คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 363 อาจารย์ นี่มันเที่ยงคืนแล้วนะ7,407 ตัวอักษร

ตอนที่ 363 อาจารย์ นี่มันเที่ยงคืนแล้วนะ

ยูรันมองทุกคนซึ่งกำลังแย่งกันเป็นคู่ต่อสู้คนแรก ก่อนดีดนิ้วดังเป๊าะ

“พร้อมกันทุกคนนั่นแหละ”

ครืนนน!

โต๊ะตรงหน้าขยายออกอย่างรวดเร็ว กระดานเชสจำนวนมากปรากฏขึ้นรอบโต๊ะพร้อมตัวหมากที่จัดวางเรียบร้อย

ทุกกระดาน ยูรันเป็นฝ่ายสีขาว ส่วนคู่ต่อสู้ทั้งหมดเป็นฝ่ายสีดำ

“ข้าจะเล่นกับทุกคนพร้อมกัน”

เขาชี้ไปยังกระดาน

“ไม่ต้องคิดโกง กระดานแต่ละชุดจะบันทึกการเดินหมากทุกตาเอาไว้เอง”

ยูรันกวาดตามองคู่ต่อสู้รอบโต๊ะ

“ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มเลย”

เขาเดินหมากสีขาวบนทุกกระดานพร้อมกัน

ทันทีที่ผู้ใดขยับหมากตอบ ยูรันก็เดินตาถัดไปในพริบตาโดยไม่ต้องหยุดคิดแม้แต่น้อย ราวกับมองเห็นผลลัพธ์ของกระดานทั้งหมดเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

ไม่นาน กระดานแรกก็จบลง

“รุกฆาต”

หนานอวี้ก้มมองคิงของตนเองซึ่งไม่มีทางหนี ก่อนเบิกตากว้าง

“นี่ข้าแพ้แล้วหรือ?”

นางรีบจัดตัวหมากใหม่

“ไม่ยอม! เอาใหม่!”

ยูรันยกมือห้าม

“รอรอบต่อไป”

หลังจากนั้นกระดานอื่นก็ทยอยจบลงทีละกระดาน

“รุกฆาต”

“รุกฆาต”

“รุกฆาต”

ไม่ว่าจะพยายามตั้งรับ บุกแลกหมาก หรือเลียนแบบการเดินของคนข้าง ๆ ผลลัพธ์ก็ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง

ทุกคนพ่ายแพ้ทั้งหมด

สุดท้ายเหลือเพียงกระดานของโม่ชิงเฟิง

นางนั่งจ้องกระดานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เหงื่อเม็ดเล็กไหลลงมาตามขมับ ขณะที่นิ้วค้างอยู่เหนือตัวหมากเป็นเวลานาน

“อึก...”

“เดินด้วยตัวนี้แหละ!”

โม่ชิงเฟิงกัดฟันขยับหมาก

ยูรันเดินตอบทันที

“รุกฆาต”

“……”

โม่ชิงเฟิงมองกระดานตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา

“ไม่...เป็นไปไม่ได้”

นางกำหมัดแน่น

“ข้าเป็นบัณฑิตนะ!”

ยูรันตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“บัณฑิตเก๊”

โม่ชิงเฟิงจ้องกระดานเชสตรงหน้า ก่อนกรีดร้องออกมาสุดเสียง

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!”

นางลุกขึ้นตบโต๊ะ

“พี่สาวไม่ยอม!”

“เชสอาจเป็นเกมที่เจ้าเชี่ยวชาญอยู่ก่อนแล้ว ถ้าแน่จริงก็มาเล่นหมากล้อมกับพี่สาว!”

ยูรันยักไหล่

“ได้สิ”

ไม่นาน กระดานหมากล้อมก็ถูกนำออกมา

ผลลัพธ์คือโม่ชิงเฟิงพ่ายแพ้อย่างราบคาบ

นางยังคงไม่ยอมรับความจริง จึงงัดเกมกระดานทุกชนิดที่ตนเองรู้จักออกมาท้าประลอง ตั้งแต่เกมวางแผน เกมยึดพื้นที่ ไปจนถึงหมากพื้นเมืองชนิดต่าง ๆ

แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนกติกาหรือกระดานกี่ครั้ง ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม

แพ้

แพ้

และแพ้อีกครั้ง

“……”

โม่ชิงเฟิงนั่งเหม่อมองกองกระดานตรงหน้าด้วยสีหน้าว่างเปล่า ราวกับความภาคภูมิใจในฐานะบัณฑิตถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี

ลู่ชิงถานมองภาพนั้น ก่อนหันไปถามหลานชิงอวี้

“นี่มันเป็นไปได้ด้วยหรือเจ้าคะ?”

“ท่านพี่เล่นพร้อมกันหลายกระดาน แล้วยังชนะทุกคนในเกมทุกประเภทอีก”

หลานชิงอวี้ส่ายหน้า

“เจ้าถามผิดแล้ว”

“ควรถามว่ามีเกมใดบ้างที่ท่านพี่เล่นแล้วไม่ชนะจะดีกว่า”

ยูรันมองโม่ชิงเฟิงซึ่งนั่งหมดสภาพอยู่หน้าโต๊ะ ก่อนแค่นเสียง

“หึ สมเป็นบัณฑิตเก๊”

โม่ชิงเฟิงเงยหน้าขึ้นอย่างเจ็บปวด

“เหตุใดเจ้าถึงชนะได้ทุกเกมกันแน่?”

ยูรันชี้ไปยังกองตำราซึ่งทุกคนเลือกไปก่อนหน้านี้

“ข้าจะบอกวิธีให้ก็ได้”

“ตำราทั้งหมดที่พวกเจ้าเห็นนั่นเป็นเพียงความรู้พื้นฐาน ข้าแนะนำให้ทุกคนอ่านให้ครบทุกเล่ม ไม่ใช่เลือกเฉพาะเรื่องที่ตนเองชอบ”

“เพราะแต่ละแขนงยังมีระดับต่อไปอีกมาก อย่างตำราคำนวณพื้นฐานก็ยังมีการคำนวณระดับถัดไป การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ และการคาดการณ์ผลลัพธ์”

เขาเคาะกระดานเบา ๆ

“เหตุผลที่ข้าชนะ เพราะทันทีที่เริ่มเล่น ข้าก็คำนวณเส้นทางของแต่ละกระดานเอาไว้แทบทุกวิธีที่เป็นไปได้แล้ว”

“ไม่ว่าพวกท่านจะเดินตัวใด ข้าก็รู้ว่าควรตอบอย่างไรเพื่อบังคับให้ผลลัพธ์จบลงด้วยชัยชนะ”

ยูรันยักไหล่

“ก็แค่นั้นแหละ”

จากนั้นเขาจึงหันไปมองโม่ชิงเฟิง

“ท่านเป็นถึงบัณฑิต ไม่ควรเรื่องมากนะ”

“กลับไปอ่านตำราพื้นฐานให้ครบก่อน แล้วค่อยมาท้าข้าใหม่ บัณฑิตเก๊”

โม่ชิงเฟิงลุกพรวดขึ้นด้วยความโกรธ

“ได้!”

นางชี้ไปยังกองตำราทั้งหมด

“ข้าจะอ่านให้หมดทุกเล่มเลย คอยดู!”

ยูรันยกมือห้าม

“อ่านแล้วต้องทำให้ได้ด้วยนะ”

“อย่าเพียงเปิดผ่าน ๆ แล้วมาบอกว่าอ่านครบทุกเล่ม จากนั้นก็กลับมาท้าข้าทั้งที่ยังทำอะไรไม่ได้”

เขากวาดตามองทุกคนรอบโต๊ะ

“ข้าหมายถึงทุกคน ไม่ใช่แค่อาเจ๊”

หญิงสาวหลายคนซึ่งตั้งใจแอบอ่านเฉพาะเรื่องที่ตนเองสนใจพลันหลบสายตา

ยูรันหรี่ตาลง

“หืม?”

ทุกคนรีบพยักหน้าพร้อมกัน

“เข้าใจแล้ว!”

“แล้วก็อีกอย่าง ผู้ใดเข้าใจเนื้อหาส่วนไหนก่อน ให้ผลัดกันสอนคนอื่นต่อด้วย”

ยูรันเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ

“เรียนคนเดียวช้าเกินไป ช่วยกันเรียน ช่วยกันทดลอง แล้วแบ่งปันสิ่งที่เข้าใจ แบบนั้นทุกคนจะพัฒนาเร็วกว่าเดิม”

“เข้าใจนะ?”

คราวนี้ทุกคนตอบพร้อมกันอย่างจริงจัง

“เข้าใจแล้ว!”

ยูรันเหลือบมองโม่ชิงเฟิง ก่อนถอนหายใจยาว

“อาเจ๊จะได้เลิกเป็นบัณฑิตเก๊สักที”

“ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าท่านภาคภูมิใจกับคำว่า ‘บัณฑิต’ อะไรนักหนา”

เขาลากเสียงยาวอย่างจงใจ

“ทั้งที่ความรู้ซึ่งมีอยู่กลับน้อยนิดเหลือเกินนนน...”

ฉึก!

หน้าผากของโม่ชิงเฟิงเกิดเส้นเลือดปูดขึ้นหลายเส้น

“สามี...”

นางกำหมัดแน่น ก่อนรวบตำรากองใหญ่ขึ้นมากอด

“คอยดูเถอะ! พี่สาวจะอ่าน จะฝึก และจะเรียนรู้ทุกอย่างให้หมด!”

“สักวันพี่สาวจะเอาชนะเจ้าให้ได้ แล้วทำให้เจ้าเรียกข้าว่ายอดบัณฑิตหญิงด้วยปากของตนเอง!”

ยูรันพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ

“อืม พยายามเข้านะ บัณฑิตเก๊”

“กรี๊ดดดดดดดดด!”

ยูรันโบกมือยุติการโต้เถียง

“เอาเถอะ งานของข้าวันนี้เสร็จแล้ว”

เขาชี้ไปยังกองตำรา

“อีกเจ็ดวัน ทุกคนลองนำผลการเรียนกับสิ่งที่ทำได้มาให้ข้าดูแล้วกัน”

จากนั้นจึงชี้ไปยังกระดานเชส

“ส่วนเชสช่วยฝึกการคิด การวางแผน และการคำนวณล่วงหน้า พวกท่านลองเล่นกันเองดู”

“อีกเจ็ดวันเป็นวันที่กิเลนกับม้านิลมังกรจะถือกำเนิดพอดี เตรียมตัวเอาไว้ด้วย”

เมื่อจัดการทุกเรื่องเรียบร้อย ยูรันก็หันไปมองอ๋องหมิงซึ่งกำลังแอบเปิดตำราหมักสุรา

“แล้วก็อีกอย่าง ท่านอ๋อง”

อ๋องหมิงเงยหน้าขึ้น

“อะไร?”

“เมื่อไรท่านจะกลับ?”

ยูรันมองเขาอย่างสงสัย

“ท่านคิดจะย้ายมาอยู่ที่นี่ถาวรหรือไง? ไม่คิดกลับไปรายงานเรื่องที่นครหลวงเลยหรือ?”

อ๋องหมิงชะงัก

“ข้าสั่งลูกน้องจัดการเอาไว้แล้ว”

“นั่นเรียกว่าอู้งาน”

ยูรันชี้หน้าเขา

“ทั้งเรื่องภัยพิบัติ นครหลวงเสียหาย และเย่อ้าวเทียนหลบหนี มีเรื่องใหญ่ตั้งมากมาย แต่ท่านกลับมานั่งอ่านตำราหมักเหล้าอยู่บนยอดเขาของข้า”

“หากจักรพรรดินีรู้เข้า ตอนกลับไปท่านไม่ถูกนางกระทืบตายหรือ?”

สีหน้าของอ๋องหมิงค่อย ๆ ซีดลง

ตำราในมือหล่นกระทบโต๊ะ

“บัดซบ...”

“ข้าลืมรายงานพี่หญิง!”

เซี่ยหลานอิงยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างสงบ

“อืม ข้าคิดเอาไว้แล้วว่าท่านอาคงลืม”

“เพราะฉะนั้น ข้าจึงส่งจดหมายรายงานทุกอย่างให้เสด็จน้าเรียบร้อยแล้ว ท่านอาไม่ต้องกังวลเพคะ”

ดวงตาของอ๋องหมิงเปล่งประกายขึ้นทันที

“จริงหรือหลานรัก?!”

เขารีบเข้าไปจับไหล่เซี่ยหลานอิง

“เจ้าช่วยชีวิตอาเอาไว้แล้ว! แล้วในจดหมายเขียนว่าอย่างไรบ้าง?”

เซี่ยหลานอิงวางถ้วยชาลง

“ข้ารายงานเรื่องภัยพิบัติ ความเสียหายของนครหลวง แผนอพยพ การหลบหนีของเย่อ้าวเทียน และเหตุการณ์ทั้งหมดตามความจริง”

อ๋องหมิงถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ดีมาก ๆ สมแล้วที่เป็นหลานรักของข้า”

“นอกจากนี้ ข้ายังแนบรายงานเอาไว้ด้วยว่า ตลอดช่วงงานประลอง ท่านอาเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องเพื่อเล่นเกม ไม่ยอมออกไปทำงาน และโยนหน้าที่ทั้งหมดให้ลูกน้องจัดการแทน”

รอยยิ้มบนใบหน้าของอ๋องหมิงแข็งค้าง

มือทั้งสองข้างค่อย ๆ ปล่อยจากไหล่ของหลานสาว

“เจ้า...เขียนไปทั้งหมดเลยหรือ?”

“ทั้งหมดเพคะ”

อ๋องหมิงถอยหลังไปสองก้าว ก่อนทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง

“จบแล้ว...”

เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยดวงตาว่างเปล่า

“จบสิ้นแล้ว”

“ข้ากลับราชวังไม่ได้อีกแล้ว...”

เซี่ยเยว่หลีมองอ๋องหมิงซึ่งนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่บนพื้น ก่อนส่ายหน้า

“น่าสมเพชจริง ๆ”

อ๋องหมิงยกมือกุมหน้าอก

“หลานแต่ละคนไม่มีใครคิดจะสงสารข้าเลยหรือ...”

ยูรันหาวออกมา ก่อนลุกขึ้นบิดตัวไล่ความเมื่อยล้า

“อ่า ช่างเถอะ ข้าไปนอนก่อนนะ”

เขาชี้ไปยังกองตำราและงานต่าง ๆ ซึ่งยังรอคนจัดการ

“ส่วนงานจิปาถะ หากต้องการลูกน้องก็สั่งพวกสมุนเอาได้เลย”

“ตัวไหนทำงานไม่ดี ก็ส่งมันไปไถนารอบยอดเขาแทน”

ยูรันโบกมือให้ทุกคน

“แค่นี้แหละ ฝันดี”

พรึ่บ!

ร่างของเขาหายไปจากดาดฟ้า

คืนนั้น ทั่วทั้งยอดเขาจันทราจมอยู่ในความเงียบสงัด

ก๊อก ๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางความมืด

ไม่นาน ประตูก็เปิดออก ยูรันยืนอยู่ด้านในด้วยสภาพงัวเงีย ดวงตายังปิดสนิท เส้นผมยุ่งเล็กน้อยจากการนอน

“ใคร?”

หลิงเยวี่ยยืนอยู่หน้าประตูเพียงลำพัง

“ข้าเอง”

ยูรันค่อย ๆ ลืมตาขึ้นข้างหนึ่ง

“อาจารย์ นี่มันเที่ยงคืนแล้วนะ”

เขาหาวออกมา

“มาทำอะไร?”

หลิงเยวี่ยเงียบไปเล็กน้อย ก่อนถามเสียงเบา

“ข้าเข้าไปได้หรือไม่?”

ยูรันขยับตัวเปิดทางให้

“ได้สิ”

เขาเดินกลับเข้าไปในห้อง ก่อนจุดตะเกียงและหยิบกาน้ำชาออกมา

“นั่งก่อน เดี๋ยวข้าชงชาให้”