ตอนที่ 376 นั่นเป็นชื่อที่แม่ตั้งให้เจ้าด้วยตนเองนะ
เยวียนซิงฝูไม่อาจอดกลั้นได้อีก นางรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดมารดาแน่น
“ข้าเข้าใจท่านแม่...”
นางซบใบหน้าลงบนไหล่ของเยวียนชิงเหยา ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่คิดปิดบัง
“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ข้าไม่โกรธท่านแม่แล้ว”
เยวียนชิงเหยากอดบุตรสาวกลับ มือของนางสั่นระริกขณะลูบศีรษะอีกฝ่าย
“ซิงฝู...แม่ขอโทษ”
ยูรันมองภาพสองแม่ลูกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวขึ้น
“อืม น่าเสียดายที่บุตรสาวอีกคนของท่านอาจไม่ได้เข้าใจง่ายเช่นนี้”
ร่างของเยวียนชิงเหยาชะงัก
“ซิงลู่...”
ยูรันโบกมือ
“ช่างเถอะ เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยพูดกันภายหลังก็ได้”
ยูรันมองสองแม่ลูกซึ่งกำลังกอดกันอยู่ ก่อนยกมือขึ้นประสานมุทรา
“ถ้าอย่างนั้น...”
“พันธะแห่งดวงดาว”
ยูรันหลับตาลง
“ข้าขอสละแสงสว่าง”
หลิงเยวี่ยหน้าถอดสี ก่อนรีบคว้าแขนเขาเอาไว้
“เดี๋ยวก่อน สามี!”
“มันต้องมีวิธีอื่นสิ หากเจ้าใช้แสงสว่างเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน...”
ยูรันหันไปทางนาง แม้ดวงตายังคงปิดอยู่
“มันจะไม่เป็นอะไร”
คำตอบนั้นทำให้หลิงเยวี่ยชะงัก
เฟิงซูหลานมองทั้งสองคนอย่างสับสน
“แสงสว่าง? พวกเจ้าหมายถึงแสงสว่างอะไรกัน?”
เหอหว่านชิงพลันนึกบางอย่างขึ้นได้ สีหน้าของนางเปลี่ยนไปทันที
“คงไม่ได้หมายความว่า...ตาของเขาจะมองไม่เห็นใช่หรือไม่?”
ยูรันตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน
“ก็ตาบอดนั่นแหละ”
“อะไรนะ?!”
ท่ามกลางเสียงตกใจของทุกคน
“ปลายทางแห่งดาราสวรรค์”
ยูรันกำหนดเงื่อนไขด้วยน้ำเสียงชัดเจน
“หนึ่งวัน”
เนตรดาราสวรรค์หวนคืน!
ครืนนนนนนนน!
แรงกดดันมหาศาลปะทุออกจากร่างของเขา จนทั้งห้องสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ดวงตาของยูรันก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสมบูรณ์
ประกายดารานับไม่ถ้วนเคลื่อนไหวอยู่ภายใน ราวกับมีท้องฟ้าและดาราจักรทั้งผืนถือกำเนิดขึ้นในดวงตาคู่นั้น
วงแหวนเกิดขึ้นรอบๆ เหมือนการโคจรของดวงดาว มาลวดลายเป็นเอกลักษณ์
ยูรันกะพริบตาเล็กน้อย ก่อนหันไปทางไป๋จิ้งเหวิน
“อืม ท่านแม่ไป๋ ดวงตาของข้าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”
ไป๋จิ้งเหวินมองดวงตาของบุตรชายอย่างเหม่อลอย ก่อนเผยรอยยิ้มอ่อนโยน
“งดงามมาก รันเอ๋อร์”
นางยกมือขึ้นลูบใบหน้าของเขาเบา ๆ
“ไม่มีสิ่งใดงดงามไปกว่านี้อีกแล้ว”
ลู่เหยียนหนิงเองก็มองอย่างตื่นตะลึง ก่อนหันไปทางไป๋จิ้งเหวิน
“เช่นนั้นเมื่อเนตรของจิ้งเหวินตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ ก็คงมีลักษณะเช่นเดียวกันสินะ”
นางพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวเสริม
“เพียงแต่ดวงตาของเจ้าคงเป็นสีขาวบริสุทธิ์”
ไป๋จิ้งเหวินพยักหน้าช้า ๆ โดยยังไม่ยอมละสายตาจากดวงตาของยูรันแม้แต่น้อย
ทุกคนภายในห้องต่างจ้องมองดวงตาคู่นั้นอย่างเหม่อลอย
แม้แต่หลิงเยวี่ย เฟิงซูหลาน และเหอหว่านชิงซึ่งผ่านโลกมานาน ยังไม่อาจละสายตาออกไปได้
เยวียนซิงฝูมองดวงตาของยูรันทั้งน้ำตา
ส่วนเยวียนชิงเหยา เพียงสบตากับเขา หัวใจของนางก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ยูรันปล่อยให้ทุกคนจ้องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกมือดีดนิ้ว
เป๊าะ!
เสียงนั้นปลุกทุกคนให้หลุดออกจากภวังค์พร้อมกัน
“ข้ารู้ว่าดวงตาของข้างดงามมาก แต่เลิกเหม่อกันได้แล้ว”
เฟิงซูหลานกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนรีบเบือนหน้าหนี ส่วนหลิงเยวี่ยยังคงมองเขาอย่างไม่คิดปิดบัง
ยูรันหันกลับไปหาเยวียนชิงเหยา แววตาซึ่งเต็มไปด้วยดารากวาดมองทะลุเข้าไปถึงตันเถียนของนาง
“สิ่งที่อยู่ภายในร่างของท่านเรียกว่า ‘ตัวอ่อนแห่งความว่างเปล่า’”
ทุกคนภายในห้องชะงัก
“ลักษณะของมันคล้ายกับตัวอ่อนมารกลืนพิภพ หรือตัวอ่อนมารกลืนดาราอะไรทำนองนั้น เพียงแต่สิ่งนี้ไม่ได้กัดกินแค่พลังปราณหรือร่างกาย”
ยูรันหรี่ตาลง
“มันกำลังกัดกินรากฐานการดำรงอยู่ของท่านทีละน้อย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่โอสถ พลังรักษา และวิธีทั่วไปทั้งหมดใช้ไม่ได้ผล”
เยวียนซิงฝูรีบถาม
“แล้วมีวิธีกำจัดมันหรือไม่เจ้าคะ?”
ยูรันตอบอย่างตรงไปตรงมา
“ไม่มี”
สีหน้าของทุกคนพลันเปลี่ยนไป
ทว่ายูรันกลับกล่าวต่ออย่างสงบ
“อย่างน้อยโลกนี้ก็ไม่มีผู้ใดรู้วิธีกำจัดมัน แต่ว่าข้าทำได้”
ยูรันยกมือขึ้นประกบฝ่ามือ
“อืม...เพลิงตะวันดับสูญ”
พรึ่บ!
เปลวเพลิงสีดำสนิทถือกำเนิดขึ้นภายในดวงตาทั้งสองข้าง หยาดโลหิตไหลลงมาตามแก้ม ทว่าเขากลับไม่ขยับแม้แต่น้อย
ภายใต้การจ้องมองของเนตรดาราสวรรค์ เปลวเพลิงปรากฏขึ้นภายในตันเถียนของเยวียนชิงเหยา ก่อนเข้าห่อหุ้มตัวอ่อนแห่งความว่างเปล่าโดยไม่เผาทำลายสิ่งอื่นรอบข้าง
กรี๊สสสสสส!
เสียงกรีดร้องแหลมเล็กดังออกมาจากส่วนลึกภายในร่างของนาง
ตัวอ่อนพยายามดิ้นรนและปลดปล่อยพลังความว่างเปล่าออกมาต่อต้าน ทว่าทุกสิ่งกลับถูกเปลวเพลิงเผาผลาญจนสลายไปอย่างรวดเร็ว
ยูรันเปลี่ยนมุทราอีกครั้ง
“วิถีเปรต กลืนภพ”
วูบบบบ!
พลังทั้งหมดซึ่งหลุดออกมาจากตัวอ่อนถูกดึงออกจากตันเถียนของเยวียนชิงเหยา ก่อนหลอมรวมเข้าไปในร่างของยูรันโดยไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว
เมื่อตัวอ่อนถูกกำจัด เขาก็เปิดผนึกร้อยชีวิตทันที
แสงแห่งชีวิตไหลผ่านฝ่ามือ เข้าไปปกคลุมร่างของเยวียนชิงเหยาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
เส้นลมปราณที่เสียหายเริ่มสมาน ตันเถียนซึ่งถูกกัดกินมานานยี่สิบปีฟื้นฟูกลับคืนอย่างรวดเร็ว แม้แต่พลังชีวิตที่เคยริบหรี่ก็กลับมาไหลเวียนอย่างสมบูรณ์
ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ
เมื่อการรักษาสิ้นสุด ประกายดาราภายในดวงตาของยูรันก็ค่อย ๆ เลือนหาย ดวงตาทั้งสองกลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิม ก่อนแสงภายในจะหม่นลงอย่างสมบูรณ์
ยูรันหลับตาลงอีกครั้ง
มือซึ่งประกบกันอยู่ค่อย ๆ ลดลง
“เสร็จแล้ว”
เยวียนซิงฝูรีบเข้าไปประคองมารดา
“ท่านแม่ ท่านหายดีแล้วหรือยังเจ้าคะ?”
เยวียนชิงเหยาหลับตาลง ก่อนรีบตรวจสอบตันเถียนกับการไหลเวียนของพลังภายในร่าง
เพียงครู่เดียว ดวงตาของนางก็เบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
“หายแล้ว...”
นางยกมือแตะบริเวณตันเถียนของตนเอง
“หายไปทั้งหมดแล้ว ไม่เพียงตันเถียนกับเส้นลมปราณจะกลับคืนเป็นปกติ แม้แต่ความเหนื่อยล้าซึ่งสะสมมานานยี่สิบปีก็หายไปด้วย”
เยวียนชิงเหยาเงยหน้าขึ้นมองยูรัน
“ขอบคุ...”
ทว่ายังไม่ทันกล่าวจบ นางก็ต้องหยุดชะงัก
เพราะไม่มีผู้ใดสนใจสองแม่ลูกซึ่งเพิ่งรักษาเสร็จแล้วเลยแม้แต่น้อย
ไป๋จิ้งเหวินรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา ก่อนประคองใบหน้าของยูรันเอาไว้อย่างร้อนรน
“รันเอ๋อร์ ให้แม่ดูดวงตาของเจ้าหน่อยสิ”
นางค่อย ๆ เช็ดคราบเลือดออกจากแก้มข้างหนึ่งด้วยมือสั่นเทา
ลู่เหยียนหนิงรีบเข้ามาช่วยอีกด้าน
“มา แม่จะเช็ดอีกข้างให้เอง เจ็บหรือไม่? เหตุใดเลือดถึงไหลออกมามากเช่นนี้?”
หลิงเยวี่ยเองก็จับมือยูรันเอาไว้แน่น
“สามี เจ้าเป็นอะไรหรือไม่? ให้เม่ยเหยามาตรวจดวงตาของเจ้าก่อนเถอะ”
เยวียนชิงเหยากับเยวียนซิงฝูมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบงัน
คนหนึ่งเพิ่งได้รับชีวิตกลับคืนมา ส่วนอีกคนเพิ่งได้พบพี่ชายที่หายสาบสูญไปยี่สิบปี
ทว่าก่อนที่ทั้งสองจะได้กล่าวอะไร ทุกคนกลับพุ่งเข้าไปห้อมล้อมยูรันด้วยความเป็นห่วงเสียแล้ว
เยวียนชิงเหยามองมือของไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิงซึ่งกำลังเช็ดเลือดให้เขา ก่อนความรู้สึกบางอย่างจะแล่นผ่านดวงตาของนางอย่างซับซ้อน
ยูรันยกมือขึ้นห้ามทุกคนซึ่งกำลังวุ่นวายอยู่รอบตัว
“ข้าไม่เป็นอะไร แค่กลับไปเหมือนเดิมเท่านั้น”
[ฮี่ ๆ ไหน ๆ ก็มองไม่เห็นหนึ่งวันแล้ว แกล้งทุกคนเล่นสักหน่อยดีกว่า]
หลิงเยวี่ยขมวดคิ้ว มือซึ่งจับเขาอยู่ยิ่งกระชับแน่นขึ้น
“แต่ว่าข้าไม่ชอบใจเลย”
เฟิงซูหลานมองดวงตาไร้ประกายของยูรัน ก่อนถามอย่างไม่เข้าใจ
“เดี๋ยวก่อน ที่บอกว่ากลับไปเหมือนเดิมหมายความว่าอย่างไร?”
ยูรันตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อย
“ก็ตาบอดไง”
“……”
ทั่วทั้งห้องเงียบสนิทในพริบตา
ไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิงหยุดมือพร้อมกัน ส่วนเยวียนชิงเหยาซึ่งเพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บพลันหน้าซีดลงอีกครั้ง
ยูรันเอียงศีรษะเล็กน้อย
“ตกใจกันทำไม? ก่อนหน้านี้ข้าก็ตาบอดมาตั้งนาน ไม่เห็นเป็นอะไรเลย”
เยวียนชิงเหยาหน้าซีดเผือด
“ตาบอด...?”
นางมองคราบโลหิตซึ่งยังหลงเหลืออยู่ข้างดวงตาของเขา ก่อนมือทั้งสองจะเริ่มสั่น
“เจ้าสละดวงตาของตนเองเพื่อรักษาข้าหรือ?”
เยวียนชิงเหยาพยายามเอื้อมมือไปแตะใบหน้าของเขา ทว่ากลับหยุดค้างอยู่กลางอากาศ
“เหตุใดต้องทำถึงเพียงนี้ด้วย? พวกเราเพิ่งพบกันเป็นครั้งแรกไม่ใช่หรือ?”
นางจ้องใบหน้าของยูรัน ความรู้สึกคุ้นเคยภายในใจยิ่งรุนแรงขึ้นทุกขณะ
ยูรันเงียบไปเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“อืม...เพื่อมารดาของข้า ข้าให้ได้ทุกอย่าง”
ร่างของเยวียนชิงเหยาสั่นสะท้าน
“มารดา...?”
คำเรียกนั้นดังสะท้อนอยู่ภายในจิตใจของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นางมองใบหน้าของยูรันอีกครั้ง ก่อนภาพทารกในอ้อมแขนเมื่อยี่สิบปีก่อนจะค่อย ๆ ซ้อนทับกับเด็กหนุ่มตรงหน้า
น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
“เจ้า...”
มือซึ่งหยุดค้างอยู่กลางอากาศค่อย ๆ ขยับไปสัมผัสแก้มของเขา
น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
“เจ้า...”
มือซึ่งหยุดค้างอยู่กลางอากาศค่อย ๆ ขยับไปสัมผัสแก้มของเขา
ยูรันไม่ได้หลบ เขาเพียงยกมือขึ้นวางทับมือที่กำลังสั่นของนาง ก่อนเผยรอยยิ้มบาง ๆ
“ข้ากลับมาแล้ว ท่านแม่”
เยวียนชิงเหยาชะงักงัน
กำแพงซึ่งนางสร้างขึ้นเพื่อประคองตนเองมาตลอดยี่สิบปีพังทลายลงในพริบตา
นางโผเข้าไปสวมกอดเขาแน่น ราวกับกลัวว่าเพียงปล่อยมือ เด็กคนนี้จะหายไปจากนางอีกครั้ง
เยวียนชิงเหยาร้องไห้ออกมาอย่างไม่คิดรักษาท่าที
“แม่ขอโทษ...แม่ขอโทษที่ปกป้องเจ้าไม่ได้”
“แม่ตามหาเจ้ามาตลอด แม่ไม่เคยหยุดตามหาเจ้าเลย...”
ยูรันยกแขนขึ้นกอดนางกลับ ก่อนลูบแผ่นหลังอย่างแผ่วเบา
เขาปล่อยให้เยวียนชิงเหยาร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนเป็นเวลานาน จนความรู้สึกซึ่งอัดอั้นมาตลอดยี่สิบปีค่อย ๆ ระบายออกมาจนหมด
ในที่สุด ยูรันจึงตบแผ่นหลังของนางเบา ๆ
“เอาละ พอได้แล้วท่านแม่”
เยวียนชิงเหยาค่อย ๆ ผละออก ก่อนยกมือปาดน้ำตา
นางมองใบหน้าของบุตรชายอีกครั้ง แล้วพลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้
“เดี๋ยวก่อน เหตุใดเจ้าถึงใช้ชื่อว่ายูรัน?”
“เจ้าชื่อเยวียนชิงเฉินไม่ใช่หรือ?”
ยูรันตอบอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด
“อืม ข้าไม่ชอบ”
เยวียนชิงเหยาชะงัก
“เหตุใดถึงไม่ชอบ?”
“ทุเรศ”
“……”
ทั่วทั้งห้องเงียบสนิท
ริมฝีปากของเยวียนชิงเหยาสั่นระริก
“นั่นเป็นชื่อที่แม่ตั้งให้เจ้าด้วยตนเองนะ!”