คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 365 เดี๋ยวก็ชิน8,084 ตัวอักษร

ตอนที่ 365 เดี๋ยวก็ชิน

ในช่วงมื้อเช้า ทุกคนรีบมารวมตัวกันทันทีที่ได้กลิ่นอาหารอันคุ้นเคยลอยออกมาจากห้องอาหาร

หลังจากต้องกินอาหารฝีมือของตนเองติดต่อกันหลายวัน ในที่สุดกลิ่นอาหารของยูรันก็กลับมาอีกครั้ง

ทว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่คุ้นเคยอย่างยิ่ง

หลิงเยวี่ยนั่งเบียดอยู่ข้างยูรัน ศีรษะพิงไหล่ของเขา แขนข้างหนึ่งกอดแขนเอาไว้แน่น ทั้งยังมีท่าทางออดอ้อนโดยไม่สนใจสายตาของผู้ใด

ความเยือกเย็นและศีลธรรมระหว่างอาจารย์กับศิษย์ซึ่งนางเคยยึดมั่น ดูเหมือนจะหายไปจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว

เฟิงซูหลานหยุดยืนอยู่ตรงประตู

นางขยี้ตาตนเองอย่างแรง ก่อนมองภาพตรงหน้าอีกครั้ง

หลิงเยวี่ยยังคงซบไหล่ยูรันเหมือนเดิม

“เป็นไปไม่ได้...”

เฟิงซูหลานขยี้ตาซ้ำ

“เป็นไปไม่ได้”

นางถอยหลังไปหนึ่งก้าว

“เป็นไปไม่ได้!”

เหอหว่านชิงยกมือขึ้นปิดปาก สีหน้าเองก็ตกตะลึงไม่ต่างกัน

“ภูเขาน้ำแข็ง...ละลายจนไม่เหลือแล้วจริง ๆ”

ไม่นาน ทุกคนก็มารวมตัวกันครบ

แต่ทันทีที่เห็นหลิงเยวี่ยกำลังซบไหล่ยูรันด้วยท่าทางออดอ้อน แต่ละคนก็หยุดนิ่งอยู่ตรงทางเข้า พร้อมแสดงสีหน้าเหลือเชื่อแตกต่างกันออกไป

โม่ชิงเฟิงก็ตบตัวเองหลายที่เพื่อยืนยันว่าตนเองไม่ได้ฝันไป

“นี่...คือท่านอาจารย์จริงหรือ?”

ไป๋หลิงขยี้ตาหลายครั้ง

“ไม่เหลือมาดภูเขาน้ำแข็งแม้แต่น้อย...”

หนานอวี้ทรุดตัวลงบนเก้าอี้

“จบสิ้นแล้ว นางยึดสามีไปจริง ๆ ด้วย”

หลานชิงอวี้กลับพยักหน้าอย่างสงบ

“เป็นไปตามที่คาดเอาไว้เจ้าค่ะ เพียงแต่รุนแรงกว่าที่คิดเล็กน้อย”

ลู่ชิงถานมองหลิงเยวี่ยซึ่งกอดแขนยูรันไม่ยอมปล่อย

“ศีลธรรมระหว่างอาจารย์กับศิษย์ถูกโยนทิ้งไปหมดแล้วสินะเจ้าคะ”

หลัวจินหยางอ้าปากค้าง ส่วนหลัวจินเยว่พยักหน้าช้า ๆ

“เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยเจ้าค่ะ”

มู่เสวี่ยหนิงลูบคางอย่างใช้ความคิด

“ข้าบอกแล้วว่าพี่หญิงเพียงเก็บกดมานาน พอปล่อยวางแล้วต้องเป็นเช่นนี้”

มู่หรงฉินมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นตะลึง

“นี่คือคนเดียวกับอาจารย์ที่เคยจ้องข้าราวกับจะสังหารจริงหรือเจ้าคะ?”

ซูเม่ยเหยายิ้มบาง

“ในที่สุดก็ยอมรับความรู้สึกของตนเองเสียที”

เซียวซินเยวี่ยกลับถอนหายใจอย่างเสียดาย

“น่าเสียดาย ข้ายังไม่ได้ใช้ยาที่เตรียมเอาไว้เลย”

เซี่ยหลานอิงนับนิ้ว ก่อนเบิกตากว้าง

“นี่หมายความว่าตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา...”

เซี่ยเยว่หลีรีบยกมือปิดปากนาง

“ไม่ต้องพูดต่อ ข้าเข้าใจแล้ว”

ไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิงกลับมีสีหน้าพึงพอใจที่สุด

“ดีแล้ว”

“อืม ในที่สุดหลิงเยวี่ยก็เลิกปากไม่ตรงกับใจเสียที”

อ๋องหมิงซึ่งยืนอยู่ด้านหลังสุดชี้ภาพตรงหน้าด้วยมืออันสั่นเทา

“เจ้าหนูนี่...แม้แต่อาจารย์ของตนเองก็ไม่เว้นหรือ?”

ท่ามกลางสายตาเหลือเชื่อทั้งหมด หลิงเยวี่ยเพียงเหลือบมองทุกคน ก่อนกอดแขนยูรันแน่นกว่าเดิม

ส่วนยูรันยังคงกินอาหารอย่างไม่ทุกข์ร้อน ราวกับภาพตรงหน้าเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลก.

ยูรันกวาดตามองสีหน้าตกตะลึงของทุกคน ก่อนขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

“ตกใจอะไรกัน?”

เขาคีบอาหารเข้าปาก

“งงจริง ๆ มานั่งกินข้าวได้แล้ว”

ทุกคนจึงค่อย ๆ เดินเข้ามานั่ง แต่สายตายังคงเหลือบมองหลิงเยวี่ยเป็นระยะ

ยูรันกล่าวต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“วันนี้กิเลนกับม้านิลมังกรจะถือกำเนิด เตรียมตัวเอาไว้ด้วย”

จากนั้นเขาจึงหันไปหาหนานอวี้

“อวี้เอ๋อร์ คราวนี้เจ้ามารับทัณฑ์สวรรค์พร้อมกับข้า”

หนานอวี้ซึ่งกำลังคีบอาหารชะงักค้าง ก่อนชี้หน้าตนเอง

“ข้าด้วยหรือ?”

ยูรันพยักหน้า

“ใช่สิ ไม่อย่างนั้นทารกกายเทพของเจ้าจะเติบโตได้อย่างไร?”

“จะให้เอาหงส์ฟ้ามาย่างเป็นไก่ แล้วนำไปเลี้ยงทารกหรือไง?”

ภายในผนึก ฉือเหยียนกับจินอวี่พลันตัวสั่นขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ทราบสาเหตุ

หนานอวี้รีบพยักหน้า แม้แววตาจะเริ่มหวาดหวั่นเล็กน้อย

“เข้าใจแล้ว”

หลังมื้ออาหาร ยูรันลุกขึ้นจากโต๊ะและหันไปบอกทุกคน

“ไปที่เดิมกันก่อน”

“เดี๋ยวข้าจะไปเรียกตาแก่เจ้าสำนักมาเป็นสักขีพยาน”

พรึ่บ!

ร่างของเขาหายไปทันที

ส่วนคนที่เหลือก็เดินทางไปยังพื้นที่รกร้างห่างจากสำนัก ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับตอนหงส์ฟ้าทั้งยี่สิบแปดตัวถือกำเนิดและเรียกทัณฑ์สวรรค์ลงมา

ขณะเดียวกัน ณ ตำหนักเจ้าสำนัก

ตู้ม!

ประตูบานใหม่ซึ่งเพิ่งนำมาติดตั้งแทนของเดิมระเบิดกระเด็นเข้าไปภายในห้องอีกครั้ง

ยูรันเดินผ่านกลุ่มควันเข้าไป

“ตาแก่ ไปเร็ว!”

กู้ชางอวิ๋นมองเศษประตูบนพื้น ก่อนตะโกนจนตำหนักสั่นสะเทือน

“โว้ยยยยย!”

“เลิกถีบประตูเข้ามาสักทีได้ไหม! เพิ่งเปลี่ยนบานใหม่เมื่อวานเองนะ!”

เขาหันไปมองยูรันอย่างเดือดดาล

“แล้วมาหาข้าแต่เช้ามีเรื่องอะไรอีก?”

ยูรันตอบทันที

“วันนี้กิเลนกับม้านิลมังกรจะถือกำเนิด”

“ท่านจะไปดูหรือเปล่า?”

กู้ชางอวิ๋นชะงัก ก่อนพุ่งเข้ามาคว้าแขนยูรัน

“ไป!”

“รีบพาข้าไปเดี๋ยวนี้!”

ทุกคนได้นำไข่กิเลนกับม้านิลมังกรทั้งสิบสองฟองออกมาวางเรียงไว้บนพื้นเรียบร้อยแล้ว

ยูรันพากู้ชางอวิ๋นเดินทางไปยังพื้นที่รับทัณฑ์

ขณะที่ทั้งสองมาถึง

พรึ่บ!

ร่างของยูรันกับกู้ชางอวิ๋นปรากฏขึ้นกลางลาน

สองเท้าของเจ้าสำนักเพิ่งแตะพื้น ร่างทั้งร่างก็โซเซอย่างรุนแรง ก่อนรีบวิ่งไปเกาะก้อนหินใกล้ ๆ

“แหวะ! แหวะ! แหวะ!”

“แหวะ ๆๆๆ!”

กู้ชางอวิ๋นอาเจียนออกมาจนน้ำตาไหล ใบหน้าซีดขาวราวกับเพิ่งผ่านการต่อสู้เสี่ยงตายมา

ยูรันยืนกอดอกมองอยู่ด้านข้าง ก่อนส่ายหน้า

“จิ๊ ๆๆ...”

“อ่อนแอจริง ๆ”

มู่หรงฉินเดินเข้ามาหากู้ชางอวิ๋นซึ่งยังคงเกาะก้อนหินอยู่ ก่อนประสานมือคารวะ

“เรียนท่านเจ้าสำนัก เรื่องที่ข้าต้องการขอย้ายจากยอดเขาวารีกระจ่างมาอยู่ยอดเขาจันทรา ท่านเห็นว่าอย่างไรเจ้าคะ?”

กู้ชางอวิ๋นยกมือขึ้นทั้งที่ใบหน้ายังซีดขาว

“ได้ ไม่มีปัญหา”

“หลังกลับสำนัก ข้าจะให้คนจัดการรายชื่อกับทะเบียนให้ทันที”

มู่หรงฉินยิ้ม ก่อนค้อมศีรษะ

“ขอบพระคุณท่านเจ้าสำนักเจ้าค่ะ”

นางมองสภาพของเขาแล้วกล่าวปลอบใจ

“ข้าเข้าใจนะเจ้าคะ ผู้ที่ถูกแบกมาด้วยวิชานี้อาเจียนกันทุกคน ท่านเจ้าสำนักไม่ต้องรู้สึกอับอาย”

กู้ชางอวิ๋นเงยหน้าขึ้น ก่อนกวาดตามองผู้คนรอบลาน

นอกจากหลิงเยวี่ยกับเหล่าศิษย์ยอดเขาจันทราแล้ว ยังมีหญิงสาวจากหลายสำนักและราชวงศ์ยืนอยู่เต็มพื้นที่

จากนั้นสายตาของเขาก็หยุดลงบนอ๋องหมิง

กู้ชางอวิ๋นรีบเช็ดปากและยืนตัวตรง ก่อนประสานมือคารวะ

“คารวะท่านอ๋องหมิง”

อ๋องหมิงโบกมืออย่างสบายอารมณ์

“ไม่ต้องมากพิธี ข้าเองก็มาดูเหมือนกัน”

เขาหันไปมองไข่ทั้งสิบสองฟองด้วยดวงตาเป็นประกาย

“อืม หากพวกมันเลือกข้าสักตัว ข้าจะได้พากลับราชวังไปด้วย”

“ฮี่ ๆๆๆ...”

“……”

ทุกคนรอบข้างพร้อมใจกันเงียบ โดยไม่มีผู้ใดคิดจะทำลายความหวังของเขาล่วงหน้า

ยูรันคว้าข้อมือหนานอวี้ ก่อนพานางทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

พรึ่บ!

ทั้งสองหยุดยืนอยู่เหนือไข่ทั้งสิบสองฟอง โดยมีนิมิตกิเลนกับม้านิลมังกรขนาดมหึมาปกคลุมอยู่เหนือศีรษะ

ยูรันเหลือบมองหญิงสาวข้างกาย

“พร้อมนะ?”

หนานอวี้เงยหน้ามองพลังบนท้องฟ้า ก่อนกลืนน้ำลาย

“ข้าต้องทำอย่างไร?”

“ไม่ต้องทำอะไร รับเอาไว้เฉย ๆ นี่แหละ”

ยูรันตอบอย่างสบายอารมณ์

“ช่วงแรกอาจจะกระตุกนิดหน่อย”

“เอ่อ...”

หนานอวี้ลังเล ก่อนยื่นมือออกไปหาเขา

“ขอจับมือได้ไหม?”

“ได้สิ”

ยูรันจับมือนางเอาไว้แน่น

ทันใดนั้น นิมิตกิเลนกับม้านิลมังกรก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกัน

ครืนนนนนน!

พลังทั้งหกธาตุระเบิดออกจากท้องฟ้า

ตู้มมมมมมมมมมมมม!

เงากิเลนกระทืบกีบลงมา ขณะที่ม้านิลมังกรพุ่งทะยานเข้าชนคนทั้งสองพร้อมมหานทีสวรรค์ เปลวเพลิง สายฟ้า พายุ เทือกเขา และเถาวัลย์นับไม่ถ้วน

หนานอวี้สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อพลังระลอกแรกไหลผ่านร่าง

“อึก!”

ความรู้สึกชาวาบแผ่ไปทั่วแขนขา แต่หลังจากนั้นกลับไม่มีความเจ็บปวดใดเกิดขึ้นอีก

พลังทัณฑ์ทั้งหมดถูกดาราจักรภายในร่างของทั้งสองดูดกลืนเข้าไปอย่างรวดเร็ว

ทารกกายเทพของยูรันกับทารกกายเทพของหนานอวี้ลืมตาขึ้นพร้อมกัน ก่อนอ้าปากสูบพลังจากทัณฑ์สวรรค์อย่างตะกละตะกลาม

ตูม! ตูม! ตูม!

นิมิตทั้งสองยังคงกระหน่ำโจมตีอย่างบ้าคลั่ง เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วฟ้าดิน ห้วงอากาศแตกสลายแล้วสมานกลับครั้งแล้วครั้งเล่า

ทุกการโจมตีเต็มไปด้วยเจตจำนงทำลายล้าง ราวกับสวรรค์กำลังประกาศต่อสิ่งมีชีวิตทั้งโลกว่า

สัตว์วิเศษซึ่งกำลังถือกำเนิดขึ้นมาเหล่านี้ ไม่สมควรปรากฏอยู่ใต้กฎแห่งฟ้าดิน!

หลังจากนิมิตทั้งสองกระหน่ำโจมตีอยู่นาน ในที่สุดพลังบนท้องฟ้าก็ค่อย ๆ อ่อนกำลังลง

ครืนนน...

เงากิเลนกับม้านิลมังกรสลายหายไปพร้อมกับพลังหกธาตุ ท้องฟ้ากลับคืนสู่สภาพปกติอีกครั้ง

ในเวลาเดียวกัน ไข่ทั้งสิบสองฟองก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง

กึก! กึก! กึก!

รอยแตกร้าวกระจายไปทั่วเปลือกไข่ เสียงสิ่งมีชีวิตด้านในพยายามเจาะออกมาดังต่อเนื่อง

ยูรันกับหนานอวี้ลอยกลับลงมาบนพื้น

“อืม ลองถามทารกดูหน่อยสิว่าได้อายุเพิ่มขึ้นมาเท่าไร”

ยูรันส่งจิตเข้าไปภายในดาราจักรของตนเอง

ทารกกายเทพฝ่ายชายกำลังนอนลูบท้องอย่างอิ่มหนำ ก่อนตอบกลับมาอย่างเกียจคร้าน

“บุ่?”

[หนึ่งเดือน?]

คิ้วของยูรันกระตุก

[บัดซบ เช่นนั้นข้าต้องสร้างกิเลนเพิ่มอีกสามพันตัวหรือไง?]

หนานอวี้เองก็ตรวจสอบดาราจักรภายในร่าง ก่อนหันมาบอก

“ของข้าก็หนึ่งเดือน”

ยูรันถอนหายใจอย่างผิดหวัง

“น้อยชิบหาย”

กู้ชางอวิ๋นซึ่งยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นชี้คนทั้งสองด้วยมืออันสั่นเทา

“นี่ ๆๆๆ...”

“พวกเจ้ารับทัณฑ์สวรรค์กันเป็นเรื่องปกติเช่นนี้เลยหรือ?”

เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าซึ่งเพิ่งกลับคืนสู่ความสงบ

“นั่นเป็นถึงนิมิตสัตว์วิเศษเชียวนะ!”

หลิงเยวี่ยตอบอย่างใจเย็น

“เดี๋ยวก็ชิน”

“เรื่องแบบนี้ชินกันได้ด้วยหรือ?!”

ไม่มีผู้ใดตอบคำถามของกู้ชางอวิ๋น เพราะทุกคนต่างพากันเข้าไปล้อมรอบไข่ทั้งสิบสองฟองแล้ว

เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!

เปลือกไข่เริ่มหลุดออกทีละชิ้น เผยให้เห็นกิเลนกับม้านิลมังกรซึ่งกำลังพยายามดันตัวออกมาจากด้านใน.