ตอนที่ 381 น่ารักเกินไปแล้ว
เยวียนซิงฝูก้มหน้าลง ก่อนสารภาพเสียงเบา
“ข้าจำได้เพียงเรื่องโอสถระดับสิบเจ้าค่ะ...”
ยูรันถอนหายใจอย่างหมดคำพูด
“พวกเราไม่จำเป็นต้องพึ่งโอสถเพื่อเพิ่มตบะ”
เขาชี้ไปยังทุกคนจากยอดเขาจันทรา
“วิถีของพวกเราคือเส้นทางแห่งการจุติเป็นเทพเจ้า ต้องสร้างรากฐาน พัฒนา และควบคุมพลังด้วยตนเอง”
ยูรันชี้ไปยังโอสถในอ้อมแขนของนาง
“เทพเจ้าไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นจากการนั่งกินโอสถทั้งวัน หากต้องพึ่งยาทุกครั้งที่คิดจะทะลวงระดับ เช่นนั้นจะเรียกว่าวิถีเทพได้อย่างไร?”
เขาพยักหน้าสรุป
“เรียกว่าวิถีของพวกเสพยายังจะเหมาะกว่า”
“……”
เยวียนซิงฝูก้มมองโอสถระดับสิบในมือ ก่อนถามอย่างระมัดระวัง
“ถ้าเช่นนั้น...ข้ายังเก็บพวกมันไว้ได้หรือไม่เจ้าคะ?”
“ได้ ข้าบอกแล้วว่าให้เจ้า”
ยูรันยักไหล่
“จะเอาไปกิน เอาไปขาย หรือเอาไปเล่นหมากเก็บก็ตามใจ”
เยวียนซิงลู่มองพี่ชายอย่างสนใจ ก่อนเอ่ยถาม
“ท่านพี่ ข้าขอถามหน่อย”
“ตอนนี้ข้าสัมผัสตบะของท่านได้เพียงขอบเขตแก่นทองคำ แต่พลังซึ่งท่านสำแดงออกมาจริงสามารถเทียบได้กับขอบเขตวิญญาณทารก ใช่หรือไม่?”
ยูรันพยักหน้า
“ใช่”
ครืนนนน!
เขาปลดปล่อยพลังออกมาจากร่างเล็กน้อย แรงกดดันแผ่กระจายไปทั่วห้องจนถ้วยชาสั่นไหว
เยวียนซิงลู่ตั้งใจสัมผัสอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขมวดคิ้ว
“แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนพลังของแก่นทองคำอยู่ดี”
“เพราะสิ่งที่เจ้าสัมผัสได้เป็นเพียงระดับพลัง ไม่ใช่อานุภาพที่แท้จริง”
ยูรันยกมือขึ้นเล็กน้อย
“อยากลองรับด้วยตนเองหรือเปล่า?”
ดวงตาของเยวียนซิงลู่สว่างขึ้นทันที
“ได้หรือ?”
นางลุกพรวดขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ข้าอยากประลองกับท่านพี่!”
หนานอวี้รีบยกมือห้าม
“เอ่อ...ข้าว่าอย่าดีกว่า”
เยวียนซิงลู่หันไปมองนาง
“เพราะเหตุใด?”
เซี่ยเยว่หลีวางตะเกียบลง ก่อนมองเยวียนซิงลู่อย่างไม่เข้าใจ
“เจ้าไม่ได้ฟังเรื่องที่พวกข้าเล่าเมื่อครู่เลยหรือ?”
เยวียนซิงลู่ชะงัก
เซี่ยเยว่หลีชี้ไปทางยูรัน
“เขาเคยบุกถล่มพรรคมารของข้าเพียงลำพังจนย่อยยับ ประลองหนึ่งต่อหนึ่งร้อย เรียกทั้งกิเลนสายฟ้าและมังกรสายฟ้าออกมาเล่นงานคู่ต่อสู้”
“ล่าสุดเขายังขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่งของทวีป และจะครองตำแหน่งนั้นไปจนกว่าจะมีการประลองครั้งต่อไป”
นางหยุดเล็กน้อย ก่อนย้ำด้วยสีหน้าจริงจัง
“ที่สำคัญ ทุกครั้งที่เขาได้ยินคำว่า ‘ประลอง’ เขาชอบระเบิดสนามทิ้งด้วย”
“……”
เยวียนซิงลู่ค่อย ๆ หันกลับไปมองพี่ชาย
ยูรันยังคงนั่งกินอาหารด้วยสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว
หนานอวี้พยักหน้ายืนยัน
“อืม สนามประลองที่รอดจากมือสามีได้อย่างสมบูรณ์มีไม่มากนักหรอก”
เยวียนซิงลู่เม้มริมฝีปาก ก่อนกล่าวอย่างไม่ยอมแพ้
“แต่ข้ายังอยากลองอยู่ดี”
เซี่ยเยว่หลีถอนหายใจ
“เช่นนั้นก็เตรียมสร้างสนามใหม่เอาไว้ล่วงหน้าด้วยแล้วกัน”
ยูรันพยักหน้ารับคำท้าของน้องสาว
“ก็ได้ เอาไว้พรุ่งนี้เช้าแล้วกัน”
จากนั้นเขาก็หันไปทางไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิง
“ส่วนคืนนี้ ข้าจะพาท่านแม่ไป๋กับท่านแม่ลู่ออกไปเดินเล่นชมเมืองยามค่ำคืนดีกว่า”
ยูรันยิ้มออกมาอย่างมีพิรุธ
“ฮี่ ๆ”
เยวียนชิงเหยาชะงัก ก่อนตบโต๊ะแล้วลุกขึ้นทันที
“เดี๋ยวก่อน!”
นางชี้หน้าตนเอง
“แล้วแม่เล่า?”
ยูรันเอียงศีรษะราวกับเพิ่งนึกได้
“ท่านเองก็อยากไปหรือ?”
“แน่นอนสิ! เจ้าเพิ่งกลับมาอยู่กับแม่วันแรก จะทิ้งแม่เอาไว้แล้วพามารดาคนอื่นออกไปเที่ยวได้อย่างไร?”
ไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิงมองหน้ากัน ก่อนกลั้นหัวเราะเบา ๆ
ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“อืม เช่นนั้นก็ไปกันสามท่าน”
“ข้าจะพาท่านแม่ทั้งสามออกไปเดินเที่ยวเอง”
สุ่ยหลานอิงซึ่งนั่งเงียบมานาน ในที่สุดก็รวบรวมความกล้ายกมือขึ้นเล็กน้อย
“เอ่อ คือว่า...”
โม่ชิงเฟิงหันไปหานางทันที ดวงตาเป็นประกาย
“โอ้! เจ้าตัดสินใจได้แล้วหรือ?”
สุ่ยหลานอิงยังไม่ทันตอบ โม่ชิงเฟิงก็กล่าวต่ออย่างรวดเร็ว
“ไม่สิ เจ้าเป็นคู่หมั้นของสามีอยู่แล้ว อย่างไรก็ต้องมาเป็นน้องหญิงของพวกเรา จะเสียเวลาตัดสินใจไปทำไมกัน?”
ใบหน้าของสุ่ยหลานอิงแดงก่ำขึ้นทันที
“ไม่ใช่เรื่องนั้นเจ้าค่ะ!”
โม่ชิงเฟิงกะพริบตาปริบ ๆ
“แล้วเป็นเรื่องใด?”
สุ่ยหลานอิงพยายามตั้งสติ ก่อนหันไปทางยูรันอีกครั้ง
“ข้าเพียงอยากถามคุณชายยูรันบางอย่างเท่านั้นเจ้าค่ะ”
ยูรันหันหน้าไปทางสุ่ยหลานอิง
“เรื่องอะไร?”
สุ่ยหลานอิงประสานมือไว้ตรงหน้า ก่อนกล่าวอย่างขัดเขิน
“ข้าอยากเห็นทารกเจ้าค่ะ ได้ยินทุกคนบอกว่าเขาน่ารักมาก”
ยูรันพยักหน้า ก่อนยกมือขึ้นดีดนิ้ว
เป๊าะ!
ห้วงอากาศเหนือกลางห้องพลันเปิดออก ดาราจักรอันกว้างใหญ่ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า
ดวงดาวนับไม่ถ้วนส่องแสงอยู่ภายใน ความมืดมิได้ดูน่าหวาดกลัว กลับงดงามและลึกล้ำราวกับท้องฟ้าทั้งผืนถูกย่อส่วนลงมาอยู่เบื้องหน้าทุกคน
“ดูเอา”
เยวียนชิงเหยาจ้องภาพนั้นอย่างเหม่อลอยอยู่พักใหญ่
“งดงามมาก...”
นางมองดาราจักรซึ่งหมุนเวียนอยู่ภายในตัวบุตรชาย ก่อนเผยรอยยิ้มภาคภูมิใจ
“นี่คือวิถีของลูกชายแม่สินะ”
เยวียนซิงลู่เองก็นิ่งงัน ดวงตาสะท้อนประกายดารานับไม่ถ้วนจนลืมแม้กระทั่งกะพริบตา
ส่วนเยวียนซิงฝูอ้าปากค้าง
“โอ้โห...ภายในร่างของท่านพี่มีสิ่งเช่นนี้อยู่จริง ๆ หรือ?”
สุ่ยหลานอิงกลับไม่ได้สนใจทิวทัศน์มากนัก นางรีบดึงแขนน้องสาว
“ซีซี ช่วยข้าหาเร็วเข้า ทารกอยู่ตรงไหน?”
สุ่ยหลานซีกวาดตามองดวงดาวนับไม่ถ้วนจนตาลาย
“ข้ากำลังพยายามหาอยู่เจ้าค่ะ แต่มันกว้างใหญ่เกินไป!”
หญิงสาวทั้งสองชะโงกหน้ามองเข้าไปในดาราจักรอย่างตั้งใจ ราวกับกำลังค้นหาเข็มเล่มหนึ่งกลางมหาสมุทรแห่งดวงดาวฤษี
ยูรันมองเข้าไปภายในดาราจักร ก่อนเรียกอย่างรู้ทัน
“ออกมาสิ จะแอบอยู่ทำไม?”
พรึ่บ!
ทารกกายเทพโผล่ออกมาจากท่ามกลางหมู่ดาว ก่อนยื่นหน้าเข้ามาใกล้หญิงสาวทั้งสองอย่างฉับพลัน
“บุ่!”
สุ่ยหลานอิงสะดุ้ง ก่อนกรีดร้องด้วยความตื่นเต้น
“กรี๊ดดดดดดดดด! น่ารักมากเลยเจ้าค่ะ!”
นางยื่นแขนออกไปอย่างระมัดระวัง
“ข้าขอกอดหน่อยได้ไหมเจ้าคะ?”
ทารกมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างว่าง่าย
สุ่ยหลานอิงรีบรับร่างเล็กเข้ามากอดแนบอก ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุข ขณะที่ทารกเองก็ไม่ได้ขัดขืนหรือแสดงท่าทีรังเกียจแม้แต่น้อย
ลู่ชิงถานมองภาพนั้นด้วยดวงตาเบิกกว้าง
“นะ...นะ...นี่ไม่ยุติธรรม!”
โม่ชิงเฟิงลุกพรวดขึ้น ก่อนชี้ไปยังทารกด้วยมือสั่น
“กรี๊ดดดดด! เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้?!”
นางชี้หน้าตนเอง
“ตอนข้าเข้าใกล้ เจ้ากลับอาเจียนใส่ แต่พอพบหญิงสาวคนนี้ครั้งแรก เจ้ากลับยอมให้นางกอดง่าย ๆ เลยหรือ?!”
ทารกเหลือบมองโม่ชิงเฟิง ก่อนหันหน้าหนีแล้วซุกเข้าไปในอ้อมแขนของสุ่ยหลานอิง
ฉึก!
โม่ชิงเฟิงทรุดลงคุกเข่ากับพื้นทันที
“ข้ายอมรับไม่ได้...”
สุ่ยหลานซีมองพี่สาวกอดทารกด้วยแววตาอิจฉา ก่อนยื่นมือออกไปอย่างลังเล
“พี่หญิง ข้าขอลองอุ้มบ้างได้ไหมเจ้าคะ?”
สุ่ยหลานอิงยังไม่ทันตอบ ทารกก็หันมามองสุ่ยหลานซี ก่อนยื่นแขนเล็ก ๆ ทั้งสองข้างออกไปหานางด้วยตนเอง
“บุ่!”
สุ่ยหลานซีชะงัก ก่อนรีบรับร่างเล็กเข้ามาอุ้ม
ฉ่าาาาาาาาา!
ใบหน้าของนางแดงก่ำไปถึงใบหูในพริบตา
“น่ารักมากเลยเจ้าค่ะ...”
ทารกขยับตัวหาท่าที่สบาย ก่อนซบลงบนอกของนางอย่างว่าง่าย
อีกด้านหนึ่ง เยวียนชิงเหยาจ้องภาพตรงหน้าอยู่พักใหญ่
สายตาของนางเคลื่อนไปมาระหว่างยูรันกับทารกในอ้อมแขนของสุ่ยหลานซี ริมฝีปากค่อย ๆ สั่นระริกขึ้นมา
“นะ...นี่...”
นางยกมือชี้ทารกด้วยความตื่นเต้นจนแทบพูดไม่เป็นคำ
สายตาของเยวียนชิงเหยาเคลื่อนไปมาระหว่างยูรันกับทารกในอ้อมแขนของสุ่ยหลานซี ริมฝีปากค่อย ๆ สั่นระริกขึ้นมา
“นะ...นี่...”
นางยกมือชี้ไปทางทารกด้วยความตื่นเต้นจนแทบกล่าวไม่เป็นคำ
เยวียนซิงฝูรีบถาม
“ท่านแม่เป็นอะไรไปเจ้าคะ?”
เยวียนชิงเหยายังคงจ้องทารกไม่วางตา
“เหมือนมาก...”
นางเดินเข้าไปใกล้ช้า ๆ ดวงตาเริ่มเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาอีกครั้ง
“เหมือนเขาตอนยังแบเบาะไม่มีผิดเลย”
“อะไรนะ?!”
ทุกคนภายในห้องร้องขึ้นพร้อมกัน
หนานอวี้หันขวับไปมองทารก ดวงตาของนางเปล่งประกายราวกับค้นพบสมบัติล้ำค่าที่สุดในโลก
“หมายความว่า นี่ก็คือสามีตอนยังเป็นทารกอย่างนั้นหรือ?!”
นางยกมือกุมแก้ม ก่อนบิดตัวไปมาด้วยความตื่นเต้น
“น่ารักเกินไปแล้ว!”
หญิงสาวคนอื่น ๆ ค่อย ๆ หันไปมองทารกด้วยสายตาเปลี่ยนไป
ทารกซึ่งเดิมเป็นเพียงกายเทพน่ารักน่าเอ็นดู บัดนี้กลับกลายเป็นภาพจำลองของยูรันในวัยแบเบาะ
บรรยากาศภายในห้องจึงเปลี่ยนไปในพริบตา
สายตาของเหล่าภรรยาแต่ละคนเริ่มน่ากลัวขึ้นทุกขณะ
ทารกกายเทพมองไปรอบตัว ก่อนรีบกอดสุ่ยหลานซีแน่นขึ้นโดยสัญชาตญาณ
“บุ่...”