คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 362 เดี๋ยวก่อน ให้พี่สาวเล่นก่อน7,476 ตัวอักษร

ตอนที่ 362 เดี๋ยวก่อน ให้พี่สาวเล่นก่อน

ยูรันโบกมือยุติการสนทนา

“เอาเถอะ แยกย้ายกันได้แล้ว ใครมีอะไรต้องทำก็ไปจัดการให้เรียบร้อย”

เขาลุกขึ้นยืน ก่อนเริ่มแจกแจงงานอย่างรวดเร็ว

“ข้าจะไปเตรียมโรงฟัก อีกไม่นานกิเลนกับม้านิลมังกรจะถือกำเนิด น่าจะทันก่อนพวกเราออกเดินทาง”

“คนทำอาหารก็ฝึกทำอาหารต่อไป คนดูแลสัตว์น้ำก็ไปตรวจบ่อ คนดูแลลูกเจี๊ยบก็จัดการเรื่องอาหารกับการฝึกให้เรียบร้อย”

ยูรันเดินไปถึงขอบดาดฟ้า ก่อนหันกลับมาเสริม

“แล้วแผนเรื่องเปิดสำนักของตัวเอง ข้าเอาจริงนะ”

“ข้าจะเปิดโรงเรียนสอนวิชาเพิ่มด้วย ตอนนี้กำลังวางแผนหลักสูตรอยู่”

เขาสะบัดมือ โยนแหวนมิติวงหนึ่งลงกลางโต๊ะ

“ไหน ๆ ตอนนี้คนก็เยอะขนาดนี้แล้ว ทุกคนตั้งใจฝึกด้วยละ”

“ข้างในมีตำราเหลืออยู่อีกประมาณพันเล่ม ข้ายังไม่ได้แยกประเภทหรือเรียบเรียงอะไรเพิ่มเติม พวกท่านจัดการกันเองแล้วกัน”

ทุกคนมองแหวนมิติบนโต๊ะด้วยสีหน้าแข็งค้าง

ลู่ชิงถานยกมือขึ้น

“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ ตำราพันเล่มจะให้พวกเรา...”

พรึ่บ!

ร่างของยูรันหายไปจากดาดฟ้าก่อนนางจะทันพูดจบ

ทั่วทั้งดาดฟ้าตกอยู่ในความเงียบงัน

ไป๋หลิงหยิบแหวนมิติขึ้นมาตรวจสอบ ก่อนสีหน้าจะค่อย ๆ ซีดลง

“พันกว่าเล่มจริง ๆ ด้วย...”

โม่ชิงเฟิงรีบคว้าแหวนมิติจากมือไป๋หลิง ก่อนหยิบตำราออกมาสุ่มดูสิบเล่ม

นางเปิดอ่านผ่าน ๆ ทีละเล่ม

เล่มแรกเป็นตำราทำอาหาร

เล่มที่สองเป็นตำราดูแลสัตว์น้ำ

เล่มที่สามเป็นวิธีรักษาความสะอาดคอกสัตว์

ส่วนเล่มที่เหลือก็ยังคงเกี่ยวข้องกับการทำอาหาร การเกษตร และการดูแลสัตว์ทั้งหมด

มือของโม่ชิงเฟิงเริ่มสั่น

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!”

นางโยนตำราทั้งสิบเล่มลงบนโต๊ะ

“นี่มันตำราทำอาหารกับดูแลสัตว์ทั้งนั้นเลยนี่!”

“ไม่มีวิชาต่อสู้แม้แต่เล่มเดียว!”

โม่ชิงเฟิงรีบส่งจิตเข้าไปค้นภายในแหวนมิติอย่างไม่ยอมแพ้

“แล้วตำราค่ายกลเล่า?”

“ตำราสอนประสานมุทราไปอยู่ที่ไหน?!”

นางชูกำปั้นขึ้นอย่างคับแค้นใจ

“พี่สาวเองก็อยากเรียกมังกรตัวใหญ่เท่ ๆ ออกมาบ้างนะ!”

เซี่ยเยว่หลีลุกขึ้น ก่อนเลือกตำราออกมาหลายเล่ม

“ของดีทั้งนั้น”

นางอ่านชื่อทีละเล่ม

“ตำราคำนวณพื้นฐานอย่างง่าย หลักการพื้นฐานเกี่ยวกับธาตุ แล้วก็การทดลองและการวิจัย”

“อืม เท่านี้แหละ”

โม่ชิงเฟิงมองกองตำราในมือนาง

“ของดีตรงไหน?”

เซี่ยเยว่หลีแค่นเสียง

“หึ ข้าไม่อยากเป็นภาระของสามีเหมือนบางคน”

นางหันหลังเดินออกไป

“ข้าไปดีกว่า”

เซี่ยหลานอิงรีบหยิบตำราตาม

“หลานสาวไปด้วย พวกเราอ่านด้วยกัน”

ไป๋จิ้งเหวินเปิดตำราอีกเล่ม ก่อนดวงตาจะเป็นประกาย

“โอ้ นี่เป็นตำราคณิตศาสตร์ระดับพื้นฐานที่สุด แต่วิธีเขียนกับตัวอักษรหลายตัวแม่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”

นางหยิบเพิ่มอีกสองสามเล่ม

“น่าสนใจ แม่เอาพวกนี้แหละ ไปกันเถอะเหยียนหนิง”

ลู่เหยียนหนิงพยักหน้า ก่อนเดินตามไป

ไป๋หลิงรีบคว้าตำราบัญชีกับการคำนวณขึ้นมากอด

“ท่านแม่ รอข้าด้วย!”

ซูเม่ยเหยาหยิบตำราขึ้นมาอ่าน

“อืม การทำอาหารพื้นฐานสำหรับผู้ผ่านตำราพื้นฐานเบื้องต้น อันนี้แหละ”

เซียวซินเยวี่ยรีบยื่นตำราเพิ่มให้นาง

“อาจารย์ เอาเล่มนี้ไปด้วย วิธีประกอบอาหารแบบปิ้ง ย่าง นึ่ง อบ ฝัง รวมถึงการถนอมอาหาร”

มู่เสวี่ยหนิงรวบรวมตำราทำอาหารที่เหลือ

“เช่นนั้นพวกเราไปฝึกกันเถอะเจ้าค่ะ”

ลู่ชิงถานรีบเดินตาม

“ข้าไปด้วย!”

ทั้งสี่คนจึงพากันไปยังโรงครัว

หลัวจินหยางพลิกตำราในมือ

“อืม วิธีหมักสาเกกับหลักการบ่มสุรา น้องหญิง ไปกันเถอะ”

หลัวจินเยว่เลียริมฝีปาก

“บางทีพวกเราอาจทำสุราให้อร่อยเหมือนของท่านพี่ได้ก็ได้”

หนานอวี้ค้นตำราอยู่ไม่นาน ดวงตาก็พลันเป็นประกาย

“โอ้! โครงสร้างร่างกายของสัตว์แต่ละประเภท วิธีจำแนกสัตว์จากลักษณะทางกายภาพ แล้วก็พื้นฐานเกี่ยวกับสัตว์ปีก!”

นางรีบค้นเพิ่มเติม ก่อนพบตำราที่เกี่ยวข้องเกือบยี่สิบเล่ม

“ของดีทั้งนั้น มีตั้งยี่สิบเล่ม เอาหมดนี่แหละ!”

พูดจบ หนานอวี้ก็กวาดตำราทั้งหมดเข้าอ้อมแขน แล้ววิ่งจากไปทันที

หลานชิงอวี้หยิบตำราอีกกองขึ้นมาตรวจดู

“ตำราการงานพื้นบ้านอย่างง่ายมีเกือบสิบเล่มเลยเจ้าค่ะ”

“ทั้งวิธีเย็บปักถักร้อย การทอผ้า และการจักสาน...น่าสนใจมาก”

วาบ!

นางเก็บตำราทั้งหมด ก่อนหายตัวตามไปอีกคน

มู่หรงฉินพบตำราซึ่งเกี่ยวข้องกับสัตว์น้ำ จึงหยิบขึ้นมาเปิดดู

“การจำแนกสัตว์น้ำกับระบบดูแลแหล่งน้ำหรือ?”

นางครุ่นคิดเล็กน้อย

“อืม บางทีข้าอาจช่วยงานส่วนนี้ได้”

มู่หรงฉินหยิบตำราติดมือไปสามสี่เล่ม ก่อนรีบวิ่งตามหนานอวี้

“ศิษย์พี่หนานอวี้ รอข้าด้วยเจ้าค่ะ!”

โม่ชิงเฟิงมองคนรอบตัวซึ่งทยอยแยกย้ายกันไป ก่อนกรีดร้องออกมา

“กรี๊ดดดดดดด!”

“ทุกคนมีสิ่งที่ต้องทำกันหมดเลย!”

นางชะงัก ก่อนหันไปมองคนที่ยังเหลืออยู่

“ไม่สิ ยังเหลือท่านอาจารย์ ผู้อาวุโสเฟิง และผู้อาวุโสเหออยู่นี่นา!”

หลิงเยวี่ยแค่นเสียง

“หึ ใครบอกว่าข้าไม่มี?”

นางสะบัดมือกวาดตำราพื้นฐานทุกแขนงไปกว่าห้าสิบเล่ม ก่อนเก็บทั้งหมดเข้าแหวนมิติ

พรึ่บ!

ร่างของหลิงเยวี่ยหายไปทันที

เฟิงซูหลานขยี้ตาหลายครั้ง ราวกับไม่เชื่อภาพที่เพิ่งเห็น

“เดี๋ยวก่อนนะ...”

“คนขี้เกียจอย่างหลิงเยวี่ยเนี่ยนะ หยิบตำราไปอ่านตั้งห้าสิบเล่ม?”

เหอหว่านชิงถอนหายใจ

“ความรักทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้จริง ๆ สินะ”

ตอนนี้จึงเหลือเพียงโม่ชิงเฟิง เฟิงซูหลาน เหอหว่านชิง และอ๋องหมิงซึ่งยังไม่ได้เลือกตำรา.

อ๋องหมิงมองหญิงสาวทั้งสามซึ่งยังยืนมือเปล่าอยู่ ก่อนส่ายหน้าอย่างดูแคลน

“อืม พวกเจ้าคิดจะเป็นภรรยาของเจ้าหนูนั่น แต่กลับช่วยงานอะไรเขาไม่ได้เลย”

เขาถอนหายใจ

“ไร้ประโยชน์จริง ๆ”

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

โม่ชิงเฟิง เฟิงซูหลาน และเหอหว่านชิงยกมือกุมหน้าอกพร้อมกัน

อ๋องหมิงไม่สนใจพวกนาง เขาหยิบตำราหมักสุราขึ้นมาหลายเล่ม ก่อนรีบเดินตามฝาแฝดไปด้วยดวงตาเป็นประกาย

“ข้าไปศึกษาวิธีหมักสุราดีกว่า”

“ฮี่ ๆๆๆ บางทีข้าอาจทำสุรารสเดียวกับหลานเขยได้เอง ต่อไปก็ไม่ต้องคอยขอจากเขาอีก!”

เมื่ออ๋องหมิงจากไป บนดาดฟ้าจึงเหลือเพียงโม่ชิงเฟิง เฟิงซูหลาน และเหอหว่านชิงที่ยังไม่มีงานทำ

ทั้งสามมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง

บรรยากาศเริ่มน่าอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อถึงเวลาเที่ยง ทุกคนกลับมารวมตัวกันรับประทานอาหาร ก่อนจะแยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ของตนเองตามปกติ

มีเพียงโม่ชิงเฟิง เฟิงซูหลาน และเหอหว่านชิงที่ยังคงนั่งพลิกตำราทีละเล่มอยู่บนดาดฟ้า

เวลาผ่านไปตั้งแต่เที่ยงจนถึงเย็น

ตำราหลายร้อยเล่มถูกหยิบขึ้นมาเปิดดู ก่อนถูกวางกลับลงไปตามเดิม แต่ทั้งสามก็ยังหาเรื่องที่ตนเองสนใจหรือคิดว่าสามารถช่วยยูรันได้ไม่พบ

กระทั่งมื้อเย็นจบลง เซี่ยเยว่หลีจึงอดถามไม่ได้

“สรุปแล้ว พี่หญิงชิงเฟิงรู้หรือยังว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง?”

โม่ชิงเฟิงชะงัก ก่อนมองกองตำรารอบตัวอย่างว่างเปล่า

ไป๋หลิงกล่าวเสริมทันที

“นั่นสิ แม้แต่ตนเองทำอะไรได้ยังไม่รู้ แต่กลับอยากเป็นภรรยาของสามีอีก”

นางส่ายหน้า

“ไร้ประโยชน์จริง ๆ”

คนอื่นรอบโต๊ะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“จริง”

“ไร้ประโยชน์”

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

คำพูดแต่ละประโยคแทงเข้ากลางใจของโม่ชิงเฟิง เฟิงซูหลาน และเหอหว่านชิงอย่างแม่นยำ

ยูรันซึ่งนั่งกินอาหารอยู่เงียบ ๆ พลันกล่าวขึ้น

“อืม ข้าพอรู้นะว่าอาเจ๊ชอบทำอะไร”

ดวงตาของโม่ชิงเฟิงสว่างขึ้นทันที

“อะไรหรือ ๆๆ?”

นางรีบโน้มตัวเข้าไปหาเขา

“สามีรู้จริงหรือ? บอกพี่สาวเร็วเข้า!”

ยูรันวางตะเกียบลง ก่อนตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

“ปีนขึ้นเตียงข้า?”

ทั่วทั้งโต๊ะเงียบลงทันที

โม่ชิงเฟิงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“อืม พี่สาวชอบจริง ๆ”

ไป๋หลิงยกมือกุมหน้าผาก

“หมดทางช่วยแล้ว...”

ยูรันมองสีหน้าหมดอาลัยตายอยากของโม่ชิงเฟิง ก่อนถอนหายใจ

“เอาเถอะ เช่นนั้นมาลองสิ่งนี้ดู เป็นอย่างไร?”

เขาสะบัดมือ

วาบ!

กระดานตารางสลับสีขนาดแปดคูณแปดปรากฏขึ้นบนโต๊ะ พร้อมตัวหมากสองฝ่ายซึ่งมีรูปร่างแตกต่างกันอย่างชัดเจน

โม่ชิงเฟิงโน้มตัวเข้ามามองด้วยความสนใจ

“นี่คืออะไร?”

“มันเรียกว่าหมากรุกสากล เรียกสั้น ๆ ว่า ‘เชส’”

ยูรันเริ่มอธิบายชื่อและวิธีเดินของตัวหมาก ตั้งแต่เบี้ย เรือ ม้า บิชอป ควีน และคิง รวมถึงการรุก การป้องกัน และเงื่อนไขการรุกฆาต

หลังจากฟังกฎทั้งหมดจบ ดวงตาของโม่ชิงเฟิงก็เปล่งประกายขึ้นทันที

“โอ้ ๆๆ! น่าสนใจมาก!”

นางรีบนั่งลงตรงข้ามยูรัน

“มาลองเล่นกันเลย!”

ยูรันยกมือห้าม

“เดี๋ยวก่อน เพื่อให้มีแรงจูงใจ ข้าจะเพิ่มเดิมพันสักหน่อย”

หญิงสาวรอบโต๊ะหันมาสนใจพร้อมกัน

“หากผู้ใดในที่นี้เอาชนะข้าได้ ข้าจะยอมหลับนอนกับผู้นั้นโดยไม่มีเงื่อนไขเป็นเวลาเจ็ดวัน”

“……”

ทั่วทั้งห้องเงียบสนิท

ยูรันกล่าวต่ออย่างใจเย็น

“ยกเว้นท่านแม่ทั้งสอง หากท่านแม่ชนะ ข้าจะยอมตามใจทุกอย่างเป็นเวลาเจ็ดวัน”

เขาครุ่นคิดเล็กน้อย

“แม้ว่าปกติข้าจะตามใจท่านแม่ก่อนคนอื่นอยู่แล้วก็เถอะ”

ดวงตาของหญิงสาวทุกคนรอบโต๊ะค่อย ๆ เปล่งประกายขึ้นพร้อมกัน

โม่ชิงเฟิงวางมือบนตัวหมากทันที

“เริ่มเลย!”

เฟิงซูหลานรีบคว้าไหล่นางแล้วลากออกจากเก้าอี้

“เดี๋ยวก่อน ให้พี่สาวเล่นก่อน!”

“ปล่อยข้า! นี่เป็นเกมที่สามีเอาออกมาให้ข้า!”