คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 3977,497 ตัวอักษร

ตอนที่ 397

อ๋องเฉินหันไปทางเซี่ยอวิ๋นหลัน

“น้องหญิง ข้าว่าราชวังของเรามีพื้นที่ว่างอยู่มากพอสมควรนะ”

เซี่ยอวิ๋นหลันตบโต๊ะดังปัง

“พอแล้ว!”

สองอ๋องเงียบลงพร้อมกัน

นางถอนหายใจ ก่อนเก็บกระจกสำหรับเล่นเกมกับตุ๊กตายูรันเข้าไปในแหวนมิติ

“ไว้ข้าจะหาเวลาไปดูด้วยตนเอง แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะนำสมุนเหล่านั้นมาใช้ในราชวังหรือไม่”

อ๋องหมิงรีบยกมือขึ้น

“เอ่อ...พี่หญิงควรรีบหาเวลาไปหน่อยนะ”

เซี่ยอวิ๋นหลันขมวดคิ้ว

“ทำไม?”

“เพราะเจ้าเด็กนั่นกำลังวางแผนออกจากสำนักเมฆาจันทร์ แล้วไปก่อตั้งสำนักของตนเองกลางทะเล”

อ๋องเฉินชะงัก

“ก่อตั้งสำนัก?”

อ๋องหมิงพยักหน้า

“ใช่ เขาบอกว่าจะสร้างดินแดนศักดิ์สิทธิ์ลอยฟ้าขึ้นมากลางทะเล ส่วนชื่อ...เอ่อ ข้าจำไม่ได้ว่าเขาเรียกว่าอะไร”

เขาเกาศีรษะเล็กน้อย

“แต่ดูเหมือนเจ้าตัวเองก็ยังตัดสินใจไม่ได้เช่นกัน เพราะตอนนี้ยังหาวิธีทำให้ดินแดนทั้งหมดลอยอยู่บนฟ้าอย่างถาวรไม่ได้”

เซี่ยอวิ๋นหลันถามต่อ

“แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับการที่ข้าต้องรีบไป?”

อ๋องหมิงตอบทันที

“เพราะหากยูรันออกจากสำนัก เขาจะย้ายทุกอย่างบนยอดเขาจันทราไปด้วยทั้งหมด”

เขาเริ่มนับนิ้ว

“ทั้งสัตว์วิเศษ สมุน สวนสมุนไพร บ่อสัตว์น้ำ โรงหลอม โรงโอสถ โรงหมักสุรา ผึ้งหยกจันทรา รวมถึงสิ่งของและตำราทั้งหมด”

อ๋องเฉินลุกพรวดขึ้น

“แม้แต่โรงหมักสุรา?!”

“ทั้งหมด ไม่มีเหลือ”

สีหน้าของอ๋องเฉินเปลี่ยนไปทันที

“น้องหญิง พวกเราต้องออกเดินทางเดี๋ยวนี้!”

อ๋องหมิงรีบยกมือขึ้นห้ามพี่ชาย

“พี่ใหญ่ ใจเย็นก่อนสิ ตอนนี้ไปก็ไม่พบเขาหรอก”

อ๋องเฉินชะงัก

“หมายความว่าอย่างไร?”

“ยูรันพาทุกคนออกเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนฝูงที่ตำหนักเสวียนเยว่แล้ว กว่าจะกลับมาก็หลังปีใหม่นู่น ส่วนจะกลับวันไหน ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”

อ๋องเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างเด็ดขาด

“เช่นนั้นก็ไม่เห็นเป็นอะไร หลังปีใหม่ข้าจะไปพร้อมกับเจ้าเลย”

เขาหันมองน้องชาย

“เจ้ามีห้องพักอยู่บนยอดเขาจันทราแล้วมิใช่หรือ?”

อ๋องหมิงลูบคาง ก่อนดวงตาจะค่อย ๆ เปล่งประกาย

“อืม เป็นความคิดที่ไม่เลว”

สองพี่น้องหันมองหน้ากัน ก่อนพยักหน้าอย่างเข้าใจโดยไม่ต้องกล่าวสิ่งใดเพิ่มเติม

เซี่ยอวิ๋นหลันมองทั้งคู่ด้วยสายตาเย็นเยียบ

“ไม่อนุญาต”

อ๋องเฉินกับอ๋องหมิงชะงักพร้อมกัน

“ทำไม?!”

“พวกท่านคิดจะทิ้งงานทั้งหมดให้ข้า แล้วหนีไปดื่มสุราเล่นเกมกันสองคนหรือ?”

อ๋องหมิงมองตุ๊กตายูรันซึ่งถูกนางเก็บเอาไว้ ก่อนรวบรวมความกล้าถามออกมา

“เอ่อ...พี่หญิง ท่านคงไม่ได้ชอบเจ้าเด็กนั่นขึ้นมาจริง ๆ หรอกนะ?”

บรรยากาศภายในห้องทรงงานพลันเงียบลง

อ๋องหมิงรีบกล่าวต่อ

“ข้าขอเตือนไว้ก่อนนะ เจ้าเด็กนั่นมีภรรยาเกือบยี่สิบคนแล้ว!”

เซี่ยอวิ๋นหลันเลิกคิ้ว

“แล้ว?”

“……”

สองพี่น้องตัวแข็งค้าง

อ๋องหมิงค่อย ๆ หันไปมองอ๋องเฉินด้วยใบหน้าซีดเผือด

[พี่ใหญ่ ท่านได้ยินเหมือนข้าใช่ไหม?]

อ๋องเฉินพยักหน้าช้า ๆ

[อืม ดูเหมือนเรื่องที่พวกเราควรกังวลจะไม่ใช่สุราแล้ว...]

สองพี่น้องหันมองหน้ากัน ก่อนพยักหน้าอย่างเข้าใจโดยไม่ต้องกล่าวสิ่งใดเพิ่มเติม

เซี่ยอวิ๋นหลันมองทั้งคู่ด้วยสายตาเย็นเยียบ

“ไม่อนุญาต”

อ๋องเฉินกับอ๋องหมิงชะงักพร้อมกัน

จักรพรรดินีหยิบตุ๊กตายูรันขึ้นมา ก่อนกล่าวต่ออย่างสงบ

“ข้าจะไปคนเดียว”

“……”

อ๋องหมิงมองตุ๊กตาในมือนาง ก่อนเหงื่อเย็นจะเริ่มไหลลงมาตามขมับ

“เอ่อ...พี่หญิง ท่านคงไม่ได้ชอบเจ้าเด็กนั่นขึ้นมาจริง ๆ หรอกนะ?”

เซี่ยอวิ๋นหลันเหลือบมองเขา

อ๋องหมิงรีบกล่าวเตือน

“เจ้าเด็กนั่นมีภรรยาถึงยี่สิบคนแล้วนะ!”

เซี่ยอวิ๋นหลันเลิกคิ้ว

“แล้ว?”

“……”

สองพี่น้องพลันตัวแข็งค้าง

อ๋องหมิงค่อย ๆ หันไปมองอ๋องเฉิน

[พี่ใหญ่ นางไม่ได้ปฏิเสธ]

อ๋องเฉินพยักหน้าช้า ๆ

[ข้าได้ยินแล้ว]

อ๋องหมิงกลืนน้ำลายลงคอ

[จบแล้ว หลานอิงกำลังจะมีพ่อเลี้ยงอายุน้อยกว่าตนเองหรือไม่?]

เซี่ยอวิ๋นหลันวางตุ๊กตาลง ก่อนหรี่ตามองน้องชาย

“สีหน้าของเจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

อ๋องหมิงรีบส่ายหน้ารัว ๆ

“ไม่มีอะไร! ข้าไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น!”

อ๋องเฉินกลับก้าวออกมาข้างหน้า

“ไม่ได้ ข้าจะไปด้วย”

“เหตุใด?”

“ข้าต้องไปดูสุรา”

เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“และคอยห้ามมิให้น้องหญิงทำเรื่องที่จะทำให้ลำดับเครือญาติในราชวงศ์ของเราวุ่นวายไปมากกว่านี้”

เซี่ยอวิ๋นหลันกอดอก ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าไม่สะทกสะท้าน

“แล้วอย่างไร?”

นางมองพี่ชายกับน้องชายสลับกัน

“ข้าเป็นถึงจักรพรรดินี ต่อให้มีสามีคนเดียวกับหลานสาวทั้งสองของตนเอง ปัญหาอยู่ตรงไหน?”

“……”

อ๋องเฉินกับอ๋องหมิงอ้าปากค้างพร้อมกัน

เซี่ยอวิ๋นหลันกล่าวต่ออย่างสงบ

“อีกอย่าง เจ้าเด็กนั่นยังไม่เคยพบข้าและไม่ได้สนใจข้าด้วยซ้ำ พวกท่านจะรีบร้อนกังวลกันไปทำไม?”

อ๋องหมิงรวบรวมความกล้าเอ่ยเตือน

“เอ่อ...พี่หญิง ท่านมีอายุมากกว่าห้าพันปีแล้วนะ”

เซี่ยอวิ๋นหลันเลิกคิ้ว

“แล้ว?”

อ๋องหมิงชี้ไปทางตุ๊กตายูรัน

“แต่เจ้าเด็กนั่นอายุเพียง...”

ครืนนนนนน!

แรงกดดันมหาศาลพลันแผ่ออกจากร่างของจักรพรรดินี

“เจ้ากำลังจะบอกว่าข้าแก่หรือ?”

อ๋องหมิงรีบคุกเข่าลงทันที

“ข้าหมายความว่าพี่หญิงยังงดงามราวกับสาวแรกรุ่น ต่อให้อายุมากกว่านี้อีกห้าพันปีก็ไม่มีผู้ใดมองออก!”

เซี่ยอวิ๋นหลันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“อืม ค่อยฟังเข้าหูหน่อย”

อ๋องเฉินมองน้องชายซึ่งกำลังคุกเข่าอยู่ ก่อนพึมพำเบา ๆ

“วันนี้เจ้ารอดตายเก่งกว่าตอนออกรบเสียอีก...”

เซี่ยอวิ๋นหลันเก็บแรงกดดันกลับเข้าไป ก่อนหยิบตุ๊กตายูรันขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง

“อืม ข้าเป็นถึงจักรพรรดินี”

นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องเล็กน้อย

“ภายหลังค่อยออกราชโองการแต่งตั้งเขาเป็นสวามีก็ได้นี่ ทั่วทั้งราชวงศ์จะมีผู้ใดกล้าคัดค้านข้า?”

อ๋องหมิงลุกพรวดขึ้น

“เอ่อ พี่หญิง เรื่องนี้ไม่เหมาะ!”

เซี่ยอวิ๋นหลันเหลือบมองเขา

“ไม่เหมาะตรงไหน?”

“เจ้าเด็กนั่นไม่ชอบการแต่งงาน และยิ่งไม่ชอบให้ผู้ใดใช้อำนาจบังคับตนเอง”

อ๋องหมิงรีบอธิบายอย่างจริงจัง

“หากท่านออกราชโองการเช่นนั้น เขาอาจไม่เพียงปฏิเสธ แต่ยังฉีกราชโองการทิ้งต่อหน้าทุกคนด้วยซ้ำ ท่านอาจไม่สมหวังนะ!”

เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นประหลาดใจ

“ไม่สิ...พี่หญิง”

อ๋องหมิงมองจักรพรรดินีสลับกับตุ๊กตาในมือนาง

“ท่านชอบเจ้าเด็กนั่นจริง ๆ หรือ?”

ภายในห้องทรงงานพลันเงียบลง

แม้แต่อ๋องเฉินก็ยังหันมารอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ

เซี่ยอวิ๋นหลันมองตุ๊กตาในมืออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ

ทว่านางกลับไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที

“แล้วพวกท่านคิดว่าอย่างไรเล่า?”

อ๋องหมิงเริ่มมีเหงื่อเย็นไหลลงมาตามใบหน้า

“เอ่อ...เอ่ออออ...พี่หญิง”

เซี่ยอวิ๋นหลันเงยหน้ามองเขา

“มีอะไร?”

อ๋องหมิงเม้มริมฝีปาก ก่อนรวบรวมความกล้าถามออกมา

“ข่าวลือที่แพร่กระจายภายในราชวังเมื่อหลายเดือนก่อน...”

“ข่าวลือเรื่องใด?”

“เอ่อ...เรื่องที่ท่านสั่งตัดหัวองครักษ์เงา เพราะเขาออกไปหาซื้อตุ๊กตายูรันกลับมาไม่ได้...”

เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“เรื่องนั้นไม่เป็นความจริงใช่ไหม?”

“……”

ภายในห้องทรงงานพลันเงียบสนิท

อ๋องเฉินค่อย ๆ วางถ้วยชาลง ก่อนขยับออกห่างจากน้องชายอย่างแนบเนียน

เซี่ยอวิ๋นหลันยังคงลูบศีรษะตุ๊กตายูรันในมืออย่างสงบ

ผ่านไปครู่หนึ่ง นางจึงเงยหน้าขึ้น

“เจ้าได้ยินข่าวลือนั้นมาจากใคร?”

สีหน้าของอ๋องหมิงซีดเผือดทันที

“ข้า...จำไม่ได้แล้ว”

“เมื่อครู่เจ้ายังจำรายละเอียดได้ครบถ้วนอยู่เลย”

“จู่ ๆ ความทรงจำของข้าก็หายไปหมดแล้ว!”

เซี่ยอวิ๋นหลันยิ้มบาง ๆ

“อย่างนั้นหรือ?”

อ๋องหมิงรีบพยักหน้ารัว ๆ ขณะที่ภายในใจร้องไห้ไม่หยุด

[บัดซบ! นางไม่ยอมปฏิเสธอีกแล้ว!]

อ๋องหมิงหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนประสานมือคารวะ

“ในเมื่อข้าส่งของฝากเรียบร้อยแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะพี่หญิง”

เขาค่อย ๆ ถอยหลังไปทางประตู พลางเหลือบมองตำแหน่งซึ่งอ๋องเฉินเคยนั่งอยู่

ทว่าเก้าอี้ตัวนั้นกลับว่างเปล่าเสียแล้ว

แม้แต่ไหสุราทั้งสิบบนโต๊ะก็หายไปพร้อมกันทั้งหมด

อ๋องหมิงเบิกตากว้าง

[บัดซบ! พี่ใหญ่ออกไปตั้งแต่เมื่อใด?!]

[เหตุใดถึงทิ้งข้าไว้รับเคราะห์เพียงคนเดียวอีกแล้ว!]

เขารีบหันหลัง ก่อนพุ่งไปทางประตูอย่างรวดเร็ว

“เช่นนั้นข้าไปก่อนละ!”

“หยุด”

เสียงของเซี่ยอวิ๋นหลันดังขึ้นจากด้านหลัง

เท้าของอ๋องหมิงหยุดค้างกลางอากาศ

เขาค่อย ๆ หันกลับมาพร้อมรอยยิ้มแข็งทื่อ

“พี่หญิงยังมีสิ่งใดให้ข้ารับใช้อีกหรือ?”

เซี่ยอวิ๋นหลันวางตุ๊กตายูรันไว้ข้างกองฎีกา ก่อนชี้ไปยังเอกสารซึ่งกองสูงอยู่บนโต๊ะอีกฝั่ง

“ในเมื่อเจ้ากลับมาแล้ว ก็ช่วยจัดการงานที่ทิ้งเอาไว้ให้เรียบร้อย”

จากนั้นนางจึงเหลือบมองเก้าอี้ว่างของอ๋องเฉิน

“แล้วไปตามพี่ใหญ่กลับมาด้วย คิดจะเอาสุราทั้งหมดไปดื่มเพียงคนเดียวหรืออย่างไร?”

เซี่ยอวิ๋นหลันหรี่ตาลง

“หากเขาไม่ยอมกลับมา ข้าจะสั่งให้ทหารไปลากตัวกลับมาเอง”

อ๋องหมิงรีบพยักหน้า

“เข้าใจแล้ว!”

เขาหันหลังวิ่งออกจากห้องทันที พลางตะโกนลั่นตลอดทาง

“พี่ใหญ่! กลับมาเดี๋ยวนี้! พี่หญิงรู้แล้วว่าท่านขโมยสุราหนีไป!”