ตอนที่ 366 แม้แต่เจ้าก็เห็นด้วยหรือ
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
เปลือกไข่ทั้งสิบสองฟองแตกออกพร้อมกัน
กีบเท้าเล็ก ๆ เริ่มดันเศษเปลือกออกจากด้านใน ตามมาด้วยศีรษะและลำตัวของสัตว์วิเศษวัยเยาว์ซึ่งค่อย ๆ มุดออกมาทีละตัว
เหล่ากิเลนมีร่างกายคล้ายกวางผสมอาชา เกล็ดละเอียดปกคลุมทั่วลำตัว บนหน้าผากมีเขาเล็กซึ่งเพิ่งงอกออกมา กลิ่นอายมงคลแผ่ซ่านไปทั่วทุกย่างก้าว
ส่วนม้านิลมังกรมีรูปลักษณ์ของอาชา แต่ตามลำคอและลำตัวกลับมีเกล็ดมังกรเรียงตัวอย่างงดงาม แผงคอพลิ้วไหวทั้งที่ไม่มีสายลม กีบเท้าแต่ละข้างเหยียบอยู่บนกลุ่มเมฆจาง ๆ
พลังหกธาตุ ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ สายฟ้า และไม้ แผ่ออกมาจากสัตว์ทั้งสิบสองตัวอย่างชัดเจน
กู้ชางอวิ๋นมองภาพตรงหน้าจนดวงตาแทบถลน
“เอื๊อกกกกก...”
เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก มือทั้งสองข้างสั่นไม่หยุด
อ๋องหมิงกลับพุ่งเข้ามาอยู่หน้าสุด ดวงตาเปล่งประกายราวกับเด็กได้เห็นของเล่นชิ้นใหม่
“มาแล้ว ๆ!”
“ของแท้แน่นอน!”
เขาชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าซึ่งยังมีเศษพลังนิมิตหลงเหลืออยู่
“มีทัณฑ์สวรรค์ลูกเบ้อเริ่มขนาดนั้น ไม่มีทางเป็นสัตว์ธรรมดาแน่!”
อ๋องหมิงจ้องสัตว์วิเศษทั้งสิบสองตัวโดยไม่กะพริบตา ราวกับกำลังรอคอยช่วงเวลาสำคัญที่สุดในชีวิต
อ๋องหมิงก้าวออกไปยืนตรงหน้าสัตว์วิเศษทั้งสิบสองตัว ก่อนผายแขนออกกว้าง
“มาเลย!”
เขาตะโกนด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
“เลือกข้า!!!!!!”
“……”
ทั่วทั้งลานเงียบกริบ
เหล่ากิเลนกับม้านิลมังกรเพียงเงยหน้ามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกลับไปสนใจเปลือกไข่ของตนเอง
ไม่มีตัวใดขยับเข้าไปหา
แม้แต่ก้าวเดียวก็ไม่มี
เซี่ยหลานอิงยกมือปิดหน้าด้วยความอับอายสุดขีด
“ท่านอา...”
นางกล่าวเสียงอ่อนแรง
“ถือว่าหลานขอเถอะเพคะ หยุดทำเช่นนี้เสียที”
อ๋องหมิงยังคงยืนอ้าแขนค้าง
“พวกมันอาจยังไม่เข้าใจคำพูด รออีกหน่อยสิ!”
เซี่ยเยว่หลีหันหน้าหนี
“ข้าไม่รู้จักคนผู้นี้”
ยูรันลูบคางมองสัตว์วิเศษทั้งสิบสองตัวด้วยความสนใจ
“อืม น่าสนใจ”
เขากวักมือเรียก
“มานี่สิ”
ทันใดนั้น เหล่ากิเลนกับม้านิลมังกรทั้งหมดก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
จากนั้นพวกมันก็วิ่งกรูเข้าหายูรันอย่างกระตือรือร้น บางตัวเบียดขากันจนเกือบล้ม บางตัวกระโจนขึ้นเหยียบอากาศเพื่อแย่งตำแหน่งด้านหน้า
เพียงไม่กี่อึดใจ ยูรันก็ถูกสัตว์วิเศษวัยเยาว์ทั้งสิบสองตัวล้อมเอาไว้จนแทบไม่มีที่ยืน
“โอ้ ๆๆ...”
เขายื่นมือลูบศีรษะพวกมันทีละตัว ก่อนสังเกตกีบเท้าซึ่งกำลังเหยียบอยู่บนอากาศ
“เหาะเหินเดินอากาศได้ทั้งสองประเภทเลยหรือ?”
ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“โคตรเจ๋ง”
อ๋องหมิงยังคงยืนอ้าแขนอยู่ห่างออกไป สีหน้าว่างเปล่าราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว
ยูรันเหลือบมองอ๋องหมิงซึ่งยังคงยืนแข็งค้างอยู่ ก่อนถอนหายใจ
“ท่านอ๋อง ข้าว่าท่านควรพิจารณาตัวเองอย่างจริงจังได้แล้วนะ”
เขาก้มมองสัตว์วิเศษทั้งสิบสองตัวซึ่งกำลังเบียดกันอยู่รอบขา
“ไม่มีสัตว์ตัวไหนชอบท่านเลยสักตัว”
“เฮ้อ...”
เซี่ยหลานอิงมองผู้เป็นอาด้วยสายตาว่างเปล่า
“น่าสมเพชจริง ๆ เพคะ”
ฉึก!
อ๋องหมิงยกมือกุมหน้าอก ก่อนทรุดตัวลงคุกเข่า
“แม้แต่กิเลนธาตุดินก็ไม่เลือกข้า...”
“หรือข้าไม่มีวาสนากับสัตว์วิเศษจริง ๆ?”
เซี่ยเยว่หลีมองอ๋องหมิงซึ่งกำลังคุกเข่าหมดอาลัยตายอยาก ก่อนส่ายหน้า
“ไม่น่าเกี่ยวกับวาสนาหรอกเพคะ”
นางหันไปทางสัตว์วิเศษซึ่งกำลังล้อมยูรันอยู่ ก่อนกวักมือเรียกอย่างไม่จริงจังนัก
“พวกเจ้า มาหาข้าสักตัวสิ”
กิเลนตัวหนึ่งเงยหน้าขึ้นมองนาง ก่อนเดินเหยาะ ๆ ออกจากกลุ่มและเข้าไปหยุดตรงหน้าเซี่ยเยว่หลีอย่างว่าง่าย
มันใช้ศีรษะเล็กถูฝ่ามือของนางเบา ๆ
อ๋องหมิงมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาว่างเปล่า
เซี่ยเยว่หลีลูบศีรษะกิเลน ก่อนหันกลับมาสรุป
“เห็นไหมเพคะ?”
“ไม่เกี่ยวกับวาสนา”
“พวกมันเพียงไม่ชอบท่านอาเท่านั้นเอง”
ฉึก! ฉึก!
อ๋องหมิงก้มหน้าลงจนหน้าผากแทบแตะพื้น
ลู่ชิงถานยกมือแตะคาง ก่อนมองโม่ชิงเฟิงด้วยความเห็นใจ
“อืม พี่หญิงนี่น่าสงสารจริง ๆ”
“นอกจากจะถูกทารกกายเทพอาเจียนใส่แล้ว ตอนนี้ยังถูกสัตว์วิเศษอาเจียนใส่อีก”
ฉึก!
โม่ชิงเฟิงยกมือกุมหน้าอก
“เจ้าไม่ต้องย้ำก็ได้!”
ลู่ชิงถานยักไหล่
“อย่างน้อยข้าก็ถูกทารกพูดเพียงว่า ‘อี๋’ ใส่นะเจ้าคะ ยังไม่ถึงขั้นอาเจียน”
ฉึก! ฉึก!
โม่ชิงเฟิงทรุดลงกับพื้นอย่างสมบูรณ์
ลู่ชิงถานก้าวออกมาด้านหน้า ก่อนย่อตัวลงและยื่นมือออกไป
“ข้าขอลองบ้างเจ้าค่ะ”
สัตว์วิเศษหลายตัวเงยหน้ามองนาง ก่อนกิเลนกับม้านิลมังกรสองสามตัวจะวิ่งเข้ามาหาอย่างกระตือรือร้น
บางตัวใช้ศีรษะถูฝ่ามือของนาง ขณะที่อีกตัวเบียดเข้ามาใกล้เพื่อแย่งให้นางลูบก่อน
ลู่ชิงถานหัวเราะอย่างพึงพอใจ ก่อนหันไปมองโม่ชิงเฟิง
“เห็นไหมเจ้าคะ?”
นางลูบศีรษะกิเลนตรงหน้าอย่างอารมณ์ดี
“ข้าว่าพี่หญิงคงต้องกลับไปทบทวนตัวเองเหมือนท่านอ๋องแล้วละ”
ฉึก!
โม่ชิงเฟิงหันไปสบตาอ๋องหมิงซึ่งยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้น
ชั่วขณะนั้น ทั้งสองรู้สึกราวกับได้พบสหายร่วมชะตากรรม
หลังจากนั้น ทุกคนก็ผลัดกันเรียกกิเลนกับม้านิลมังกรเข้ามาหาตนเอง
บางคนมีสัตว์วิเศษเดินเข้ามาเพียงตัวเดียว บางคนกลับถูกล้อมพร้อมกันหลายตัว โดยเฉพาะไป๋จิ้งเหวิน ลู่เหยียนหนิง หลิงเยวี่ย และหนานอวี้ซึ่งได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ
แม้แต่เฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิงก็ยังมีสัตว์วิเศษยอมเข้าไปให้ลูบศีรษะอย่างปกติ
ผลการทดลองจึงสรุปออกมาได้อย่างชัดเจนสองข้อ
ข้อแรก อ๋องหมิงถูกสัตว์วิเศษทุกตัวเมินเฉยอย่างสมบูรณ์ ต่อให้เรียก อ้อนวอน หรือนำสมบัติออกมาล่อ ก็ไม่มีตัวใดสนใจเข้าใกล้
ข้อที่สอง โม่ชิงเฟิงไม่ได้ถูกเมินเฉย
นางถูกรังเกียจอย่างเปิดเผย
ทุกครั้งที่เข้าใกล้ กิเลนกับม้านิลมังกรจะรีบถอยหนี บางตัวปิดจมูก บางตัวทำท่าคลื่นไส้ ส่วนตัวที่อาการหนักที่สุดถึงกับอาเจียนซ้ำอีกรอบ
อ๋องหมิงนั่งกอดเข่าอยู่มุมหนึ่ง
โม่ชิงเฟิงนั่งกอดเข่าอยู่อีกมุมหนึ่ง
แต่ถึงจะดูคล้ายกัน ทุกคนกลับเห็นตรงกันว่าอาการของโม่ชิงเฟิงร้ายแรงกว่าอย่างชัดเจน
ยูรันมองคนทั้งสองซึ่งกำลังนั่งกอดเข่าอยู่คนละมุม ก่อนถอนหายใจ
“เอาเถอะ ท่านอ๋อง ไม่เป็นไร”
อ๋องหมิงเงยหน้าขึ้นอย่างมีความหวัง
“ในอนาคตยังมีสัตว์วิเศษประเภทอื่นถือกำเนิดขึ้นอีก บางทีอาจมีสักตัวที่ชอบท่าน”
ดวงตาของอ๋องหมิงเริ่มกลับมามีประกาย
ยูรันกล่าวต่อ
“แต่จากที่ทดลองมาสามสายพันธุ์แล้ว ทั้งหงส์ฟ้า กิเลน และม้านิลมังกรยังไม่มีตัวใดสนใจท่าน...”
เขาลูบคาง
“ต่อให้เพิ่มสายพันธุ์อื่นเข้ามา ผลก็คงไม่ต่างกันเท่าไรหรอก”
ฉึก!
ความหวังในดวงตาของอ๋องหมิงดับลงทันที
จากนั้นยูรันจึงหันไปหาโม่ชิงเฟิง
“ส่วนอาเจ๊...อืม...”
โม่ชิงเฟิงเงยหน้ารอฟังคำปลอบใจ
“อย่างน้อยท่านก็ไม่ได้ถูกหงส์ฟ้าเมินหรืออาเจียนใส่ ยังถือว่าพอใช้ได้อยู่”
ฉึก!
โม่ชิงเฟิงก้มหน้ากลับลงไปกอดเข่าตามเดิม
หนานอวี้มองยูรันอย่างหมดคำจะพูด
“สามี หากปลอบคนไม่เป็น เจ้าจะเงียบก็ได้นะ”
ยูรันเลิกคิ้ว
“ใครบอกว่าข้าปลอบคนไม่เป็น?”
เขาชี้ไปยังโม่ชิงเฟิงซึ่งยังนั่งกอดเข่าอยู่
“เพียงแต่คนอย่างอาเจ๊ ต่อให้ปลอบไปก็เท่านั้น นางเสียใจอยู่ไม่ถึงก้านธูปหรอก”
ทุกคนรอบข้างครุ่นคิด ก่อนพยักหน้าอย่างเห็นด้วยพร้อมกัน
“จริง”
“เป็นเช่นนั้นแน่นอน”
“พี่ใหญ่ลืมเร็วจะตาย”
โม่ชิงเฟิงเงยหน้าขึ้นทันที
“พวกเจ้ามองพี่สาวเป็นคนอย่างไรกัน?!”
ยังไม่ทันผ่านไปถึงครึ่งก้านธูป นางก็ลุกขึ้นปัดฝุ่นจากเสื้อผ้า ก่อนเดินกลับไปหาสัตว์วิเศษอีกครั้ง
“เอาละ เมื่อครู่ไม่นับ!”
“พวกเรามาเริ่มทำความรู้จักกันใหม่ พี่สาวรับรองว่าจะดูแลพวกเจ้าอย่างดี!”
กิเลนกับม้านิลมังกรพร้อมใจกันถอยหลัง
ทุกคนพยักหน้าอีกครั้ง
“เห็นไหม?”
ยูรันลูบคางอย่างใช้ความคิด
“หรือว่าพวกมันเกลียดบัณฑิต?”
โม่ชิงเฟิงชะงัก ก่อนก้มมองอาภรณ์แบบบัณฑิตของตนเอง
ยูรันชี้ไปยังชุดนาง
“อาเจ๊ลองเปลี่ยนเป็นชุดแบบอื่นดูสิ บางทีพวกมันอาจไม่ได้รังเกียจตัวท่าน แต่อาจรังเกียจชุดนี้ก็ได้”
“จริงด้วย!”
ความหวังของโม่ชิงเฟิงกลับคืนมาทันที
นางสะบัดมือเปลี่ยนอาภรณ์จากชุดบัณฑิตเป็นชุดฝึกยุทธ์เรียบง่าย ก่อนหมุนตัวให้ทุกคนดูหนึ่งรอบ
จากนั้นจึงย่อตัวลงตรงหน้ากิเลนกับม้านิลมังกรอีกครั้ง
“เอาละ คราวนี้พี่สาวไม่ใช่บัณฑิตแล้วนะ”
ทุกคนเงียบลง ก่อนจับจ้องปฏิกิริยาของเหล่าสัตว์วิเศษอย่างตั้งใจ
คราวนี้กิเลนกับม้านิลมังกรไม่ได้ถอยหนี
พวกมันมองโม่ชิงเฟิงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสัตว์วิเศษสองตัวจะเดินเข้าไปดมมือของนาง และยอมให้นางลูบศีรษะแต่โดยดี
ดวงตาของโม่ชิงเฟิงเปล่งประกาย
“เห็นไหม! พวกมันไม่ได้เกลียดพี่สาว!”
ยูรันลูบคาง ก่อนพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“อืม สมเหตุสมผลแล้ว”
“ขนาดสัตว์วิเศษยังมองออกว่าท่านเป็นบัณฑิตเก๊ พวกมันจึงไม่ชอบ”
เขาชี้ไปยังชุดฝึกยุทธ์ของนาง
“พอเลิกปลอมตัวเป็นบัณฑิตปุ๊บ พวกมันก็ยอมรับทันที”
เขาชี้ไปยังชุดฝึกยุทธ์ของนาง
“พอเลิกปลอมตัวเป็นบัณฑิตปุ๊บ พวกมันก็ยอมรับทันที”
ทุกคนรอบข้างครุ่นคิด ก่อนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างพร้อมเพรียง
“จริง”
“สมเหตุสมผลมาก”
“ที่ผ่านมาเห็นถือพัด แต่งชุดบัณฑิต แล้วพยายามวางท่าสุขุมอยู่ตลอด...”
หนานอวี้กล่าวสรุปอย่างตรงไปตรงมา
“โคตรปลอม”
ใบหน้าของโม่ชิงเฟิงเริ่มแดงก่ำ
“พวกเจ้า...”
แม้แต่กิเลนซึ่งกำลังให้นางลูบศีรษะยังพยักหน้าตามทุกคน
ฉึก!
โม่ชิงเฟิงมองมันอย่างเจ็บปวด
“แม้แต่เจ้าก็เห็นด้วยหรือ?!”