คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 387 กลายเป็นมังกรจริง ๆ...7,403 ตัวอักษร

ตอนที่ 387 กลายเป็นมังกรจริง ๆ...

ลู่เหยียนหนิงเหลือบมองฉินหลัวซือ ซึ่งกำลังหรี่ตาจ้องเยวียนเหวินเจ๋อด้วยแววตาไม่เป็นมิตรไม่แพ้กัน

“เจ้าก็ด้วย หลัวซือ ใจเย็นก่อน”

ฉินหลัวซือสูดหายใจลึก ก่อนพยักหน้ารับและกลับไปนั่งลงข้างเยวียนชิงเหยา

“ได้ ข้าจะรอดูว่าหลานชายจะจัดการอย่างไร”

เมื่อเห็นมารดาและท่านป้าทั้งสองยอมสงบลง ยูรันจึงลุกขึ้นช้า ๆ ก่อนเดินเข้าสู่ลานประลอง

เขาหยุดยืนตรงหน้าเยวียนเหวินเจ๋อ แล้วเอียงศีรษะเล็กน้อย

“อืม แกชื่ออะไรนะ?”

เยวียนเหวินเจ๋อชะงัก

“เมื่อครู่ข้าเพิ่งประกาศชื่อไปเสียงดัง เจ้ากล้าแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินหรือ?!”

ยูรันยกมือขึ้นแตะหูของตนเอง

“โทษที พอดีข้าทั้งตาบอดทั้งหูหนวก ช่วยประกาศใหม่อีกรอบได้ไหม?”

“……”

ทั่วทั้งลานประลองเงียบกริบ

แม้แต่คนโง่ก็ยังมองออกว่ายูรันกำลังจงใจล้อเลียนอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

เยวียนเหวินเจ๋อกัดฟันแน่นจนเส้นเลือดบริเวณขมับปูดขึ้น

“จำใส่หัวเอาไว้! ข้าชื่อเยวียนเหวินเจ๋อ!”

ยูรันพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“อ๋อ เยวียนเหวิน...อะไรนะ?”

“เยวียนเหวินเจ๋อ!”

“อืม ข้าคงจำไม่ได้อยู่ดี ช่างมันเถอะ”

ยูรันยกมือขึ้น ก่อนดีดนิ้วดังเป๊าะ

พู่กันนิมิตฝันซึ่งหลับใหลอยู่ภายในรอยผนึกบนนิ้วของโม่ชิงเฟิงพลันสั่นสะเทือน

วิ้ง!

มันสลายกลายเป็นลำแสง พุ่งออกจากรอยผนึกและลอยตรงเข้าไปหายูรันอย่างรวดเร็ว

หมับ!

ทันทีที่ยูรันคว้าพู่กันเอาไว้ รูปลักษณ์เก่าโทรมซึ่งเคยปรากฏอยู่ในมือโม่ชิงเฟิงพลันเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

ด้ามพู่กันสีดำเงางามปรากฏลวดลายดาราส่องประกาย หมึกบริเวณปลายขนพู่กันไหลวนราวกับห้วงจักรวาลขนาดเล็ก แรงกดดันลึกล้ำแผ่กระจายออกมา จนผู้ฝึกตนทั่วทั้งลานประลองต้องกลั้นหายใจ

“นั่นมันอะไร?”

“พู่กันอย่างนั้นหรือ?”

“เหตุใดอาวุธชิ้นนั้นถึงมีแรงกดดันรุนแรงเช่นนี้!”

โม่ชิงเฟิงมองพู่กันอันงดงามในมือยูรัน ก่อนก้มมองรอยผนึกบนนิ้วของตนเองด้วยสีหน้าเจ็บปวด

“กรี๊ดดดดด! ข้ายอมรับไม่ได้ยังไงก็ยอมไม่ได้ เหตุใดพออยู่ในมือของพี่สาวมันถึงดูเหมือนพู่กันเก่าที่เก็บมาจากกองขยะ แต่พออยู่ในมือเจ้าถึงงดงามขนาดนั้น!”

หนานอวี้ตบไหล่นางเบา ๆ

“ยอมรับเถอะพี่ใหญ่ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่พู่กัน”

“แล้วปัญหาอยู่ที่ใด?”

ทุกคนตอบพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย

“อยู่ที่เจ้า”

ยูรันหมุนพู่กันในมือหนึ่งรอบ ก่อนกล่าวอย่างเกียจคร้าน

“เอาเถอะ รีบเริ่มกันเสียที อย่าเสียเวลาให้มากนัก”

จากนั้นเขาจึงสะบัดพู่กันออกไปเบื้องหน้า

วูบ!

หมึกสีดำไหลออกจากปลายพู่กัน ก่อนแผ่ขยายกลางอากาศอย่างรวดเร็ว เส้นหมึกแต่ละสายถักทอเข้าหากัน กลายเป็นภาพวาดขุนเขาและสายน้ำอันวิจิตรงดงาม

ยอดเขาสูงตระหง่านทะลุหมู่เมฆ สายน้ำสีฟ้าใสไหลผ่านผาหิน ก่อนตกลงสู่เบื้องล่างกลายเป็นน้ำตกขนาดมหึมา

ภาพวาดไม่ได้หยุดอยู่เพียงบนผืนกระดาษ แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นภูมิประเทศจริง ครอบคลุมลานประลองทั้งหมดเอาไว้ภายในพริบตา

ผู้คนทั่วทั้งลานกวาดตามองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง

“โอ้วววววววว!”

“งดงามยิ่งนัก!”

“นี่เป็นภาพวาดหรือแดนมายากันแน่?!”

สายตาของทุกคนค่อย ๆ เคลื่อนต่ำลงไปตามกระแสน้ำ ก่อนหยุดอยู่ตรงบริเวณเชิงน้ำตก

ฝูงปลาคาร์ปจำนวนมากกำลังแหวกว่ายสวนกระแสน้ำเชี่ยวกราก พยายามมุ่งหน้าขึ้นไปยังยอดผาด้วยกำลังทั้งหมดที่มี

โม่ชิงเฟิงมองภาพนั้นอยู่พักหนึ่ง ก่อนขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

“เหตุใดต้องเป็นฝูงปลาคาร์ป?”

ยูรันชะงัก ก่อนหันมาทางนางอย่างเชื่องช้า

“สมแล้วที่เป็นบัณฑิตเก๊”

ฉึก!

โม่ชิงเฟิงยกมือขึ้นกุมหน้าอก

“พี่สาวเพียงแค่ถามเอง เหตุใดต้องด่ากันด้วย!”

ยูรันหมุนพู่กันในมือเล่น ก่อนหันไปทางเยวียนเหวินเจ๋อ

“เอ้า รีบเข้ามาสิ แกชื่ออะไรนะ?”

เยวียนเหวินเจ๋อกัดฟันแน่น

“เยวียนเหวินเจ๋อ!”

“อืม ช่างเถอะ ไม่สำคัญ”

ยูรันยกพู่กันขึ้นชี้ไปทางอีกฝ่าย

“หากยังไม่รีบโจมตี เดี๋ยวจะสายเกินไปนะ ข้าอุตส่าห์เลือกภาพวาดที่เสียเวลาสร้างถึงเพียงนี้มาใช้กับเจ้าโดยเฉพาะ”

เขาหันไปทางเยวียนซิงลู่เล็กน้อย

“เดิมทีข้าตั้งใจเก็บภาพนี้เอาไว้เล่นกับซิงลู่สักหน่อย แต่ใช้กับเจ้าก็คงไม่แตกต่างกันมากนัก”

เยวียนซิงลู่ขมวดคิ้ว

“ท่านพี่ ท่านคิดจะใช้ฝูงปลาคาร์ปพวกนั้นทำอะไรกับข้า?”

ยูรันยิ้มมุมปาก

“เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง”

รอยยิ้มนั้นทำให้เยวียนเหวินเจ๋อรู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ทว่าท่ามกลางสายตาของผู้คนจำนวนมาก เขาย่อมไม่อาจถอยได้

“หึ! แค่ภาพวาดไร้สาระ คิดว่าจะทำให้ข้าหวาดกลัวได้หรือ!”

เขายกกระบี่ขึ้น ขณะที่พลังระดับแก่นทองคำขั้นสูงปะทุออกจากร่างอย่างเต็มกำลัง

โม่ชิงเฟิงมองฝูงปลาคาร์ปซึ่งกำลังเข้าใกล้ยอดน้ำตก ก่อนตะโกนถามด้วยความสงสัย

“แล้วหากพวกมันว่ายขึ้นไปถึงยอดน้ำตกได้ จะเกิดอะไรขึ้น?”

ยูรันยกมือขึ้นลูบคางอย่างครุ่นคิด

“อืม ตามตำนานจากที่ใดสักแห่งซึ่งข้าเองก็จำไม่ได้ หากปลาคาร์ปสามารถว่ายทวนกระแสน้ำและข้ามประตูมังกรได้สำเร็จ...”

เขายกพู่กันขึ้น ก่อนชี้ไปยังฝูงปลาคาร์ปภายในภาพวาด

“พวกมันจะกลายเป็นมังกร”

“……”

โม่ชิงเฟิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเบิกตากว้าง

“เดี๋ยวก่อน! ฝูงนั้นมีปลาคาร์ปอยู่กี่ตัว?!”

ทุกคนรีบหันกลับไปมองภาพวาดอีกครั้ง

ฝูงปลาคาร์ปจำนวนมากกำลังว่ายขึ้นไปใกล้ถึงยอดน้ำตกเต็มที แต่ละตัวเริ่มเปล่งแสงสว่างออกมาจากเกล็ด ร่างกายค่อย ๆ แผ่กลิ่นอายอันน่าเกรงขามขึ้นเรื่อย ๆ

ยูรันยักไหล่

“ไม่รู้สิ ข้าไม่ได้เสียเวลานับ”

ใบหน้าของเยวียนเหวินเจ๋อพลันซีดเผือด

“มะ มังกรทั้งหมดนั่นจะออกมาจริง ๆ หรือ?”

ยูรันหันกลับมาทางเขา ก่อนยิ้มอย่างเป็นมิตร

“อืม เพราะฉะนั้นข้าถึงบอกให้แกรีบโจมตีอย่างไรเล่า”

เยวียนเหวินเจ๋อกัดฟันแน่น ก่อนระเบิดพลังทั้งหมดภายในร่างออกมา

ครืน!

พลังระดับแก่นทองคำขั้นสูงแผ่กระจายไปทั่วลานประลอง เขากระชับกระบี่ด้วยมือทั้งสอง ก่อนฟันออกไปอย่างสุดกำลัง

“กระบี่หมื่นดารา ดาราพิฆาต!”

แสงกระบี่จำนวนมหาศาลรวมตัวกันกลางอากาศ กลายเป็นกระบี่ดาราขนาดใหญ่พุ่งตรงเข้าหายูรันด้วยความเร็วรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า

ยูรันยังคงยืนอยู่ที่เดิม จนกระทั่งคมกระบี่เข้าใกล้ร่างจึงค่อยก้าวหลบออกไปด้านข้างเพียงครึ่งก้าว

ฟิ้ว!

กระบี่ดาราพุ่งเฉียดชายเสื้อของเขา ก่อนระเบิดลงบนพื้นด้านหลัง

ตู้มมมมม!

เยวียนเหวินเจ๋อไม่ยอมหยุด เขากระหน่ำฟันกระบี่ออกไปอย่างต่อเนื่อง ทว่าต่อให้การโจมตีจะรวดเร็วและหนาแน่นเพียงใด ยูรันก็ยังเอี้ยวตัวหลบได้ทั้งหมด

ไม่มีกระบี่แม้แต่สายเดียวสัมผัสร่างของเขาได้

เยวียนเหวินเจ๋อเหลือบมองภาพวาดด้านหลัง ก่อนพบว่าฝูงปลาคาร์ปเหลือระยะห่างจากยอดน้ำตกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

[โจมตีมันไม่ได้ เช่นนั้นก็ทำลายปลาคาร์ปพวกนั้นเสีย!]

เขาพลันหมุนตัว ก่อนเหวี่ยงกระบี่โจมตีเข้าใส่ฝูงปลาคาร์ปเต็มกำลัง

“แหลกไปเสีย!”

ปราณกระบี่หลายสิบสายพุ่งเข้าไปภายในภาพวาด หมายฉีกฝูงปลาคาร์ปให้เป็นชิ้น ๆ

ทว่าในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะสัมผัสพวกมัน ฝูงปลาคาร์ปกลับสะบัดหางและแยกตัวออกจากกันอย่างรวดเร็ว

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

บางตัวดำลงใต้กระแสน้ำ บางตัวกระโดดข้ามคมกระบี่ ส่วนอีกหลายตัวว่ายเปลี่ยนทิศทางอย่างคล่องแคล่ว จนปราณกระบี่ทั้งหมดพลาดเป้า

“อะไรนะ?!”

เยวียนเหวินเจ๋อเบิกตากว้าง

ผู้ชมทั่วทั้งลานประลองต่างลุกขึ้นยืนด้วยความตกตะลึง

“ปลาคาร์ปพวกนั้นหลบการโจมตีได้!”

“พวกมันมิใช่เพียงภาพวาดหรอกหรือ?!”

“เป็นไปได้อย่างไรกัน!”

โม่ชิงเฟิงจ้องพู่กันในมือยูรันตาไม่กะพริบ ก่อนก้มมองรอยผนึกบนนิ้วของตนเอง

“นี่คือพลังที่แท้จริงของพู่กันนิมิตฝันอย่างนั้นหรือ...”

ยูรันหมุนพู่กันในมือหนึ่งรอบ ก่อนกล่าวอย่างสบายอารมณ์

“ใครบอกว่าเป็นภาพวาดแล้วจะต้องยืนโง่ ๆ ให้แกฟันกันเล่า?”

ยูรันหมุนพู่กันในมือหนึ่งรอบ ก่อนกล่าวอย่างสบายอารมณ์

“สุดท้ายก็มีดีเพียงเท่านี้สินะ?”

สิ้นเสียงของเขา ฝูงปลาคาร์ปทั้งหมดก็ว่ายขึ้นไปถึงยอดน้ำตกพร้อมกัน

ครืนนนนนนนนน!

แสงสว่างเจิดจ้าพลันระเบิดออกจากภาพวาด กระแสน้ำทั่วทั้งขุนเขาปั่นป่วนอย่างรุนแรง ฝูงปลาคาร์ปแยกออกเป็นสามกลุ่ม ก่อนพุ่งขึ้นจากสายน้ำและรวมตัวเข้าหากันกลางอากาศ

เกล็ดปลาคาร์ปเปลี่ยนเป็นเกล็ดมังกร ครีบค่อย ๆ ยืดยาวกลายเป็นกรงเล็บ ส่วนร่างเล็กนับไม่ถ้วนหลอมรวมกันจนกลายเป็นร่างขนาดมหึมา

โฮกกกกกกกกกกก!

เสียงคำรามสามเสียงดังสะเทือนไปทั่วทั้งตำหนักเสวียนเยว่

มังกรขนาดใหญ่สามตัวปรากฏขึ้นท่ามกลางภาพวาดขุนเขาและสายน้ำ ร่างของพวกมันเลื้อยพันรอบยอดเขา กรงเล็บเหยียบอยู่เหนือหมู่เมฆ ขณะที่เกล็ดทั่วร่างสะท้อนประกายจากสายน้ำเบื้องล่าง

แรงกดดันอันน่าหวาดหวั่นแผ่ปกคลุมทั่วทั้งลานประลอง

ผู้ชมทุกคนต่างเงยหน้ามองมังกรทั้งสามด้วยใบหน้าตกตะลึง

“กลายเป็นมังกรจริง ๆ...”

“ภาพวาดนั้นสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาได้อย่างไรกัน?!”

เยวียนเหวินเจ๋อถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว สีหน้าของเขาซีดเผือดจนไร้สีเลือด

ยูรันยกพู่กันขึ้น ก่อนชี้ตรงไปยังอีกฝ่าย

มังกรทั้งสามพลันก้มศีรษะลงพร้อมกัน ดวงตาขนาดมหึมาทั้งหกจับจ้องเยวียนเหวินเจ๋อเพียงผู้เดียว