คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 382 ไม่ใช่คนไร้ประโยชน์เหมือนพี่ใหญ่6,876 ตัวอักษร

ตอนที่ 382 ไม่ใช่คนไร้ประโยชน์เหมือนพี่ใหญ่

หนานอวี้พลันชะงัก ก่อนนึกบางอย่างขึ้นมาได้

“เดี๋ยวก่อน!”

นางชี้หน้าตนเองด้วยดวงตาเป็นประกาย

“ถ้าทารกกายเทพของสามีมีรูปลักษณ์เหมือนสามีตอนยังแบเบาะ เช่นนั้นทารกของข้าก็คือตัวข้าในวัยเด็กน่ะสิ!”

หนานอวี้ยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

“ตอนเด็กข้าเองก็น่ารักมากเหมือนกันนะเนี่ย”

“……”

ยูรันเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

“อืม น่ารักมาก”

หนานอวี้ยิ้มกว้าง

ทว่ายูรันกลับกล่าวต่อ

“หมายถึงตอนน้ำลายยืดทุกครั้งที่เห็นสามีน่ะหรือ?”

รอยยิ้มบนใบหน้าของหนานอวี้แข็งค้าง

ทุกคนค่อย ๆ หันมามองนางพร้อมกัน

ไป๋หลิงเลิกคิ้ว

“ที่แท้ตอนเป็นทารก เจ้าก็มีนิสัยเช่นนี้แล้วหรือ?”

หนานอวี้หน้าแดงก่ำ

“นั่นไม่ใช่ข้า! นั่นเป็นทารกกายเทพของข้าต่างหาก!”

ยูรันยักไหล่

“เมื่อครู่เจ้ายังบอกว่าเป็นตัวเองตอนเด็กอยู่เลย”

ฉึก!

หนานอวี้เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว

ยูรันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

“ข้าก็นึกว่าทุกคนรู้อยู่แล้วเสียอีก”

เขาผายมือไปทางทารกกายเทพ

“ทารกซึ่งถือกำเนิดขึ้นภายในร่างของตนเอง ก็ต้องเป็นรูปลักษณ์ของเจ้าของในวัยเด็กสิ จะให้กลายเป็นคนอื่นได้อย่างไร?”

“……”

หญิงสาวหลายคนมองหน้ากันไปมา

หลัวจินเยว่พึมพำ

“ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องที่ควรรู้อยู่แล้วจริง ๆ...”

มู่เสวี่ยหนิงพยักหน้า

“แต่ไม่มีผู้ใดเคยคิดถึงเรื่องนี้เลยเจ้าค่ะ”

เยวียนชิงเหยาเดินเข้าไปพิจารณาทารกใกล้ ๆ อีกครั้ง ก่อนยืนยันอย่างมั่นใจ

“เหมือนจริง ๆ ทั้งใบหน้า ดวงตา และท่าทางตอนกำลังระแวงผู้คน”

นางหันไปมองยูรัน

“ตอนยังเล็ก รันเอ๋อร์ชอบทำหน้าเช่นนี้ทุกครั้งที่มีคนแปลกหน้าเข้ามาใกล้”

นางหันไปมองยูรัน

“ตอนยังเล็ก รันเอ๋อร์ชอบทำหน้าเช่นนี้ทุกครั้งที่มีคนแปลกหน้าเข้ามาใกล้”

ทันใดนั้น ทารกกายเทพก็เงยหน้าขึ้นมองเยวียนชิงเหยา

ดวงตากลมโตพลันเบิกกว้าง ก่อนรอยยิ้มสดใสจะปรากฏขึ้นเต็มใบหน้า

“ท่านแม่!”

ทุกคนภายในห้องชะงัก

ทารกดิ้นหลุดจากอ้อมแขนของสุ่ยหลานซี ก่อนพุ่งเข้าไปหาเยวียนชิงเหยาทันที

“อ๊ะ!”

เยวียนชิงเหยารีบกางแขนรับร่างเล็กเอาไว้

หมับ!

ทารกกอดคอของนางแน่น ก่อนใช้ใบหน้าถูไถกับแก้มไม่ยอมหยุด

“ท่านแม่! ท่านแม่!”

ร่างของเยวียนชิงเหยาแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนดวงตาจะอ่อนโยนลงอย่างสมบูรณ์

นางกอดทารกเอาไว้แนบอก มือหนึ่งลูบศีรษะเล็ก ๆ ด้วยความคิดถึง

โม่ชิงเฟิงมองภาพตรงหน้าแล้วอ้าปากค้าง

“โอ้โห นี่มันของจริง...”

นางชี้ไปยังทารกซึ่งกำลังคลอเคลียเยวียนชิงเหยาอย่างมีความสุข

“ปฏิกิริยายิ่งกว่าตอนท่านแม่ไป๋กับท่านแม่ลู่อุ้มเสียอีก!”

ไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิงมองหน้ากัน ก่อนยิ้มออกมาอย่างไม่ถือสา

“ก็เป็นมารดาแท้ ๆ ของรันเอ๋อร์นี่นะ”

หนานอวี้เห็นดังนั้นก็ไม่ยอมน้อยหน้า นางยกมือขึ้นเรียกทารกกายเทพของตนเองออกมาบ้าง

พรึ่บ!

ทารกหญิงปรากฏตัวขึ้นกลางห้อง ก่อนกวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างงุนงง

ไม่นาน สายตาของนางก็ไปหยุดอยู่บนทารกกายเทพของยูรันซึ่งกำลังอยู่ในอ้อมแขนของเยวียนชิงเหยา

ดวงตากลมโตพลันเปล่งประกาย

น้ำลายไหลยืดออกจากมุมปากทันที

“แบะ!”

“……”

เยวียนชิงเหยาก้มมองทารกในอ้อมแขน ก่อนหันไปมองทารกหญิงอีกคน

“เด็กคนนั้นพูดว่าอะไรนะ?”

ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ

หนานอวี้หน้าแดงขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนพยายามหลบสายตาทุกคน

เยวียนชิงเหยาก้มมองทารกในอ้อมแขน ก่อนหันไปมองทารกหญิงอีกคน

“เด็กคนนั้นพูดว่าอะไรนะ?”

ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ

มู่เสวี่ยหนิงกระแอมเบา ๆ ก่อนช่วยแปลอย่างสุภาพ

“อะแฮ่ม...นางพูดว่า ‘สามี’ เจ้าค่ะ”

“……”

เยวียนชิงเหยาค่อย ๆ หันไปมองหนานอวี้

หนานอวี้หน้าแดงก่ำ ก่อนรีบอุ้มทารกของตนเองขึ้นมาเช็ดมุมปาก

“บ้าเอ๊ย! เช็ดน้ำลายหน่อย อย่าปล่อยให้น้ำลายหกสิ!”

ทารกหญิงยังคงยื่นแขนไปหาทารกของยูรันไม่หยุด

“แบะ! แบะ!”

หนานอวี้ยิ่งหน้าแดงกว่าเดิม

“พอแล้ว ไม่ต้องเรียกซ้ำ!”

เยวียนชิงเหยามองทารกหญิงซึ่งยังคงยื่นแขนไปหาทารกในอ้อมกอดของตน ก่อนกล่าวอย่างเอ็นดู

“ปล่อยนางมาเถอะ”

หนานอวี้ชะงัก

“แต่ว่าท่านแม่ นางน้ำลายไหลไม่หยุดเลยนะ”

“ไม่เป็นไร เด็กเล็กก็เป็นเช่นนี้”

หนานอวี้จึงค่อย ๆ คลายแขน

พรึ่บ!

ทันทีที่เป็นอิสระ ทารกหญิงก็พุ่งเข้าไปหาอีกฝ่าย ก่อนกอดทารกของยูรันเอาไว้แน่น

“แบะ!”

ทารกของยูรันกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนยกมือดันใบหน้าซึ่งกำลังถูไถตนเองอยู่

“บุ่...”

เยวียนชิงเหยาหัวเราะเบา ๆ ก่อนโอบทารกทั้งสองเอาไว้ในอ้อมแขนเดียวกัน

ภาพตรงหน้าราวกับนางกำลังอุ้มบุตรชายวัยแบเบาะกับลูกสะใภ้ตัวน้อยไปพร้อมกัน

หนานอวี้ยกมือปิดหน้า

“เหตุใดข้าถึงรู้สึกอับอายแทนนางขนาดนี้...”

เวลาผ่านไปพักหนึ่ง ยูรันจึงยกมือขึ้น

“พอแล้ว”

เป๊าะ!

ภาพดาราจักรสลายหายไปพร้อมกับทารกกายเทพทั้งสอง

เยวียนชิงเหยามองอ้อมแขนซึ่งกลับมาว่างเปล่า ก่อนเผยสีหน้าเสียดายอย่างชัดเจน

ยูรันลุกขึ้นจากเก้าอี้

“ไปกันเถอะท่านแม่ หากช้ากว่านี้จะดึกเกินไป”

ไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิงลุกขึ้นทันที ก่อนเดินเข้าไปอยู่ข้างเขาคนละฝั่ง

เยวียนชิงเหยาได้สติ รีบตามออกไป

“อ๊ะ รอแม่ด้วย!”

โม่ชิงเฟิงมองตามคนทั้งสี่ ก่อนหันกลับมาหาคนที่เหลือ

“แล้วพวกเราจะทำอะไรกันดี?”

เซี่ยเยว่หลีลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าของตนเอง

“ข้าก็จะออกไปเดินเล่นในเมืองสิ”

นางหันไปชวนคนอื่น ๆ

“ไปกันเถอะ พวกเราจะได้สำรวจดูด้วยว่าเมืองนี้มีสิ่งใดน่าสนใจ บางทีอาจได้แนวคิดใหม่กลับไปปรับปรุงยอดเขา”

เซี่ยเยว่หลีเหลือบมองโม่ชิงเฟิง เฟิงซูหลาน และเหอหว่านชิงตามลำดับ

“จะได้ไม่เป็นคนไร้ประโยชน์เหมือนใครบางคน”

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

หญิงสาวทั้งสามยกมือกุมหน้าอกพร้อมกัน

โม่ชิงเฟิงรีบเถียง

“ข้าไม่ใช่คนไร้ประโยชน์นะ!”

เฟิงซูหลานยกมือตาม

“ข้าก็ไม่ใช่!”

เหอหว่านชิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น

“ข้าด้วย”

หลิงเยวี่ยปรายตามองทั้งสาม ก่อนกล่าวทิ้งท้ายสั้น ๆ

“ไร้ประโยชน์”

พรึ่บ!

กล่าวจบ นางก็หายตัวออกจากห้องรับรองทันที

ทิ้งให้หญิงสาวทั้งสามยืนแข็งค้างอยู่กับที่

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

หนานอวี้รีบลุกขึ้นตาม

“จริงด้วย ข้าออกไปสำรวจรอบเมืองดีกว่า”

นางเหลือบมองหญิงสาวสามคนซึ่งยังยืนกุมหน้าอกอยู่

“ข้าไม่อยากถูกกล่าวหาว่าไร้ประโยชน์เหมือนใครบางคน”

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

ไป๋หลิงพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนหันไปหาหลานชิงอวี้

“ชิงอวี้ พวกเราไปดูผังเมืองกับระบบร้านค้ากันเถอะ เผื่อจะนำกลับไปปรับใช้กับยอดเขาได้”

นางหยุดเล็กน้อย

“จะได้ไม่กลายเป็นคนไร้ประโยชน์”

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

มู่หรงฉินรีบยกมือ

“ข้าไปด้วยเจ้าค่ะ ข้าอยากศึกษาระบบทางน้ำของเมืองนี้พอดี”

ทั้งสามจึงเดินตามหนานอวี้กับไป๋หลิงออกจากห้องไป

โม่ชิงเฟิงมองคนซึ่งทยอยจากไป ก่อนหันไปหาเฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิง

“พวกเราโดนด่าซ้ำกี่ครั้งแล้วนะ?”

เหอหว่านชิงถอนหายใจ

“เลิกนับเถอะ ยิ่งนับยิ่งเจ็บใจ”

ซูเม่ยเหยาลุกขึ้นตามคนอื่น

“พวกเราเองก็ไปกันเถอะ ยังมีตำราปลูกต้นไม้ซึ่งอ่านค้างอยู่อีกหลายเล่ม”

นางครุ่นคิดเล็กน้อย

“ข้าว่าจะลองปลูกดอกทานตะวันดู น่าสนใจไม่น้อย”

เซียวซินเยวี่ยพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น

“จริงด้วยเจ้าค่ะ ข้าเองก็อยากลองดูว่าหากใช้พลังปราณต่างธาตุหล่อเลี้ยง สีของดอกจะเปลี่ยนไปหรือไม่”

มู่เสวี่ยหนิงกับลู่ชิงถานรีบลุกขึ้นตาม

“เช่นนั้นพวกเราไปด้วยเจ้าค่ะ”

ก่อนเดินพ้นประตู ลู่ชิงถานพลันหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมา

นางมองเฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิง ก่อนถอนหายใจด้วยสีหน้าผิดหวัง

“พวกป้านี่ไร้ประโยชน์จริง ๆ เลยนะเจ้าคะ”

กล่าวจบ นางก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่เปิดโอกาสให้ทั้งสองตอบโต้

ฉึก! ฉึก!

เฟิงซูหลานกับเหอหว่านชิงยกมือกุมหน้าอกอีกครั้ง

โม่ชิงเฟิงรีบชี้หน้าตนเอง

“แล้วข้าเล่า?”

ลู่ชิงถานชะโงกหน้ากลับเข้ามาจากนอกประตู

“พี่หญิงก็ด้วยเจ้าค่ะ”

ฉึก!

หลัวจินหยางกับหลัวจินเยว่ลุกขึ้นพร้อมกัน ก่อนเตรียมเดินออกจากห้อง

โม่ชิงเฟิงรีบหันไปถาม

“พวกเจ้าสองคนจะไปไหน?”

หลัวจินหยางหยิบตำราหมักสุราขึ้นมา

“พวกข้าจะออกไปดูร้านสุรากับวิธีหมักเหล้าของเมืองนี้”

นางเหลือบมองโม่ชิงเฟิง ก่อนกล่าวอย่างไม่ไว้หน้า

“ข้าเองก็มีสิ่งที่ต้องทำนะ ไม่ใช่คนไร้ประโยชน์เหมือนพี่ใหญ่”

หลัวจินเยว่พยักหน้าสนับสนุนทันที

“ใช่”

ฉึก!

โม่ชิงเฟิงยกมือกุมหน้าอก

“แม้แต่พวกเจ้าสองคนก็เอากับเขาด้วยหรือ?!”

หลัวจินหยางกับหลัวจินเยว่ไม่ตอบ ทั้งคู่เพียงเดินออกจากห้องไปพร้อมกัน