ตอนที่ 381 ไม่ใช่คนไร้ประโยชน์เหมือนพี่ใหญ่
หนานอวี้พลันชะงัก ก่อนนึกบางอย่างขึ้นมาได้
“เดี๋ยวก่อน!”
นางชี้หน้าตนเองด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ถ้าทารกกายเทพของสามีมีรูปลักษณ์เหมือนสามีตอนยังแบเบาะ เช่นนั้นทารกของข้าก็คือตัวข้าในวัยเด็กน่ะสิ!”
หนานอวี้ยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
“ตอนเด็กข้าเองก็น่ารักมากเหมือนกันนะเนี่ย”
“……”
ยูรันเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
“อืม น่ารักมาก”
หนานอวี้ยิ้มกว้าง
ทว่ายูรันกลับกล่าวต่อ
“หมายถึงตอนน้ำลายยืดทุกครั้งที่เห็นสามีน่ะหรือ?”
รอยยิ้มบนใบหน้าของหนานอวี้แข็งค้าง
ทุกคนค่อย ๆ หันมามองนางพร้อมกัน
ไป๋หลิงเลิกคิ้ว
“ที่แท้ตอนเป็นทารก เจ้าก็มีนิสัยเช่นนี้แล้วหรือ?”
หนานอวี้หน้าแดงก่ำ
“นั่นไม่ใช่ข้า! นั่นเป็นทารกกายเทพของข้าต่างหาก!”
ยูรันยักไหล่
“เมื่อครู่เจ้ายังบอกว่าเป็นตัวเองตอนเด็กอยู่เลย”
ฉึก!
หนานอวี้เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ยูรันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“ข้าก็นึกว่าทุกคนรู้อยู่แล้วเสียอีก”
เขาผายมือไปทางทารกกายเทพ
“ทารกซึ่งถือกำเนิดขึ้นภายในร่างของตนเอง ก็ต้องเป็นรูปลักษณ์ของเจ้าของในวัยเด็กสิ จะให้กลายเป็นคนอื่นได้อย่างไร?”
“……”
หญิงสาวหลายคนมองหน้ากันไปมา
หลัวจินเยว่พึมพำ
“ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องที่ควรรู้อยู่แล้วจริง ๆ...”
มู่เสวี่ยหนิงพยักหน้า
“แต่ไม่มีผู้ใดเคยคิดถึงเรื่องนี้เลยเจ้าค่ะ”
เยวียนชิงเหยาเดินเข้าไปพิจารณาทารกใกล้ ๆ อีกครั้ง ก่อนยืนยันอย่างมั่นใจ
“เหมือนจริง ๆ ทั้งใบหน้า ดวงตา และท่าทางตอนกำลังระแวงผู้คน”
นางหันไปมองยูรัน
“ตอนยังเล็ก รันเอ๋อร์ชอบทำหน้าเช่นนี้ทุกครั้งที่มีคนแปลกหน้าเข้ามาใกล้”
ทันใดนั้น ทารกกายเทพก็เงยหน้าขึ้นมองเยวียนชิงเหยา
ดวงตากลมโตพลันเบิกกว้าง ก่อนรอยยิ้มสดใสจะปรากฏขึ้นเต็มใบหน้า
“ท่านแม่!”
ทุกคนภายในห้องชะงัก
ทารกดิ้นหลุดจากอ้อมแขนของสุ่ยหลานซี ก่อนพุ่งเข้าไปหาเยวียนชิงเหยาทันที
“อ๊ะ!”
เยวียนชิงเหยารีบกางแขนรับร่างเล็กเอาไว้
หมับ!
ทารกกอดคอของนางแน่น ก่อนใช้ใบหน้าถูไถกับแก้มไม่ยอมหยุด
“ท่านแม่! ท่านแม่!”
ร่างของเยวียนชิงเหยาแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนดวงตาจะอ่อนโยนลงอย่างสมบูรณ์
นางกอดทารกเอาไว้แนบอก มือหนึ่งลูบศีรษะเล็ก ๆ ด้วยความคิดถึง
โม่ชิงเฟิงมองภาพตรงหน้าแล้วอ้าปากค้าง
“โอ้โห นี่มันของจริง...”
นางชี้ไปยังทารกซึ่งกำลังคลอเคลียเยวียนชิงเหยาอย่างมีความสุข
“ปฏิกิริยายิ่งกว่าตอนท่านแม่ไป๋กับท่านแม่ลู่อุ้มเสียอีก!”
ไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิงมองหน้ากัน ก่อนยิ้มออกมาอย่างไม่ถือสา
“ก็เป็นมารดาแท้ ๆ ของรันเอ๋อร์นี่นะ”
หนานอวี้เห็นดังนั้นก็ไม่ยอมน้อยหน้า นางยกมือขึ้นเรียกทารกกายเทพของตนเองออกมาบ้าง
พรึ่บ!
ทารกหญิงปรากฏตัวขึ้นกลางห้อง ก่อนกวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างงุนงง
ไม่นาน สายตาของนางก็ไปหยุดอยู่บนทารกกายเทพของยูรันซึ่งกำลังอยู่ในอ้อมแขนของเยวียนชิงเหยา
ดวงตากลมโตพลันเปล่งประกาย
น้ำลายไหลยืดออกจากมุมปากทันที
“แบะ!”
“……”
ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ
หนานอวี้หน้าแดงขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนพยายามหลบสายตาทุกคน
เยวียนชิงเหยาก้มมองทารกในอ้อมแขน ก่อนหันไปมองทารกหญิงอีกคน
“เด็กคนนั้นพูดว่าอะไรนะ?”
ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ
มู่เสวี่ยหนิงกระแอมเบา ๆ ก่อนช่วยแปลอย่างสุภาพ
“อะแฮ่ม...นางพูดว่า ‘สามี’ เจ้าค่ะ”
“……”
เยวียนชิงเหยาค่อย ๆ หันไปมองหนานอวี้
หนานอวี้หน้าแดงก่ำ ก่อนรีบอุ้มทารกของตนเองขึ้นมาเช็ดมุมปาก
“บ้าเอ๊ย! เช็ดน้ำลายหน่อย อย่าปล่อยให้น้ำลายหกสิ!”
ทารกหญิงยังคงยื่นแขนไปหาทารกของยูรันไม่หยุด
“แบะ! แบะ!”
หนานอวี้ยิ่งหน้าแดงกว่าเดิม
“พอแล้ว ไม่ต้องเรียกซ้ำ!”
เยวียนชิงเหยามองทารกหญิงซึ่งยังคงยื่นแขนไปหาทารกในอ้อมกอดของตน ก่อนกล่าวอย่างเอ็นดู
“ปล่อยนางมาเถอะ”
หนานอวี้ชะงัก
“แต่ว่าท่านแม่ นางน้ำลายไหลไม่หยุดเลยนะ”
“ไม่เป็นไร เด็กเล็กก็เป็นเช่นนี้”
หนานอวี้จึงค่อย ๆ คลายแขน
พรึ่บ!
ทันทีที่เป็นอิสระ ทารกหญิงก็พุ่งเข้าไปหาอีกฝ่าย ก่อนกอดทารกของยูรันเอาไว้แน่น
“แบะ!”
ทารกของยูรันกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนยกมือดันใบหน้าซึ่งกำลังถูไถตนเองอยู่
“บุ่...”
เยวียนชิงเหยาหัวเราะเบา ๆ ก่อนโอบทารกทั้งสองเอาไว้ในอ้อมแขนเดียวกัน
ภาพตรงหน้าราวกับนางกำลังอุ้มบุตรชายวัยแบเบาะกับลูกสะใภ้ตัวน้อยไปพร้อมกัน
หนานอวี้ยกมือปิดหน้า
“เหตุใดข้าถึงรู้สึกอับอายแทนนางขนาดนี้...”
เวลาผ่านไปพักหนึ่ง ยูรันจึงยกมือขึ้น
“พอแล้ว”
เป๊าะ!
ภาพดาราจักรสลายหายไปพร้อมกับทารกกายเทพทั้งสอง
เยวียนชิงเหยามองอ้อมแขนซึ่งกลับมาว่างเปล่า ก่อนเผยสีหน้าเสียดายอย่างชัดเจน
ยูรันลุกขึ้นจากเก้าอี้
“ไปกันเถอะท่านแม่ หากช้ากว่านี้จะดึกเกินไป”
ไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิงลุกขึ้นทันที ก่อนเดินเข้าไปอยู่ข้างเขาคนละฝั่ง
เยวียนชิงเหยาได้สติ รีบตามออกไป
“อ๊ะ รอแม่ด้วย!”
โม่ชิงเฟิงมองตามคนทั้งสี่ ก่อนหันกลับมาหาคนที่เหลือ
“แล้วพวกเราจะทำอะไรกันดี?”
เซี่ยเยว่หลีลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าของตนเอง
“ข้าก็จะออกไปเดินเล่นในเมืองสิ”
นางหันไปชวนคนอื่น ๆ
“ไปกันเถอะ พวกเราจะได้สำรวจดูด้วยว่าเมืองนี้มีสิ่งใดน่าสนใจ บางทีอาจได้แนวคิดใหม่กลับไปปรับปรุงยอดเขา”
เซี่ยเยว่หลีเหลือบมองโม่ชิงเฟิง เฟิงซูหลาน และเหอหว่านชิงตามลำดับ
“จะได้ไม่เป็นคนไร้ประโยชน์เหมือนใครบางคน”
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
หญิงสาวทั้งสามยกมือกุมหน้าอกพร้อมกัน
โม่ชิงเฟิงรีบเถียง
“ข้าไม่ใช่คนไร้ประโยชน์นะ!”
เฟิงซูหลานยกมือตาม
“ข้าก็ไม่ใช่!”
เหอหว่านชิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“ข้าด้วย”
หลิงเยวี่ยปรายตามองทั้งสาม ก่อนกล่าวทิ้งท้ายสั้น ๆ
“ไร้ประโยชน์”
พรึ่บ!
กล่าวจบ นางก็หายตัวออกจากห้องรับรองทันที
ทิ้งให้หญิงสาวทั้งสามยืนแข็งค้างอยู่กับที่
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
หนานอวี้รีบลุกขึ้นตาม
“จริงด้วย ข้าออกไปสำรวจรอบเมืองดีกว่า”
นางเหลือบมองหญิงสาวสามคนซึ่งยังยืนกุมหน้าอกอยู่
“ข้าเองก็ไม่อยากถูกกล่าวหาว่าไร้ประโยชน์เหมือนใครบางคน”
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
ไป๋หลิงพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนหันไปหาหลานชิงอวี้
“ชิงอวี้ พวกเราไปดูผังเมืองกับระบบร้านค้ากันเถอะ เผื่อจะนำกลับไปปรับใช้กับยอดเขาได้”
นางหยุดเล็กน้อย
“จะได้ไม่กลายเป็นคนไร้ประโยชน์”
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
มู่หรงฉินรีบยกมือ
“ข้าไปด้วยเจ้าค่ะ ข้าอยากศึกษาระบบทางน้ำของเมืองนี้พอดี”
ทั้งสามจึงเดินตามหนานอวี้กับไป๋หลิงออกจากห้องไป
โม่ชิงเฟิงมองคนซึ่งทยอยจากไป ก่อนหันไปหาเฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิง
“พวกเราโดนด่าซ้ำกี่ครั้งแล้วนะ?”
เหอหว่านชิงถอนหายใจ
“เลิกนับเถอะ ยิ่งนับยิ่งเจ็บใจ”
ซูเม่ยเหยาลุกขึ้นตามคนอื่น
“พวกเราเองก็ไปกันเถอะ ยังมีตำราปลูกต้นไม้ซึ่งอ่านค้างอยู่อีกหลายเล่ม”
นางครุ่นคิดเล็กน้อย
“ข้าว่าจะลองปลูกดอกทานตะวันดู น่าสนใจไม่น้อย”
เซียวซินเยวี่ยพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น
“จริงด้วยเจ้าค่ะ ข้าเองก็อยากลองดูว่าหากใช้พลังปราณต่างธาตุหล่อเลี้ยง สีของดอกจะเปลี่ยนไปหรือไม่”
มู่เสวี่ยหนิงกับลู่ชิงถานรีบลุกขึ้นตาม
“เช่นนั้นพวกเราไปด้วยเจ้าค่ะ”
ก่อนเดินพ้นประตู ลู่ชิงถานพลันหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมา
นางมองเฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิง ก่อนถอนหายใจด้วยสีหน้าผิดหวัง
“พวกป้านี่ไร้ประโยชน์จริง ๆ เลยนะเจ้าคะ”
กล่าวจบ นางก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่เปิดโอกาสให้ทั้งสองตอบโต้
ฉึก! ฉึก!
เฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิงยกมือกุมหน้าอกอีกครั้ง
โม่ชิงเฟิงรีบชี้หน้าตนเอง
“แล้วข้าเล่า?”
ลู่ชิงถานชะโงกหน้ากลับเข้ามาจากนอกประตู
“พี่หญิงก็ด้วยเจ้าค่ะ”
ฉึก!
หลัวจินหยางกับหลัวจินเยว่ลุกขึ้นพร้อมกัน ก่อนเตรียมเดินออกจากห้อง
โม่ชิงเฟิงรีบหันไปถาม
“พวกเจ้าสองคนจะไปไหน?”
หลัวจินหยางหยิบตำราหมักสุราขึ้นมา
“พวกข้าจะออกไปดูร้านสุรากับวิธีหมักเหล้าของเมืองนี้”
นางเหลือบมองโม่ชิงเฟิง ก่อนกล่าวอย่างไม่ไว้หน้า
“ข้าเองก็มีสิ่งที่ต้องทำนะ ไม่ใช่คนไร้ประโยชน์เหมือนพี่ใหญ่”
หลัวจินเยว่พยักหน้าสนับสนุนทันที
“ใช่”
ฉึก!
โม่ชิงเฟิงยกมือกุมหน้าอก
“แม้แต่พวกเจ้าสองคนก็เอากับเขาด้วยหรือ?!”
หลัวจินหยางกับหลัวจินเยว่ไม่ตอบ ทั้งคู่เพียงเดินออกจากห้องไปพร้อมกัน