คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 376 นั่นเป็นชื่อที่แม่ตั้งให้เจ้าด้วยตนเองนะ8,455 ตัวอักษร

ตอนที่ 376 นั่นเป็นชื่อที่แม่ตั้งให้เจ้าด้วยตนเองนะ

เยวียนซิงฝูไม่อาจอดกลั้นได้อีก นางรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดมารดาแน่น

“ข้าเข้าใจท่านแม่...”

นางซบใบหน้าลงบนไหล่ของเยวียนชิงเหยา ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่คิดปิดบัง

“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ข้าไม่โกรธท่านแม่แล้ว”

เยวียนชิงเหยากอดบุตรสาวกลับ มือของนางสั่นระริกขณะลูบศีรษะอีกฝ่าย

“ซิงฝู...แม่ขอโทษ”

ยูรันมองภาพสองแม่ลูกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวขึ้น

“อืม น่าเสียดายที่บุตรสาวอีกคนของท่านอาจไม่ได้เข้าใจง่ายเช่นนี้”

ร่างของเยวียนชิงเหยาชะงัก

“ซิงลู่...”

ยูรันโบกมือ

“ช่างเถอะ เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยพูดกันภายหลังก็ได้”

ยูรันมองสองแม่ลูกซึ่งกำลังกอดกันอยู่ ก่อนยกมือขึ้นประสานมุทรา

“ถ้าอย่างนั้น...”

“พันธะแห่งดวงดาว”

ยูรันหลับตาลง

“ข้าขอสละแสงสว่าง”

หลิงเยวี่ยหน้าถอดสี ก่อนรีบคว้าแขนเขาเอาไว้

“เดี๋ยวก่อน สามี!”

“มันต้องมีวิธีอื่นสิ หากเจ้าใช้แสงสว่างเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน...”

ยูรันหันไปทางนาง แม้ดวงตายังคงปิดอยู่

“มันจะไม่เป็นอะไร”

คำตอบนั้นทำให้หลิงเยวี่ยชะงัก

เฟิงซูหลานมองทั้งสองคนอย่างสับสน

“แสงสว่าง? พวกเจ้าหมายถึงแสงสว่างอะไรกัน?”

เหอหว่านชิงพลันนึกบางอย่างขึ้นได้ สีหน้าของนางเปลี่ยนไปทันที

“คงไม่ได้หมายความว่า...ตาของเขาจะมองไม่เห็นใช่หรือไม่?”

ยูรันตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน

“ก็ตาบอดนั่นแหละ”

“อะไรนะ?!”

ท่ามกลางเสียงตกใจของทุกคน

“ปลายทางแห่งดาราสวรรค์”

ยูรันกำหนดเงื่อนไขด้วยน้ำเสียงชัดเจน

“หนึ่งวัน”

เนตรดาราสวรรค์หวนคืน!

ครืนนนนนนนน!

แรงกดดันมหาศาลปะทุออกจากร่างของเขา จนทั้งห้องสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ดวงตาของยูรันก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสมบูรณ์

ประกายดารานับไม่ถ้วนเคลื่อนไหวอยู่ภายใน ราวกับมีท้องฟ้าและดาราจักรทั้งผืนถือกำเนิดขึ้นในดวงตาคู่นั้น

วงแหวนเกิดขึ้นรอบๆ เหมือนการโคจรของดวงดาว มาลวดลายเป็นเอกลักษณ์

ยูรันกะพริบตาเล็กน้อย ก่อนหันไปทางไป๋จิ้งเหวิน

“อืม ท่านแม่ไป๋ ดวงตาของข้าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”

ไป๋จิ้งเหวินมองดวงตาของบุตรชายอย่างเหม่อลอย ก่อนเผยรอยยิ้มอ่อนโยน

“งดงามมาก รันเอ๋อร์”

นางยกมือขึ้นลูบใบหน้าของเขาเบา ๆ

“ไม่มีสิ่งใดงดงามไปกว่านี้อีกแล้ว”

ลู่เหยียนหนิงเองก็มองอย่างตื่นตะลึง ก่อนหันไปทางไป๋จิ้งเหวิน

“เช่นนั้นเมื่อเนตรของจิ้งเหวินตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ ก็คงมีลักษณะเช่นเดียวกันสินะ”

นางพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวเสริม

“เพียงแต่ดวงตาของเจ้าคงเป็นสีขาวบริสุทธิ์”

ไป๋จิ้งเหวินพยักหน้าช้า ๆ โดยยังไม่ยอมละสายตาจากดวงตาของยูรันแม้แต่น้อย

ทุกคนภายในห้องต่างจ้องมองดวงตาคู่นั้นอย่างเหม่อลอย

แม้แต่หลิงเยวี่ย เฟิงซูหลาน และเหอหว่านชิงซึ่งผ่านโลกมานาน ยังไม่อาจละสายตาออกไปได้

เยวียนซิงฝูมองดวงตาของยูรันทั้งน้ำตา

ส่วนเยวียนชิงเหยา เพียงสบตากับเขา หัวใจของนางก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ยูรันปล่อยให้ทุกคนจ้องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกมือดีดนิ้ว

เป๊าะ!

เสียงนั้นปลุกทุกคนให้หลุดออกจากภวังค์พร้อมกัน

“ข้ารู้ว่าดวงตาของข้างดงามมาก แต่เลิกเหม่อกันได้แล้ว”

เฟิงซูหลานกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนรีบเบือนหน้าหนี ส่วนหลิงเยวี่ยยังคงมองเขาอย่างไม่คิดปิดบัง

ยูรันหันกลับไปหาเยวียนชิงเหยา แววตาซึ่งเต็มไปด้วยดารากวาดมองทะลุเข้าไปถึงตันเถียนของนาง

“สิ่งที่อยู่ภายในร่างของท่านเรียกว่า ‘ตัวอ่อนแห่งความว่างเปล่า’”

ทุกคนภายในห้องชะงัก

“ลักษณะของมันคล้ายกับตัวอ่อนมารกลืนพิภพ หรือตัวอ่อนมารกลืนดาราอะไรทำนองนั้น เพียงแต่สิ่งนี้ไม่ได้กัดกินแค่พลังปราณหรือร่างกาย”

ยูรันหรี่ตาลง

“มันกำลังกัดกินรากฐานการดำรงอยู่ของท่านทีละน้อย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่โอสถ พลังรักษา และวิธีทั่วไปทั้งหมดใช้ไม่ได้ผล”

เยวียนซิงฝูรีบถาม

“แล้วมีวิธีกำจัดมันหรือไม่เจ้าคะ?”

ยูรันตอบอย่างตรงไปตรงมา

“ไม่มี”

สีหน้าของทุกคนพลันเปลี่ยนไป

ทว่ายูรันกลับกล่าวต่ออย่างสงบ

“อย่างน้อยโลกนี้ก็ไม่มีผู้ใดรู้วิธีกำจัดมัน แต่ว่าข้าทำได้”

ยูรันยกมือขึ้นประกบฝ่ามือ

“อืม...เพลิงตะวันดับสูญ”

พรึ่บ!

เปลวเพลิงสีดำสนิทถือกำเนิดขึ้นภายในดวงตาทั้งสองข้าง หยาดโลหิตไหลลงมาตามแก้ม ทว่าเขากลับไม่ขยับแม้แต่น้อย

ภายใต้การจ้องมองของเนตรดาราสวรรค์ เปลวเพลิงปรากฏขึ้นภายในตันเถียนของเยวียนชิงเหยา ก่อนเข้าห่อหุ้มตัวอ่อนแห่งความว่างเปล่าโดยไม่เผาทำลายสิ่งอื่นรอบข้าง

กรี๊สสสสสส!

เสียงกรีดร้องแหลมเล็กดังออกมาจากส่วนลึกภายในร่างของนาง

ตัวอ่อนพยายามดิ้นรนและปลดปล่อยพลังความว่างเปล่าออกมาต่อต้าน ทว่าทุกสิ่งกลับถูกเปลวเพลิงเผาผลาญจนสลายไปอย่างรวดเร็ว

ยูรันเปลี่ยนมุทราอีกครั้ง

“วิถีเปรต กลืนภพ”

วูบบบบ!

พลังทั้งหมดซึ่งหลุดออกมาจากตัวอ่อนถูกดึงออกจากตันเถียนของเยวียนชิงเหยา ก่อนหลอมรวมเข้าไปในร่างของยูรันโดยไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว

เมื่อตัวอ่อนถูกกำจัด เขาก็เปิดผนึกร้อยชีวิตทันที

แสงแห่งชีวิตไหลผ่านฝ่ามือ เข้าไปปกคลุมร่างของเยวียนชิงเหยาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

เส้นลมปราณที่เสียหายเริ่มสมาน ตันเถียนซึ่งถูกกัดกินมานานยี่สิบปีฟื้นฟูกลับคืนอย่างรวดเร็ว แม้แต่พลังชีวิตที่เคยริบหรี่ก็กลับมาไหลเวียนอย่างสมบูรณ์

ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ

เมื่อการรักษาสิ้นสุด ประกายดาราภายในดวงตาของยูรันก็ค่อย ๆ เลือนหาย ดวงตาทั้งสองกลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิม ก่อนแสงภายในจะหม่นลงอย่างสมบูรณ์

ยูรันหลับตาลงอีกครั้ง

มือซึ่งประกบกันอยู่ค่อย ๆ ลดลง

“เสร็จแล้ว”

เยวียนซิงฝูรีบเข้าไปประคองมารดา

“ท่านแม่ ท่านหายดีแล้วหรือยังเจ้าคะ?”

เยวียนชิงเหยาหลับตาลง ก่อนรีบตรวจสอบตันเถียนกับการไหลเวียนของพลังภายในร่าง

เพียงครู่เดียว ดวงตาของนางก็เบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ

“หายแล้ว...”

นางยกมือแตะบริเวณตันเถียนของตนเอง

“หายไปทั้งหมดแล้ว ไม่เพียงตันเถียนกับเส้นลมปราณจะกลับคืนเป็นปกติ แม้แต่ความเหนื่อยล้าซึ่งสะสมมานานยี่สิบปีก็หายไปด้วย”

เยวียนชิงเหยาเงยหน้าขึ้นมองยูรัน

“ขอบคุ...”

ทว่ายังไม่ทันกล่าวจบ นางก็ต้องหยุดชะงัก

เพราะไม่มีผู้ใดสนใจสองแม่ลูกซึ่งเพิ่งรักษาเสร็จแล้วเลยแม้แต่น้อย

ไป๋จิ้งเหวินรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา ก่อนประคองใบหน้าของยูรันเอาไว้อย่างร้อนรน

“รันเอ๋อร์ ให้แม่ดูดวงตาของเจ้าหน่อยสิ”

นางค่อย ๆ เช็ดคราบเลือดออกจากแก้มข้างหนึ่งด้วยมือสั่นเทา

ลู่เหยียนหนิงรีบเข้ามาช่วยอีกด้าน

“มา แม่จะเช็ดอีกข้างให้เอง เจ็บหรือไม่? เหตุใดเลือดถึงไหลออกมามากเช่นนี้?”

หลิงเยวี่ยเองก็จับมือยูรันเอาไว้แน่น

“สามี เจ้าเป็นอะไรหรือไม่? ให้เม่ยเหยามาตรวจดวงตาของเจ้าก่อนเถอะ”

เยวียนชิงเหยากับเยวียนซิงฝูมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบงัน

คนหนึ่งเพิ่งได้รับชีวิตกลับคืนมา ส่วนอีกคนเพิ่งได้พบพี่ชายที่หายสาบสูญไปยี่สิบปี

ทว่าก่อนที่ทั้งสองจะได้กล่าวอะไร ทุกคนกลับพุ่งเข้าไปห้อมล้อมยูรันด้วยความเป็นห่วงเสียแล้ว

เยวียนชิงเหยามองมือของไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิงซึ่งกำลังเช็ดเลือดให้เขา ก่อนความรู้สึกบางอย่างจะแล่นผ่านดวงตาของนางอย่างซับซ้อน

ยูรันยกมือขึ้นห้ามทุกคนซึ่งกำลังวุ่นวายอยู่รอบตัว

“ข้าไม่เป็นอะไร แค่กลับไปเหมือนเดิมเท่านั้น”

[ฮี่ ๆ ไหน ๆ ก็มองไม่เห็นหนึ่งวันแล้ว แกล้งทุกคนเล่นสักหน่อยดีกว่า]

หลิงเยวี่ยขมวดคิ้ว มือซึ่งจับเขาอยู่ยิ่งกระชับแน่นขึ้น

“แต่ว่าข้าไม่ชอบใจเลย”

เฟิงซูหลานมองดวงตาไร้ประกายของยูรัน ก่อนถามอย่างไม่เข้าใจ

“เดี๋ยวก่อน ที่บอกว่ากลับไปเหมือนเดิมหมายความว่าอย่างไร?”

ยูรันตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อย

“ก็ตาบอดไง”

“……”

ทั่วทั้งห้องเงียบสนิทในพริบตา

ไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิงหยุดมือพร้อมกัน ส่วนเยวียนชิงเหยาซึ่งเพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บพลันหน้าซีดลงอีกครั้ง

ยูรันเอียงศีรษะเล็กน้อย

“ตกใจกันทำไม? ก่อนหน้านี้ข้าก็ตาบอดมาตั้งนาน ไม่เห็นเป็นอะไรเลย”

เยวียนชิงเหยาหน้าซีดเผือด

“ตาบอด...?”

นางมองคราบโลหิตซึ่งยังหลงเหลืออยู่ข้างดวงตาของเขา ก่อนมือทั้งสองจะเริ่มสั่น

“เจ้าสละดวงตาของตนเองเพื่อรักษาข้าหรือ?”

เยวียนชิงเหยาพยายามเอื้อมมือไปแตะใบหน้าของเขา ทว่ากลับหยุดค้างอยู่กลางอากาศ

“เหตุใดต้องทำถึงเพียงนี้ด้วย? พวกเราเพิ่งพบกันเป็นครั้งแรกไม่ใช่หรือ?”

นางจ้องใบหน้าของยูรัน ความรู้สึกคุ้นเคยภายในใจยิ่งรุนแรงขึ้นทุกขณะ

ยูรันเงียบไปเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

“อืม...เพื่อมารดาของข้า ข้าให้ได้ทุกอย่าง”

ร่างของเยวียนชิงเหยาสั่นสะท้าน

“มารดา...?”

คำเรียกนั้นดังสะท้อนอยู่ภายในจิตใจของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นางมองใบหน้าของยูรันอีกครั้ง ก่อนภาพทารกในอ้อมแขนเมื่อยี่สิบปีก่อนจะค่อย ๆ ซ้อนทับกับเด็กหนุ่มตรงหน้า

น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

“เจ้า...”

มือซึ่งหยุดค้างอยู่กลางอากาศค่อย ๆ ขยับไปสัมผัสแก้มของเขา

น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

“เจ้า...”

มือซึ่งหยุดค้างอยู่กลางอากาศค่อย ๆ ขยับไปสัมผัสแก้มของเขา

ยูรันไม่ได้หลบ เขาเพียงยกมือขึ้นวางทับมือที่กำลังสั่นของนาง ก่อนเผยรอยยิ้มบาง ๆ

“ข้ากลับมาแล้ว ท่านแม่”

เยวียนชิงเหยาชะงักงัน

กำแพงซึ่งนางสร้างขึ้นเพื่อประคองตนเองมาตลอดยี่สิบปีพังทลายลงในพริบตา

นางโผเข้าไปสวมกอดเขาแน่น ราวกับกลัวว่าเพียงปล่อยมือ เด็กคนนี้จะหายไปจากนางอีกครั้ง

เยวียนชิงเหยาร้องไห้ออกมาอย่างไม่คิดรักษาท่าที

“แม่ขอโทษ...แม่ขอโทษที่ปกป้องเจ้าไม่ได้”

“แม่ตามหาเจ้ามาตลอด แม่ไม่เคยหยุดตามหาเจ้าเลย...”

ยูรันยกแขนขึ้นกอดนางกลับ ก่อนลูบแผ่นหลังอย่างแผ่วเบา

เขาปล่อยให้เยวียนชิงเหยาร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนเป็นเวลานาน จนความรู้สึกซึ่งอัดอั้นมาตลอดยี่สิบปีค่อย ๆ ระบายออกมาจนหมด

ในที่สุด ยูรันจึงตบแผ่นหลังของนางเบา ๆ

“เอาละ พอได้แล้วท่านแม่”

เยวียนชิงเหยาค่อย ๆ ผละออก ก่อนยกมือปาดน้ำตา

นางมองใบหน้าของบุตรชายอีกครั้ง แล้วพลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้

“เดี๋ยวก่อน เหตุใดเจ้าถึงใช้ชื่อว่ายูรัน?”

“เจ้าชื่อเยวียนชิงเฉินไม่ใช่หรือ?”

ยูรันตอบอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด

“อืม ข้าไม่ชอบ”

เยวียนชิงเหยาชะงัก

“เหตุใดถึงไม่ชอบ?”

“ทุเรศ”

“……”

ทั่วทั้งห้องเงียบสนิท

ริมฝีปากของเยวียนชิงเหยาสั่นระริก

“นั่นเป็นชื่อที่แม่ตั้งให้เจ้าด้วยตนเองนะ!”