คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 3787,237 ตัวอักษร

ตอนที่ 378

ทันใดนั้น เสียงตะโกนก็ดังมาจากทางเดิน

“เดี๋ยวก่อน!”

ทุกคนภายในห้องโถงหันไปมองพร้อมกัน

เยวียนชิงเหยารีบวิ่งเข้ามาโดยมีบุตรสาวทั้งสองตามหลัง ก่อนตรงดิ่งไปหยุดอยู่เบื้องหน้ายูรัน

“เจ้าคิดจะไปที่ใด?”

ยูรันตอบอย่างไม่เข้าใจว่ามีสิ่งใดผิดปกติ

“กลับที่พักสิ”

“ไม่ได้!”

เยวียนชิงเหยาคว้าแขนเขาเอาไว้ทันที

“ที่นี่เป็นบ้านของเจ้า เหตุใดเจ้าต้องออกไปพักข้างนอกด้วย?”

ยูรันเอียงศีรษะเล็กน้อย

“ข้าพักอยู่ข้างนอกมาตั้งยี่สิบปีแล้ว เหตุใดวันนี้จะทำไม่ได้?”

“แม่บอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้!”

ทั้งสองยืนโต้เถียงกันโดยไม่มีผู้ใดยอมถอย

หลานชิงอวี้มองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกมือขึ้นอย่างสุภาพ

“เอ่อ...ท่านคงเป็นมารดาของท่านพี่สินะเจ้าคะ?”

เยวียนชิงเหยาหันมามองนาง ก่อนพยักหน้า

“ใช่”

หลานชิงอวี้จึงยิ้มอ่อน

“เช่นนั้นข้าจะแปลความหมายของท่านพี่ให้ท่านแม่ฟังนะเจ้าคะ”

นางผายมือไปทางยูรัน

“ที่ท่านพี่บอกว่าอยากกลับไปพักข้างนอก ความจริงหมายถึงเขาอยากออกไปดูว่า จะมีไอ้สวะจากที่ใดเข้ามาหาเรื่องอีกหรือไม่”

“หากมีก็จะได้หาเรื่องสนุกทำแก้เบื่อเจ้าค่ะ”

ทั่วทั้งห้องโถงเงียบสนิท

เยวียนชิงเหยาค่อย ๆ หันกลับมามองบุตรชาย

ยูรันพยักหน้าอย่างไม่คิดปฏิเสธ

“อืม ถูกต้องตามนั้น”

เยวียนชิงเหยามองบุตรชายซึ่งเพิ่งตามหาพบหลังจากผ่านไปยี่สิบปี ก่อนยกมือกุมหน้าผาก

“เจ้าคิดจะออกไปเดินหาเรื่องอันตรายเพียงเพราะเบื่ออย่างนั้นหรือ?”

“ข้าไม่ได้ไปหาเรื่อง”

ยูรันแก้ไขด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ข้าจะนั่งอยู่เฉย ๆ แล้วรอให้เรื่องเดินเข้ามาหาข้าเอง”

ทุกคนจากยอดเขาจันทราพยักหน้าพร้อมกัน

“ปกติเป็นเช่นนั้นจริง ๆ”

เยวียนชิงเหยานิ่งค้างไปชั่วขณะ ก่อนกระชับมือที่จับแขนเขาเอาไว้

“เช่นนั้นแม่ยิ่งปล่อยเจ้าออกไปพักข้างนอกไม่ได้!”

ยูรันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

“ยุ่งยากจริง ๆ เอาเถอะ ไหน ๆ ก็ต้องอยู่ที่นี่แล้ว ข้าจะแนะนำทุกคนให้ท่านรู้จัก”

เขาผายมือไปทางไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิง

“สองท่านนี้คือท่านแม่ไป๋กับท่านแม่ลู่ ข้ารักและเคารพพวกนางดุจมารดาแท้ ๆ”

ฉึก!

เยวียนชิงเหยายกมือกุมหน้าอก รู้สึกราวกับถูกบางสิ่งแทงเข้าอย่างจัง

[รักดุจมารดาแท้ ๆ...]

ไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิงประสานมือทักทายนางด้วยรอยยิ้ม

“ยินดีที่ได้รู้จัก”

เยวียนชิงเหยาฝืนยิ้มตอบ ทั้งที่มือยังกุมหน้าอกไม่ยอมปล่อย

ยูรันไม่สนใจอาการของนาง เขาผายมือไปทางหญิงสาวกลุ่มใหญ่ซึ่งเดินทางมากับตนเอง

“อืม ต่อไป”

“คนที่เหลือทั้งหมดเป็นภรรยาของข้า”

เขาพยักหน้าสรุป

“แค่นั้นแหละ”

“……”

ทั่วทั้งห้องโถงเงียบกริบ

หญิงสาวหลายคนซึ่งยังไม่ได้เป็นภรรยาของเขาอย่างเป็นทางการหันขวับมามองพร้อมกัน

เฟิงซูหลานเป็นคนแรกที่ได้สติ

“เดี๋ยวก่อน! เมื่อครู่เจ้ารวมพวกข้าเอาไว้ด้วยใช่หรือไม่?!”

เหอหว่านชิงยกมือปิดหน้า

“เหตุใดเจ้าถึงประกาศรวมทั้งหมดเช่นนี้เล่า...”

ส่วนเยวียนชิงเหยามองหญิงสาวจำนวนมากตรงหน้า ก่อนหันกลับมาหาบุตรชายอย่างเชื่องช้า

“ทั้งหมด...เป็นภรรยาของเจ้าหรือ?”

ยูรันส่ายหน้าเล็กน้อย

“เมื่อครู่ข้าพูดผิดไปนิดหนึ่ง”

เยวียนชิงเหยาถอนหายใจด้วยความโล่งอก คิดว่าจำนวนหญิงสาวตรงหน้าอาจไม่ได้เป็นอย่างที่ตนเข้าใจ

ทว่ายูรันกลับกล่าวต่ออย่างจริงจัง

“ต้องบอกว่าข้าเป็นสามีของพวกนางต่างหาก”

“……”

ความหมายมันต่างกันตรงไหน?

เยวียนชิงเหยากวาดตามองหญิงสาวจำนวนมาก ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก

“อืม...แม่พอเข้าใจได้ว่าลูกชายของแม่หล่อเหลามาก การมีภรรยาหลายคนจึงไม่ใช่เรื่องแปลก”

นางพยักหน้ากับตนเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่บนสหายเก่าทั้งสาม

สีหน้าของเยวียนชิงเหยาแข็งค้าง

“แต่เดี๋ยวก่อน...”

นางชี้ไปทางหลิงเยวี่ย

“หลิงเยวี่ย!”

จากนั้นจึงเลื่อนไปยังอีกสองคน

“เหอหว่านชิง! เฟิงซูหลาน!”

“พวกเจ้าสามคนหมายความว่าอย่างไร?!”

เยวียนชิงเหยาหันขวับไปหาหลิงเยวี่ย

“ข้าเอะใจตั้งแต่ได้ยินเจ้าเรียกลูกชายข้าว่าสามีแล้ว!”

เยวียนซิงฝูกับเยวียนซิงลู่ซึ่งเพิ่งตามเข้ามาในห้องโถงชะงักอยู่ตรงประตู

ทั้งสองมองกลุ่มหญิงสาวตรงหน้า ก่อนหันไปมองพี่ชายของตนเอง

“อะไรนะ?!”

เยวียนซิงลู่ชี้ไปทางหลิงเยวี่ยอย่างไม่อยากเชื่อ

“สหายของท่านแม่กลายเป็นภรรยาของพี่ชายหรือ?!”

เยวียนชิงเหยาหันไปจ้องสหายเก่าทั้งสาม ดวงตากระตุกไม่หยุด

“บอกข้ามาเดี๋ยวนี้!”

พลังปราณมหาศาลพลันปะทุออกจากร่างของนาง

ครืนนนนนน!

พื้นห้องโถงสั่นสะเทือน เครื่องเรือนรอบข้างส่งเสียงดังกรอกแกรก ขณะที่แรงกดดันรุนแรงแผ่ปกคลุมไปทั่วตำหนัก

“มันหมายความว่าอย่างไร?!”

เฟิงซูหลานหน้าซีด ก่อนรีบถอยไปหลบด้านหลังเหอหว่านชิง

“เหตุใดต้องถามข้าด้วยน้ำเสียงเช่นนั้น? เรื่องนี้หลิงเยวี่ยเริ่มก่อนนะ!”

เหอหว่านชิงหันขวับ

“เจ้าอย่ามาหลบหลังข้า!”

หลิงเยวี่ยกลับยืนกอดอกอย่างสงบนิ่ง

“ก็หมายความตามที่ได้ยิน”

เหอหว่านชิงหันขวับไปมองเฟิงซูหลาน

“เจ้าอย่ามาหลบหลังข้า!”

หลิงเยวี่ยกลับยืนกอดอกอย่างสงบนิ่ง

“ก็หมายความตามที่เจ้าได้ยินนั่นแหละ”

เส้นเลือดบริเวณขมับของเยวียนชิงเหยาปูดขึ้นทันที

เพี๊ยะ!

เพี๊ยะ!

เพี๊ยะ!

เสียงตบดังขึ้นติดกันสามครั้ง

ร่างของหลิงเยวี่ย เฟิงซูหลาน และเหอหว่านชิงพุ่งทะลุประตูออกจากห้องโถง ก่อนลอยข้ามลานกว้างไปตกลงในสระน้ำซึ่งอยู่ไม่ไกล

ตูม! ตูม! ตูม!

น้ำในสระกระเด็นขึ้นสูงหลายจั้ง

ทุกคนภายในห้องโถงมองตามร่างทั้งสามไปอย่างเงียบงัน

เยวียนชิงเหยาสะบัดมือ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“ไอ้พวกเพื่อนทรยศ!”

ไม่นาน หลิงเยวี่ย เฟิงซูหลาน และเหอหว่านชิงก็เดินกลับเข้ามาในห้องโถงอีกครั้ง

เสื้อผ้าของทั้งสามเปียกโชก เส้นผมแนบติดใบหน้า ขณะที่หยดน้ำไหลลงพื้นเป็นทางยาว

หลิงเยวี่ยยกมือปาดน้ำออกจากใบหน้า ก่อนจ้องเยวียนชิงเหยาอย่างไม่ยอมถอย

“แล้วมันยังไง?”

นางเดินกลับไปยืนข้างยูรัน ก่อนจับแขนเขาเอาไว้

“ข้ารักเขา ผิดตรงไหน?”

ทุกคนภายในห้องเงียบไปครู่หนึ่ง

โม่ชิงเฟิงพยักหน้าช้า ๆ ก่อนกล่าวอย่างลึกซึ้ง

“อืม ศีลธรรมหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความไร้ยางอาย”

เพี๊ยะ!

ร่างของโม่ชิงเฟิงหมุนคว้าง ก่อนพุ่งตามเส้นทางเดิมออกไปนอกห้องโถง

ตูมมมม!

เสียงตกน้ำดังขึ้นจากสระอีกครั้ง

หลิงเยวี่ยสะบัดมือเบา ๆ

“ปากมาก”

เยวียนชิงเหยากอดอก ก่อนตอบอย่างหนักแน่น

“ผิดสิ!”

หลิงเยวี่ยหรี่ตามองนาง

“ผิดตรงไหน?”

เยวียนชิงเหยายกมือขึ้น ก่อนชี้ไปทางหญิงสาวสองคนซึ่งยืนกอดตุ๊กตายูรันอยู่ด้านข้าง

“เพราะลูกชายของข้ามีคู่หมั้นอยู่แล้วตั้งสองคน!”

ปลายนิ้วของนางหยุดอยู่ที่สุ่ยหลานอิงกับสุ่ยหลานซี

“ก็คือพวกนางทั้งสอง!”

ทั่วทั้งห้องโถงตกอยู่ในความเงียบ

สายตาทุกคู่หันไปมองหญิงสาวตระกูลสุ่ยพร้อมกัน

สุ่ยหลานอิงกับสุ่ยหลานซีหน้าแดงก่ำ ต่างคนต่างกอดตุ๊กตายูรันในอ้อมแขนแน่นขึ้นโดยไม่รู้ว่าควรวางตัวอย่างไร

สุ่ยหลานอิงกับสุ่ยหลานซีหน้าแดงก่ำ ต่างคนต่างกอดตุ๊กตายูรันในอ้อมแขนแน่นขึ้นโดยไม่รู้ว่าควรวางตัวอย่างไร

ยูรันเอียงศีรษะเล็กน้อย ก่อนพยักหน้ากับตนเองอย่างเข้าใจ

“อืม...”

เขาลูบคางพลางครุ่นคิด

“สรุปแล้วเรื่องราวดราม่าสุดเข้มข้นซึ่งเสวี่ยหนิงพูดถึง เป็นเรื่องของข้าเองสินะ”

ยูรันเงียบไปครู่หนึ่ง

“รอบนี้...”

“มิน่าเล่า ข้าถึงรู้สึกว่าไม่อยากยุ่งตั้งแต่แรก”

มู่เสวี่ยหนิงตบโต๊ะทันที

“เห็นไหมเจ้าคะ! ข้าบอกแล้วว่าเรื่องนี้ต้องแปลก!”

เซี่ยเยว่หลีพยักหน้าอย่างจริงจัง

“อยู่เฉย ๆ ภรรยาใหม่ก็เดินเข้ามาหาถึงโรงเตี๊ยม”

สุ่ยหลานอิงกับสุ่ยหลานซีหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม

“ยังไม่ได้เป็นภรรยาเสียหน่อยเจ้าค่ะ!”

โม่ชิงเฟิงซึ่งเพิ่งปีนกลับขึ้นมาจากสระรีบวิ่งเข้ามาทั้งที่เสื้อผ้ายังเปียกโชก

นางสอดแขนกอดคอสุ่ยหลานอิงกับสุ่ยหลานซีคนละข้าง ก่อนดึงทั้งสองเข้ามาใกล้อย่างสนิทสนม

“จะรออะไรอีกเล่า น้องหญิงทั้งสอง!”

“พวกเราทุกคนก็เป็นภรรยาของสามีเหมือนกัน หากพวกเจ้าไม่รังเกียจ พวกพี่หญิงก็ไม่รังเกียจเช่นกัน”

โม่ชิงเฟิงพยักหน้าไปทางยูรัน

“ส่วนสามีไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว!”

“สามีมีภรรยามากขนาดนี้แล้ว เพิ่มอีกสองคนจะเป็นอะไรไป?”

สุ่ยหลานอิงกับสุ่ยหลานซีถูกกอดเอาไว้จนขยับไม่ได้ ใบหน้าของทั้งคู่แดงจนแทบมีควันลอยออกมา

หลิงเยวี่ยหรี่ตามองสองสาว ก่อนหันกลับไปหาเยวียนชิงเหยา

“คู่หมั้นแล้วอย่างไร? พวกข้าก็ไม่ได้บอกว่าจะให้เขาถอนหมั้นเสียหน่อย”

เยวียนชิงเหยาชะงัก

เหตุผลนั้นไร้ยางอายอย่างยิ่ง

แต่นางกลับหาคำโต้แย้งไม่ได้เลยแม้แต่คำเดียว

โม่ชิงเฟิงปล่อยหญิงสาวทั้งสอง ก่อนยกมือลูบคางอย่างครุ่นคิด

“อืม...สรุปแล้วอาจารย์กลายเป็นคนไร้ยางอายไปแล้วจริง ๆ สินะ”

เพี๊ยะ!

ร่างของนางหมุนคว้าง ก่อนพุ่งออกจากห้องโถงเป็นครั้งที่สอง

ตูมมมม!

เสียงตกน้ำดังขึ้นจากสระด้านนอกอีกครั้ง

หลิงเยวี่ยสะบัดมือเบา ๆ

“เจ้าก็ยังปากมากเหมือนเดิม”