ตอนที่ 401 มันคือนิมิตโอสถ
พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!
ร่างของซูเม่ยเหยา เซียวซินเยวี่ย มู่เสวี่ยหนิง และลู่ชิงถานปรากฏขึ้นกลางลานประลองพร้อมกัน
ซูเม่ยเหยาสะบัดมือ ก่อนนำเตาหลอมโอสถขนาดใหญ่ออกมาวางตรงหน้ายูรัน
ตึง!
“เอาเตาหลอมมาให้แล้ว!”
นางเงยหน้ามองท้องฟ้า ก่อนถามอย่างระมัดระวัง
“ทัณฑ์โอสถครั้งนี้รุนแรงหรือไม่?”
ยูรันลุกจากเก้าอี้ ก่อนเดินไปตรวจสอบเตาหลอม
“ไม่รุนแรงหรอก”
เขาเคาะผิวเตาเบา ๆ แล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“ก็คงคล้ายกับตอนที่เจ้าเห็นข้าหลอมโอสถระดับแปดครั้งนั้นนั่นแหละ”
ซูเม่ยเหยาถอนหายใจอย่างโล่งอก
ยูรันกล่าวเสริม
“ขี้ปะติ๋ว”
เยวียนจ้าวคุนซึ่งยืนอยู่ด้านข้างขมวดคิ้ว
“เดี๋ยวก่อน คำว่าขี้ปะติ๋วของเจ้ามันเชื่อถือได้แน่หรือ?”
ยูรันหันมามองเขา
“แน่นอน อย่างมากก็แค่ฟ้าผ่าลงมาหลายสิบครั้ง”
“นั่นไม่เรียกว่าขี้ปะติ๋ว!”
ยูรันกวาดตามองคนรอบลาน ก่อนถามขึ้น
“หนานอวี้เล่า?”
“มาแล้ววววว!”
เสียงของหนานอวี้ดังขึ้นจากด้านหลังฝูงชน
พรึ่บ!
นางปรากฏตัวขึ้นข้างยูรันด้วยสีหน้าตื่นเต้น ก่อนมองเตาหลอมขนาดใหญ่ตรงหน้า
“ข้าอยากเห็นสามีหลอมโอสถอยู่พอดีเลย”
หนานอวี้หันกลับไปมองรอบลาน ก่อนพบว่าทุกคนจากยอดเขาจันทรามารวมตัวกันครบแล้ว
“ดูเหมือนทุกคนจะมากันหมดแล้วนะ”
ยูรันพยักหน้า
“อืม ดี ถ้าเช่นนั้นเจ้าเตรียมรับทัณฑ์กับข้าเหมือนเดิม”
ดวงตาของหนานอวี้เป็นประกายทันที
“ไม่มีปัญหา!”
เยวียนจ้าวคุนหันขวับมามองทั้งสอง
“เดี๋ยวก่อน พวกเจ้าพูดเหมือนกำลังรอให้ทัณฑ์สวรรค์ผ่าลงมาอย่างนั้นแหละ!”
หนานอวี้ยิ้มกว้าง
“ก็รอให้มันผ่าลงมาจริง ๆ นั่นแหละ ท่านเจ้าตำหนัก”
“พวกเจ้าสองคนไม่คิดหลบเลยหรือ?!”
ยูรันกับหนานอวี้ตอบพร้อมกัน
“หลบทำไม?”
ยูรันสะบัดมือ ก่อนนำขวดหยกจำนวนมากออกมาจากช่องเก็บของ
เขาเปิดฝาขวดแล้วเทโอสถสมบูรณ์ระดับสิบออกมากองไว้บนฝ่ามือ เม็ดยาแต่ละเม็ดมีลวดลายมรรคาไหลวน ทั้งยังมีประกายสายฟ้าแล่นอยู่รอบผิว
ผู้คนรอบลานพากันกลั้นหายใจ
ยูรันก้มมองโอสถในมือ ก่อนพึมพำ
“ตอนนี้เหลืออยู่ประมาณสามสิบเม็ดหรือเปล่านะ?”
เขาเขย่าฝ่ามือเล็กน้อย
“ช่างเถอะ ขี้เกียจนับ”
เยวียนจ้าวคุนมองกองโอสถระดับสิบในมือเขาแล้วมุมปากกระตุก
[นั่นคือโอสถระดับสิบ ไม่ใช่เมล็ดถั่วนะโว้ย!]
ยูรันหยิบโอสถขึ้นมาหนึ่งเม็ด ก่อนกล่าวอย่างครุ่นคิด
“ตอนที่ข้าหลอมโอสถระดับสิบทั้งสามสิบเม็ดนี้ออกมา มีทัณฑ์ขี้ปะติ๋วผ่าลงมาทั้งหมดห้าสิบสาย”
เขาหันไปมองเตาหลอม ก่อนรอยยิ้มตรงมุมปากจะค่อย ๆ กว้างขึ้น
“แต่หากข้านำโอสถสมบูรณ์ทั้งหมดไปหลอมรวมแล้วสร้างเป็นโอสถชนิดใหม่...”
แววตาของยูรันเปล่งประกายด้วยความสนใจ
“ทัณฑ์ที่ลงมาจะยกระดับกลายเป็นทัณฑ์นิมิตหรือเปล่านะ?”
“ฮี่ ๆๆๆ...”
ซูเม่ยเหยาหน้าซีดลง
“เดี๋ยวก่อน สามี เมื่อครู่เจ้ายังบอกว่าทัณฑ์ครั้งนี้ขี้ปะติ๋วอยู่เลยนะ!”
ยูรันพยักหน้า
“อืม ข้าพูดถึงกรณีที่หลอมตามปกติ”
เขาเทโอสถทั้งหมดลงในภาชนะเตรียมหลอม
“แต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว อยากลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนสักหน่อย”
ยูรันวางโอสถระดับสิบทั้งหมดไว้ข้างเตาหลอม ก่อนนำวัตถุดิบชุดใหม่ออกมาเรียงเพิ่มเติม
“ของที่ต้องใช้ข้าเตรียมไว้หมดแล้ว ไม่น่าจะต้องเพิ่มอะไรอีก”
เขาชี้ไปยังกองโอสถ
“ข้าจะใช้โอสถระดับสิบทั้งหมดเป็นวัตถุดิบ หลอมรวมแล้วบีบอัดพลังของพวกมันให้เหลือโอสถใหม่เพียงสิบสองเม็ด จากนั้นจึงเติมวัตถุดิบเสริมเข้าไปเล็กน้อย”
ยูรันหันไปทางซูเม่ยเหยา มู่เสวี่ยหนิง และเซียวซินเยวี่ย
“ตำราทำอาหารที่ให้ไป พวกเจ้าเรียนกันมาดีแล้วใช่ไหม?”
หญิงสาวทั้งสามพยักหน้าพร้อมกัน
“เรียนแล้ว”
“ดี ข้าจะเริ่มหลอม พวกเจ้าตั้งใจดูขั้นตอนให้ดี”
ยูรันกำลังจะเปิดเตาหลอม ทว่าพลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้
“เดี๋ยวก่อน ก่อนเริ่มเอานี่ไปใส่เสีย”
เขาสะบัดมือ แว่นตาสีดำจำนวนมากพลันลอยออกไปหาทุกคน
โม่ชิงเฟิงเดินเข้ามารับแว่นของตนเอง ก่อนสวมใส่อย่างเป็นธรรมชาติราวกับเคยทำมาแล้วหลายครั้ง
มู่เสวี่ยหนิง ซูเม่ยเหยา เซียวซินเยวี่ย และหลานชิงอวี้เห็นดังนั้นก็รับแว่นมาสวมตามทันที
คนอื่น ๆ จึงทยอยทำตามอย่างงุนงง
หลัวจินหยางพลิกแว่นในมือไปมา
“พวกเราต้องใส่สิ่งนี้ทำไม?”
โม่ชิงเฟิงขยับแว่นให้เข้าที่
“ใส่ ๆ ไปเถอะน่า อันนี้เป็นฉบับปรับปรุงแล้ว น่าจะป้องกันแสงได้ดีกว่าครั้งก่อน”
แม้ไม่มีใครเข้าใจ แต่เมื่อเห็นคนจากยอดเขาจันทราสวมกันอย่างพร้อมเพรียง ทุกคนจึงรีบใส่ตาม
ยูรันหันไปทางครอบครัวของตน
“ท่านแม่ทั้งสาม ท่านป้า แล้วก็น้องสาวสองคน พวกท่านใส่ด้วย”
ทั้งหกคนรับแว่นมาด้วยความงุนงง ก่อนสวมตามอย่างว่าง่าย
เยวียนจ้าวคุนยืนรออยู่ครู่หนึ่ง ทว่าไม่มีแว่นลอยมาหาตนเองเสียที
“แล้วของข้าเล่า?”
ยูรันหันมามองเขา
“ตาแก่ก็จะเอาด้วยหรือ?”
“ทุกคนมีหมด เหตุใดข้าจะไม่มี?!”
ยูรันถอนหายใจ ก่อนโยนแว่นให้อีกหนึ่งอัน
“เอ้า ๆ รับไป ใช้ไม่ได้เลยนะ เรื่องแค่นี้ยังต้องให้ข้าคอยดูแล”
เยวียนจ้าวคุนรับแว่นมาสวม ก่อนคิ้วกระตุกไม่หยุด
“ผู้ที่ลืมแจกให้ข้าคือเจ้าไม่ใช่หรืออย่างไร!”
เยวียนเหวินอวี้จับแขนของเยวียนหลิงซวงด้วยความตื่นเต้น
“พี่หญิง พี่ชายจ๋ากำลังจะเริ่มแล้ว!”
เยวียนหลิงซวงจ้องกลางลานไม่กะพริบ
“ข้าเห็นแล้ว! เจ้าเลิกเขย่าแขนข้าเสียที!”
กลางลานประลอง ยูรันยกมือขึ้นแตะเตาหลอม
ฟู่วววว!
เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นภายในเตา อุณหภูมิรอบบริเวณเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ยูรันกวาดตามองวัตถุดิบทั้งหมดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนสะบัดมือ
พรึ่บ!
โอสถสมบูรณ์ระดับสิบประมาณสามสิบเม็ด พร้อมด้วยสมุนไพรและวัตถุดิบเสริมทั้งหมด ถูกโยนเข้าไปในเตาหลอมพร้อมกัน
เหล่านักหลอมโอสถซึ่งยืนมุงอยู่รอบนอกพลันแตกตื่น
“เห้ยยยยย!”
“นั่นคือโอสถระดับสิบนะโว้ย!”
“แต่ละเม็ดมีพลังกับคุณสมบัติแตกต่างกัน จะโยนลงไปทั้งหมดพร้อมกันได้อย่างไร?!”
ผู้อาวุโสนักหลอมโอสถคนหนึ่งหน้าซีดเผือด ก่อนรีบกางม่านพลังขึ้นมาป้องกันตนเอง
“มันต้องระเบิดแน่! ทุกคนเตรียมรับแรงปะทะ!”
เสียงตะโกนดังระงมไปทั่วลาน
ทว่ายูรันกลับปิดฝาเตาหลอมอย่างสงบ ก่อนเดินกลับไปนั่งบนเก้าอี้
“เสียงดังกันจริง”
ครืนนนนนน!
พลังมหาศาลภายในเตาหลอมเริ่มปะทะกันอย่างรุนแรง จนตัวเตาสั่นสะเทือนและส่งเสียงคำรามราวกับกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ
ครืนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!
แรงสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ พื้นลานประลองแตกร้าว ขณะที่ฝาเตาหลอมกระเด้งขึ้นลงอย่างน่าหวาดเสียว
เหล่านักหลอมโอสถรอบลานพากันหน้าซีดเผือด
“อ๊าก! มันกำลังจะระเบิดแล้ว!”
“รีบหนีเร็ว!”
“พลังของโอสถระดับสิบตั้งสามสิบเม็ดกำลังตีกันอยู่ภายใน หากระเบิดออกมา พวกเราตายหมดแน่!”
หลายคนเตรียมหันหลังวิ่งหนี ทว่าซูเม่ยเหยากลับตวาดขึ้นอย่างรำคาญ
“หนวกหู!”
เสียงของนางทำให้ทุกคนชะงักพร้อมกัน
ซูเม่ยเหยายืนกอดอก จ้องเตาหลอมผ่านแว่นตาสีดำอย่างไม่หวั่นไหว
“ดูเฉย ๆ สักทีเถอะ ไอ้พวกอ่อนปวกเปียก!”
ผู้อาวุโสนักหลอมโอสถคนหนึ่งหันมามองนางด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
“แต่เตาหลอมกำลังจะระเบิดนะ!”
ซูเม่ยเหยาหรี่ตา
“หากมันจะระเบิดจริง สามีข้าคงไม่ยังนั่งสบายอยู่ตรงนั้นหรอก”
ครืนนนนนนนนนน!
แรงสั่นสะเทือนภายในเตาหลอมพลันหยุดลงอย่างกะทันหัน
ทุกอย่างเงียบสนิทไปชั่วขณะ
จากนั้นแสงสว่างเจิดจ้าก็ระเบิดออกมาจากช่องว่างของฝาเตา
วาบบบบบบบบบบบ!
แสงสีขาวสาดกระจายไปทั่วลานประลอง รุนแรงจนแม้แต่ผู้ที่สวมแว่นตาฉบับปรับปรุงยังต้องรีบยกมือขึ้นปิดดวงตา
ส่วนเหล่านักหลอมโอสถกับศิษย์ซึ่งไม่ได้รับแว่นต่างร้องลั่น
“อ๊ากกกกก! ตาข้า!”
“แสงอะไรเนี่ย!”
“ข้ามองไม่เห็นแล้ว!”
ยูรันเองก็ต้องหรี่ตาลง ก่อนสบถอยู่ภายในใจ
[ไอ้ห่าเอ๊ย รอบนี้แม่งอย่างกับไฟนีออน!]
[ข้าปรับปรุงแว่นแล้วแท้ ๆ ยังป้องกันไม่ได้อีก บัดซบ!]
แสงสว่างคงอยู่นานหลายลมหายใจ ก่อนค่อย ๆ จางลง
ฟู่ววววววว!
ควันสีขาวขุ่นพวยพุ่งออกจากเตาหลอม ปกคลุมกลางลานจนไม่อาจมองเห็นสิ่งใดภายในได้
กลิ่นหอมของโอสถเข้มข้นแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ เพียงสูดเข้าไปหนึ่งครั้ง พลังปราณภายในร่างของผู้คนก็เริ่มไหลเวียนรวดเร็วขึ้น
แต่ยังไม่ทันที่ผู้ใดจะได้ชื่นชม กลางท้องฟ้าพลันเกิดเสียงคำรามต่ำ
ครืนนนนนนนนนน!
เมฆสีดำจำนวนมหาศาลเริ่มก่อตัวเหนือพื้นที่ ก่อนหมุนวนเข้าหากันอย่างรวดเร็ว
แสงสายฟ้าหลากสีแล่นอยู่ภายในก้อนเมฆ ขณะที่แรงกดดันจากสวรรค์ค่อย ๆ ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ
เหล่าผู้อาวุโสเงยหน้ามอง ก่อนใบหน้าจะซีดเผือดลงพร้อมกัน
“มีทัณฑ์ จริงๆ ด้วย ทัณฑ์โอสถกำลังมา!!!”
ยูรันสะบัดมือเปิดฝาเตาหลอม
ปัง!
โอสถสีทองสิบสองเม็ดพุ่งออกมาจากภายใน แต่ละเม็ดมีลวดลายมรรคาไหลวนอยู่รอบผิว พร้อมกลิ่นหอมเข้มข้นซึ่งแผ่กระจายไปทั่วตำหนัก
ยูรันยกมือคว้าโอสถทั้งหมด ก่อนทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
พรึ่บ!
หนานอวี้พุ่งตามขึ้นมา ก่อนหยุดอยู่ข้างกายเขา
ยูรันเงยหน้ามองเมฆดำซึ่งปกคลุมทั่วฟ้า
“รอบนี้เป็นทัณฑ์นิมิตของจริง”
เขามองโอสถทั้งสิบสองเม็ดซึ่งลอยวนอยู่รอบตัว
“แสดงว่าต้องนำโอสถระดับสิบสมบูรณ์ไปหลอมซ้ำอีกชั้น จึงจะชักนำนิมิตออกมาได้สินะ”
รอยยิ้มตื่นเต้นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของยูรัน
“มาดูกันว่าโอสถสิบสองเม็ดจะเรียกสิ่งใดลงมา”
หนานอวี้พยักหน้า
“อืม”
“ให้โอสถรับทัณฑ์และหลอมด้วยสายฟ้าก่อน หลังจากนั้นพวกเราค่อยรับพลังส่วนที่เหลือ”
“เข้าใจแล้ว”
ครืนนนนนนนนนนนนนน!
เมฆดำเหนือท้องฟ้าเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ก่อนแยกออกเป็นวงแหวนขนาดมหึมาสิบสองชั้น
แสงสีทองพลันส่องลอดออกมาจากใจกลางเมฆ
ท่ามกลางแสงนั้น บันไดโบราณทอดยาวขึ้นไปเหนือสวรรค์สุดสายตา บนบันไดปรากฏภาพเงาของผู้บำเพ็ญนับไม่ถ้วนกำลังเดินขึ้นไปทีละขั้น
บางคนล้มลง บางคนถูกสายฟ้าฟาดจนสลาย แต่ยังมีภาพเงาอีกมากมายก้าวข้ามร่างของพวกเขาและเดินหน้าต่ออย่างไม่หยุดยั้ง
ณ จุดสูงสุดของบันได ประตูสวรรค์สีทองขนาดมหึมาค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
ครืนนนนนน!
ประตูทั้งสิบสองบานเปิดออกทีละชั้น พร้อมแรงกดดันแห่งมหามรรคาซึ่งแผ่ปกคลุมไปทั่วฟ้าดิน
โอสถสิบสองเม็ดลอยเรียงกันราวกับดวงดาว ก่อนพุ่งขึ้นไปหยุดอยู่เบื้องหน้าประตูแต่ละบาน
ผู้คนด้านล่างต่างเงยหน้ามองด้วยความตกตะลึง
“นิมิต!”
“นี่ไม่ใช่ทัณฑ์โอสถธรรมดา!”
ผู้อาวุโสนักหลอมโอสถคนหนึ่งตัวสั่น ก่อนตะโกนออกมาสุดเสียง
“มันคือนิมิตโอสถ!”
“โอสถเหล่านั้นกำลังใช้ทัณฑ์สวรรค์หลอมตนเองให้สมบูรณ์!”
ทันใดนั้น สายฟ้าสิบสองสีพลันก่อตัวขึ้นภายในประตูสวรรค์ทั้งสิบสองบาน
เปรี๊ยงงงงงงงง!
สายฟ้าสายแรกฟาดลงบนโอสถเม็ดแรกโดยตรง
เปรี๊ยง! เปรี๊ยง! เปรี๊ยง!
สายฟ้าอีกสิบเอ็ดสายฟาดตามลงมาติดต่อกัน โอสถทุกเม็ดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ทว่ากลับไม่แตกสลาย ลวดลายมรรคาบนผิวของพวกมันยิ่งส่องสว่างและซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ