คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 361 ข้าไม่ได้หัวเราะ6,806 ตัวอักษร

ตอนที่ 361 ข้าไม่ได้หัวเราะ

ลู่ชิงถานยกมือขึ้นเสนออีกความเป็นไปได้

“หรืออาจมียัยแก่สองคนเดินเข้ามา แล้วประกาศว่าจะขอท่านพี่ไปเป็นสามีเลยก็ได้นะเจ้าคะ”

นางเหลือบมองเฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิงอย่างจงใจ

“ข้าว่าแบบนี้ก็เป็นไปได้มากเหมือนกัน”

คิ้วของหญิงสาวทั้งสองกระตุกพร้อมกัน

เฟิงซูหลานชี้หน้าตนเอง

“เดี๋ยวก่อน เจ้ามองพวกข้าทำไม?”

ลู่ชิงถานเอียงศีรษะ

“ข้าไม่ได้เอ่ยชื่อผู้ใดเลยนะเจ้าคะ ยัยป้าร้อนตัวเองต่างหาก”

เหอหว่านชิงยกมือกุมหน้าผาก

มู่หรงฉินซึ่งเพิ่งเข้าร่วมกลุ่มได้ไม่นานมองทุกคนด้วยความไม่เข้าใจ

“มันร้ายแรงถึงเพียงนั้นเลยหรือเจ้าคะ?”

“ข้าว่าการที่ศิษย์พี่มีหญิงสาวเข้าหาเป็นเรื่องปกติดีออก”

โม่ชิงเฟิงส่ายหน้า

“น้องหญิง เจ้ายังไม่เข้าใจ”

“พี่สาวไม่ได้หมายถึงหญิงสาวเข้าหาสามี แต่หมายถึงต่อให้เขานั่งเฉย ๆ ไม่ยุ่งกับผู้ใด เรื่องวุ่นวายก็จะวิ่งเข้ามาหาเอง”

นางเริ่มยกตัวอย่าง

“วันนั้นพี่สาวกำลังนั่งกินข้าวอยู่กับสามี เขาเห็นน้องหญิงเสวี่ยหนิงถูกบุรุษผู้หนึ่งตามตื๊อไม่เลิก แต่กลับไม่ชายตามองด้วยซ้ำ”

“จากนั้นอีกฝ่ายก็มาหาเรื่องจนลากสามีเข้าไปเกี่ยวข้องเอง สุดท้ายจึงเกิดเรื่องขึ้นอย่างที่เล่า”

ลู่ชิงถานพยักหน้ารัว ๆ

“ใช่เจ้าค่ะ ตอนข้าพบท่านพี่ครั้งแรกก็เหมือนกัน”

“ข้ากำลังถูกโจรไล่ล่า แต่ท่านพี่ไม่คิดจะช่วยข้าเลยด้วยซ้ำ เขาเดินผ่านไปเฉย ๆ ราวกับมองไม่เห็น”

นางยิ้มแห้ง

“หากพวกโจรไม่โง่พอหันไปโจมตีเขา ข้าว่าท่านพี่ก็คงเดินจากไปโดยไม่สนใจจริง ๆ”

หนานอวี้รีบเสริม

“ตอนมีไอ้โง่เดินเข้ามาเกี้ยวข้าก็เหมือนกัน สามียังนั่งกินอาหารต่อโดยไม่สนใจ”

“ข้าจึงต้องชกมันเอง”

นางกำหมัด ก่อนกล่าวอย่างสบายอารมณ์

“หมัดเดียวตายคากำแพง”

มู่หรงฉินกะพริบตาปริบ ๆ

มู่เสวี่ยหนิงพยักหน้ายืนยัน

“จริงเจ้าค่ะ ตอนนั้นท่านพี่กำลังโม้เรื่องที่ตนเองสามารถหลอมโอสถระดับแปดได้”

“จากนั้นก็มีใครบางคนพูดจาดูถูกแล้วท้าพนันกับเขา”

นางครุ่นคิดทบทวนเล็กน้อย

“สุดท้ายอีกฝ่ายแพ้พนัน จึงถูกดึงลิ้นออกไป”

มู่หรงฉินหันไปมองยูรันช้า ๆ

ยูรันยักไหล่

“ข้าอยู่ของข้าดี ๆ ทุกครั้ง พวกมันเข้ามาหาเรื่องเองทั้งนั้น”

ยูรันดีดนิ้วดังเป๊าะ ราวกับเพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้

“เมื่อครู่ข้าพูดว่าอะไรนะ?”

เขาครุ่นคิดเล็กน้อย

“อ๋อ...น้ำหน้าอย่างแกไม่คู่ควรกับสตรีเหล่านี้หรอก หากแน่จริงก็มาประลองกับข้า!”

ยูรันยิ้มมุมปาก

“ข้าขอเพิ่มอีกประโยคก็แล้วกัน”

เขาลุกขึ้นยืน ก่อนดัดเสียงอย่างโอหัง

“แก ไอ้หน้าหล่อ! ขึ้นมาประลองกับข้าซะ!”

“ถ้าแกแพ้ ก็ส่งผู้หญิงของแกมาให้ข้าทั้งหมด!”

จากนั้นยูรันก็กลับมาใช้เสียงปกติ ก่อนชี้ไปทางเฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิง

“ข้าพนันว่า หากมีคนเข้ามาหาเรื่องข้าจริง ๆ มันจะต้องพูดประโยคใดประโยคหนึ่งในสองแบบนี้แน่นอน”

“แต่ถ้าสุดท้ายไม่มีใครพูดแบบนั้น และข้าเป็นฝ่ายแพ้พนัน...”

ยูรันยกมุมปากขึ้น

“ข้ายอมนอนกับป้า ๆ สองคนนี้ แล้วจะเรียกพวกนางว่าภรรยาด้วยเลยก็ได้”

เขาเลิกคิ้ว

“เอาไหม?”

เฟิงซูหลานตบโต๊ะแล้วลุกพรวดขึ้น

“ตกลง!”

เหอหว่านชิงรีบคว้าแขนนางเอาไว้

“เดี๋ยวก่อน ยังไม่มีคู่ต่อสู้โผล่มาเลยนะ!”

ลู่ชิงถานชี้หน้าทั้งสอง

“ยัยป้า พวกท่านกำลังหวังให้ไม่มีใครมาหาเรื่องท่านพี่อยู่ใช่ไหมเจ้าคะ?!”

ยูรันหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

“ฮ่า ๆๆๆๆ! แค่คิดก็น่าสนุกแล้ว”

เขายกมือขึ้นนับนิ้ว พลางครุ่นคิดอย่างจริงจัง

“คราวนี้ข้าจะเอาอะไรจากมันดีนะ?”

“แขน? ขา?”

ยูรันส่ายหน้า

“ลิ้นก็เคยเอาไปแล้ว แบบเดิมคงน่าเบื่อเกินไป”

เขาแตะหูของตนเอง

“หูดีไหมนะ?”

จากนั้นจึงเลื่อนนิ้วมาแตะปลายจมูก

“หรือจะเป็นจมูก?”

ทุกคนมองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า

หลิงเยวี่ยยกมือกุมหน้าผาก

“รันเอ๋อร์ พวกเรายังไม่ทันออกเดินทาง และคนผู้นั้นก็ยังไม่มีตัวตนเลยนะ”

ยูรันพยักหน้า

“ข้ารู้ ก็กำลังเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าไง”

ยูรันหันไปหาหลิงเยวี่ย

“แล้วพวกเราต้องไปเมื่อไร?”

“อีกหนึ่งเดือนครึ่งจึงจะถึงงานเลี้ยงปีใหม่”

หลิงเยวี่ยเก็บเทียบเชิญกลับเข้าแขนเสื้อ

ยูรันพยักหน้า ก่อนถามต่อ

“ไกลหรือไม่?”

แต่ยังไม่ทันได้รับคำตอบ เขาก็โบกมือ

“ไม่สิ จะไกลเพียงใดกัน พวกข้าเดินทางไม่นานก็ถึงแล้ว จะสนใจทำไม”

หลิงเยวี่ยตอบเสียงเรียบ

“ตำหนักเสวียนเยว่อยู่ห่างออกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณหนึ่งหมื่นลี้”

ยูรันชะงัก

“โคตรพ่อโคตรแม่ไกล”

ทุกคนมองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า เมื่อครู่ยังบอกว่าไม่จำเป็นต้องสนใจระยะทางอยู่เลย

ยูรันเริ่มคำนวณอยู่ครู่หนึ่ง

“แต่ด้วยความสามารถของข้าในตอนนี้...”

“อืม ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วยามก็น่าจะถึง ไม่สิอาจจะเร็วกว่านั้น”

ซี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!

หนานอวี้พลันลุกขึ้นตบโต๊ะ

“เดี๋ยวก่อน!”

“ข้ายังใช้วิชาเดินทางได้ไม่ชำนาญถึงขนาดนั้นเลยนะ!”

ยูรันเหลือบมองนางอย่างไม่ใส่ใจ

“ถ้าตามไม่ทันก็ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แล้วค่อยเดินทางไปคนเดียวทีหลังก็แล้วกัน”

“ข้าไม่สนพวกขี้เกียจหรอก”

ฉึก!

หนานอวี้ชี้หน้าตนเอง

“ข้าเป็นภรรยาเจ้านะ!”

“แล้วยังไง?”

ยูรันเอนหลังพิงเก้าอี้

“ท่านแม่ทั้งสองกับชิงถานฝึกจนชำนาญแล้ว ข้าจะต้องสนใจอะไรอีก?”

เขายักไหล่

“ขอเพียงท่านแม่ทั้งสองเดินทางไปถึงพร้อมข้าก็พอ ส่วนคนอื่นข้าไม่ค่อยสนเท่าไร ดูแลตัวเองกันแล้วกัน”

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

หญิงสาวรอบโต๊ะถูกแทงใจพร้อมกัน

มีเพียงไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิงที่ยิ้มอย่างเบิกบาน

ไป๋จิ้งเหวินลูบศีรษะบุตรชาย

“ลูกชายคนนี้น่ารักจริง ๆ”

ลู่เหยียนหนิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“ใช่ เป็นห่วงมารดาก่อนเสมอ เด็กดีจริง ๆ”

ลู่ชิงถานนั่งกัดเล็บอยู่ด้านข้าง

“ท่านพี่ใจร้ายเกินไปแล้ว...”

ไป๋หลิงรีบหันไปหามารดา

“ท่านแม่ ข้าเองก็เป็นห่วงท่านแม่เหมือนกันนะ”

ไป๋จิ้งเหวินโบกมือปัดอย่างไม่สนใจ

“อืม แล้ว?”

ฉึก!

ไป๋หลิงยกมือกุมหน้าอก ก่อนทรุดลงกับโต๊ะอย่างหมดเรี่ยวแรง

ยูรันพลันนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ จึงหันไปหามู่เสวี่ยหนิง

“แล้วก็...ไม่ใช่ว่าเสวี่ยหนิงต้องกลับหุบเขาแพทย์เทวะอะไรนั่นหรือ?”

“เจ้าไม่คิดจะกลับหรือไง?”

จากนั้นเขาจึงหันไปทางมู่หรงฉิน

“ส่วนหรงฉิน เจ้ายังเป็นศิษย์ของยอดเขาวารีกระจ่างไม่ใช่หรือ? มาอุดอู้อยู่บนยอดเขาจันทราตลอดเช่นนี้จะดีหรือ?”

มู่เสวี่ยหนิงตอบอย่างสงบ

“หลังงานเลี้ยงปีใหม่ ข้าค่อยกลับไปขอลาออกจากหุบเขาแพทย์เทวะเจ้าค่ะ”

มู่หรงฉินครุ่นคิดอยู่เล็กน้อย

“เช่นนั้นข้าจะไปขอย้ายยอดเขากับท่านเจ้าสำนักก่อนนะเจ้าคะ”

ยูรันพยักหน้า

“อืม ก็น่าจะได้แหละ ตาแก่นั่นเพิ่งรับของจากข้าไป คงไม่กล้าปฏิเสธ”

จากนั้นสายตาของเขาก็เลื่อนไปหยุดอยู่บนเฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิง

“แล้วป้า ๆ สองคนไม่คิดจะกลับสำนักเหอซานหรือไง?”

“ปล่อยให้ลูกศิษย์ลูกหาของตนเองโดดเดี่ยวเดียวดายอยู่ทางโน้น แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน?”

ยูรันหรี่ตามองทั้งสอง

“แถมตอนงานประลอง พวกท่านยังเที่ยวป่าวประกาศกับคนทั้งสนามว่าข้าเป็นสามีอีก”

“ข้ายังไม่ได้ตกลงอะไรกับพวกท่านเลยนะ”

เฟิงซูหลานโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

“ไม่เป็นไร พวกเราเองก็ต้องไปร่วมงานเลี้ยงและเยี่ยมนางเหมือนกัน”

ยูรันเลิกคิ้ว

“แล้วพวกท่านจะกลับสำนักเหอซานก่อน จากนั้นค่อยตามไปทีหลังไม่ได้หรือไง?”

เขาหรี่ตามองหญิงสาวทั้งสองอย่างจับผิด

“หรือเพียงกำลังหาข้ออ้าง เพราะเตียงของยอดเขาจันทรานอนสบายกว่าห้องพักที่สำนักเหอซาน?”

คิ้วของเฟิงซูหลานกระตุก

ยูรันยังคงกล่าวต่อ

“ไม่ก็เพราะไม่มีผู้ใดยอมรับพวกท่านเป็นภรรยา จึงคิดเนียนหาทางลงให้ตัวเอง แล้วย้ายมาอยู่ที่นี่เสียเลย”

ฉึก! ฉึก!

เฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิงยกมือกุมหน้าอกพร้อมกัน

“เด็กนี่...”

เฟิงซูหลานกัดฟันแน่น

“พี่สาวยังไม่ได้ขึ้นคานเสียหน่อย!”

ยูรันพยักหน้า

“อืม เพราะตอนนี้กำลังพยายามเกาะขอบเอาไว้อย่างสุดชีวิตอยู่สินะ”

“ยูรัน!”

หลิงเยวี่ยยกมือปิดริมฝีปาก แต่ยังมีเสียงหัวเราะหลุดออกมาเบา ๆ

“คิก...”

เฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิงหันขวับไปมองนางพร้อมกัน

“หลิงเยวี่ย!”

หลิงเยวี่ยรีบกลับมาวางสีหน้าเย็นชาตามเดิม

“ข้าไม่ได้หัวเราะ”

มุมปากของหลิงเยวี่ยยังคงยกขึ้นเล็กน้อย ขณะที่เฟิงซูหลานชี้หน้าสหายด้วยความเจ็บใจ

“เจ้ากล้าหัวเราะพวกข้า ทั้งที่ตัวเองก็พยายามเกาะขอบเดียวกันอยู่ไม่ใช่หรือไง!”

รอยยิ้มบนใบหน้าของหลิงเยวี่ยหายไปทันที.