ตอนที่ 395 พวกเราตกลงกันก่อนนะ
อ๋องเฉินมองสีหน้าห่อเหี่ยวของน้องชาย ก่อนกล่าวปลอบใจ
“ไม่ต้องเสียใจไป ยังมีเรื่องอื่นมิใช่หรือ เล่าต่อเถอะ”
อ๋องหมิงยกแขนเสื้อขึ้นปาดน้ำตา ก่อนสูดหายใจลึก
“ยังมีเรื่องอาวุธ”
สีหน้าของเขากลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง
“ยูรัน เจ้าเด็กนั่นสามารถสร้างอาวุธที่มีชีวิตได้”
เซี่ยอวิ๋นหลันขมวดคิ้ว
“อาวุธที่มีชีวิต?”
“ถูกต้อง มันมีจิตวิญญาณ สามารถเลือกผู้ถือครองได้ และต้องทำพันธสัญญากับเจ้าของเสียก่อนจึงจะใช้งานได้อย่างแท้จริง”
อ๋องหมิงยกนิ้วขึ้นนับทีละข้อ
“ระดับของอาวุธจะเปลี่ยนแปลงตามผู้ถือครอง รูปลักษณ์เองก็เปลี่ยนไปตามความสามารถของเจ้าของ และสิ่งสำคัญที่สุดคือพวกมันสามารถเติบโตขึ้นได้เรื่อย ๆ”
อ๋องเฉินวางถ้วยชาลงช้า ๆ
“เจ้ากำลังบอกว่าอาวุธเหล่านั้นไม่มีระดับตายตัว?”
“ใช่”
อ๋องหมิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“ยูรันบอกว่า หากพวกมันเติบโตไปจนถึงจุดสูงสุด จะเป็นรองเพียงศาสตราเทพเท่านั้น”
ห้องทรงงานพลันเงียบลง
เซี่ยอวิ๋นหลันหรี่ตามองน้องชาย
“แล้วเจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง?”
“เพราะข้าเห็นตอนพวกมันถือกำเนิดด้วยตาตนเอง”
อ๋องหมิงตบโต๊ะเบา ๆ ด้วยความตื่นเต้น
“อาวุธเหล่านั้นชักนำทัณฑ์สวรรค์นิมิตลงมาเหมือนกับเหล่าสัตว์วิเศษ ยูรันนำพวกมันเข้ารับทัณฑ์และใช้พลังจากทัณฑ์สวรรค์หลอมอาวุธจนสมบูรณ์!”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“สิ่งที่สามารถชักนำทัณฑ์สวรรค์ลงมาตั้งแต่ถือกำเนิด ย่อมไม่มีทางเป็นอาวุธธรรมดา ข้ารับรองได้ว่าพวกมันเป็นของจริงแน่นอน”
เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ แววตาของอ๋องหมิงก็พลันเปล่งประกายขึ้นมาอีกครั้ง
“ใช่แล้ว!”
เขาตบเข่าตนเองดังป้าบ ก่อนยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้น
“เจ้าเด็กนั่นบอกว่าจะสร้างอาวุธให้ข้าด้วย!”
เซี่ยอวิ๋นหลันเลิกคิ้ว
“ให้เจ้า?”
“ถูกต้อง!”
อ๋องหมิงพยักหน้ารัว ๆ
“อาวุธพวกนั้นแม่งโคตรเท่เลยพี่ใหญ่!”
เซี่ยอวิ๋นหลันหรี่ตาลง
“ระวังวาจา”
“อะแฮ่ม...ข้าหมายความว่ามันยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง”
อ๋องหมิงรีบเปลี่ยนถ้อยคำ ก่อนกล่าวต่อด้วยความตื่นเต้นที่ไม่อาจปิดบัง
“เพียงพู่กันชิ้นเดียวก็สามารถวาดสิ่งใดออกมาก็ได้ ขอเพียงผู้ถือครองมีความรู้และจินตนาการมากพอ ภาพวาดนั้นจะกลายเป็นจริงทันที”
เขายกมือขึ้นลูบแขนของตนเอง
“ตอนข้าเห็นยูรันใช้พู่กันสร้างลาวา มวลน้ำ ดวงตาแห่งความหวาดกลัว แล้วก็มังกรออกมากลางอากาศ ข้านี่ขนลุกซู่ไปทั้งตัว!”
อ๋องเฉินชะงัก
“วาดมังกรให้กลายเป็นจริง?”
“ใช่ มังกรของจริงซึ่งเคลื่อนไหวและโจมตีได้ด้วย!”
อ๋องหมิงยิ้มจนแทบหุบไม่ลง
“ลองคิดดูสิว่าอาวุธของข้าจะเท่เพียงใด บางทีอาจเป็นง้าวมังกร หรือไม่ก็เกราะที่เรียกกองทัพออกมาได้ เพียงข้ายืนถืออยู่เฉย ๆ ศัตรูก็คงหวาดกลัวจนคุกเข่าแล้ว!”
เซี่ยอวิ๋นหลันมองน้องชายซึ่งกำลังจมอยู่ในจินตนาการ ก่อนถามเสียงเรียบ
“แล้วเขาบอกหรือยังว่าจะสร้างอาวุธแบบใดให้เจ้า?”
รอยยิ้มของอ๋องหมิงแข็งค้าง
“เอ่อ...เขาบอกว่าต้องเห็นข้าต่อสู้ก่อน”
“แปลว่ายังไม่ได้ตกลงจะสร้างให้เจ้า”
“อย่างน้อยก็ยังไม่ได้ปฏิเสธ!”
เซี่ยอวิ๋นหลันพยักหน้าช้า ๆ
“อืม เหตุผลเหล่านี้พอใช้ได้ อย่างน้อยเจ้าก็ยังนำข้อมูลสำคัญกลับมารายงานบ้าง”
อ๋องหมิงถอนหายใจอย่างโล่งอก รอยยิ้มเริ่มกลับมาปรากฏบนใบหน้า
ทว่าเซี่ยอวิ๋นหลันกลับหรี่ตาลงอีกครั้ง
“แต่จุดประสงค์หลักที่เจ้าอยู่บนยอดเขาจันทราต่อ...”
นางใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ
“ก็คือดื่มสุราและเล่นเกมมิใช่หรือ?”
รอยยิ้มของอ๋องหมิงแข็งค้างทันที
“เอ่อ...เรื่องนั้น...”
อ๋องเฉินยกถ้วยชาขึ้นปิดบังรอยยิ้ม
อ๋องหมิงรีบแก้ตัว
“ข้อมูลสำคัญเหล่านั้นล้วนถูกค้นพบระหว่างที่ข้าดื่มสุรากับเล่นเกม เพราะฉะนั้นสองสิ่งนี้จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของการสืบข่าว!”
เซี่ยอวิ๋นหลันเลิกคิ้ว
“เจ้ากำลังบอกว่าการหมกตัวเล่นเกมตลอดงานประลองคือภารกิจราชการ?”
“ถูกต้อง!”
อ๋องหมิงตอบอย่างมั่นใจ ก่อนรีบลดเสียงลงเมื่อเห็นแววตาของพี่สาว
“อย่างน้อย...ก็ส่วนหนึ่ง?”
เซี่ยอวิ๋นหลันเงียบไปครู่หนึ่ง
“อวิ๋นเฉิน”
อ๋องเฉินวางถ้วยชาลง
“พี่หญิง?”
“เตรียมหมอหลวงเอาไว้ วันนี้อ๋องหมิงคงต้องพักรักษาตัวสักระยะ”
ใบหน้าของอ๋องหมิงซีดเผือด
“เดี๋ยวก่อนพี่หญิง! ข้ายังมีของฝาก!”
เซี่ยอวิ๋นหลันชะงัก
“ของฝาก?”
อ๋องหมิงพยักหน้ารัว ๆ
“ใช่แล้ว! เป็นของที่ยูรันสร้างขึ้นเอง ข้าเป็นคนขอมา แล้วเขาก็ยอมมอบให้!”
เขารีบหยิบแหวนมิติหลายวงออกมาวางเรียงบนโต๊ะ
“วงเหล่านี้บรรจุของใช้ภายในห้อง ทั้งเตียง โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ ชั้นวางของ และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย เขาจัดมาเป็นชุดครบถ้วน”
อ๋องหมิงยกนิ้วขึ้นนับ
“ทั้งหมดน่าจะเพียงพอสำหรับตกแต่งห้องขนาดใหญ่ได้ประมาณสิบห้อง ยูรันบอกให้ข้านำกลับมาแบ่งกันใช้ในหมู่พวกเราสามคน ทั้งพี่หญิง พี่ใหญ่ และข้า”
เซี่ยอวิ๋นหลันหยิบแหวนวงหนึ่งขึ้นมาตรวจสอบ ก่อนแววตาจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นสิ่งของภายใน
“งานละเอียดกว่าของที่ใช้ในพระราชวังเสียอีก...”
อ๋องหมิงยิ้มกว้าง
“ใช่ไหมเล่า! ข้าบอกแล้วว่าห้องในพระราชวังของเราเหมือนคุกเมื่อเทียบกับห้องบนยอดเขาจันทรา”
เซี่ยอวิ๋นหลันเงยหน้าขึ้นมองเขา
“เจ้าว่าอะไรนะ?”
“ไม่มีอะไร!”
อ๋องหมิงรีบหยิบแหวนอีกวงส่งให้อ๋องเฉิน
“ส่วนวงนี้เป็นของพี่ใหญ่โดยเฉพาะ ภายในมีสุราห้าร้อยไห กับอาหารที่ยูรันปรุงเองอีกห้าร้อยชุด”
มือของอ๋องเฉินซึ่งกำลังรับแหวนพลันหยุดค้าง
“สุราห้าร้อยไห?”
“ถูกต้อง ข้าลองชิมแล้ว รับรองว่าหาไม่ได้จากที่อื่นแน่นอน!”
อ๋องเฉินรีบเก็บแหวนเข้าไปในแขนเสื้อด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ทว่าความเร็วของเขากลับมากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
อ๋องหมิงเหลือบมองเซี่ยอวิ๋นหลัน ก่อนหยิบแหวนวงสุดท้ายขึ้นมาอย่างลังเล
“เอ่อ...ส่วนวงนี้เป็นของพี่หญิง”
เซี่ยอวิ๋นหลันยื่นมือออกมา
“ข้างในมีอะไร?”
อ๋องหมิงเม้มริมฝีปาก ก่อนตอบเสียงเบา
“ตุ๊กตา...”
ภายในห้องทรงงานพลันเงียบสนิท
เซี่ยอวิ๋นหลันหรี่ตาลง
“ตุ๊กตา?”
“อะแฮ่ม เป็นตุ๊กตาที่ยูรันสร้างขึ้นเอง!”
เซี่ยอวิ๋นหลันส่งจิตเข้าไปตรวจสอบภายในแหวน
เมื่อนางเห็นตุ๊กตายูรันตัวเล็กในชุดดำกำลังยืนกอดอกอยู่ภายใน มุมปากก็เผลอยกขึ้นเป็นรอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว
นางนำตุ๊กตาออกมาหนึ่งตัว ก่อนบีบแก้มมันเบา ๆ
“ใช้ได้นี่ น้องหมิง”
อ๋องหมิงมองรอยยิ้มของพี่สาว ก่อนเหงื่อเย็นจะเริ่มไหลลงมาตามขมับ
[เอ่อ...พี่หญิงคงไม่ได้สนใจเจ้าเด็กนั่นขึ้นมาจริง ๆ หรอกนะ?]
[หลานอิงเพิ่งประกาศว่าจะไม่เป็นรัชทายาทแล้ว หากพี่หญิงคิดอะไรแปลก ๆ ขึ้นมา ราชวงศ์ได้วุ่นวายแน่!]
เซี่ยอวิ๋นหลันเก็บตุ๊กตาไว้ข้างกาย ก่อนกวาดตามองแหวนซึ่งบรรจุของใช้สำหรับสิบห้อง
“ส่วนของใช้เหล่านี้ ข้าจะเอาไปครึ่งหนึ่ง”
อ๋องหมิงเบิกตากว้าง
“หา?!”
เซี่ยอวิ๋นหลันเงยหน้าขึ้น
“มีปัญหาหรือ?”
อ๋องหมิงตัวแข็ง ก่อนรีบส่ายหน้ารัว ๆ
“ไม่มี! พี่หญิงเอาไปได้ตามสบายเลย!”
“ดี”
เซี่ยอวิ๋นหลันเก็บแหวนไปครึ่งหนึ่ง ก่อนหันไปทางอ๋องเฉิน
“ส่วนพี่ใหญ่ เอาสุราออกมาให้ข้าดูหน่อย”
“……”
มือของอ๋องเฉินซึ่งกำแหวนมิติอยู่ภายในแขนเสื้อพลันแข็งค้าง
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามอย่างระมัดระวัง
“เหตุใดต้องดู?”
เซี่ยอวิ๋นหลันยิ้มบาง ๆ
“ข้าเพียงต้องการตรวจสอบว่าสิ่งที่น้องหมิงนำกลับมาปลอดภัยหรือไม่”
อ๋องหมิงมองรอยยิ้มนั้น ก่อนหันไปส่งสายตาเห็นใจพี่ชาย
[จบแล้ว นางคิดจะแบ่งสุราแน่นอน...]
อ๋องเฉินนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจอย่างจำใจ
“ก็ได้”
เขาสะบัดมือเรียกไหสุราออกมาสิบไห แต่ละไหมีรูปทรง สี และลวดลายแตกต่างกันอย่างชัดเจน บางไหเย็นเยียบจนมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่รอบภาชนะ บางไหกลับแผ่ไออุ่นจาง ๆ ขณะที่บางไหมีแสงสีทองไหลวนอยู่ภายในเนื้อดินเผา
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
ไหสุราทั้งสิบถูกวางเรียงบนโต๊ะทรงงาน
เซี่ยอวิ๋นหลันกวาดตามอง ก่อนแววตาจะเปลี่ยนเป็นสนใจ
“หืม? น่าสนใจ”
นางยื่นมือไปแตะไหใบหนึ่งเบา ๆ
“ทั้งที่ยังไม่ได้กลิ่นเพราะมีผนึกปิดเอาไว้ แต่กลับสัมผัสได้ถึงพลังบริสุทธิ์ภายใน ดูเหมือนจะเป็นสุราชั้นยอดจริง ๆ”
จากนั้นนางจึงหันไปทางอ๋องเฉิน
“เปิดผนึก”
อ๋องเฉินลังเลเล็กน้อย
“เปิดเพียงไหเดียวพอหรือไม่?”
เซี่ยอวิ๋นหลันหรี่ตาลง
“ทั้งหมด”
“……”
อ๋องเฉินมองสุราทั้งสิบไหด้วยความเจ็บปวด ก่อนยกมือขึ้นคลายผนึกอย่างจำใจ
วิ้ง!
ทันทีที่ผนึกถูกเปิด กลิ่นหอมเข้มข้นของสุราหลากชนิดก็ระเบิดออกมา พร้อมกับพลังปราณบริสุทธิ์ซึ่งแผ่กระจายไปทั่วห้องทรงงาน
เพียงสูดกลิ่นเข้าไปหนึ่งครั้ง ความเหนื่อยล้าจากการทำงานตลอดทั้งวันก็จางหายไปกว่าครึ่ง
เซี่ยอวิ๋นหลันชะงัก ก่อนสายตาจะค่อย ๆ เคลื่อนไปหยุดอยู่ที่ไหสุราทั้งสิบ
อ๋องเฉินเห็นแววตานั้นแล้วรีบกอดแหวนมิติของตนเองเอาไว้แน่นกว่าเดิม
“น้องหญิง พวกเราตกลงกันก่อนนะ...”
เซี่ยอวิ๋นหลันเลิกคิ้ว
“พี่ใหญ่กำลังคิดว่าข้าจะแย่งสุราของท่านหรือ?”
อ๋องเฉินมองแววตาซึ่งยังคงจับจ้องไหสุราทั้งสิบ ก่อนพยักหน้าอย่างไม่ลังเล
“ใช่”
“……”