห็นด้วยเพคะ”

อ๋องหมิงยังคงยืนอ้าแขนค้างอยู่

“พวกเจ้ารออีกหน่อยไม่ได้หรือ? บางทีพวกมันอาจกำลังเลือกอยู่ก็ได้!”

หงส์ฟ้าทั้งยี่สิบสองตัวพร้อมใจกันหันหน้าไปทางอื่น

“……”

เซี่ยหลานอิงถอนหายใจ

“พวกมันเลือกเสร็จแล้วเพคะ”

มู่เสวี่ยหนิงมองหงส์ฟ้าทั้งยี่สิบสองตัว ก่อนกล่าวอย่างลังเล

“เอ่อ...แม้ว่าข้าจะเพิ่งเคยเห็นหงส์ฟ้าเหล่านี้เป็นครั้งแรก แต่แม้กระทั่งคู่ธาตุดินยังไม่สนใจท่านอ๋องเลยนะเจ้าคะ”

หงส์ฟ้าธาตุดินทั้งสองตัวเหลือบมองอ๋องหมิง ก่อนขยับไปยืนหลบอยู่หลังคู่ธาตุเหล็กอย่างเงียบ ๆ

มู่เสวี่ยหนิงยิ้มแห้ง

“ข้าว่าท่านอ๋องควรพิจารณาตนเองได้แล้วกระมังเจ้าคะ”

ฉึก!

อ๋องหมิงยกมือกุมหน้าอก ก่อนมองหงส์ฟ้าธาตุดินด้วยแววตาปวดร้าว

“แม้แต่พวกเจ้าก็ไม่เลือกข้าหรือ...”

ยูรันเดินเข้าไปตบบ่าอ๋องหมิงเบา ๆ

“เอาน่า ท่านอ๋อง อย่าเพิ่งหมดหวัง”

“อีกไม่นานกิเลนกับม้านิลมังกรก็จะถือกำเนิดแล้ว รอบนี้ข้าไม่ได้สร้างเอาไว้มากนัก เดี๋ยวทำเยอะเกินไปแล้วข้าจะลืมว่ามีกี่ตัว”

เขาเริ่มนับนิ้ว

“แต่ละชนิดมีหกคู่ แบ่งเป็นธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ สายฟ้า และไม้ อย่างละหนึ่งคู่”

“รอให้พวกมันถือกำเนิดก่อน แล้วท่านค่อยไปลองเลือกอีกครั้งก็ได้”

ยูรันยิ้มให้กำลังใจ

“ขี่ม้าวิเศษก็เท่ไม่แพ้หงส์ฟ้าหรอกนะท่านอ๋อง โดยเฉพาะม้านิลมังกร รูปลักษณ์น่าจะเหมาะกับท่านมาก”

อ๋องหมิงยังคงมองหงส์ฟ้าทั้งยี่สิบสองตัวด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์

“แต่ข้าอยากได้หงส์นี่นา...”

ยูรันถอนหายใจ ก่อนสะบัดมือเรียกป้ายหยกจำนวนมากออกมาจากแหวนมิติ

“เอ้า เอาไปให้หมดทุกคนนี่แหละ”

ป้ายหยกพุ่งออกไปหาผู้ที่ยังไม่มีป้ายคนละสองชิ้น แม้แต่อ๋องหมิงก็ได้รับเช่นเดียวกัน

“ผู้ที่ยังไม่เคยได้ป้าย ให้รับไปคนละสองชิ้น ชิ้นหนึ่งเป็นป้ายผ่านเข้าออกพื้นที่ส่วนกลาง อีกชิ้นเป็นป้ายประจำห้อง”

ยูรันชี้ไปยังตัวตำหนัก

“ห้องว่างยังเหลืออีกมาก พวกเจ้าอยากได้ห้องไหนก็เลือกเอาเองแล้วกัน ข้าขี้เกียจจัดให้ทีละคน”

ผู้ที่ต้องอาศัยนอนร่วมกับคนอื่นมาตลอดหลายวันพลันตาเป็นประกาย ก่อนรีบเก็บป้ายของตนเองเอาไว้อย่างดี

จากนั้นยูรันจึงหันไปหาอ๋องหมิง

“ส่วนท่านอ๋องก็ไปเดินดูได้ตามสบาย”

อ๋องหมิงกำป้ายหยกเอาไว้แน่น ก่อนเตรียมวิ่งเข้าตำหนักทันที

“แต่ว่านะ...”

ฝีเท้าของเขาหยุดชะงัก

ยูรันหรี่ตาลง

“หากคิดจะขโมยของภายในห้องกลับไปด้วยละก็ อืมมมมมม...คงไม่ดีเท่าไร”

“ข้าจำได้ว่าภายในห้องมีอะไรอยู่บ้าง เพราะทุกห้องเป็นฝีมือของข้าและถูกสร้างเอาไว้เหมือนกันทั้งหมด”

เขาชี้ไปยังเหล่าสมุนซึ่งกำลังแอบมองอยู่ตรงบันได

“ถ้ามีของหายแม้แต่ชิ้นเดียว ข้าจะส่งสมุนเจ็ดร้อยต้นไปยืนแหกปากอยู่หน้าราชวัง”

อ๋องหมิงหน้าซีดลงทันที

เสียงกรีดร้องของรากครวญวิญญาณเพียงต้นเดียวก็สร้างความปั่นป่วนได้มากพอแล้ว หากมีเจ็ดร้อยต้นไปยืนร้องพร้อมกัน ราชวังทั้งแห่งคงพังพินาศก่อนจับตัวคนขโมยได้เสียอีก

“ข้าก็แค่อยากดูนิดหน่อยเท่านั้นเอง...”